LNCrawler

เกือบจะดีอยู่แล้วเชียว

ข้ามมิติสู่ยุคอดีต ขนสมบัติไปมาเพื่อเป็นมหาเศรษฐี — novel.dek d.com · All chapters

เกือบจะดีอยู่แล้วเชียว

“ ชิ! ไว้หมดวันนี้ก่อนเถอะ! ฉันจะสั่งลงโทษแกให้หนัก ลดเงินเดือนซักครึ่งไปเลยจะได้หายบ้า! ” ลินินยืนนิ่งอยู่พักหนึ่ง ก่อนกัดฟัน สุดท้ายก็รีบเดินตามทั้งสองคนไป

“ เฮ่อ.. ตามมาจริงด้วย ” เมย์แอบหันไปมองด้านหลังก่อนกระซิบกับไทม์เบาๆ ไทม์เองก็เหลือบมองผ่านหางตาแล้วยักไหล่

“ ก็ไม่น่าแปลกใจล่ะนะ สงสัยจะติดใจที่โดนด่า ยัยนี่อาจชอบความรุนแรงก็ได้ ฮ่าๆๆ ” เขาพูดหยอกจนเมย์ต้องส่ายหน้า

“ มึงก็พูดไป กูว่าคุณหนูคนสวยเขาแค่หิวข้าวเท่านั้นแหละ ฮ่าๆๆ ”

ทั้งสามคนเดินออกจากอาคารสำนักงานใหญ่ ก่อนมุ่งหน้าไปยังซอยเล็กๆข้างบริษัท แดดเที่ยงวันค่อนข้างร้อน ซึ่งอากาศในร้านอาหารข้างทางเองก็แทบไม่ต่างกัน

ตลอดทาง.. ลินินบ่นไม่หยุดไปตามปกติ..

“ ไม่มีร้านในห้างเหรอ แถวนี้ฝุ่นเยอะจะตาย ”

“ ทำงานบริษัทใหญ่ขนาดนี้ แต่ต้องมากินร้านแบบนี้กันจริงๆเหรอ ”

“ ทำไมไม่มีรถรับส่ง ทำไมต้องเข้าซอยลึกๆด้วย! ”

เมย์เริ่มปวดหัว ส่วนไทม์เดินต่อเหมือนไม่ได้ยินอะไร..

“ ที่น้องพูดมาก็ถูก ทำไมไม่เอาเรื่องนี้ไปบ่นให้คุณพ่อฟังล่ะครับ พนักงานต้องประหยัดก็เพราะเงินเดือนมันไม่ได้เยอะไง สวัสดิการอาหารกลางวันฟรีก็ไม่มีเหมือนที่อื่น! ” เขาบ่นจนเธอต้องเงียบปากอีกครั้ง ปัญหาเหล่านี้มีหรือที่บริษัทจะยอมแก้ไข เพิ่มสวัสดิการ? เพิ่มเงินเดือน? นั่นมันคือการทำให้ครอบครัวของลินินจนลงไม่ใช่เหรอ! เจ้าของบริษัทแบบพวกเธอจะแบ่งปันความมั่งคั่งให้พนักงานกระจอกไปทำไม!

ไม่นานนักป้ายร้านสีซีดก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า กลิ่นผัดกะเพราและพริกแห้งลอยออกมาจากครัวเหมือนทุกครั้ง ทันทีที่เห็นร้านเดิมร้านนี้ ลินินก็ถึงกับหยุดเดินไปเลย..

“ นี่แกกล้าพาฉันมากินที่นี่อีกจริงๆ? เรื่องครั้งก่อนไม่ทำให้หลาบจำเลยสินะ! ”

“ บอกแล้วไงครับน้อง กินได้ก็กิน กินไม่ได้ก็ไปร้านอื่น! ร้านอาหารมีเป็นร้อยร้านในย่านอโศก เลือกได้เลยตามสบาย ” ไทม์พูดก่อนเดินเข้าร้าน ส่วนเมย์เองก็รีบหันหน้าหนีทันที ไม่อย่างนั้นคงได้หลุดหัวเราะออกมาอย่างสะใจ

“ ป้าครับ! ผมขอเหมือนเดิมเลยนะ! ” คำพูดเดิมถูกใช้อีกครั้ง กับเมนูจานนี้ที่เกือบทำลายชีวิตของไทม์ไปแล้วครั้งก่อน!

“ ได้เลยไทม์! ” ป้าเจ้าของร้านยิ้มกว้าง

“ หายไปหลายวันเลย ลางานเหรอ ” เธอชวนคุยอย่างสนิทสนมกันดี

“ เกือบจะได้ลาออกแทนแล้วครับป้า ฮ่าๆๆ ” ไทม์หัวเราะ จากนั้นเขาก็นั่งลงที่โต๊ะประจำติดกับพัดลม โชคดีที่วันนี้มาเร็วหน่อย ลูกค้าในร้านก็เลยยังไม่มากนัก

ส่วนลินิน.. เธอกำลังยืนอยู่หน้าร้าน มองซ้าย มองขวา ก่อนจะพบว่ารอบด้านนี้ก็มีแต่ร้านระดับเดียวกัน ไม่มีร้านหรู ไม่มีคาเฟ่ ไม่มีภัตตาคาร เธอพยายามหยิบมือถือขึ้นมาเปิดแอปค้นหาร้านอาหาร แต่ร้านที่เคยกินก็อยู่ห่างออกไปเกือบสิบกิโลเมตร..

ถ้าเรียกคนขับรถมา กว่าจะกลับมาได้ก็คงหมดเวลาพักกลางวันไปแล้ว ช่วงนี้พ่อของเธอยิ่งใส่ใจกับการฝึกงานอยู่ด้วย..

หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น

“ ชิ.. ” สุดท้ายเธอก็กระทืบเท้าเบาๆแล้วเดินเข้าร้านตามมาอย่างไร้ทางเลือก

“ วันนี้จะกินอะไรดีล่ะหนู รอบก่อนทานเผ็ดไม่ได้ใช่มั้ย ป้าจำได้นะ ” ป้าเจ้าของร้านเดินเข้ามาถาม ดูเหมือนเธอเองก็ยังจำเหตุการณ์ครั้งก่อนได้ดี

“ กินเผ็ดไม่ได้ก็บอกป้าไป มีเมนูอะไรในใจก็พูดมา เอาแบบง่ายๆ กินแค่พอให้มีแรงทำงาน ” เมย์ช่วยพูดแนะนำ แม้ใจจริงจะอยากบอกให้เธอลองสั่งส้มตำปลาร้ามาเลย ไอ้กลิ่นที่เธอเกลียดจนต้องหาเรื่องเพื่อนบ้านน่ะ! กินมันเข้าไปซะ!

“ ไข่.. ไข่เจียว.. ข้าวไข่เจียว.. ” เธอพูดเสียงเบาอย่างคิดได้แล้วว่าคนพวกนี้มันไม่ง่าย ทั้งไทม์และเมย์ดูเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ทั้งคู่พร้อมสวนเธอคืนทุกดอกแบบไม่คิดเกรงใจ..

“ เริ่มอยู่เป็นขึ้นแล้วนี่ กินง่ายแบบนี้ค่อยน่าชวนมากินข้าวหน่อย ” ไทม์หัวเราะเบาๆก่อนช่วยสั่งให้ ดูเหมือนยัยคุณหนูนี่จะเริ่มรู้ตัวแล้ว โวยวายให้ตายก็ไม่มีใครกลัว แถมยิ่งแหกปากก็ยิ่งโดนเขาตอกหน้ากลับแรงขึ้นเรื่อยๆ!

“ ได้จ้ะ! ข้าวไข่เจียวหมูสับไม่ใส่พริกนะหนู รอแป๊บเดียว ” ป้ายิ้มก่อนเดินกลับเข้าครัว

ไม่นานอาหารก็ทยอยถูกยกมาเสิร์ฟ กะเพราหมูกรอบพิเศษของไทม์ส่งกลิ่นหอมฉุย ผัดซีอิ๊วของเมย์ก็น่ากินไม่แพ้กัน ส่วนตรงหน้าลินิน ข้าวไข่เจียวสีเหลืองทองพร้อมซอสมะเขือเทศถ้วยเล็ก.. 

หญิงสาวมองอยู่พักหนึ่ง ก่อนตักเข้าปากอย่างระมัดระวัง

“ .. ”

“ เป็นไง? ” เมย์ถามอย่างอยากรู้

“ ก็.. ใช้ได้ ” ลินินทำหน้าเฉยอย่างแอบแปลกใจไปมาก ข้าวไข่เจียว.. อาหารของพวกแม่บ้านคนใช้แบบนี้ กลับอร่อยจนอยากทานอีกหลายๆคำ!

“ กินเยอะๆ เดี๋ยวตอนบ่ายมีประชุมกับหัวหน้าแผนก หัวหน้าฝ่ายใกล้จะลงจากตำแหน่งแล้ว พวกเราต้องเลี้ยงส่งเขาพร้อมกับพิธีแต่งตั้งหัวหน้าคนใหม่ ” เมย์อมยิ้มกับคุณหนูคนนี้ที่อาจเปลี่ยนได้ ตัวเธอคงไม่ได้เลวทรามโดยเนื้อแท้ แต่เป็นเพราะการเลี้ยงดูจากครอบครัวต่างหาก..

“ คนแบบฉัน.. จะกินของแบบนี้เยอะๆได้ยังไง! ” แม้ปากจะพูดแบบนั้น แต่ช้อนกลับตักคำที่สอง.. คำที่สาม.. คำที่สี่โดยไม่รู้ตัว

“ ดูท่าจะใช้ได้มากกว่าที่พูดนะ ” ไทม์เห็นแล้วก็ยิ้มมุมปาก

“ หุบปากไปเลย! ”

“ จะโวยวายอีกทำไม ทำตัวให้มันเหมาะสมกับหน้าตาสวยๆนั่นบ้างเถอะ! ” เขาหัวเราะใส่จนอีกฝ่ายหน้าแดง นี่ไทม์กำลังชมเธอแบบซึ่งหน้า? หรือว่าที่เขาใจกล้าจะเป็นเพราะหลงรักเธอเข้าให้แล้ว??

บรรยากาศเริ่มผ่อนคลายลง ลูกค้าในร้านทยอยเข้ามาเรื่อยๆ เสียงกระทะ เสียงสั่งอาหาร และเสียงพูดคุยดังสลับกันไป

ในระหว่างนั้นลินินเองก็เริ่มนั่งไม่ติดเพราะอากาศร้อน เธอขยับเก้าอี้ไปมา หยิบทิชชู่ วางโทรศัพท์ จัดกระเป๋า ลุกขึ้นนิดนั่งลงหน่อย จนเมย์ยังแอบมองว่าคงไม่ไหวแล้ว

“ เดี๋ยวคิดเงินแล้วก็กลับกัน ร้อนแล้วใช่มั้ย ” ไทม์พูดอย่างดูออก ซึ่งลินินก็ไม่ได้บ่นอะไร ขอเพียงได้กลับไปที่ทำงานในตอนนี้ก็พอแล้ว

“ หลบหน่อยนะคะ ขอทางหน่อย ” พนักงานร้านเดินยกถาดเก็บจานจากโต๊ะด้านหลัง บนถาดมีชามต้มยำที่ลูกค้ากินเหลืออยู่ครึ่งถ้วย

ปึก! เก้าอี้ของลินินชนเข้ากับขาของพนักงานเต็มแรงจนเสียหลัก! ถาดเอียงทันทีก่อนจะกลายเป็นเรื่องใหญ่!

ฉ่าาา! ชามต้มยำทั้งใบพลิกคว่ำ น้ำต้มยำที่เหลืออยู่แม้จะไม่ร้อนแล้ว แต่ก็สาดลงมาบนชุดราคาแพงของเธอ รวมถึงกระเป๋าแบรนด์เนมสุดหรูแบบเต็มๆ!

กลิ่นตะไคร้ใบมะกรูดและน้ำปลาที่ค้างอยู่ในน้ำซุป ฟุ้งขึ้นมาทันทีพร้อมๆกับความแสบแบบต้มยำ!

ทั้งร้านเงียบกริบ พนักงานร้านหน้าซีดไปเลย!

“ ขะ.. ขอโทษค่ะ! หนูไม่ได้ตั้งใจ! ” อีกฝ่ายที่น่าจะเป็นเพียงเด็กอายุไม่ถึงยี่สิบปี ยกมือขึ้นไหว้อย่างรู้สึกผิดไปหมดแล้ว

ลินินก้มมองเสื้อของตัวเอง น้ำต้มยำไหลหยดลงพื้น คราบสีส้มเปื้อนเต็มเสื้อราคาแพง กระเป๋าเองก็โดนไปไม่น้อย..

“ .. ” หญิงสาวตัวสั่น อารมณ์ที่เก็บไว้ทั้งหมดแทบจะระเบิดออกมา!

“ กรี๊ดดดด!!! ” ใบหน้าที่แดงก่ำเมื่อครู่เพราะความเขินจากคำพูดของไทม์ แปรเปลี่ยนเป็นแดงจัดเพราะความโกรธ!!

“ นี่แกทำบ้าอะไร! อยากตายมากใช่มั้ยนังโง่! ” เธอคำรามใส่จนเด็กพนักงานหน้าเสีย!

“ ขอโทษค่ะ ขอโทษจริงๆ หนูจะรีบเอาไปซักให้ทันที.. ขอโทษจริงๆค่ะ ” เธอยกมือไหว้อย่างหวาดกลัว แค่เสื้อผ้าราคาหลักพันของพนักงานออฟฟิศ ตัวเธอก็คิดว่าไม่มีปัญญาจะซื้อคืนแล้ว ไม่ต้องรู้ต่อเลยว่าคนตรงหน้าไม่ใช่พนักงานธรรมดา..

“ ซัก? รู้มั้ยว่าเสื้อกับกระเป๋าฉันราคาเท่าไร! แพงกว่าชีวิตแกแน่ๆ! แค่สิทธิ์จะซักเสื้อให้ฉันแกยังไม่มีเลย! ” เธอตอกกลับอย่างเต็มไปด้วยคำดูถูก!!

“ ร้านแบบนี้มันอะไรกัน! ไม่มีมาตรฐานเลยหรือไง! ” เสียงของเธอดังขึ้นเรื่อยๆ

“ เจ้าของร้านอยู่ไหน ออกมาเจอหน้าฉันเดี๋ยวนี้! ”

“ ขอโทษจริงๆค่ะ หนูพยายามเดินแต่คุณลูกค้าก็ถอยเก้าอี้มาชน.. ” เธอยกมือไหว้อย่างพยายามจะอธิบายในสิ่งที่เกิด

“ หุบปาก! ” ลินินตวาดจนเด็กเสิร์ฟสะดุ้ง

“ หนูลูก.. ป้าขอโทษแทนน้องเขาด้วยนะ น้องเขาเองก็ไม่ได้ตั้งใจหรอก อุบัติเหตุจริงๆ ข้างๆมีร้านซักอบรีดอยู่ เดี๋ยวป้าให้น้องเขาไปซักด่วนให้เลยนะลูก ระหว่างนี้ก็ใส่เสื้อยืดไปก่อนได้มั้ย เดี๋ยวป้าไปหาของใหม่มาให้ ” ป้าเจ้าของร้านพยายามช่วยเหลือ เธอเองก็เข้าใจว่าทำไมหญิงสาวถึงโกรธ แต่จะให้เอาผิดจนเด็กเสิร์ฟตายเลยก็คงไม่ได้ เธอเองก็ไม่ได้ตั้งใจเหมือนกัน

“ ชดเชยค่าเสียหายตามจริงมา! ไม่อย่างนั้นฉันจะแจ้งความดำเนินคดี! ทีมทนายของบ้านฉันไม่เคยพลาด! ” เธอมองหน้าป้าเจ้าของร้านอย่างเอาเรื่อง

“ ก็ได้ลูก อย่าให้ถึงขั้นต้องแจ้งความกันเลยนะ เรื่องแค่นี้เอง ราคาเท่าไรพอจะบอกป้าได้มั้ย.. ” อีกฝ่ายคิดจะยอมแพ้ ยังไงซะเรื่องทั้งหมดก็เกิดขึ้นในร้านเธอ

“ แค่กระเป๋าใบนี้ใบเดียว ราคาของมันก็เกินสองล้านบาทแล้ว! ขายร้านนี้ไปจะพอมั้ยเนี้ย! ” คำพูดลินินทำเอาตัวป้าถึงกับหน้าซีด กระเป๋าบ้าอะไรจะแพงขนาดนั้น นี่พนักงานในร้านเธอทำต้มยำหก หรือว่าไปทุบรถบีเอ็มของใครจนพังกันแน่..

“ แพงขนาดนั้นป้าไม่มีหรอก ถ้าแค่สองสามพันบาทยังพอให้กันได้.. ” ป้าเจ้าของร้านตอบเสียงสั่น

ลินินแสยะยิ้มก่อนหายใจแรงใส่ ความอดทนที่สะสมมาตลอดวันขาดสะบั้นในวินาทีนี้ เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว!

ติ๊ด.. สายถูกรับแทบจะทันที

“ ลินิน? มีอะไรลูก? ” เสียงทุ้มของชายวัยกลางคนดังออกมาจากปลายสาย น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความห่วงใยในลูกสาว

“ พ่อ! ” ลินินเม้มริมฝีปาก ก่อนเสียงที่พยายามกลั้นมาตลอดจะระเบิดออกมา

“ หนูไม่ไหวแล้ว! หนูจะไม่ฝึกงานที่นี่อีก! ” เธอมองไปรอบร้านด้วยแววตาเดือดดาล ก่อนสายตาจะหยุดลงที่ตัวต้นเรื่องของทุกสิ่ง!

“ พนักงานของพ่อคนนี้! มันพาหนูมาร้านเดิมอีกแล้ว! ” จากความเขินอายกลายเป็นความโกรธ ถ้าไอ้เลวนี่มันไม่พาเธอมา มีหรือที่ตัวเธอจะต้องพบเจอกับเรื่องเลวร้าย!