LNCrawler

ไม่ไว้หน้าอีกต่อไป

ข้ามมิติสู่ยุคอดีต ขนสมบัติไปมาเพื่อเป็นมหาเศรษฐี — novel.dek d.com · All chapters

ไม่ไว้หน้าอีกต่อไป

“ แก.. แก..! ” ลินินปากสั่นไปหมด ตั้งแต่เกิดมาก็ยังไม่เคยมีใครกล้าสั่งสอนเธอขนาดนี้! แน่นอนว่าไม่ใช่แค่ลินินที่ปากสั่น เพราะคนทั้งแผนกก็ปากสั่นตามไปด้วยแล้วกับการกระทำของไทม์..

ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดจนแทบระเบิด ประตูห้องหัวหน้าแผนกก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง!

ปัง! ชาญชัยเดินออกมาด้วยใบหน้าดำคล้ำ ดวงตาแดงก่ำราวกับคนไม่ได้นอนมาทั้งคืน เนกไทผูกเบี้ยว เสื้อเชิ้ตยับเล็กน้อย สภาพดูต่างจากหัวหน้าแผนกที่เคยเนี้ยบเป็นอย่างมาก

ทันทีที่เห็นไทม์ สายตาของเขาก็ลุกเป็นไฟ!

“ ไอ้ไทม์! ” เสียงตะโกนดังลั่นจนทั้งแผนกสะดุ้ง ชาญชัยเดินปรี่เข้ามาอย่างรวดเร็ว สีหน้าบิดเบี้ยวไปด้วยความโกรธ

“ เมื่อคืนแกทำบ้าอะไรกับแฟนฉัน! ” คำถามแรกทำเอาพนักงานทั้งชั้นหันมามองพร้อมกัน เมย์ถึงกับยกคิ้ว ไอ้โง่นี่มันสติแตกได้มากกว่าที่คิด!

“ อ้าว.. หัวหน้าเหรอครับ ” ไทม์เงยหน้าจากหน้าจอคอมพิวเตอร์ช้าๆ น้ำเสียงเขายังคงเรียบเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“ เมื่อคืนผมก็ส่งข้อความอธิบายไปแล้วนี่ ได้ไปรับแฟนที่โรงแรมมั้ยครับ? ”

“ อธิบาย? แกเรียกว่าการอธิบายอย่างนั้นเหรอ! ” ชาญชัยกำหมัดแน่น เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ก่อนเปิดรูปที่ไทม์ส่งให้เมื่อคืน

มันเป็นภาพของหญิงสาวที่นอนหลับอยู่บนเตียงในโรงแรม เพียงภาพเดียวกับคำอธิบายสั้นๆ ซึ่งนั่นมันก็มากพอเพราะทั้งไทม์และแฟนสาว ไม่มีใครตอบแชทเขาอีกเลยตลอดทั้งคืน!

“ แกพาแฟนฉันเข้าโรงแรม! แล้วยังมีหน้าถ่ายรูปส่งมาให้ฉันอีก! ”

“ นี่แกต้องการจะยั่วโมโหฉันใช่มั้ย! ” พนักงานหลายคนกลืนน้ำลาย ทุกคนเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมหัวหน้าถึงอารมณ์เสียขนาดนี้

“ เรื่องจริงก็คงจะเป็นแบบนั้นครับ ” คำตอบสั้นๆทำให้ชาญชัยชะงักไปเลย..

“ เรื่องจริง.. เรื่องจริงอะไร! ”

“ ก็ผมเป็นคนพาเธอไปเปิดห้องพักจริงๆ แต่ผมก็ส่งข้อความบอกหัวหน้าไปครบแล้วนี่ครับ ”

“ ไอ้.. ไอ้!! ” ชาญชัยหน้าแดงขึ้นกว่าเดิม

“ แฟนของหัวหน้าเมาหนักมาก ยืนเองยังแทบไม่ไหว จะปล่อยเธอไว้หน้าร้านก็อันตราย จะพาไปส่งบ้านผมเองก็ไม่รู้อีกว่าอยู่ไหน สุดท้ายก็เลยเลือกเปิดโรงแรมแทน ” ไทม์พูดต่ออย่างใจเย็น

“ มีอะไรผิดพลาดตรงไหนเหรอครับ? ” เขายักไหล่ น้ำเสียงนั้นกวนบาทาอย่างชัดเจน!

“ แก.. แก!! ”

“ เอ้อจริงสิ! หัวหน้าแผนกมาชวนคุยเรื่องเมื่อคืนแบบนี้ตัวผมก็เพิ่งคิดได้ ค่าเบียร์เมื่อคืนที่ผมจ่ายไปให้ก่อน หารสี่คนแล้วก็ตกอยู่ที่คนละ 1,735 บาทนะครับ เราดื่มเบียร์กันก็เลยถูกหน่อย ถ้าหัวหน้าจ่ายให้แฟนด้วย ยอดที่ต้องชำระผมตอนนี้ก็คือ 3,470 พร้อมโอนเลยมั้ยครับ? ” เขาพูดแทรกอย่างไม่คิดจะสนใจสีหน้าของอีกฝ่าย ไม่พอตัวไทม์ยังเปิดหน้าสแกนคิวอาร์โค้ดของบัญชีเขาให้ด้วย

ชาญชัยมองคิวอาร์โค้ดบนหน้าจอมือถืออย่างไม่คิดเชื่อในสายตา เมื่อก่อนแค่เขาเดินเข้าร้านอาหาร ลูกน้องก็แย่งกันหยิบบิลไปจ่ายให้แล้ว ไม่ว่าจะร้านเหล้า ร้านปิ้งย่าง หรือร้านกาแฟ เขาแทบไม่เคยควักกระเป๋าสตางค์ของตัวเองเลยสักครั้ง ไม่อย่างนั้นเมื่อคืนเขาคงไม่พูดว่าตัวเองโชคดี!

แต่ตอนนี้.. ไอ้ลูกน้องที่เคยยอมทุกอย่างกลับเอาคิวอาร์โค้ดมายื่นทวงเงินต่อหน้าคนทั้งแผนก! ไอ้โง่ที่กล้าทำเรื่องผิดกับเขาและแฟนสาว กลับกล้าบอกให้เขาจ่ายเงินด้วย!!

สีหน้าของชาญชัยที่โกรธอยู่แล้ว กลับเปลี่ยนเป็นนรกแตกในตอนนี้!

“ แก.. กล้าให้ฉันจ่ายเงินจริงเหรอ? ” เขาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเหี้ยม!

“ โธ่! ผมไม่กล้าหรอกครับ ” ไทม์หัวเราะเบาๆก่อนรีบโบกมือให้ คำตอบนั้นทำให้ชาญชัยลดอารมณ์ลงไปได้บ้าง อย่างน้อยๆอีกฝ่ายก็คงเริ่มรู้ตัว..

ถ้าไม่ติดว่าประโยคถัดมา กลับทำให้ใบหน้าของเขาแข็งค้างทันที..

“ ผมจะกล้าแย่งหัวหน้าแผนกจ่ายเงินได้ยังไงล่ะครับ ตามปกติแล้วหัวหน้าก็ต้องเป็นคนเลี้ยงข้าวลูกน้องสิ! ”

ทั้งแผนกเงียบกริบ แต่ไทม์ยังยิ้มเหมือนเดิม

“ ขอบคุณนะครับหัวหน้า ที่เลี้ยงเบียร์เมื่อคืน ” ชายหนุ่มก้มมองโทรศัพท์เหมือนเพิ่งนึกอะไรขึ้นได้ เขากดเครื่องคิดเลขไม่กี่ครั้ง

“ งั้นยอดต้องแก้ใหม่ครับ จากสามพันสี่ร้อยเจ็ดสิบ.. เป็นหกพันเก้าร้อยสี่สิบบาท ”

“ ปัดเศษเป็นเจ็ดพันก็ได้ครับ ขอบคุณอีกครั้งนะครับที่เลี้ยง สมแล้วจริงๆกับการเป็นหัวหน้าแผนกๆ หัวหน้าแผนกจงเจริญ ไชโย ไชโย!! ” เขาเล่นเสียงจนอีกฝ่ายไม่กล้าโวยวายต่อ พูดมาขนาดนี้แล้ว ตัวเขาจะกล้าบอกว่าไม่จ่ายได้ยังไง นี่มันต่อหน้าลูกน้องทั้งแผนกเลยนะ!

“ ได้! ได้เลยไอ้คุณไทม์! แล้วเราจะได้เห็นดีกัน อย่าคิดหวังว่าต่อไปนี้จะได้ใช้ชีวิตแบบสุขสบาย อย่าคิดหวังว่าชาตินี้จะได้เลื่อนขั้น! ฉันคนนี้กำลังจะได้เป็นหัวหน้าฝ่ายแล้ว! ถึงตอนนั้นอำนาจที่ฉันมีก็จะยิ่งใหญ่ขึ้นมาก! ” เขากัดฟันพูดเพื่อให้ไทม์ได้ยินกันแค่สองคน ก่อนจะโอนเงินเจ็ดพันบาทมาให้จริงๆ!

“ ขอบคุณมากครับว่าที่หัวหน้าฝ่าย! ขอให้คุณได้ขึ้นตำแหน่งนั้นในซักวันนึงนะครับ ฮ่าๆๆๆ ” เขาหัวเราะลั่นแบบที่ไม่คิดจะสนใจสายตาใคร การทำงานแบบที่ไม่ต้องเกรงกลัวว่าจะถูกไล่ออกหรือถูกกดดัน มันช่างเป็นอะไรที่สุดยอดเกินบรรยายจริงๆ!

หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายจบลง ทั้งแผนกก็กลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง ไม่มีใครกล้าคุยเล่น ไม่มีใครกล้าแอบเปิดคลิปดูในโทรศัพท์ ทุกคนต่างก้มหน้าก้มตาทำงานของตัวเองอย่างพร้อมเพรียง

แม้แต่ชาญชัยก็ยังต้องเดินกลับเข้าห้องทำงานด้วยสีหน้าดำคล้ำ ลินินเองก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ แม้ในใจจะยังเดือดพล่าน แต่หลังจากเห็นไทม์เถียงกับหัวหน้าแผนกชนิดไม่คิดไว้หน้าแล้ว ตัวเธอก็เริ่มรู้สึกว่าไม่ควรพูดอะไรขึ้นมาในตอนนี้..

. . .

เวลาค่อยๆผ่านไป เสียงพิมพ์คีย์บอร์ดดังสม่ำเสมอ ไทม์เองก็นั่งทำงานของตัวเองอย่างสบายอารมณ์ เขาไม่ได้เดินไปชงกาแฟ ไม่ได้วิ่งลงไปซื้อน้ำ ไม่ได้ถามว่าคุณหนูต้องการอะไรเหมือนเมื่อก่อน ในวันนี้เขาแค่จัดการงานค้างทั้งหมด ซึ่งอีกไม่นานก็คงไม่ได้มาทำ ทุกอย่างที่เขาเคลียร์คือความรับผิดชอบสุดท้ายสำหรับการทำงานที่นี่!

จนกระทั่ง.. สิบเอ็ดนาฬิกาห้าสิบห้านาที

ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นจากโทรศัพท์ของใครซักคน เวลาพักกลางวันมาถึงแล้ว!

“ ในที่สุดก็เที่ยง.. ” พนักงานหลายคนถอนหายใจอย่างโล่งอก พวกเขาแทบจะอยากเดินออกไปจากชั้นนี้ในทันที

“ วันนี้เหมือนทำงานอยู่ในสนามรบเลย! ”

“ ไปกินข้าวกัน ฉันไม่มีเพื่อนกินข้าวมาหลายวันแล้ว โคตรจะเหงาเลย! ” เมย์หมุนเก้าอี้มาทางไทม์ทันที

“ เอาสิ ร้านเดิมนะ คิดถึงฝีมือป้าเขาแล้วเหมือนกัน ” ไทม์ลุกขึ้นอย่างสบายๆ เขาหยิบโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกงก่อนคิดจะเดินไปพร้อมเธอ

“ ยังจะไปร้านนั้นอีก ฮ่าๆๆ ” เมย์หัวเราะแซวกับการไปกินข้าวครั้งก่อน ที่ทำเอาไทม์ถึงกับต้องโดนพักงานไปเลย

“ มีอะไรต้องกลัว วินาทีนี้ต่อให้พ่อของเธอมากูก็กล้าเล่น ” ไทม์หัวเราะเบาๆกับชัยชนะที่ชัดเจน เขาไม่จำเป็นต้องเกรงใจคนเพียงเพราะอีกฝ่ายรวยกว่าอีกแล้ว!

“ เออๆไปกัน! ” เมย์ยอมรับก่อนแอบชำเลืองตาไปทางอีกฝ่าย ที่ตอนนี้ก็ยังไม่ลุกไปไหนเหมือนคนอื่นๆ ท่าทางของลินินราวกับกำลังรอให้ทั้งสองคนเอ่ยปากชวนอีกครั้ง แน่นอนว่าให้ตายยังไงไทม์ก็ไม่คิดชวน!

พูดจบทั้งสองคนก็เดินออกจากโต๊ะทันที ลินินที่แอบฟังอยู่ตั้งแต่ต้นถึงกับเสียหน้า!

“ เดี๋ยว! ” เธอรีบร้องทักกับทั้งคู่ที่ต้องดูแลเธอด้วยสิ!

“ มีอะไรเหรอครับน้อง? ” ไทม์หันกลับมามองพร้อมคำเรียกใหม่ เด็กอายุน้อยกว่าแถมยังเพิ่งเข้ามาทำงานเป็นวันแรกๆ การถูกเรียกว่าน้องมันก็ไม่แปลกอะไร..

“ น้องบ้านแกสิ! วันนี้จะไปกินที่ไหนกัน? ” เธอพูดถามเหมือนออกคำสั่ง

“ อยากไปกินที่ไหนก็ไปได้เลยครับ เวลาพักเที่ยงของบริษัทไม่ได้กำหนดว่าพนักงานจะต้องไปกินที่ไหน ”

“ ฉันถามดีๆแกก็อย่ากวนฉันให้มันมากนัก! ” คุณหนูเริ่มจะหงุดหงิดอีกครั้ง วันนี้ไอ้พนักงานบ้านี่มันเป็นอะไร ทำไมถึงดูมั่นใจในตัวเองซะเหลือเกิน

“ ผมจะไปร้านเดิมที่เป็นร้านประจำ ร้านนี้น้องคงทานไม่ได้เพราะอาหารรสจัดมาก ผมแนะนำให้น้องไปร้านอื่น หวังว่าจะเข้าใจกระเพาะตัวเองนะครับ ” พูดเสร็จไทม์ก็เดินออกไปเลย เขาไม่คิดจะสนใจคำตอบของอีกฝ่ายซะด้วยซ้ำ!

“ นี่แกคิดบ้าอะไร! ถ้าแกไม่ดูแลฉันให้ดี การกลับมาทำงานครั้งนี้อาจเป็นวันสุดท้ายก็ได้นะ! ” เธอเดินตามมาบ่นใส่อย่างข่มขู่

“ คุณเป็นเด็กสองขวบเหรอ? ผมถึงต้องดูแลตลอดเวลา! ” คำสวนกลับนั้นทำเอาลินินชะงักไป ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีใครกล้าพูดแบบนี้กับเธอมาก่อน.. แถมคำพูดก็ยังคุ้นหู เหมือนเคยได้ยินมาจากเพื่อนบ้านด้วย..

“ แก.. ว่าใครเป็นเด็กสองขวบ! ” ลินินกำหมัดแน่นก่อนหันมองซ้ายขวา พนักงานทั้งแผนกแทบจะหายไปหมดแล้ว ไม่มีใครเหลืออยู่ให้เธอเรียกมาใช้งานได้เลย..

“ .. ” หญิงสาวเม้มริมฝีปากด้วยหากไม่ตามสองคนนี้ไป ตัวเธอก็ไม่รู้จะไปไหนเหมือนกัน ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยต้องสั่งอาหารในร้านทั่วไปกินเอง ทุกอย่างในชีวิตล้วนมีคนจัดการให้แบบร้านหรู..

“ ชิ! ไว้หมดวันนี้ก่อนเถอะ! ฉันจะสั่งลงโทษแกให้หนัก ลดเงินเดือนซักครึ่งไปเลยจะได้หายบ้า! ” ลินินยืนนิ่งอยู่พักหนึ่ง ก่อนกัดฟัน สุดท้ายก็รีบเดินตามทั้งสองคนไป