ชายผู้เคยเป็นอันดับหนึ่ง
ชายผู้เคยเป็นอันดับหนึ่ง
“ เออจริง! หัวหงอกกันหมดแล้ว ครอบครัวเองก็มาด้วย ไม่คิดเขินอายกับลูกๆบ้างเหรอ ” เพื่อนสาวอีกคนพูดเตือนบ้าง สำหรับพวกเธอต่อให้ในวัยเด็กจะเคยเล่นซนมาด้วยกัน แต่พอถึงจุดนี้ของอายุ วุฒิภาวะมันก็ร้องเตือนแล้วว่าทำไม่ได้!
ทั้งสามคนลงจากรถพร้อมกัน แม่ของไทม์จัดเสื้อผ้าตัวเองเล็กน้อยก่อนมองไปรอบๆด้วยความตื่นเต้น
“ ใหญ่กว่าที่แม่คิดอีกนะ ” เธอมองอาคารรีสอร์ตตรงหน้า พนักงานในชุดเรียบร้อยผายมือต้อนรับแขกอย่างสุภาพ เสียงคลื่นทะเลดังอยู่ไม่ไกล กลิ่นอายของการพักผ่อนลอยอยู่เต็มพื้นที่..
“ ที่นี่คืนหนึ่งแพงไหมลูก ” แม่ถามเบาๆตามนิสัยของคนที่ยังคิดเรื่องค่าใช้จ่ายอยู่เสมอ
“ ผมไม่ได้ดูราคามาก่อน แต่จากที่เห็นก็พอเดาได้ว่าแพงครับ ” ไทม์ตอบตรงๆกับรีสอร์ตแบบนี้ที่เขาเองก็ไม่เคยพัก
ขณะเดียวกัน พ่อของไทม์ก็หันกลับไปมองรถของตัวเองอีกครั้ง การต้องห่างจากมันก็เหมือนคนที่ต้องทิ้งโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่เอาไว้ไกลตัว ของเล่นชิ้นใหม่ย่อมต้องให้ความสนใจเป็นธรรมดา..
“ ล็อกแล้วนะ.. ” เขากดล็อกรถอีกครั้งเพื่อตรวจสอบให้แน่ใจ
“ พ่อ.. รถไม่หายไปไหนหรอกครับ นี่กดล็อกไปสามรอบแล้วนะ ฮ่าๆๆ ” ไทม์หัวเราะหลังผู้เป็นพ่อเดินไปได้เพียงสามก้าว ก็อดหันกลับไปมองโรลส์รอยซ์สีดำอีกครั้งไม่ได้
“ ก็รู้.. แต่มันแพงไงลูก เมื่อคืนยังนอนไม่ค่อยหลับเลย กลัวว่าตื่นมาแล้วจะไม่เจอรถ ”
“ ฮ่าๆๆๆ ชอบจริงๆด้วยสินะครับ ” ทั้งสามหัวเราะไปพร้อมกัน ก่อนจะเดินตรงเข้าสู่ล็อบบี้ของรีสอร์ต
พื้นหินอ่อนสีครีมสะอาดสะอ้าน เพดานสูงโปร่งเปิดรับลมทะเล กลิ่นหอมอ่อนๆของดอกไม้ผสมกับกลิ่นกาแฟลอยอยู่ในอากาศ เสียงเปียโนบรรเลงคลอเบาๆยิ่งทำให้บรรยากาศดูหรูหราแต่ผ่อนคลาย
“ สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่ามาติดต่อเข้าพัก หรือมาร่วมงานคะ ” พนักงานสาวที่เคาน์เตอร์ต้อนรับยิ้มให้ทันที
“ เอ่อ.. ผมมาร่วมงานเลี้ยงรุ่นครับ เพื่อนชื่อบุญส่งเป็นคนชวน เขาบอกว่างานจัดที่นี่ ” พ่อของไทม์ยิ้มตอบอย่างเกรงใจ
พนักงานสาวพยักหน้าทันทีอย่างรู้ข้อมูลอยู่ก่อนแล้ว
“ อ้อ.. งานเลี้ยงของผู้จัดการ.. ” เธอหยุดคำพูดกลางประโยค ดวงตาชะงักเล็กน้อยราวกับเพิ่งนึกอะไรขึ้นได้
“ เอ่อ.. ของคุณบุญส่งใช่ไหมคะ ” หญิงสาวยิ้มกลบเกลื่อนอย่างรวดเร็ว
“ รอสักครู่นะคะ ดิฉันจะติดต่อให้ ” แม้เธอจะเปลี่ยนคำได้ทัน แต่ไทม์กลับได้ยินชัดเจน
ผู้จัดการ? เขาเหลือบมองพนักงานสาวเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะเก็บความสงสัยเอาไว้ในใจ..
หลุดเรียกว่าผู้จัดการแล้วรีบเปลี่ยนเป็นคุณบุญส่ง.. นี่แสดงว่าคงถูกกำชับไว้ไม่ให้เรียกแบบนั้นต่อหน้าแขกในวันนี้ หรือว่าบุญส่งจะไม่ใช่เจ้าของรีสอร์ตตามคำกล่าวอ้าง!?
ไทม์ไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงยืนเงียบๆเหมือนไม่ได้สังเกตเห็น พนักงานสาวรีบกดโทรศัพท์ภายในอย่างรวดเร็ว
“ คุณบุญส่งคะ.. แขกที่ชื่อคุณประสิทธิ์เดินทางมาถึงแล้วค่ะ ”
ไม่นานนัก เสียงหัวเราะของชายวัยกลางคนก็ดังมาจากทางเดินด้านใน
“ ไหนวะ! ไอ้ประสิทธิ์มาแล้วเหรอ! ” ชายคนเดิมในชุดโปโลแบรนด์หรูราคาแพงเดินออกมาด้วยรอยยิ้มกว้าง ทันทีที่เห็นหน้าพ่อของไทม์ ตัวเขาก็รีบอ้าแขนเดินตรงมาหา ท่าทางนั้นเหมือนที่เจอกันครั้งก่อนไม่มีผิดเพี้ยน!
“ ไอ้ประสิทธิ์! มึงมาจริงด้วย! ฮ่าๆๆ ” ทั้งสองเดินเข้ามาจับมือกันแน่น ก่อนจะหัวเราะเหมือนย้อนกลับไปเป็นวัยรุ่นอีกครั้ง
“ รีสอร์ตของมึงหรูหราจริงๆ สุดยอดไปเลยเพื่อน ” พ่อของไทม์เอ่ยชมไม่ขาดปาก ตามนิสัยของเขาที่ไม่เคยมีความอิจฉา
“ ก็แค่นิดๆหน่อยๆ ตามกูไปด้านในเถอะ ห้องพักของครอบครัวมึงกูเตรียมไว้ให้แล้ว นอนกันคืนนึงแล้วค่อยกลับเหมือนคนอื่นๆนะ ” เขาพูดชวนก่อนรอยยิ้มบนใบหน้าจะนิ่งค้าง สายตาเขาเริ่มมองเห็นบางอย่างที่แปลกไป..
เสื้อผ้าของประสิทธิ์วันนี้.. ไม่ว่าจะกางเกง รองเท้า หรือแม้แต่นาฬิกาก็ยังเป็นของหรู! ถึงจะไม่มีโลโก้ใหญ่โตติดไว้ แต่ด้วยประสบการณ์ที่คลุกคลีกับลูกค้าระดับไฮเอนด์ทุกวัน บุญส่งก็จำได้ทันทีว่าของพวกนี้ไม่ธรรมดา!
“ นี่มันอะไรกัน.. ” จากนั้นสายตาก็เลื่อนไปยังภรรยาของเพื่อน ต่างหู สร้อยเพชร กระเป๋าแบรนด์ดัง รวมถึงผ้าพันคอผืนเล็กที่คล้องอยู่บนกระเป๋า ทุกอย่างมันเป็นระดับเดียวกันกับคุณนายไฮโซ!
“ ของแท้มั้ยวะ.. ” เขาคิดในใจอย่างไม่คิดเชื่อ สุดท้ายสายตาจึงหยุดอยู่ที่ไทม์
ชายหนุ่มยืนอยู่เฉยๆด้วยสีหน้าสบายๆ เขาไม่ได้สวมใส่ของแบรนด์เนมแบบพ่อกับแม่ แต่นาฬิกาในข้อมือนั้นดันมีราคาเทียบเท่ารถยนต์หนึ่งคัน!
“ มันเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวนี้วะ.. ” บุญส่งไม่อาจเข้าใจได้ เสื้อผ้าเหล่านี้มันแพงซะยิ่งกว่าของที่เขาเคยมีมาทั้งชีวิตเสียอีก!
“ หรือว่าไอ้ประสิทธิ์มันถูกหวย? ไม่สิ.. ต่อให้ถูกหวยก็ไม่น่าแต่งตัวแบบนี้ได้.. ลูกชายมันเหรอ.. เก่งจนประสบความสำเร็จ..? ” ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจ
“ โอ๊ยๆไอ้ประสิทธิ์ นี่มึงไปซื้อเสื้อผ้ามาจากไหนเนี่ย เทสดีเอาเรื่องเลยนะ ตลาดนัดมันมีของแบบนี้ด้วยเหรอวะ ก๊อปเกรดเอเลยใช่มั้ย โคตรเหมือนเลยว่ะเพื่อน! ” เขาจับเสื้อของพ่อไทม์ดูอย่างหยอกล้อ หลังในใจได้ตัดสินไปแล้วว่าต้องเป็นของปลอมแน่ๆ ครอบครัวชาวนามันจะไปมีของแบบนี้ได้ยังไงกัน เสื้อของประสิทธิ์มันคือหลุยวิคตองเลยนะ!
“ มึงใส่ของแบบนี้ขึ้นนะเนี่ย ดูรวยขึ้นมาเลย ของก๊อปสมัยนี้ทำดีจริงๆ ถ้าไม่จับใกล้ๆ แม้แต่กูเองก็ยังดูไม่ออก ” บุญส่งหัวเราะเสียงดังขณะตบไหล่เพื่อนรัก
“ ลูกชายพาไปซื้อมาเมื่อวานน่ะ ” พ่อของไทม์เพียงยิ้มเขินๆอย่างไม่ได้คิดอะไร แบรนด์เนมคืออะไรเขายังไม่รู้จักเลย มันก็แค่เสื้อไม่ใช่เหรอ..
“ อ๋อ.. อย่างนี้นี่เอง ” บุญส่งพยักหน้ารับก่อนที่ในใจจะโล่งขึ้นทันที
ก็คงเป็นของก๊อปนั่นแหละ ลูกชายมันคงกลัวว่าพ่อจะเสียหน้า ก็เลยไปหาของแบบนี้มาให้ใส่ นี่ถ้าเป็นของแท้ทั้งตัว อย่างน้อยๆก็หลายล้านบาทแล้ว ครอบครัวชาวนาจะไปเอาเงินจากไหน.. เพียงคิดได้แบบนั้น อารมณ์ที่ตึงเครียดเมื่อครู่ก็หายไปจนหมด
“ ไปๆ เพื่อนๆรอกันอยู่ด้านในหมดแล้ว ” เขาหัวเราะในใจ ก่อนจะเดินนำทั้งสามคนเข้าไปด้านในด้วยท่าทีสบายอารมณ์กว่าเดิม
ห้องจัดเลี้ยงสำหรับอาหารเที่ยงถูกตกแต่งอย่างหรูหรา กระจกบานใหญ่เปิดรับวิวทะเลสีครามสุดลูกหูลูกตา โต๊ะกลมหลายตัวถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบ บนเวทีด้านหน้ามีป้ายเขียนไว้.. งานเลี้ยงรุ่น ม.ศ.3 รุ่นที่ 18 ครบรอบ 40 ปี!
ภายในห้องเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ดูเหมือนคนอื่นที่มาถึงแล้ว หลังจากเก็บของในห้องพักก็มารวมตัวกันอยู่ที่นี่
ชายหญิงวัยห้าสิบกว่าปีนั่งพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องชีวิตกันอย่างสนุกสนาน ลูกหลานของหลายครอบครัวก็นั่งรวมอยู่ด้วย ตามแนวคิดที่อยากจะส่งต่อคอนเนคชั่นให้รุ่นถัดไป
“ เฮ้ย! ดูสิว่าใครมา! ไอ้ประสิทธิ์มาแล้วโว้ย! ” ทันทีที่บุญส่งเดินเข้ามา เสียงของเขาก็ดังลั่นห้อง
ชั่วพริบตาเดียว ทุกสายตาก็หันมองมาพร้อมกัน!
“ เฮ้ย! ”
“ จริงด้วย! ”
“ นั่นมันไอ้ประสิทธิ์เหรอวะ! ”
“ มันมาจริงๆ! ที่หนึ่งของรุ่นเรา! ” หลายคนถึงกับลุกจากเก้าอี้ บางคนหัวเราะ บางคนรีบเดินเข้ามา คนที่ไม่ได้เจอกันเกือบสี่สิบปี ต่างก็มีสีหน้าตื่นเต้นไม่แพ้กัน
“ ไอ้ห่า! กูนึกว่ามึงตายไปแล้วซะอีก! ” ชายร่างใหญ่คนหนึ่งเดินเข้ามาตบไหล่พ่อของไทม์เต็มแรง
“ ฮ่าๆๆ ยังไม่ตายโว้ย! กูยังแข็งแรงดี ” เขาตอบอย่างจำได้ว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ทุกคนในห้องนี้แม้จะดูเปลี่ยนไปมาก แต่พ่อของไทม์กลับจำได้ดี..
“ มึงนี่หายเงียบไปเลยนะ! ”
“ ใช่ ตั้งแต่เรียนจบก็ไม่เคยโผล่มาอีกเลย ” บรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้ม แต่ไม่นานรอยยิ้มบางคนก็เริ่มเปลี่ยนไป
ชายสวมแว่นในชุดสูทราคาแพงเหลือบมองประสิทธิ์ตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะยิ้มมุมปาก..
“ ว่าแต่.. ตอนนี้มึงทำงานอะไรอยู่ล่ะ ” คำถามธรรมดาจากอาจารย์หมอชื่อดังของโรงพยาบาลเอกชน ทำเอาหลายคนต้องเงียบลงเพื่อตั้งใจฟัง
อาจเพราะทุกคนรู้ดี ประสิทธิ์คือคนที่เรียนเก่งที่สุดของรุ่น อันดับหนึ่งมาตลอดจนถูกคาดหวังว่าจะประสบความสำเร็จมากกว่าใครๆ
“ เออจริง! ” ชายอีกคนรีบหัวเราะเสริม
“ ตอนนั้นคะแนนมึงทิ้งห่างพวกกูเป็นโยชน์เลยนะ คุณครูถึงขั้นพูดว่ามึงเรียนเก่งที่สุดในภาคอีสาน ”
“ ตอนนี้คงเป็นผู้บริหารบริษัทใหญ่ไปแล้วมั้ง ฮ่าๆๆ ” กลุ่มเพื่อนหัวเราะ ชัดเจนว่าพวกเขารู้อยู่ก่อนแล้ว ถึงอาชีพของพ่อไทม์..
“ กูว่าอาจเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยก็ได้ ไม่ก็นักวิจัยระดับประเทศ? นี่ไอ้หมอ เคยเห็นชื่อไอ้ประสิทธิ์บ้างมั้ยวะ มึงเองก็เป็นอาจารย์หมอแล้วนี่? ” เพื่อนอีกคนโยนประเด็นนี้กลับไปให้ชายคนแรก ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ธนวัฒน์..
“ ไม่เคยเลยว่ะ แต่ขนาดกูเองที่เป็นอันดับสองมาโดยตลอดก็ยังเป็นหมอระดับประเทศได้! ไอ้ประสิทธิ์มันคงใหญ่โตกว่ามาก ฮ่าๆๆ ” ธนวัฒน์ตอบด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ หลายคนหัวเราะตาม คำพูดนี้ฟังดูเผินๆเหมือนเป็นคำชม แต่คนที่รู้จักกันดีต่างก็มองออก มันคือการชมเพื่อทำลาย!
“ กูไม่ได้เก่งอะไรหรอก ” พ่อของไทม์ทำได้เพียงหัวเราะแห้งๆ
“ เรียนจบแล้วก็กลับบ้านไปทำนา ทุกวันนี้ก็ยังทำนาอยู่เหมือนเดิม.. ” ทั้งห้องเงียบลงไปเลย
“ ทำนา? ” ชายคนเดิมเลิกคิ้ว
“ มึงพูดจริง? ”
“ จริง ” พ่อของไทม์ยิ้มตามเดิม
“ พ่อแม่แก่แล้ว กูก็เลยกลับไปช่วยที่บ้านทำงานตั้งแต่ตอนนั้น ไม่ได้เรียนต่อมหาลัยเหมือนพวกมึงหรอก ”
ทันใดนั้นมุมปากของบางคนก็ยกขึ้นทันที
“ โอ้โห.. คนเรียนเก่งที่สุดของรุ่นเรา ชายผู้ที่เคยเป็นอันดับหนึ่งมาตลอดชีวิต สุดท้ายก็ได้เป็นชาวนาเบอร์หนึ่งนี่เอง ฮ่าๆๆ ”
“ เสียดายของจริงๆ กูนึกว่ามึงจะเป็นรัฐมนตรีซะอีก ” อีกคนหัวเราะเบาๆ
“ ใช่.. ตอนนั้นครูยังบอกเลยว่า ไอ้ประสิทธิ์ต้องไปได้ไกลที่สุด ทำไมมันกลายเป็นพวกกูดันแซงมึงทุกคนเลยวะ ฮ่าๆๆ ” เสียงหัวเราะดังขึ้นเป็นระยะ แม้จะยังรักษามารยาท แต่ความรู้สึกเหนือกว่าก็เริ่มเผยออกมาทีละนิด