LNCrawler

พ่อฉันไม่ยอมแน่

ข้ามมิติสู่ยุคอดีต ขนสมบัติไปมาเพื่อเป็นมหาเศรษฐี — novel.dek d.com · All chapters

พ่อฉันไม่ยอมแน่

“ พนักงานของพ่อคนนี้! มันพาหนูมาร้านเดิมอีกแล้ว! ” จากความเขินอายกลายเป็นความโกรธ ถ้าไอ้เลวนี่มันไม่พาเธอมา มีหรือที่ตัวเธอจะต้องพบเจอกับเรื่องเลวร้าย!

“ เขากลั่นแกล้งหนูตั้งแต่เช้า! แล้วตอนนี้.. ” เธอก้มมองเสื้อผ้าที่เปื้อนน้ำต้มยำ ขณะความคิดในหัวเริ่มทำงาน

“ หนูต้องโดนน้ำต้มยำหกใส่ทั้งตัว! พ่อต้องมาจัดการเรื่องนี้เดี๋ยวนี้! ถ้าไม่มีคนซวยจนถึงที่สุด งั้นลูกสาวพ่อก็จะไม่ขอทำงานอีกเลยตลอดชีวิต!! ” ปลายสายเงียบไปเพียงเสี้ยววินาที.. ก่อนน้ำเสียงของชายผู้เป็นประธานบริษัทจะเย็นลงอย่างน่ากลัว

“ รอพ่ออยู่ตรงนั้น พ่อจะลงไปเดี๋ยวนี้ ”

ติ๊ด! สายถูกตัดทันที.. ลินินยกยิ้มอย่างผู้ชนะ ก่อนปรายตามองไทม์ด้วยสายตาเยาะเย้ย

“ คราวนี้พวกแกเสร็จแน่! ”

ห้านาทีต่อมา รถเบนซ์สีดำของบริษัทก็เลี้ยวเข้ามาจอดหน้าร้าน คนขับรถรีบลงมาพร้อมกล่องเสื้อผ้าชุดใหม่

“ คุณหนู เสื้อผ้ามาแล้วครับ ” ลินินรับกล่องไปด้วยสีหน้าบูดบึ้ง เธอไม่คิดจะใช้บริการห้องน้ำของที่นี่เพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าซะด้วยซ้ำ!

“ กลับบริษัท! ฉันไม่เปลี่ยนเสื้อผ้าที่นี่แน่! ” เธอพูดเพียงแค่นั้นก่อนเดินขึ้นรถไป นับว่าโชคดีที่ลินินไม่คิดจะโจมตีร้านต่อ แต่กลับมุ่งเป้ามายังไทม์เพียงคนเดียวแทน!

ใช้เวลาไม่นานไทม์กับเมย์เองก็กลับมาถึงบริษัท เมื่อก้าวเข้าสู่แผนกการตลาด บรรยากาศก็ดูจะเปลี่ยนไปเลยอย่างเห็นได้ชัดเจน หลายคนหันมองลินินที่เปลี่ยนเสื้อผ้ามาแล้วด้วยความสงสัย..

“ เกิดอะไรขึ้น? ทำไมคุณหนูลินินถึงไม่กลับมาพร้อมพวกของไทม์.. ”

“ เหมือนได้ข่าวว่ามีเรื่องกันที่ร้านข้าว.. ”

“ อีกแล้วเหรอวะ คุณหนูนั่นจะหาเรื่องให้ไทม์โดนไล่ออกหรือยังไง! ” เสียงซุบซิบดังขึ้นเบาๆ กับเหตุการณ์เหล่านี้ที่ทุกคนมั่นใจว่าไทม์ไม่ใช่คนผิด เพียงแต่อีกฝ่ายก็ผิดไม่ได้เช่นกัน.. คนรวยถูกเสมอ

ลินินไม่คุยกับใครทั้งนั้น เธอเพียงนั่งลงที่โต๊ะด้วยใบหน้าเย็นชา มือกำโทรศัพท์แน่น สายตารอคอยแค่การมาถึงของผู้เป็นพ่อ!

ติ๊ง.. เสียงลิฟต์เปิดดังขึ้น ทั้งแผนกเงียบลงแทบจะทันที!

ชายวัยห้าสิบกว่าในชุดสูทราคาแพง ก้าวออกมาจากลิฟต์ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม เลขานุการและผู้บริหารอีกหลายคนรีบเดินตามหลังมาติดๆ 

ท่านประธานมาถึงแล้ว!! ทุกย่างก้าวของเขาเต็มไปด้วยแรงกดดัน พนักงานทั้งชั้นรีบลุกขึ้นยืนพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย!

“ ท่านประธาน.. ”

“ ท่านลงมาทำไม.. ”

“ เกิดเรื่องใหญ่อะไรอีก.. ”

“ ก็ชัดเจนแล้วไม่ใช่เหรอ ท่านมาหาคุณหนูแน่ๆ.. ” 

“ ท่านประธานครับ! ” แม้แต่ชาญชัยที่กำลังนั่งอยู่ในห้อง ก็ต้องรีบวิ่งออกมาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก

ทว่าชายวัยกลางคนไม่แม้แต่จะหันไปมอง สายตาของเขาหยุดอยู่ที่ลูกสาวเพียงคนเดียว!

“ ลินิน ” น้ำเสียงเรียบแต่แฝงไปด้วยความเย็นยะเยือก

“ ใครทำอะไรลูก ” เพียงประโยคเดียว ทั้งแผนกกลับรู้สึกเหมือนอุณหภูมิรอบตัวลดลงไปหลายองศา 

ลินินลุกขึ้นยืนทันที ก่อนเดินเข้าไปเกาะแขนบิดาเอาไว้แน่น สีหน้าของเธอเปลี่ยนจากความเย่อหยิ่ง กลายเป็นท่าทางน้อยใจอย่างเห็นได้ชัด

“ พ่อ.. วันนี้หนูถูกกลั่นแกล้งทั้งวัน.. ตั้งแต่เช้าพนักงานคนนี้ก็หาเรื่องหนูอยู่ตลอด เขาคงแค้นเพราะเรื่องครั้งก่อน.. ” เธอชี้นิ้วไปทางไทม์ทันที

“ เขาบังคับให้หนูไปกินร้านสกปรกข้างทาง แล้วยังปล่อยให้หนูโดนต้มยำหกใส่อีก! หนูบอกแล้วว่าไม่อยากไป แต่เขาก็ไม่ยอมฟัง! ” ลินินเล่าเรื่องด้วยน้ำเสียงน้อยใจ ก่อนเพิ่มเติมรายละเอียดอื่นๆเข้าไปเรื่อยๆ จนกระทั้งเรื่องราวทั้งหมดฟังดูรุนแรงกว่าเดิมไปหลายเท่า! 

ไม่พอตัวเธอยังนำชุดที่เลอะไปหมดออกมา เพื่อจะได้ให้ผู้เป็นพ่อได้เห็นถึงความรุนแรงนี้!

“ หนูเกือบถูกน้ำร้อนลวกทั้งตัว.. ถ้าต้มยำยังเดือดอยู่ หนูอาจเสียโฉมไปแล้วก็ได้! ”

“ ไม่พอพนักงานร้านยังจะมาเถียงหนูอีก! ” ยิ่งพูดสีหน้าของประธานบริษัทก็ยิ่งมืดมนลงเรื่อยๆ ความรุนแรงของเหตุการณ์นี้มันมากเกินไป นี่ถ้าลูกสาวเขาเป็นอะไรขึ้นมา..

บรรยากาศทั้งชั้นตกอยู่ในความเงียบงัน ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง อาจเพราะทุกคนรู้ดี.. ชายตรงหน้าคนนี้รักลูกสาวราวกับแก้วตาดวงใจ!

ต่อให้ลินินทำผิด เขาก็ไม่เคยยอมให้ใครแตะต้องได้แม้แต่ปลายเล็บ ยิ่งตอนนี้ที่รู้ว่าลูกสาวถูกทำร้าย ความโกรธในดวงตาของเขาก็แทบจะลุกเป็นไฟไปเลย!

สายตาเย็นเฉียบจับจ้องไปยังไทม์โดยตรง วันนี้ไอ้หนุ่มพนักงานนี่ต้องอธิบายให้ได้ ไม่อย่างนั้นนอกจากจะโดนไล่ออกแล้ว ตัวมันยังต้องติดคุกเพราะข้อหาพยายามฆ่า!

ไทม์มองสายตาของท่านประธานบริษัทอย่างสงบนิ่ง ไม่มีแม้แต่ความหวาดกลัวปรากฏบนใบหน้า แตกต่างจากพนักงานคนอื่นที่เหงื่อเริ่มซึมกันหมดแล้ว

ประธานบริษัทก้าวเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา ระยะห่างระหว่างทั้งสองไม่ถึงหนึ่งเมตรเช่นครั้งก่อน

“ คุณอีกแล้ว! ” น้ำเสียงนั้นดังลั่นไปทั่วทั้งแผนก

“ นี่รู้ตัวหรือเปล่า! ว่าแค่คำพูดของลูกสาวฉันคำเดียว ก็มากจะจบอนาคตของคุณได้! ”

“ คิดว่ารู้ครับ เพราะครั้งก่อนมันก็เป็นแบบนั้น ” ชายหนุ่มอมยิ้มกับคำตอบที่ไม่ต่างจากการบอกว่า ครั้งก่อนตัวเขาก็ไม่ได้ผิดอะไรหรอก แต่เพราะลูกสาวท่านพูดไง ผมก็เลยต้องผิด!

“ แล้วยังกล้าทำแบบนี้อีก? ”

“ ผมทำอะไรครับ? ” คำสั้นๆนั้นทำให้คิ้วของท่านประธานกระตุก!

“ ยังจะกล้าถามอีกเหรอ! คุณพาลูกสาวฉันไปร้านอาหารสกปรก! แถมยังปล่อยให้เธอถูกทำร้าย! แล้วตอนนี้ยังมีหน้ามายืนทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก! ” น้ำเสียงของเขาหนักขึ้นในทุกประโยค

“ คุณคิดว่าบริษัทนี้เป็นของใคร! คุณคิดว่าฉันไม่มีอำนาจจะจัดการได้เหรอ! ” แรงกดดันมหาศาลกดทับลงมาจนหลายคนไม่กล้ามอง

ชาญชัยที่ยืนอยู่ด้านหลังแอบยิ้มมุมปาก ในใจเขาแอบเชียร์เรื่องนี้จนถึงที่สุด! เอาเลยท่านประธาน.. ไล่มันออกไปเลย!!

“ ถ้าท่านถามว่าบริษัทนี้เป็นของใคร ก็คงเป็นของท่านกับผู้ถือหุ้นที่เปลี่ยนไปมาได้ตลอด ” ไทม์ตอบขณะยืนตัวตรงขึ้นมาบ้างแล้ว

“ ส่วนเรื่องอำนาจ.. ผมไม่เคยสงสัยเลยว่าท่านมี ”

“ ปัญหาคืออำนาจของท่าน ไม่อาจเปลี่ยนความจริงทั้งหมดที่เกิดขึ้นได้ ”

“ ความจริง? ” ประธานแค่นหัวเราะ

“ จะบอกว่าลูกสาวฉันโกหกงั้นเหรอ? ”

“ ผมไม่ได้พูดแบบนั้นครับ ผมแค่จะเล่าว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ”

“ ได้! ฉันจะให้เวลาคุณพูดสองนาที! ” ประธานกอดอก

“ ถ้าฟังแล้วไม่มีเหตุผลเพียงพอ คุณก็เก็บของออกจากบริษัทได้เลย! หลังจากนั้นทีมทนายของเราจะฟ้องคุณต่อ ข้อหาพยายามฆ่าลูกสาวผม! ”

พนักงานทั้งแผนกใจหายวาบ แต่ไทม์ยังคงพูดต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ราวกับคำขู่นั้นมันก็แค่ลมปากที่ไร้สาระ!

“ ตอนพักเที่ยง ผมไม่ได้ชวนคุณลินินไปครับ ผมบอกชัดเจนว่าร้านนี้อาหารรสจัด ถ้าทานไม่ได้ก็ไปร้านอื่น ซึ่งตัวเธอก็รู้อยู่แล้วว่าผมจะไปที่ไหน ”

“ ผมไม่ได้บังคับ และไม่ได้ขอร้องให้เธอตามไป เป็นคุณลินินเองที่เดินตามมา! ” ประโยคนั้นทำให้หลายคนพยักหน้าเบาๆ ด้วยเป็นพวกเขาที่แอบเห็นเช่นกัน

“ หนูยืนยันได้ค่ะท่านประธาน เขาพูดแบบนั้นจริงๆ ” เมย์ยกมือขึ้นสนับสนุน ประธานเหลือบมองเมย์เพียงเสี้ยววินาที ก่อนหันกลับมาที่ไทม์

“ พูดต่อ ”

“ พอถึงร้าน คุณลินินก็เลือกสั่งข้าวไข่เจียวเอง ไม่มีใครบังคับเมนู ไม่มีใครบังคับให้นั่ง ไม่มีใครบังคับให้กิน ทุกอย่างเป็นการตัดสินใจของเธอ ”

“ แล้วเรื่องต้มยำล่ะ! ” ลินินเริ่มกัดริมฝีปากก่อนพูดแทรกขึ้นมา

“ จะปฏิเสธเหรอว่าฉันไม่ได้โดนเพราะนาย! ”

“ ผมยังพูดไม่จบครับ คุณหนูจากตระกูลผู้ดีสมควรจะมีมารยาท! ” ไทม์หันไปมองเธอ คำกล่าวนั้นทำเอาทั้งแผนกต้องอ้าปากค้าง นี่ไทม์มันกล้าพูดสั่นสอนคุณหนูลินินต่อหน้าท่านประธานเชียวหรือ!!

“ ตอนเกิดเหตุ พนักงานร้านกำลังเก็บโต๊ะ เขาพูดขอทางก่อนเดินเข้ามา ”

“ เป็นคุณลินินที่ขยับเก้าอี้ไปชนพนักงานร้านเอง เมื่อถาดเสียหลัก น้ำต้มยำก็เลยหกใส่ ไม่มีใครเจตนากลั่นแกล้ง หรือต้องการให้เรื่องนี้เกิดขึ้นทั้งนั้น คิดว่าท่านประธานเองก็คงเข้าใจ อุบัติเหตุมันเกิดขึ้นได้ แค่น้ำต้มยำหกในร้านอาหาร! ” เสียงของไทม์ยังคงนิ่งเหมือนเดิม เช่นเดียวกับสายตาที่จ้องมองอีกฝ่ายชนิดไม่เกรงกลัว! ประธานบริษัทหมื่นล้านแล้วยังไง ตัวเขาที่เป็นระดับแสนล้านต้องเกรงใจด้วยเหรอ?

“ หลังเกิดเหตุ พนักงานร้านขอโทษทันที เจ้าของร้านก็เสนอตัวจะช่วยรับผิดชอบเท่าที่ทำได้ เรื่องทั้งหมดก็เป็นแบบนี้ล่ะครับ ” เมื่อไทม์พูดจบ ประธานบริษัทหรี่ตาลงเล็กน้อย ก่อนหันไปมองลูกสาวเพื่อจะได้สอบถาม..

“ แล้วมันยังไงคะคุณพ่อ? เขาคนนี้เป็นลูกจ้างในบริษัทของเรา ตัวเขาย่อมรู้ดีว่าฉันเป็นใคร การจะพาฉันไปในสถานที่ซึ่งมีโอกาสพบเจอความเสี่ยงอย่างไม่สมฐานะ นั่นย่อมถือว่าเป็นความผิดได้แล้วไม่ใช่เหรอ! ยกตัวอย่างง่ายๆ หากแผนกแห่งนี้ต้องการจะจัดงานเลี้ยงให้ท่านประธาน แล้วร้านที่เลือกดันเป็นร้านหมูกระทะ? ทำแบบนี้ถือว่าหัวหน้าแผนกมีความผิดที่สิ้นคิดเกินไปมั้ย? ” คำพูดของลินินเองก็คล้ายว่าจะมีน้ำหนักเช่นกัน สายตาของทุกคนจึงหันกลับไปมองไทม์ตามเดิม!