ก็แค่ผู้ชายคนนึง
ก็แค่ผู้ชายคนนึง
ชายวัยกลางคนรับโทรศัพท์มาด้วยมือที่ยังสั่นเล็กน้อย เมื่อเปิดแอปธนาคาร.. ตัวเลขมหาศาลก็ยังคงอยู่ตรงหน้า ทุกอย่างไม่ใช่ความฝัน! 2,650,000,000 ล้านบาทคือเรื่องจริง!!
“ เงินมันยังอยู่จริงๆ.. ” แม่ของไทม์รีบโน้มตัวมาดูบ้าง เพียงเห็นตัวเลข เธอก็รีบยกมือขึ้นปิดปาก
“ โอ๊ย.. แม่จะเป็นลม นี่ยังรู้สึกเหมือนกำลังฝันอยู่เลย ”
“ เงินเยอะขนาดนี้ คนคนเดียวจะใช้หมดได้ยังไง นั่นมันมากมายแบบกองเป็นภูเขา สิ้นเปลืองทั้งชีวิตก็ยังไม่หมด.. ” พ่อถอนหายใจยาวก่อนส่งโทรศัพท์คืนลูกชายไป ชัดเจนว่าทั้งคู่ไม่คิดวุ่นวายด้วยกับเงินก้อนหนี้!
“ ตอนเห็นเงินสิบล้านครั้งนั้น พ่อก็คิดว่านั่นร่ำรวยมากแล้ว.. ”
“ มีเงินร้อยล้านคือเศรษฐีระดับจังหวัด.. ”
“ แต่นี่เงินเกือบสามพันล้าน! พ่อไม่รู้จะเรียกมันว่ายังไง ”
“ เอาไปซักคนละพันล้านดีมั้ยครับ ” ไทม์หัวเราะเบาๆ โชคดีที่เงินจากครั้งก่อนสองพันล้าน ตัวเขาได้แยกเอาไว้ในอีกบัญชีนึง ไม่อย่างนั้นยอดเงินสี่พันห้าร้อยล้านคงทำให้พ่อแม่ปวดหัว..
“ พอเลยๆ พ่อไม่เอาแน่นอนกับเงินมากมายขนาดนั้น ที่เหลืออยู่ในบัญชีสี่ล้านก็ยังหาทางใช้แทบไม่ได้.. ” ทั้งสองรีบบอกปัด คนที่ไม่ได้โลภมากย่อมไม่คิดจะสนใจในเงินทองของผู้อื่น แม้ว่าคนผู้นั้นจะเป็นลูกชายแท้ๆ
“ ผมจะไม่โอนเงินพวกนี้ให้พ่อกับแม่ครับ แต่หลังจากนี้หากผมซื้อของราคาแพงอะไรให้ พ่อกับแม่ก็ต้องรับไว้อย่างห้ามคิดปฏิเสธ ลูกชายของพ่อกับแม่หาเงินได้ง่ายจริงๆ วิชานี้เป็นปู่ที่สอนผมมา เพราะงั้นก็ถือว่าเป็นวิชาของตระกูลเรา หากพ่อไม่ช่วยผมใช้เงิน ตัวผมก็ถือว่าเป็นคนอกตัญญูแล้ว.. ” คำพูดของไทม์ทำเอาผู้เป็นพ่อแทบเถียงไม่ออก
เขาหันมองภรรยาที่นั่งอยู่ข้างๆ ทั้งสองสบตากันราวกับกำลังถามความเห็นโดยไม่ต้องพูด
“ ลูกพูดขนาดนี้แล้ว หลังจากนี้ไปพวกเราก็แค่เชื่อใจลูกเถอะ ลูกชายเราโตขึ้นมากแล้วจริงๆ.. ” สุดท้ายแม่ของไทม์ก็เป็นฝ่ายยิ้มออกมาก่อน..
“ ก็จริง.. ” ชายวัยกลางคนถอนหายใจยาว
“ เงินพวกนี้ลูกหาเองด้วยความสามารถจริงๆ พ่อกับแม่เห็นมากับตาแล้ว ” เขาหันไปมองลูกชาย สายตาที่เคยเต็มไปด้วยความเป็นห่วง บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความภาคภูมิใจ
“ วันนี้พ่อเข้าใจแล้ว.. ที่ผ่านมาพ่อยังคิดอยู่เลย ว่าถ้าลูกออกจากบริษัทใหญ่แล้วจะเอาอะไรกิน ”
“ แต่ตอนนี้พ่อไม่เป็นห่วงอีกแล้ว ความสามารถของลูก พ่อกับแม่ไม่มีอะไรต้องเถียง ” เขายอมรับในที่สุด ซึ่งนั่นก็แปลว่าหลังจากนี้ การใช้เงินของไทม์ย่อมไม่มีปัญหา เขาสามารถหาซื้อทุกอย่างได้แบบเปิดเผย โดยไม่ต้องกลัวคำถามใดๆจากครอบครัวอีกต่อไป!
“ แต่ลูกต้องสัญญากับแม่นะ ต่อให้รวยแค่ไหนก็อย่าหลงเงิน อย่าดูถูกคนอื่น แล้วก็อย่าทำอะไรผิดกฎหมาย ”
“ สัญญาแน่นอนครับ เงินมีไว้ทำให้ชีวิตสุขสบาย ไม่ใช่มีไว้เปลี่ยนนิสัยของตัวเอง ” คำตอบนั้นทำให้ทั้งพ่อยิ้มออกมา
“ ดี! พ่อชอบประโยคนี้ เงินมีไว้ใช้ชีวิต ไม่ใช่เอาไว้เปลี่ยนนิสัย ” บรรยากาศภายในรถเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ภาระที่เคยกดทับหัวใจของพ่อแม่ เหมือนถูกยกหายไปในพริบตา
“ ที่เหลือก็ไปซื้อรถกับเสื้อผ้าใหม่ วันพรุ่งนี้เราจะขับตรงไปพัทยากัน! แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้วครับ ทะเลครั้งแรกของครอบครัวเรา ฮ่าๆๆ ” เขาพูดด้วยรอยยิ้มก่อนเลี้ยวเข้าสู่โชว์รูมรถหรู มั่นใจได้เลยว่าความฝันของผู้ชายหลายคน คือการได้ครอบครองรถยนต์ซักคันในร้านแห่งนี้!
“ โอ้โห.. ” สายตาของชายวัยกลางคนกวาดมองเข้าไปด้านในผ่านกระจกใส รถยนต์หรูหลายสิบคันถูกจัดเรียงเป็นระเบียบ แต่ละคันมีไฟสปอร์ตไลต์ส่องลงมาราวกับกำลังจัดแสดงงานศิลปะ
“ พ่อ.. เข้าไปดูกันครับ ”
“ แค่มองก็รู้แล้วนะลูกว่ามันแพง.. ”
“ เพิ่งบอกไปเอง ท่องไว้ครับพ่อ วันนี้ลูกชายพ่อมีเงินพันล้านอยู่ในกระเป๋า เรารวยติดอันดับต้นๆของประเทศแล้ว! ” เขาช่วยดันหลังผู้เป็นพ่อให้กล้าเดินเข้าไป
แม้จะตอบรับ แต่พ่อของไทม์กลับเดินช้ากว่าปกติ สีหน้าดูทั้งเกร็ง ทั้งตื่นเต้น..
ทันทีที่ก้าวเข้าไปในโชว์รูม เครื่องปรับอากาศเย็นสบายก็พัดมาต้อนรับ พร้อมกลิ่นหนังแท้ของรถใหม่ที่ลอยอ่อนๆอยู่ในอากาศ
รถสปอร์ตสีแดงสดจอดอยู่ด้านซ้าย ด้านขวาเป็นรถซีดานสีดำเงาที่ดูดี ลึกเข้าไปยังมีรถเอสยูวีคันใหญ่ รถคูเป้ และรถเปิดประทุนอีกหลายรุ่น
“ สวยจริงๆ หลายคันพ่อเคยเห็นจากในหนัง.. ” พ่อของไทม์ถึงกับเดินช้าลงเรื่อยๆ
“ คันนี้ก็สวย.. ”
“ คันนั้นก็ดูดี.. ” เขาเดินวนดูทีละคันอย่างอดไม่ได้ บางครั้งก็เอื้อมมือไปลูบฝากระโปรงเบาๆ ราวกับกลัวว่าจะทำรถเป็นรอย
“ เคยเห็นในข่าว นักธุรกิจหรือดาราดังๆเขาชอบขับรถแบบนี้กัน ไม่คิดเลยจริงๆว่าจะมีโอกาสได้ดูมันใกล้ๆ.. ” เขาพูดอย่างเต็มไปด้วยความสุข ยังไงซะชายวัยกลางคนผู้นี้ก็เป็นผู้ชาย วัยเด็กของเขาก็ย่อมเคยวาดฝันถึงรถหรู!
แม่ของไทม์เองก็อมยิ้ม ผิดกับตัวไทม์ที่เริ่มแปลกใจเพราะไม่มีพนักงานคนไหนมาดูแลเลย..
“ ตอนสาวๆแม่ยังคิดเลยว่า รถราคาเป็นสิบล้านเขาจะทำมาทำไม แค่ขับไปตลาดมันก็น่าจะเหมือนกันหมด ”
“ แต่พอมาเห็นของจริง เออ.. มันก็สวยดีนะ ” เธอพูดแซวกับสามี
ไทม์เดินตามหลังพ่ออย่างเงียบๆ เขาไม่ได้เร่ง ไม่ได้รีบให้เลือก ชายหนุ่มเข้าใจดีว่าความสุขที่สุดมันอาจไม่ใช่ตอนเป็นเจ้าของรถ แต่เป็นตอนที่ได้เดินมองรถในฝันของตัวเองอย่างเต็มตา
ชายวัยกลางคนเดินผ่านรถหลายคัน ทั้งรถสปอร์ตที่เตี้ยจนแทบติดพื้น รถเอสยูวีคันใหญ่ และซีดานหรูรุ่นใหม่ล่าสุด
เขาเพียงยิ้มแล้วเดินผ่านจนกระทั่งฝีเท้าของเขาค่อยๆชะลอลง สายตาหยุดอยู่ที่รถซีดานสีดำคันหนึ่งซึ่งจอดอยู่กลางโชว์รูม
ตัวถังสีดำเงาสะท้อนแสงไฟราวกับเปียโนแกรนด์สีดำ กระจังหน้าขนาดใหญ่ทำจากโครเมียมขัดเงา เส้นสายของตัวรถเรียบง่ายแต่ทรงพลัง ไม่มีครีบ ไม่มีสปอยเลอร์ ไม่มีความหวือหวาแบบรถสปอร์ต แต่เพียงแค่มองแวบเดียวทุกคนก็รู้แล้วว่า มันคือรถของคนระดับไหน!
บนฝากระโปรงหน้า.. รูปปั้นหญิงสาวกางปีกเล็กๆทำท่าทางราวกับกำลังโผบินไปข้างหน้า เธอยืนเด่นอยู่เหนือกระจังหน้าอันเป็นเอกลักษณ์!
“ โรลส์รอยซ์.. ” พ่อของไทม์พึมพำกับสุดยอดรถที่เห็นมาตั้งแต่วัยเด็ก!
ไทม์หันมองตาม ก่อนจะยิ้ม รถที่อยู่ตรงหน้าคือ Rolls-Royce Ghost Black Badge!
ซีดานหรูจากอังกฤษที่ขึ้นชื่อเรื่องความเงียบ ความนุ่มนวล และความสง่างาม! ราคาจำหน่ายในไทยพร้อมออปชันเกือบห้าสิบล้านบาทในตอนนี้!!
มันไม่ใช่รถสำหรับคนที่ต้องการอวดความเร็ว.. แต่มันคือรถสำหรับคนที่ไม่จำเป็นต้องพิสูจน์ฐานะกับใครอีกแล้ว
พ่อของไทม์เดินเข้าไปใกล้ช้าๆ ปลายนิ้วลูบเส้นสายของตัวรถอย่างแผ่วเบา
“ พ่อเคยเห็นรถแบบนี้ตอนดูข่าวต่างประเทศ.. ”
“ เวลาราชวงศ์ เจ้าชาย หรือเจ้าสัวระดับโลกลงจากรถ ทุกคนต่างก็ใช้ยี่ห้อนี้.. แม้แต่ในหนังที่พ่อชอบตอนเด็ก รถคันนี้ก็ถือว่าหรูที่สุด! ” เขาเดินอ้อมไปด้านหน้า ดวงตาหยุดอยู่กับสัญลักษณ์หญิงสาวสีเงิน
“ สมแล้ว.. แค่เห็นตราก็รู้แล้วว่ามันไม่ธรรมดา ”
“ ทำไมคันนี้ดูไม่เหมือนรถแพงเลยนะ คันอื่นดูเร็วดูซิ่งกว่าอีก ” แม่ของไทม์เองก็เดินเข้ามา เธอไม่ใช่คนรู้เรื่องรถ จึงพูดได้แค่เพียงตามสิ่งที่ตาเห็น
“ เจ้านี่ไม่ได้ดุดันเหมือนรถสปอร์ต แต่มันให้ความรู้สึก.. เหมือนเจมส์บอนด์ที่ขับแอสตันมาร์ติน น่าเสียดายที่รถแบบนั้นพ่อคงขับไม่ไหว แถมครอบครัวเราเองก็นั่งได้ไม่หมด.. ” ผู้เป็นพ่อดูจะชอบเจ้าคันนี้จริงๆ
“ เปิดประตูเข้าไปดูสิครับ ” ไทม์กล่าวอย่างคนที่มีปัญญาซื้อ ก็ในเมื่อพ่อเขาชอบ เช่นนั้นก็ต้องลองนั่งดูด้านใน!
พ่อของไทม์พยักหน้าก่อนเปิดประตูเบาๆอย่างเกรงใจ.. ทว่าวินาทีนั้น เสียงเรียกกลับดังขึ้นจากพนักงานวัยกลางคนที่เดินตรงเข้ามา!
“ ขออภัยครับ! ” เสียงเข้มของชายวัยกลางคนดังขึ้นจากด้านหลัง และนั่นก็ทำให้มือของพ่อไทม์ชะงักอยู่ที่ประตู
ชายผู้นั้นสวมสูทสีกรมท่าติดป้ายผู้จัดการฝ่ายขาย เขาเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มสุภาพ แต่แววตากลับกวาดมองเสื้อผ้าของทั้งสามคนตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า
“ รถคันนี้เป็นรุ่นพิเศษครับ หากต้องการชมภายใน รบกวนให้พนักงานเป็นผู้เปิดให้นะครับ ” คำพูดฟังดูสุภาพ แต่ทุกคนสัมผัสได้ถึงความหมายแฝง
พ่อของไทม์รีบชักมือกลับทันที เขาเองก็รู้ตัวว่าไม่คู่ควร
“ อ้อ.. ขอโทษครับ ผมไม่รู้กฎ ” เขารีบยิ้มแห้งๆ
“ ไม่เป็นไรครับ เพราะรถรุ่นนี้ราคาค่อนข้างสูง เราจึงต้องดูแลเป็นพิเศษ ” ผู้จัดการพยักหน้าเล็กน้อย เขาเว้นจังหวะก่อนพูดต่อ
“ รุ่นนี้คือ Rolls-Royce Ghost Black Badge ครับ ราคาพร้อมออปชันประมาณสี่สิบแปดล้านบาท หากลูกค้าสนใจจริงๆ อาจต้องแสดงให้ทางเราได้เห็นว่ามีกำลังทรัพย์เพียงพอ.. ”
คำว่ามีกำลังทรัพย์เพียงพอทำให้ไทม์เลิกคิ้วนิดๆ ชัดเจนว่าอีกฝ่ายได้ตัดสินพวกเขาไปแล้ว
พ่อของไทม์ยังสวมเสื้อโปโลสีซีด กางเกงผ้าธรรมดา รองเท้าผ้าใบเก่าคู่เดิม ส่วนแม่ก็ใส่เสื้อแขนยาวลายดอกกับกางเกงขายาวธรรมดา ไม่มีนาฬิกาหรู ไม่มีเครื่องประดับ ไม่มีอะไรที่บ่งบอกว่าคือมหาเศรษฐี..
“ ถ้าแพงขนาดนั้น.. พ่อว่าเราแค่ดูก็พอลูก ” พ่อพูดเบาๆพลางถอยออกมาครึ่งก้าว
“ พ่อชอบคันนี้เหรอครับ? ” ไทม์ถามอย่างไม่คิดถอย สายตาเขาจ้องมองกลับไปยังตัวตนของอีกฝ่าย ขนาดคุณหนูหลิวที่รวยหมื่นล้านยังไม่แสดงท่าทางว่าดูถูกพ่อแม่เขาเลย แล้วไอ้บ้านี่มันเป็นใครถึงได้กล้าทำแบบนั้น!
“ ชอบสิ.. ” ชายวัยกลางคนมองรถอีกครั้ง ก่อนพยักหน้าอย่างไม่ปิดบัง
“ มันดูนิ่ง สุภาพ แต่มีสง่าราศี คนอายุอย่างพ่อขับแบบนี้ถือว่ากำลังดีเลย ไม่ต้องแข่งกับใคร.. ” เขาพูดเสียงเบา
“ งั้นก็เอาคันนี้ครับ ” ไทม์หัวเราะเบาๆ
ทั้งโชว์รูมเงียบลงทันที ผู้จัดการฝ่ายขายยิ้มค้างไปชั่วขณะ ก่อนหัวเราะเบาๆเหมือนคิดว่าอีกฝ่ายกำลังพูดเล่น
“ เอ่อ.. หมายถึงจองไว้ก่อนใช่ไหมครับ ”
“ ไม่ครับ ” ไทม์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
“ ผมเอาคันนี้เลย ถ้ามีสีดำพร้อมส่งก็จัดมา แต่ถ้าไม่มีนั่นก็ถือว่าเป็นปัญหาของพวกคุณ ไปทำให้มีซะ! ”
ผู้จัดการเริ่มมองหน้าชายหนุ่มอีกครั้ง รอยยิ้มเมื่อครู่ค่อยๆหายไป..
“ ขออนุญาตสอบถามครับ.. ลูกค้าจะชำระแบบไฟแนนซ์ หรือ.. ”
“ จ่ายสดครับ รีบจัดการเลยนะ พ่อผมอยากนั่งในรถคันนี้แล้ว! อย่าทำให้พ่อผมต้องรอนาน! ” คำตอบสั้นๆนั้นทำให้พนักงานที่ยืนมองอยู่ไม่ไกลถึงกับตั่วสั่น ดูเหมือนผู้จัดการฝ่ายขายจะเจอตอเข้าให้แล้ว!