ใครต้องกลัวกัน!
ใครต้องกลัวกัน!
“ กลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์และการค้าขนาดใหญ่ ผู้ซึ่งมีมูลค่าทรัพย์สินรวมกว่าหลายหมื่นล้านบาท! ” ทันทีที่ชื่อบริษัทถูกเอ่ยออกมา ผู้จัดการนิติบุคคลกับลูกน้องก็หน้าซีดลงเล็กน้อย อีกฝ่ายไม่คิดจะใช้เหตุผล แต่เลือกใช้อำนาจเข้าสู้แทนแล้ว!
“ ผมจะพูดให้ชัดๆนะครับ” เขาหันมองไทม์อีกครั้ง หลังพบว่าแม้แต่ไทม์เองก็ยังเงียบไป
“ เรื่องวันนี้มันจะไม่ใช่การขอความร่วมมืออีกต่อไป แต่มันคือคำสั่งของท่านประธาน และผมหวังว่าคุณทุกคนจะให้ความร่วมมือ! ” คำพูดนั้นทำให้พ่อของไทม์ขมวดคิ้ว
“ คำสั่ง? คำสั่งอะไร.. พวกเราไม่ได้เป็นลูกน้องท่านประธานอะไรนั่นซะหน่อย! ” เขาพูดอย่างไม่เข้าใจเลย คนพวกนี้มันเป็นบ้าอะไร ถึงได้มาชี้นิ้วสั่งเหมือนคนอื่นเป็นลูกน้องของตัวเอง!
“ พวกคุณก็น่าจะเข้าใจนี่ ท่านประธานของเราถือเป็นนักธุรกิจที่มีหน้ามีตา อำนาจของท่านมากพอจะทำลายธุรกิจของพวกคุณได้ คนที่มีบ้านราคานี้มีหรือจะไม่เข้าใจ! ” เขาอมยิ้มอย่างคิดว่าเจ้าของบ้านเองก็น่าจะมีธุรกิจ เพียงแต่อาจเป็นบริษัทขนาดกลางที่ไม่ได้ใหญ่โตอะไรมากมายนัก คำขู่เพียงเล็กน้อยของคนระดับหมื่นล้านย่อมมีผล..
“ ฮ่าๆๆ พวกคุณนี่มันเหลือเกินจริงๆ! ” ไทม์หัวเราะแทรกเสียงดังพร้อมส่ายหน้า
“ พูดบ้าอะไรอยู่ได้! นี่ประสาทกลับไปแล้วจริงๆเหรอ ถ้าไอ้ท่านประธานนั่นมันไม่พอใจมากนัก เช่นนั้นก็ให้มันเอาผ้าอุดจมูกตัวเองไปซะสิ! รวยขนาดนั้นที่บ้านไม่เปิดแอร์เหรอ? หรือไม่มีเงินซื้อน้ำหอมปรับอากาศ? ถ้าจนมากเดี๋ยวผมซื้อให้!! ” ไทม์ฉีกยิ้มเหี้ยมก่อนตอกกลับด้วยใบหน้าเรียบเฉย คำพูดนั้นของชายหนุ่มทำเอาเมย์ที่แอบอยู่ด้านหลังเกือบจะอ้าปากค้าง!!
เลขาถึงกับนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ เขาไม่คิดเลยว่าหลังจากรู้ฐานะของท่านประธานแล้ว อีกฝ่ายจะไม่เพียงไม่เกรงกลัว แต่เขายังกล้าสวนกลับชนิดไม่ไว้หน้า!
“ คุณ!! ผมยังพูดไม่จบครับ! ” เลขาพยายามข่มอารมณ์เพื่อคุมเกม
“ ท่านประธานของเราไม่ได้ต้องการมีเรื่อง เพียงแต่ต้องการให้พวกคุณรู้จักวางตัวให้เหมาะสม ขอแค่ไปขอโทษท่านด้วยความจริงใจ ตัวท่านก็พร้อมจะให้โอกาส! ”
“ เหมาะสม? ให้โอกาส? นี่ผมต้องไปร้องขอโอกาสจากเขาตั้งแต่เมื่อไร! เขาหลงตัวเองจนคิดว่าเป็นเจ้าชีวิตผู้อื่นไปทั่วแล้วอย่างนั้นเหรอ! ฮ่าๆๆ ” ไทม์ไม่อาจหยุดหัวเราะได้เลยจริงๆ กับคนรวยพวกนี้ที่ตรรกะผิดเพี้ยนไปหมดแล้ว!
“ คนที่ส่งลูกน้องมาหาเรื่องเพื่อนบ้านตั้งแต่ย้ายเข้ามาวันแรก กำลังจะสอนคนอื่นเรื่องความเหมาะสมอย่างนั้นเหรอ? ”
“ .. ” นิติบุคคลทั้งสองมองดูเรื่องนี้ไปขนลุกไป ดูเหมือนตัวตนระดับสูงของหมู่บ้านจะเปิดฉากโจมตีกันแล้ว!
“ ผู้จัดการคะ.. ในข้อมูลนั่นดูเหมือนบ้าน S-02 เองก็จะซื้อบ้านหลังนี้ด้วยเงินสด.. ” คนสนิทกล่าวอย่างมั่นใจได้เลยว่าคู่กรณีเองก็ร่ำรวยไม่แพ้กัน!
“ พวกคุณกล่าวหาโดยไม่มีหลักฐาน ร้องเรียนนิติบุคคลทั้งที่รู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้ผิดกฎ พอเถียงไม่ได้ก็ยกชื่อเจ้านายมาข่มขู่ แบบนี้เหรอถึงเรียกว่าเหมาะสม? ” ไทม์พูดต่ออย่างไม่คิดจะให้ใครได้เปิดปาก ทุกประโยคของเขาเหมือนค้อนหนักที่ฟาดลงกลางหน้า
“ คุณกำลังดูถูกท่านประธานของพวกเรา! ในแวดวงธุรกิจประเทศไทย คนที่กล้าทำแบบนั้นไม่ใช่คนฉลาดเลย! ” เลขากัดฟันแน่น
“ ไม่! ผมกำลังตำหนิคนที่เอาชื่อเจ้านายมาใช้ผิดที่ต่างหาก งานนี้ผมไม่ได้ตำหนิเจ้านายคุณ แต่ผมกำลังตำหนิคุณอยู่! หากมันจะกลายเป็นว่าผมตำหนิเขา เช่นนั้นก็คงเป็นเพราะคุณเอาเรื่องนี้ไปฟ้องแล้ว! ” ไทม์ฉลาดกว่ามาก คิดว่าเขาจะท้าชนกับประธานนั่นแบบตรงๆในตอนนี้เหรอ!
“ ประเทศนี้ยังมีกฎหมาย ไม่ใช่ใครรวยกว่าก็สั่งคนอื่นได้ทุกเรื่อง อย่าคิดว่าตัวเองมีเงินจ้างทนายอยู่ฝ่ายเดียว ผมเองก็ฟ้องร้องพวกคุณกลับได้ ถึงตอนนั้นคุณเลขาอาจเป็นคนที่นำพาความซวยมาให้เจ้านายของตนเอง! เพราะวันนี้เป็นปากคุณที่อ้างชื่อเขาขึ้นมา!! ” สิ้นคำนั้นเลขาก็ชะงักไปเลย อาจเพราะคำพูดของชายหนุ่มตรงหน้ามันถูก.. เขาเป็นคนอ้างชื่อขึ้นมาเอง ดังนั้นหากมีคดีความเกิดขึ้น ยังไงซะเรื่องนี้เจ้านายตนก็เสียเวลา!
เลขากำแฟ้มเอกสารแน่นจนข้อนิ้วซีด ใบหน้าที่เคยสุขุมเริ่มแข็งค้าง เขาอยากโต้กลับ แต่ก็ไม่อาจจะดึงความซวยเข้าสู่เจ้านายของตนได้ ยิ่งพูดมากก็ยิ่งเสียเปรียบ..
“ เข้าใจแล้วครับ ” เขากัดฟันกล่าวอย่างต้องยอมแพ้
“ ผมจะนำคำพูดของคุณกลับไปรายงาน ขอให้เรื่องนี้จบลงที่คำว่าเข้าใจผิดด้วยเถอะครับ.. ”
“ เชิญครับ ” ไทม์ยักไหล่อย่างไม่คิดสนใจอยู่แล้ว
“ ขอตัวครับ ” เขาหันหลังเดินกลับทันที ลูกน้องทุกคนต่างรีบเดินตามไปโดยไม่มีใครกล้าหันกลับมาอีก ภาพที่เห็นทำให้ผู้จัดการนิติบุคคลถึงกับถอนหายใจยาว
. . .
เสียงประตูด้านหน้าของตัวบ้านหลังใหญ่ถูกปิด มีลินินที่กำลังเลื่อนดูโทรศัพท์อยู่รีบเงยหน้าขึ้นมองทันที!
“ กลับมาแล้วเหรอ? เป็นยังไงบ้าง พวกมันยอมมาขอโทษฉันมั้ย! ” เธอถามอย่างลุ้นตามไปด้วย รอยยิ้มนั้นล้วนเต็มไปด้วยความสะใจ!
“ เอ่อ.. ยังครับคุณหนู ” เลขานิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง
“ อีกฝ่ายไม่ยอมครับ ”
“ ไม่ยอม? ” รอยยิ้มของผู้ชนะที่คุณหนูลินินมีถึงกับจางหาย
“ เขาปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด และยืนยันว่าหากทางเรายังคิดพูดต่อ ตัวเขาก็พร้อมที่จะดำเนินคดีตามกฎหมายจนถึงที่สุด.. ผมไม่อาจปล่อยให้เรื่องนี้กระทบกับท่านประธานได้.. มันไม่คุ้มเลยหากเราจะเอาภาพลักษณ์ไปแลกกับเพื่อนบ้านแบบนั้น.. ”
เพล้งงง!! แก้วกาแฟในมือลินินถูกปาแตกกระจายลงพื้น!
“ มันกล้า!! มันกล้าพูดแบบนั้น! นี่มันคิดจะข่มขู่พวกเราคืนอย่างนั้นเหรอ!! ” เธอลุกพรวดขึ้นจากโซฟา ใบหน้าสวยบิดเบี้ยวเพราะความโกรธ
“ พวกมันต้องการจะหาเรื่องฉันใช่ไหม! ”
“ ได้! ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีใครกล้าพูดกับฉันแบบนี้! ” เธอหันไปมองเลขา
“ ฉันจะไปคุยกับมันเอง! ฉันอยากเห็นหน้าไอ้สารเลวตัวนี้! ” เลขากับพ่อบ้านมองหน้ากันอย่างลำบากใจ ชัดเจนว่าตอนนี้ไม่มีใครห้ามคุณหนูได้แล้ว!
ไม่ถึงสิบนาที.. ลินินก็มายืนอยู่หน้าประตูรั้วของอีกฝ่ายพร้อมคนนับสิบ! เธอเดินตรงไปกดกริ่งรัวๆอยู่หลายครั้ง ทว่าสิ่งที่ได้รับกลับมาก็คือความเงียบ..
“ หายหัวไปไหนกันหมด! ออกมาซักทีสิ!! ” เธอตะโกนด้วยความหงุดหงิด ก่อนตัวเลขาจะสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง..
“ คุณหนูครับ.. ในบ้านไม่มีรถอยู่เลยซักครั้ง เกรงว่าคนในบ้านหลังนี้จะออกไปข้างนอกหมดแล้ว.. ” เขากล่าวเสียงเบากับรถที่เคยเห็นจอดอยู่สองคัน ซึ่งบัดนี้ไม่เหลือเลยซักคันเดียว..
“ ไอ้พวกบ้า! หาเรื่องฉันแล้วคิดหนีอย่างนั้นเหรอ! ” หญิงสาวกรีดร้องเสียงดังอย่างอดทนไม่ไหวแล้ว โชคดีที่กำแพงบ้านกับประตูรั้วไม่มีหู..
. . .
ในเวลาเดียวกัน รถเบนซ์สีดำของไทม์ก็กำลังวิ่งอยู่บนถนนสายหลักของกรุงเทพเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ภายในรถเต็มไปด้วยเสียงพูดคุยของครอบครัวถึงเรื่องที่เกิดขึ้น พ่อแม่รับรู้ความจริงว่านั่นคือครอบครัวของท่านประธาน ส่วนหญิงบ้าคนนั้นก็คือคุณหนูที่ทำให้ลูกชายเกือบหมดอนาคต!
“ พ่อไม่แปลกใจเลยจริงๆไทม์ ที่ลูกจะไม่คิดกลับไปทำงานในที่แบบนั้นอีก! ” เขากล่าวอย่างคิดว่าถ้าลูกชายต้องกลับไป สู้มาทำนากับเขายังจะดีเสียกว่า!
“ อันนี้แม่เห็นด้วย คนอะไรบ้าบอชะมัดยาด ออกมาได้ก็ดีแล้วลูก! ” แม่ของเขาเองก็หงุดหงิดใจ นี่ถ้าได้รู้ว่ายัยเมย์ยังต้องไปทำงานที่นั่น มีหวังคงได้เป็นห่วงกันยกใหญ่ โชคดีที่เมย์ไม่ได้โผล่หน้าออกมาเลย..
“ ฮ่าๆๆ อย่าไม่สนใจพวกเขาเลยครับ คิดไปก็ปวดหัวเปล่าๆ ” ไทม์อมยิ้มขณะขับรถมุ่งหน้าไปยังที่หาเงินของตนเอง..
“ ว่าแต่วันนี้ลูกจะพาพวกเราไปไหนก่อนนะ ” แม่ของไทม์ถามด้วยความสงสัย
“ ไปที่หอประมูลจิ้นเป่า สถานที่ทำงานของผมเองครับ ” เขาตอบหลังส่งข้อความไปหาคุณหนูหลิวซินเยว่เอาไว้แล้ว บทละครนี้อีกฝ่ายก็เต็มใจจะร่วมแสดงด้วย!
“ เช้านี้ผมจะแสดงให้พ่อแม่ได้เห็น ว่าตัวผมนั้นหาเงินได้แบบไหน ” ไทม์หักพวงมาลัยเข้าสู่ถนนอีกสาย เพียงไม่นานก็มาถึงยังหอประมูลจิ้นเป่า พร้อมกับของหลังรถที่เขาเตรียมมา..
“ คุณไทม์! ” หญิงสาวรูปร่างสูงโปร่งเดินออกมาต้อนรับ ด้านหลังของเธอยังมีชายชราผมขาวในชุดจีนสีเข้มเดินตามมาด้วย
หลิวซินเยว่ดูจะลืมบทละครไปเล็กน้อย ว่าไทม์ก็เป็นแค่พนักงานของที่นี่..
“ ในที่สุดคุณก็มาถึงเสียที วันนี้เรามีของให้คุณช่วยตรวจสอบอยู่หลายชิ้นเลย.. ฉันกับอาจารย์เฉินกำลังปวดหัวเรื่องของโบราณชิ้นใหม่ที่ได้รับมา ”
“ ฮ่าๆ! ของครั้งก่อนที่คุณไทม์ช่วยตรวจสอบ ทำกำไรให้หอประมูลของเรานับพันล้าน! มาครั้งนี้ก็ช่วยงานกันอีกนะ! ” ชายชราพูดเสริมอีกคน คำพูดนั้นล้วนต้องการให้พ่อแม่ไทม์ได้ยิน..
“ สวัสดีครับทั้งสองคน วันนี้ผมเองก็มีของดีติดมือมาด้วย เลยคิดจะถือโอกาสขายของซะหน่อย.. โอ้! ลืมแนะนำไปเลย นี่พ่อกับแม่ของผมเองครับ พวกท่านมารับชมการตรวจสอบของโบราณด้วยในวันนี้ ทั้งสองอยากเห็นวิธีการทำงานของพวกเรา ” เขาพูดก่อนผายมือไปยังทั้งสองคน
“ สวัสดีค่ะ ดิฉันหลิวซินเยว่ ประธานหอประมูลจิ้นเป่าค่ะ ” หลิวซินเยว่รีบเดินเข้ามายกมือไหว้อย่างสุภาพ
“ ประ.. ประธาน? ” แม่ของไทม์ถึงกับตกใจ เพราะหอประมูลตรงหน้านี้มันก็ช่างใหญ่โตแบบอลังการ..
“ คุณไทม์ถือเป็นบุคลากรคนสำคัญของเราเลยค่ะ ความรู้ความสามารถที่เขามีนับได้ว่าล้ำค่าอย่างถึงที่สุด ในวงการของเก่าล้ำค่า ฝีมือเขานับเป็นปรมาจารย์คนนึงได้เลย ” เธอกล่าวชมขณะพาทุกคนเดินเข้าไปด้านใน ไม่นานก็มาถึงยังห้องประเมินสมบัติที่ไทม์คุ้นเคยดี..