งานเลี้ยงที่ไร้อาหาร
งานเลี้ยงที่ไร้อาหาร
“ ใช่.. ตอนนั้นครูยังบอกเลยว่า ไอ้ประสิทธิ์ต้องไปได้ไกลที่สุด ทำไมมันกลายเป็นพวกกูดันแซงมึงทุกคนเลยวะ ฮ่าๆๆ ” เสียงหัวเราะดังขึ้นเป็นระยะ แม้จะยังรักษามารยาท แต่ความรู้สึกเหนือกว่าก็เริ่มเผยออกมาทีละนิด
พ่อของไทม์เพียงหัวเราะรับ เขาไม่ได้แสดงสีหน้าโกรธหรือเสียใจอะไร โตมาจนถึงอายุขนาดนี้แล้ว คำพูดแบบนี้ล้วนเป็นสิ่งที่เคยได้ยินมานับครั้งไม่ถ้วน
“ ชาวนาก็ดีนะ กูชอบชีวิตแบบนั้น ” คำตอบเรียบง่ายกลับทำให้หลายคนมองหน้ากัน ก่อนจะยิ้มบางราวกับได้รับชัยชนะบางอย่าง ชัยชนะที่วัยเด็กไม่เคยแย่งชิงมาได้จนกลายเป็นปมในใจ ชัยชนะที่อันดับสองอย่างธนวัฒน์โหยหาจนแทบเป็นบ้า!
“ เอ้าๆ อย่าเพิ่งยืนคุยกันเลย เดี๋ยวอาหารเที่ยงก็เย็นหมดพอดี ” บุญส่งรีบตบมือเรียกทุกคน
“ ไปนั่งกันก่อน วันนี้กูจัดเต็มทั้งซีฟู้ด ทั้งอาหารจีน ทั้งอาหารฝรั่ง กินกันให้เต็มอิ่มไปเลยนะ! ” ผู้คนทยอยเดินไปยังโต๊ะที่จัดไว้ล่วงหน้า และในจังหวะนั้น ความต่างของฐานะก็เริ่มแสดงผล
“ โต๊ะนี้สำหรับพวกหมอน่ะ ”
“ ตรงนี้ท่านผู้พิพากษากับครอบครัวจองแล้ว คนในสายงานตุลาการจะคุยกัน ”
“ ฝั่งนี้นักธุรกิจกับผู้บริหารบริษัท ”
“ อดีตนายกเทศมนตรีมาทางนี้ครับ ” บุญส่งจัดที่นั่งด้วยรอยยิ้มเหมือนเตรียมทุกอย่างไว้แล้ว และนั่นก็ทำให้ครอบครัวของไทม์ไม่มีที่นั่ง..
“ เอ่อ.. ประสิทธิ์ มึงนั่งโต๊ะด้านหลังสุดนะ พอดีด้านหน้ามันเต็มแล้วว่ะ ”
“ ได้สิ ไม่เป็นไร ” พ่อของไทม์ตอบทันทีโดยไม่คิดอะไร สำหรับเขาแล้วจะนั่งตรงไหนมันก็เหมือนกัน
แต่นั่นไม่ใช่สำหรับไทม์! เขากวาดสายตามองเพียงครั้งเดียวก็เข้าใจ โต๊ะด้านหน้าทุกโต๊ะยังมีเก้าอี้ว่างอยู่ แต่โต๊ะที่พ่อของเขาถูกพาไปนั่งกลับอยู่เกือบชิดผนัง มันเป็นโต๊ะสุดท้ายของห้องที่อยู่ใกล้ประตูทางออก และเป็นตำแหน่งที่มองแทบไม่เห็นเวทีอีกด้วย..
ชัดเจนว่านี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ หากแต่เป็นการแบ่งชนชั้น!
“ ตรงนี้ก็ดี เสียงไม่ดังเหมือนด้านหน้า ” พ่อของไทม์กลับยังยิ้มได้ แม่ของไทม์เองก็ไม่ได้พูดอะไร ทั้งคู่ใช้ชีวิตเรียบง่ายมาโดยตลอด เรื่องที่นั่งจึงไม่ใช่สิ่งสำคัญสำหรับพวกเขา
เมื่อไม่คิดจะถือตน หน้าตาในสังคมก็ไม่จำเป็น..
ไม่นานอาหารก็เริ่มทยอยเสิร์ฟ กุ้งแม่น้ำเผาตัวใหญ่ ปูทะเลนึ่ง ปลากะพงทอดน้ำปลา ซาชิมิสด หอยนางรมตัวโต รวมถึงอาหารอีกหลายสิบชนิดที่วางเรียงเต็มโต๊ะ ปัญหาเดียวเลยคือขณะที่โต๊ะอื่นมีอาหารวางให้จนเต็มโต๊ะแล้ว โต๊ะของบ้านไทม์ที่นั่งกันเพียงสามคน กลับไม่มีอาหารอะไรเลยมาเสิร์ฟให้!
พ่อของไทม์มองโต๊ะตัวเองสลับกับโต๊ะด้านหน้าอย่างพอจะคิดได้..
“ หรือว่าเขาจะยังเสิร์ฟไม่ถึงโต๊ะเรา ลืมเหรอ.. ” ชายวัยกลางคนพยายามไม่คิดไปในแง่ร้าย อาจเพราะสี่สิบปีที่ไม่ได้เจอเพื่อนเก่า มาวันนี้จึงอยากทำทุกอย่างให้ดีที่สุด..
ผ่านไปอีกห้านาที พนักงานยังคงเดินเสิร์ฟอาหารให้โต๊ะอื่นอย่างต่อเนื่อง กุ้งเผาจานแล้วจานเล่า ล็อบสเตอร์ตัวใหญ่ ปลาหิมะนึ่งซีอิ๊ว สเต๊กเนื้อเกรดดี.. แต่โต๊ะของทั้งสามกลับยังมีเพียงแก้วน้ำเปล่าสามใบเท่านั้น
“ แม่ว่าเขาลืมโต๊ะเราแล้วล่ะ ” แม่ของไทม์ถามพูดอย่างมองออกแล้ว เพียงแต่ก็เข้าใจสามีที่ไม่อยากจะสร้างปัญหา เขาเองก็ดูจะคิดถึงเพื่อนกลุ่มเดียวของตนจริงๆ
“ เดี๋ยวผมถามให้ครับ ” ไทม์ลุกขึ้นเดินไปหาพนักงานเสิร์ฟที่กำลังเดินผ่านพอดี
“ ขอโทษครับ โต๊ะของผมยังไม่ได้อาหารเลย ไม่ทราบว่ากำลังเตรียมอยู่หรือเปล่า ”
พนักงานสาวก้มดูหมายเลขโต๊ะในเอกสาร ก่อนจะมีสีหน้าแปลกใจ
“ รอสักครู่นะคะ.. ” เธอเปิดแฟ้มตรวจสอบอีกครั้ง ไม่นานก็เงยหน้าขึ้น
“ เอ่อ.. โต๊ะนี้ไม่มีรายการอาหารค่ะ ” หญิงสาวลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนตอบ
“ ไม่มีรายการอาหาร? ”
“ ค่ะ ในใบจัดงานระบุไว้ว่าโต๊ะนี้ไม่ได้รวมอยู่ในชุดอาหารกลางวัน ” คำตอบนั้นทำให้พนักงานเองก็ยังรู้สึกแปลกใจ เพราะทุกโต๊ะในงานควรได้รับอาหารเหมือนกัน แถมคนพวกนี้ก็เป็นแขกของงานอย่างชัดเจนด้วย..
“ เรื่องนี้ต้องถามผู้จัดงานโดยตรง ดิฉันเป็นเพียงพนักงานเสิร์ฟก็เลยไม่อาจพูดได้.. ” เธอกล่าวอย่างเห็นใจ เรื่องแบบนี้แค่มองดูก็รู้แล้วว่ามันคือการกลั่นแกล้ง!
“ ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณมาก ” ไทม์พยักหน้าเบาๆ เขาไม่ได้ถามต่อ ไม่ได้เรียกบุญส่ง ไม่ได้เดินไปโวยวายกลางงาน เพราะสำหรับไทม์แล้ว การทะเลาะกับคนแบบนี้ไม่มีประโยชน์อะไรเลยแม้แต่น้อย
“ เป็นยังไงลูก ” พ่อของไทม์ถามทันที
“ พนักงานบอกว่าโต๊ะเราไม่มีรายการอาหารครับ ” เขาตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย
“ อ้าว.. ” ชายวัยกลางคนถึงกับชะงัก เขารู้ว่านี่คืออะไร..
“ สงสัยไอ้บุญส่งมันคงจัดผิดล่ะมั้ง เดี๋ยวพ่อเดินไปบอกมันให้.. ”
“ ไม่ต้องครับพ่อ ” ไทม์ดึงแขนผู้เป็นพ่อเอาไว้ การเดินไปบอกในตอนนี้มันก็ไม่ต่างจากการที่พวกเขาต้องไปขออาหารจากอีกฝ่าย!
“ เรื่องแค่นี้เอง ผมจัดการให้เร็วกว่า ” เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา
“ สวัสดีครับ ผมต้องการสั่งอาหารสำหรับสามคน ขอเป็นชุดพรีเมียมที่สุดของทางร้านครับ ”
ปลายสายถึงกับเงียบไป เพราะร้านที่ไทม์โทรหาก็คือภัตตาคารระดับห้าดาวที่ขึ้นชื่อว่าเป็นตัวท็อป ราคาของที่นี่แทบจะไม่ต่างจากนั่งทานในร้านที่ยุโรปเลย!
“ เอ่อ.. หมายถึงชุด Executive Signature หรือเปล่าคะ ”
“ ไม่ครับ ” ไทม์ตอบเรียบๆ
“ ผมหมายถึงทุกเมนูที่เป็นซิกเนเจอร์ของร้าน เอามาทั้งหมดเลย ถ้าวันนี้มีวัตถุดิบพิเศษ หรือเมนูที่ต้องสั่งจองล่วงหน้า ทุกอย่างที่คุณทำได้ผมเอาทั้งหมด! ”
“ คุณลูกค้า.. ยอดค่าใช้จ่ายอาจจะสูงมากเลยนะคะ ” ปลายสายถึงกับตกใจ
“ งั้นผมเปลี่ยนใจแล้วครับ วันนี้ผมขอเหมาทั้งร้านคุณเลยดีกว่า พวกคุณสามารถให้บริการอาหารนอกสถานที่ได้มั้ย? ขนมากันให้หมดร้านเลย ” ยิ่งพูดปลายสายก็ยิ่งรู้สึกว่าโดนแกล้ง นี่มันเรื่องอะไรกัน เหมาทั้งร้านเพื่อบริการนอกสถานที่อย่างนั้นเหรอ..
“ คุณลูกค้าไม่ได้ล้อเล่นใช่มั้ยคะ.. ”
“ คิดราคามาแล้วคูณสองเข้าไปครับ ผมจ่ายเพิ่มอีกเท่าตัวเป็นเงินพิเศษให้พนักงานทุกคน ขอเพียงพวกคุณมาถึงที่นี่ได้ในสิบห้านาที! ” น้ำเสียงนิ่งๆนั้นทำให้ชายอีกคนต้องรีบเข้ามาคุยเอง
“ สวัสดีครับคุณลูกค้า ผมเป็นเจ้าของร้านและหัวหน้าเชฟของร้านเลอเซเลสต์ ”
“ สิบห้านาทีมาถึงที่นี่ พวกคุณทำได้มั้ยครับ? ”
“ ได้แน่นอนครับ เพียงแต่ต้องขอเน้นย้ำอีกครั้งเรื่องค่าใช้จ่าย.. ”
“ ผมจ่ายให้ก่อนเริ่มงานแบบเต็มจำนวน ส่งเลขบัญชีมาแล้วเตรียมขึ้นรถมาหาผมได้เลยครับ ”
“ รับทราบครับ! ” หัวหน้าเชฟตอบแทบจะทันที แม้ในใจยังไม่อยากเชื่อว่าตัวเองกำลังได้รับออเดอร์แบบไหนอยู่ก็ตาม
“ ผมจะระดมทีมทั้งหมดของร้านเราให้ออกเดินทางเดี๋ยวนี้ ขอรบกวนส่งโลเคชันมาได้เลยครับ! ”
ไทม์กดวางสายก่อนโอนเงินตามยอดที่อีกฝ่ายแจ้งมาโดยไม่ลังเล ยอดเงินบนหน้าจอคือหลักล้านบาท!
สำหรับคนทั่วไปมันอาจจะดูไม่คุ้มค่า แต่สำหรับไทม์แล้วมันยิ่งกว่าคุ้มในเวลานี้! เพราะมันคือราคาของการที่เขาไม่ต้องทนเห็นพ่อแม่ต้องนั่งรออาหารอย่างคนไร้ค่า!!
เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นหลังโอนเงินสำเร็จ ปลายสายส่งข้อความตอบกลับแทบจะทันที
“ ทีมงานกำลังออกเดินทางครับ ภายในสิบห้านาทีจะถึง ”
“ เรียบร้อยครับพ่อ ” ไทม์เก็บโทรศัพท์ลงอย่างเงียบๆ
“ สั่งอะไรล่ะลูก ” แม่ถามเบาๆ
“ อาหารครับ อีกเดี๋ยวก็มาถึง ”
เวลาผ่านไปเรื่อยๆ บนเวทีพิธีกรเริ่มดำเนินรายการต่อ เสียงหัวเราะ เสียงปรบมือ และเสียงพูดคุยของเพื่อนร่วมรุ่นดังสลับกันไม่ขาดสาย โต๊ะด้านหน้าทุกโต๊ะเต็มไปด้วยอาหารหรู ไวน์ราคาแพงถูกเปิดทีละขวด ทุกคนต่างกินกันอย่างเอร็ดอร่อย
มีเพียงโต๊ะเล็กๆด้านหลังสุดของห้องที่ยังว่างเปล่า แก้วน้ำสามใบนั้นแม้แต่จะเติมให้ก็ยังไม่มี!
ภาพนั้นสะดุดตาหลายคน บางคนแอบหันมองแล้วหัวเราะ บางคนพูดคุยกระซิบกันเบาๆ..
“ ยังไม่ได้อาหารอีกเหรอวะ.. ”
“ สงสัยจะลืมจริงๆมั้ง.. ”
“ ลืมตัวน่ะสิ! กล้ามานั่งที่นี่ได้ยังไง เป็นแค่ชาวนาก็สมควรจะได้แค่นั่งมอง ฮ่าๆๆ ”
มีแต่คนหัวเราะชอบใจกับภาพตลกนี้ ทว่ากลับไม่มีใครเลยซักคน ที่จะลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้ามาถาม ไม่มีใครยกอาหารมาแบ่งให้ ไม่มีใครแม้แต่จะเรียกพนักงานมาช่วยเหลือ ทุกคนเลือกทำเหมือนมองไม่เห็น ทำเหมือนคนที่นั่งอยู่ตรงนี้ไม่ใช่เพื่อนร่วมรุ่นของตัวเอง!
ทางด้านธนวัฒน์ เขาเหลือบมองมาทางโต๊ะของประสิทธิ์อีกครั้ง เมื่อเห็นว่าทั้งสามคนทำได้เพียงนั่งเงียบๆกับน้ำเปล่าตรงหน้า มุมปากของเขาก็ค่อยๆยกขึ้นอย่างพอใจ
“ คงรู้ตัวแล้วสินะ.. ว่าคนอย่างตัวเองควรอยู่ตรงไหน จัดการได้ดีจริงๆไอ้บุญส่ง ฮ่าๆๆ ” เขาหยิบแก้วไวน์ขึ้นจิบอย่างอารมณ์ดี บุญส่งเองก็แอบเหลือบมองอยู่ห่างๆ เมื่อเห็นประสิทธิ์ไม่เดินมาทวง ไม่เดินมาถาม ไม่สร้างปัญหา ตัวเขาก็ถอนหายใจออกมาอย่างนึกเสียดาย
“ เดินมาถามซักทีสิวะ กูจะได้ตอกหน้ามึงกลับไปแบบนิ่มๆ ” บุญส่งส่ายหน้าเพราะอยากจะเล่นบทพ่อพระเสียเต็มที เขาอยากจะพูดเสียงดังว่าแย่เลย นี่พนักงานลืมอาหารของเพื่อนเขาไปได้ยังไง วันนี้ครอบครัวเพื่อนชาวนาของเขาอุตส่าห์จะได้กินของดีกันแท้ๆ!