การกลับมาที่ไม่เหมือนเดิม
การกลับมาที่ไม่เหมือนเดิม
“ สายเอาเรื่องเลย ไม่รู้ว่าคุณหนูลินินที่มาทำงานตั้งแต่เช้าจะเป็นยังไงบ้าง ไม่มีทาสแบบเราคอยรับใช้ แค่น้ำดื่มก็คงหาเองไม่ได้แน่ ฮ่าๆๆ ” เขาหัวเราะอย่างอารมณ์ดี ก่อนขับรถช้าๆไปตามท้องถนน..
ใช้เวลาไม่นาน รถเบนซ์คันหรูก็ค่อยๆเลี้ยวเข้าสู่ลานจอดรถของบริษัท ตึกสำนักงานสูงใจกลางย่านอโศกยังคงตั้งตระหง่านเหมือนที่ผ่านมา..
บริษัทแห่งนี้คือสถานที่ที่ไทม์ใช้ชีวิตมาหลายปี เริ่มต้นจากพนักงานตัวเล็กๆเงินเดือนธรรมดา ทำโอทีแทบทุกอาทิตย์ เพียงเพื่อหวังว่าสักวันนึงจะได้เลื่อนตำแหน่งเหมือนใครเขาบ้าง..
“ จุดเริ่มต้นของชีวิตการทำงานเรา ใครจะเชื่อว่าวันนี้จะได้ขับรถเบนซ์เข้ามา ” เขากล่าวกับความทรงจำมากมายที่นี่ อย่างน้อยๆวันนี้เขาก็ไม่ได้นั่งรถไฟฟ้ามาแล้ว
“ ต้องขอบคุณคุณหนูนั่นนะ ที่ทำให้ชีวิตเราพลิกผันได้ขนาดนี้ ” เขาคิดไปถึงวันนั้น วันที่ทุกอย่างต้องพังลงในพริบตา เพียงเพราะคุณหนูลูกสาวเจ้าของบริษัท อยากหาข้ออ้างที่จะไม่ต้องมาทำงานอีกในวันถัดไป เขาจึงกลายเป็นแพะรับบาป ถูกกล่าวหาว่าปฏิบัติตัวไม่เหมาะสมกับเธอ!!
“ บริษัทใหญ่โต แต่ประธานกลับไม่มีความเป็นธรรมเลยซักนิด! ” ไทม์ยิ้มมุมปากก่อนดับเครื่องยนต์ ถ้าเป็นเมื่อไม่กี่วันก่อนเขาคงรู้สึกยังโกรธและอัดอั้น แต่ตอนนี้ความรู้สึกเหล่านั้นล้วนจางหาย! คนที่ลงจากรถในวันนี้ไม่ใช่พนักงานเงินเดือนสามหมื่นคนเดิมอีกต่อไป แต่คือชายหนุ่มที่มีเงินสดในบัญชีมากกว่าหกพันล้าน และเป็นผู้ถืออำนาจตัวจริงของเครือโรงพยาบาลที่มีมูลค่าหลายแสนล้านบาท!
ต่อให้ยกมาทั้งบริษัทแห่งนี้ มูลค่าของมันก็ยังน้อยกว่าทรัพย์สินที่เขาถืออยู่สิบเท่า!
ไทม์เดินเข้าตัวอาคารด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับกำลังมาเดินห้างมากกว่าจะมาทำงาน เขาเหลือบมองนาฬิกาข้อมือหรู สิบโมงยี่สิบหกนาที..
“ วันนี้มาสายไปแค่สองชั่วโมงครึ่งเอง ” ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ แม้เขาจะเพิ่งถูกพักงานไปเพียงไม่กี่วัน แต่ช่วงเวลาที่ผ่านไปนั้นมันก็ช่างดูยาวนาน
ติ๊ง.. ประตูลิฟต์เปิดออกที่ชั้นของฝ่ายการตลาดซึ่งไทม์คุ้นเคยเป็นอย่างดี
แต่ทันทีที่ก้าวออกมา.. สิ่งแรกที่ได้ยินกลับไม่ใช่เสียงคีย์บอร์ดหรือเสียงประชุมเหมือนทุกวัน หากแต่เป็นเสียงโวยวายของหญิงสาวคนหนึ่งที่ดังลั่นไปทั่วทั้งชั้น!
“ น้ำนี่มันอะไรกันคะ! ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่ดื่มยี่ห้อนี้! แล้วทำไมถึงเอามาให้ฉันอีก! ” เสียงนั้นมาพร้อมการปาขวดน้ำพลาสติกออกไปให้ไกลโต๊ะ!
“ ขอโทษค่ะคุณหนู เดี๋ยวฉันลงไปซื้อให้ใหม่.. ”
“ ซื้อใหม่? ” ลินินกอดอกก่อนทำหน้าอย่างไม่พอใจ
“ ฉันอยากได้จากร้านเดิมที่ฉันกินทุกวัน ไม่ใช่ร้านข้างล่างตึกที่มีแต่ของเกรดต่ำ! คุณรู้มั้ยว่ารสชาติมันต่างกันแค่ไหน! ” พนักงานสาวที่ถูกโยนหน้าที่ดูแลคุณหนูมาให้ทำได้เพียงก้มหน้า แต่เรื่องมันยังไม่จบ.. ลินินยกแก้วกาแฟขึ้นมาจิบแทน ก่อนทำหน้าเหมือนคนที่กำลังดื่มยาพิษ
“ กาแฟนี่ใครซื้อ! ”
“ ดิ.. ดิฉันเองค่ะ ” พนักงานอีกคนยกมือขึ้น ตอนนี้พวกเขาไม่เหมือนรุ่นพี่ในที่ทำงานแล้ว แต่เป็นเหมือนคนรับใช้ในบ้านของเธอซะมากกว่า!
“ ฉันส่งโลเคชั่นร้านไปให้แล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมยังซื้อผิดร้านอีก! ”
“ เอ่อ.. ร้านนั้นอยู่ไกลตั้งสิบสามกิโล.. ”
“ แล้วไง? ก็แค่ไปหามาให้ได้ไม่ใช่เหรอ กาแฟจากอีกซีกโลกนึงฉันยังดื่มทุกวันได้เลย! ” ลินินเลิกคิ้ว
“ ถ้าจะซื้อผิดแบบนี้อย่าซื้อเลยดีกว่า ลาออกไปเลี้ยงวัวเลี้ยงควายเถอะ! ” หญิงสาวค่อยๆวางแก้วลง ก่อนผลักออกไปจากตัวอย่างไม่ใยดี พนักงานทั้งแผนกต่างก้มหน้าก้มตาทำงาน ไม่มีใครกล้าสบตาเธอแม้แต่น้อย!
“ คุณหนูลินินครับ.. ” พนักงานอีกคนเดินถือเอกสารเข้ามาอย่างหวาดกลัว
“ นี่คือแผนการตลาดที่หัวหน้าให้ผมมาสอน.. ”
ปึก! ลินินรับเอกสารไปเปิดดูได้ไม่ถึงสามหน้าก็โยนกลับลงโต๊ะ
“ เขียนอะไรของคุณ! อ่านไม่รู้เรื่อง สอนก็สอนไม่เป็น บริษัทเรารับคนแบบคุณเข้ามาทำงานได้ยังไง!! ” ชายหนุ่มหน้าเสียทันที
“ ผม.. ”
“ พอเถอะ ” ลินินโบกมือ
“ เปลี่ยนคนมาสอน คนนี้พูดอะไรฉันก็ไม่เข้าใจ ” พนักงานคนนั้นเดินกลับไปด้วยสีหน้าหม่นหมอง ชีวิตการทำงานของเขาอาจสิ้นสุดลงในวันนี้..
เมื่อหมดเรื่องให้เธอโวยวายแล้ว ทุกคนต่างก็ภาวนาว่าแผนกจะกลับมาสงบได้.. แต่สายตาของลินินกลับเหลือบไปเห็นพนักงานสาวคนหนึ่งที่เพิ่งเดินถือแฟ้มผ่านโต๊ะไป..
เธอจ้องอยู่สองวินาที ก่อนเรียกเข้ามา!
“ เดี๋ยว ” หญิงสาวสะดุ้ง
“ คะ.. คะ? ” หญิงสาวสะดุ้งสุดตัวเหมือนเห็นผี
“ คุณทำงานฝ่ายการตลาดให้บริษัทเราจริงเหรอ ” ลินินขมวดคิ้ว
“ ค่ะ.. ” อีกฝ่ายถึงกับทำหน้างง
“ แล้วทำไมไม่ดูแลตัวเองบ้าง หน้าตาแบบนี้เวลาออกไปเจอลูกค้า บริษัทเราก็เสียภาพลักษณ์หมดสิ! ” ทั้งแผนกถึงกับเงียบกริบ เรื่องนี้มันเกี่ยวอะไรกัน..
“ ถ้ามีเวลาก็ไปศัลยกรรมหน่อยนะ อย่างน้อยทำจมูกก็ยังดี บริษัทจะได้ดูมีมาตรฐานกว่านี้อีกหน่อย ” หญิงสาวยืนอึ้ง ริมฝีปากเม้มแน่นอย่างไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน ดวงตาเธอแดงก่ำเหมือนอยากจะร้องไห้ แต่ก็ไม่กล้าพูดตอบอะไรนอกจากคำว่าได้ค่ะ..
บรรยากาศทั้งชั้นอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก พนักงานหลายคนเริ่มเข้าใจแล้ว ว่าทำไมเมื่อสองสามวันก่อน ไทม์ถึงเป็นคนเดียวที่สามารถรับกับมือคุณหนูคนนี้ได้
ไม่ใช่เพราะเขาเต็มใจ แต่เป็นเพราะเขาเก่งมากๆ ที่สามารถรองรับคำสั่ง รองรับอารมณ์ รับเสียงบ่น รับงานจุกจิกทุกอย่าง จนคนอื่นแทบไม่ต้องเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเลย!
เมื่อไม่มีไทม์ ภาระทั้งหมดจึงกระจายไปทั่วทั้งแผนก ทุกคนกลายเป็นเป้าหมายของสนามอารมณ์ พนักงานหลายคนแอบมองหน้ากัน บางคนถึงกับถอนหายใจ
“ คิดถึงไทม์ว่ะ.. ”
“ หมอนั่นแบกพวกเราไว้ทั้งแผนกจริงๆ ”
ในจังหวะนั้นเอง ร่างสูงในชุดทำงานดูดีก็เดินเข้ามาด้วยท่าทางสบายๆ ไทม์ล้วงมือข้างหนึ่งไว้ในกระเป๋ากางเกง ก่อนกวาดสายตามองภาพตรงหน้า
“ แหม่ๆคุณหนูลินิน น้ำดื่มราคาแพงแบบนั้น ไม่ว่าจะซื้อร้านไหนมันก็รสชาติเหมือนกันหมดนั่นแหละครับ ถ้าสินค้าทำคุณภาพได้ไม่ตรงกัน แล้วมันจะกล้าขายแพงไปเพื่ออะไร? ” ไทม์พูดด้วยรอยยิ้ม แตกต่างจากคนทั้งแผนกที่อ้าปากค้างไปแล้ว ด้วยไม่รู้จะตกใจกับอะไรก่อน เขากลับมาทำงานแล้ว? เขามาเข้างานในเวลาแบบนี้? หรือสิ่งที่เขาได้พูดออกมา!!
หลายคนมองไทม์ราวกับเห็นคนแปลกหน้า คนคนนี้ใช่ไทม์จริงหรือ?
คนที่เคยก้มหน้ารับคำด่าทุกประโยค เคยวิ่งลงไปซื้อกาแฟไกลสิบกว่ากิโลโดยไม่บ่นสักคำ เคยยอมถูกใช้งานสารพัดจนแทบไม่มีเวลาทำงานของตัวเอง.. วันนี้เขากลับยืนยิ้ม แล้วพูดประโยคเมื่อครู่ออกมาได้หน้าตาเฉย!
ลินินเองก็อึ้งไปไม่น้อย ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างก่อนค่อยๆหรี่ลง
“ นาย.. กลับมาทำงานแล้วสินะ ดี! ฉันจะได้สบายใจที่มีคนรับใช้หน่อย! ” เธอจำเขาได้ทันที ดูเหมือนคำพูดเมื่อครู่ของไทม์จะลอยผ่านหูเธอไป
“ ครับคุณหนู ผมกลับมาแล้ว ” ไทม์ตอบสั้นๆพลางยิ้มอย่างผ่อนคลาย ไม่มีท่าทางประหม่า ไม่มีความเกรงกลัว ไม่มีแม้แต่ความโกรธ มันเป็นรอยยิ้มของคนที่ไม่ใส่ใจอะไรอีกแล้ว รอยยิ้มของคนที่เหนือกว่าไม่ใช่แค่เท่าเทียมกัน!
“ ว่าแต่! ใครอนุญาตให้นายเข้างานสาย! ” ลินินกอดอกถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา ไทม์เหลือบมองนาฬิกาก่อนยักไหล่
“ รถติดครับ ” เขาพูดพร้อมกับวางกระเป๋าลงที่นั่ง
“ แล้วไง? ”
“ ก็เลยสายไงครับ รถมันติดจะให้ผมทำยังไง ลงจากรถแล้ววิ่งมาเหรอ? ”
“ .. ” น้ำเสียงและคำตอบนั้นทำเอาลินินถึงกับพูดไม่ออก นี่มันอะไรกัน ท่าทางแบบนั้นของอีกฝ่ายคืออะไร? แค้นเธอเพราะเรื่องครั้งก่อนเหรอ? คนแบบมันมีสิทธิ์จะไม่พอใจเธอด้วย!?
“ อยากลองดีกับฉันใช่มั้ย! ไปซื้อกาแฟร้านเดิมมา! ฉันให้เวลาแค่สิบห้านาที ถ้าแกทำไม่ได้เรื่องใหญ่แน่!! ” เธอคำรามใส่เขาอย่างไม่คิดจะรักษาภาพลักษณ์ใดๆแล้ว!
“ ผมมีงานต้องจัดการครับคุณหนู นี่เวลางานไม่ใช่เวลาซื้อกาแฟ แต่ถ้าคุณหนูต้องการจริงๆ ห้องด้านหลังมีกาแฟให้ชงดื่มเองได้ ” ไทม์ชี้นิ้วบอกก่อนเปิดงานของเขาขึ้นมาดู คำตอบนั้นทำเอาทั้งแผนกถึงกับอ้าปากค้าง โดยเฉพาะยัยเมย์ที่ไม่คิดว่าเพื่อนชายจะเปิดตัวแรงแบบนี้ ตั้งแต่วันแรกของการกลับมาทำงาน!
“ เอาจริงดิ.. ” เมย์เกือบจะหลุดขำไปเลย เธอรู้ดีว่าไทม์นั้นยิ่งใหญ่กว่าคุณหนูพ่อรวยคนนี้มาก เพราะงั้นความรวยที่เป็นอาวุธเพียงอย่างเดียวของเธอมันก็ไร้ค่าแล้ว!
“ แกพูดบ้าอะไรออกมา!! ” คุณหนูลินินแทบจะกรีดร้องอย่างไม่พอใจ! ไอ้พนักงานระดับล่างคนนี้มันกล้า!!
“ น้องพนักงานใหม่ครับ โวยวายเสียสติอะไรอยู่ได้! ทำตัวให้มันรู้จักรุ่นพี่รุ่นน้องในที่ทำงานบ้างนะ ผมไม่รู้หรอกว่าคุณจะเป็นใครที่บ้านของคุณ แต่ที่นี่มันคือสถานที่ทำงาน คุณต้องรู้จักให้เกียรติเพื่อนร่วมงานของคุณก่อนเป็นอันดับแรก! ” ไทม์พูดสอนเสียงดังลั่นแบบฟังชัดทุกคำกันไปเลย ในโลกนี้มันมีแต่ลินินคนเดียวซะที่ไหน คนแบบเขาก็แหกปากต่อว่าคนอื่นในที่ทำงานได้เหมือนกัน!!
“ แก.. แก..! ” ลินินปากสั่นไปหมด ตั้งแต่เกิดมาก็ยังไม่เคยมีใครกล้าสั่งสอนเธอขนาดนี้! แน่นอนว่าไม่ใช่แค่ลินินที่ปากสั่น เพราะคนทั้งแผนกก็ปากสั่นตามไปด้วยแล้วกับการกระทำของไทม์..