LNCrawler

ยิ่งกว่าไล่ออก

ข้ามมิติสู่ยุคอดีต ขนสมบัติไปมาเพื่อเป็นมหาเศรษฐี — novel.dek d.com · All chapters

ยิ่งกว่าไล่ออก

“ แล้วมันยังไงคะคุณพ่อ? เขาคนนี้เป็นลูกจ้างในบริษัทของเรา ตัวเขาย่อมรู้ดีว่าฉันเป็นใคร การจะพาฉันไปในสถานที่ซึ่งมีโอกาสพบเจอความเสี่ยงอย่างไม่สมฐานะ นั่นย่อมถือว่าเป็นความผิดได้แล้วไม่ใช่เหรอ! ”

“ ลูกพูดถูก ” ประธานบริษัทเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า เพียงสี่คำสั้นๆจากเขาก็ทำให้สีหน้าของพนักงานหลายคนซีดเผือด

เมย์กำหมัดแน่นทันที ส่วนชาญชัยที่ยืนอยู่ด้านหลังแทบจะหลุดหัวเราะออกมาอย่างสะใจ

ท่านประธานหันกลับมามองไทม์อีกครั้ง แววตาเขาเย็นชากว่าเดิมไปหลายเท่าตัว

“ คุณอาจกำลังพูดความจริงในมุมของคุณ แต่ในฐานะพนักงานของบริษัท หน้าที่ของคุณคือดูแลผู้ฝึกงานที่ได้รับมอบหมาย โดยเฉพาะเมื่อเธอเป็นลูกสาวของประธาน! ”

“ คุณรู้ว่าเธอไม่เหมาะกับร้านแบบนั้น แต่คุณก็ยังปล่อยให้เธอเดินตามไป ”

“ คุณรู้ว่าเธอเคยมีปัญหาที่ร้านนี้มาก่อน แต่คุณก็ยังเลือกร้านเดิม ”

“ คุณรู้ว่าเธอไม่คุ้นชินกับสภาพแวดล้อมแบบนั้น แต่คุณก็ไม่คิดห้าม ” เสียงของเขาหนักแน่นขึ้นทุกประโยค

“ ต่อให้เรื่องต้มยำเป็นอุบัติเหตุ แต่คุณก็ยังต้องรับผิดชอบ เพราะคุณคือคนที่พาเธอเข้าไปอยู่ในสถานการณ์นี้! ”

“ ขออนุญาตแย้งครับ ” ไทม์ยิ้มบางอย่างไม่ได้คิดสลด

“ แย้ง? ” ประธานหัวเราะเย็น

“ ตอนนี้คุณยังคิดว่าตัวเองมีสิทธิ์แย้งฉันอีกเหรอ? ”

“ ผมแค่แย้งตามข้อเท็จจริงครับ ผมไม่ได้พาเธอไป ผมบอกเธอหลายครั้งแล้วว่าไปร้านอื่นได้ และที่สำคัญที่สุด! ผมไม่ได้มีหน้าที่ต้องดูแลเธอที่เป็นพนักงานใหม่! คนที่ยัดเยียดตำแหน่งงานนี้ให้ผมต่างหากที่ผิด! ” 

“ ท่านประธานพูดเองไม่ใช่เหรอ ว่าทุกคนสมควรจะรับรู้ถึงฐานะของคุณหนูลินิน ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้วทำไมคนระดับผมถึงต้องมาดูแลเธอ? ไม่ใช่ว่าคนที่ควรจะดูแลเธอคือคนระดับหัวหน้าทีม ไม่ก็หัวหน้าแผนกอย่างนั้นเหรอ? ” คำพูดของไทม์ทำเอาอีกฝ่ายต้องนิ่งไป อาจเพราะทุกอย่างมันก็มีเหตุผล เขาไม่ได้มีหน้าที่ต้องดูแลลินินเลย กลับกันในฐานะประธานบริษัท คนที่สมควรจะได้ดูแลลูกสาวเขาก็ต้องเป็นคนใหญ่คนโตระดับหัวหน้าสิถึงจะถูก! นี่คือสิ่งที่ท่านประธานลืมคิดไป!

“ ไอ้หัวหน้าแผนก! งานนี้คุณดูท่าจะเดือดร้อนไปด้วยแล้วจริงๆ ทำไมถึงปล่อยให้ลูกสาวฉันไปอยู่ภายใต้การดูแลของคนแบบนี้!! ” เขาคำรามใส่อีกฝ่ายจนหน้าเสีย หัวหน้าแผนกไม่คิดเลยว่าไทม์จะกล้า..

“ เอ่อ.. ท่านครับ ไอ้เด็กนี่มันเสนอหน้าเข้าไปดูแลคุณหนูเอง.. ” ชาญชัยเริ่มร้อนตัว

“ พูดตลกอะไรกัน คุณไม่คิดจะดูแลเธอตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ก็เลยเลือกโยนภาระนี้มาให้ผมแทนไม่ใช่เหรอ? พนักงานทั่วไปแบบผมจะแย่งสิทธิ์ในการดูแลลูกสาวท่านประธานไปทำไม? ผมทำได้เหรอถ้าหัวหน้าแผนกคิดห้าม! ” คำเดียวของไทม์กลับชัดเจนพอจะหุบปากอีกฝ่าย

“ เป็นผู้ใหญ่แท้ๆ แต่กลับโยนทุกอย่างให้คนอื่นรับแทน ไร้ความสามารถไม่พอยังไร้ความเมตตาอีก! ”

“ พอแล้ว! ” ประธานตวาดเสียงดัง

“ คุณกำลังพูดสอนใครอยู่? ต่อให้หัวหน้าแผนกจะผิดจริง แต่ตัวคุณเองก็ผิดมากไม่แพ้กัน! ”

“ ไม่ได้สอนครับ ผมแค่อธิบาย ” ไทม์ไม่คิดจะหยุดพูดตามคำสั่งของใครอยู่แล้ว ก็เขาไม่ผิด จะให้เงียบแล้วก้มหน้ารับกรรมไปทำไม! ครั้งก่อนทำแล้วสุดท้ายก็โดนพักงานไม่ใช่เหรอ!

“ หุบปาก! ” เสียงนั้นดังลั่นจนกระจกในแผนกสั่นไหวเล็กน้อย พนักงานทั้งชั้นสะดุ้งพร้อมกัน ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะกะพริบตา

“ คุณคิดว่าตัวเองแน่มากใช่มั้ย? ถึงได้คิดจะท้าทายฉันแบบนี้! ” ประธานก้าวเข้ามาอีกก้าว

“ คิดว่าแค่พูดเก่งแล้วจะเอาชนะทุกอย่างได้? ลืมไปแล้วเหรอ ว่าคนที่จ่ายเงินเดือนคุณคือฉัน! ” เขาชี้นิ้วใส่หน้าไทม์

“ ต่อให้คุณถูก! ถ้าฉันบอกว่าคุณผิด! คุณก็ผิด! ” ทั้งแผนกเงียบสนิท คำพูดนั้นไม่มีแม้แต่ความพยายามจะปิดบังอีกต่อไป มันคือการประกาศใช้อำนาจอย่างเปิดเผย!

เมย์ถึงกับเม้มริมฝีปากแน่น โดยมีชาญชัยที่ยิ้มกว้างกว่าเดิม!

“ ผิดแล้วครับ คุณไม่ได้จ่ายเงินเดือนผมตั้งแต่เดือนก่อน มาเดือนนี้ผมเองก็โดนพักงานไปแบบไม่ได้รับเงิน! ” ไทม์สวนกลับได้หน้าตาเฉย กับเรื่องนี้ที่เป็นเรื่องจริงทั้งนั้น! เดือนก่อนเขาถูกสั่งพักงานเลยไม่ได้รับเงินเดือน และกว่าจะได้รับอีกครั้งก็คงเป็นเดือนหน้า..

“ ต่อให้เป็นประธานบริษัท ก็ไม่ได้แปลว่าจะถูกเสมอไป ลูกจ้างแบบผมเองก็มีสิทธิ์เลือก อย่าคิดว่าพวกเราไร้ทางไปขนาดที่ตัวคุณจะโขกสับยังไงก็ได้สิครับ ยุคนี้มันไม่ใช่ยุคมืดแบบสมัยก่อน กลั่นแกล้งผมก็ลองดู ปากผมก็มี สื่อในโลกออนไลน์ทุกคนก็เข้าถึงได้! ประธานก็ประธานเถอะ แล้วมาดูกันว่าพนักงานแบบผมจะเอาคืนได้แค่ไหน ตัวผมน่ะต่อให้เสียชื่อก็ไม่ได้เสียหายอะไรมาก แตกต่างจากท่านที่ถ้าเสียชื่อขึ้นมา ผลกระทบคงเป็นเงินหลักหลายสิบล้าน! ฮ่าๆๆ ”

“ แก!! ” ประธานตะโกนลั่น ใบหน้าของเขาแดงจัดด้วยความโกรธ แต่กลับถูกเลขาข้างตัวช่วยจับแขนเอาไว้ ดูเหมือนคำขู่ของไทม์จะมีผล โลกยุคนี้มันไม่ใช่สมัยก่อนที่กดหัวลูกน้องได้แล้ว

“ ฉันไม่จำเป็นต้องฟังคำสั่งสอนหรือคำขู่จากพนักงาน! ”

“ ในบริษัทของฉัน! คำพูดของฉันคือคำตัดสิน! ” เขาหันมองไปยังฝ่ายบุคคลที่รีบวิ่งเข้ามา

“ ผู้จัดการฝ่ายบุคคล! ”

“ ครับ.. ท่านประธาน ”

“ บันทึกความผิดของพนักงานคนนี้ทันที! ข้อหาประพฤติตัวไม่เหมาะสมต่อผู้บริหาร! ”

“ ละเลยหน้าที่ดูแลผู้ฝึกงาน! สร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของบริษัท! ”

“ และ.. ” เขาหยุดเล็กน้อย ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักอะไรบางอย่างอยู่..

ความโกรธยังคงเต็มเปี่ยมอยู่ในใจ ทว่าคนระดับเขาไม่ได้มีเพียงอารมณ์ แต่ยังมีความเจ้าเล่ห์อีกด้วย

ผ่านไปไม่กี่วินาที ริมฝีปากของชายวัยกลางคนก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชา

“ ไล่ออกเหรอ? ไม่ล่ะ! แบบนั้นมันง่ายเกินไปสำหรับคุณ! ” หลายคนชะงักไปพร้อมกัน แม้แต่ชาญชัยก็ยังขมวดคิ้ว เพราะเขาคิดว่าท่านประธานจะสั่งไล่ไทม์ออกทันทีเสียอีก

“ คุณจำกฎหมายแรงงานได้ใช่มั้ย? ” ท่านประธานหันไปมองผู้จัดการฝ่ายบุคคล

“ คะ.. ครับ? ”

“ ถ้าบริษัทเป็นฝ่ายเลิกจ้างโดยไม่มีเหตุร้ายแรงตามกฎหมาย.. บริษัทก็ต้องจ่ายค่าชดเชย ”

“ ฉันไม่ชอบเสียเงินให้คนแบบนี้ ” คำพูดนั้นทำให้หลายคนรู้สึกเย็นวาบไปทั้งสันหลัง

นี่คือความคิดแรกของประธานบริษัท ไม่ใช่เรื่องถูกผิด แต่เป็นเรื่องเงิน!

“ เพราะฉะนั้น.. ฉันจะไม่ไล่คุณออก ” เขามองไทม์ด้วยสายตาเหมือนกำลังมองแมลงตัวนึง

เมย์รู้สึกไม่ดีขึ้นมาเลย เช่นเดียวกับทุกคนที่คิดได้กับเรื่องนี้ การไม่ไล่ออกย่อมแปลว่าอีกฝ่ายกำลังจะเจอเข้ากับอะไรที่เลวร้ายยิ่งกว่า.. มันคือการกดดันให้ลาออกไปเอง!!

“ ตั้งแต่เดือนนี้เป็นต้นไป ปรับลดเงินเดือนของพนักงานคนนี้หกสิบเปอร์เซ็นต์! ” ทั้งแผนกอ้าปากค้าง

“ ทะ.. ท่านประธาน! ” ผู้จัดการฝ่ายบุคคลถึงกับร้องออกมา

“ เงินเดือนลดครึ่งนึงเลยเหรอครับ? ”

“ มีปัญหาอะไรล่ะ? ”

“ เอ่อ..ไม่มีครับ ”

ท่านประธานพยักหน้าด้วยความพอใจ

“ นอกจากนั้น.. ”

“ โบนัสประจำปีของเขา.. ตัดสิทธิ์ ”

“ การพิจารณาปรับเงินเดือน.. ระงับไว้โดยไม่มีกำหนด ”

“ การเลื่อนตำแหน่ง.. ไม่มีสิทธิ์เข้ารับการพิจารณา ”

“ สวัสดิการทุกอย่างยกเลิกให้หมด! ” ทุกคำสั่งเหมือนค้อนหนักที่ทุบลงมา แต่ชายวัยกลางคนยังไม่หยุด

“ แล้วก็.. ส่งเขาไปทำงานที่แผนกคลังเอกสารชั้นใต้ดินชั่วคราว ”

“ คนที่ชอบเถียงผู้บริหาร.. ก็คงไม่เหมาะจะทำงานด้านการตลาด! ” บรรยากาศทั้งชั้นเงียบสนิท เมย์หน้าเสียอย่างเห็นได้ชัด ส่วนชาญชัยกลับแทบจะกลั้นยิ้มเอาไว้ไม่อยู่

นี่ต่างหาก.. คือการลงโทษที่เจ็บปวดยิ่งกว่าการโดนไล่ออกนับร้อยเท่า!

ถ้าไล่ออกเลยยังได้ค่าชดเชย หลังจากนั้นก็ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ ชีวิตการทำงานที่มีโอกาสเติบโตตามหน้าที่.. ไม่ใช่แบบตอนนี้ที่ลดเงินเดือนครึ่งนึง ไร้โอกาสเติบโต ไร้สวัสดิการใดๆ เป็นเพียงคนที่ถูกบริษัทดองไว้ก็เท่านั้น!

“ คุณพูดถูกอยู่อย่างหนึ่ง ” ประธานบริษัทยิ้มมุมปาก

“ ยุคนี้การไล่ออกมั่วๆมันมีปัญหา เพราะฉะนั้นฉันจะไม่ไล่คุณออก แต่ฉันจะเก็บคุณไว้ แล้วทำให้คุณรู้ว่าการอยู่ต่อในบริษัทแห่งนี้ มันทรมานกว่าการถูกไล่ออกหลายสิบเท่า! ” เขาหัวเราะเบาๆใส่ได้อย่างน่าตบปาก

“ สุดท้ายคนอย่างคุณก็จะเป็นฝ่ายเดินมาลาออกเอง บริษัทก็ไม่ต้องเสียเงินชดเชยเลยสักบาท ฮ่าๆๆ ”

คำพูดนั้นทำให้พนักงานหลายคนกำหมัดแน่น แม้จะไม่ได้โดนเอง แต่ก็เข้าใจว่าประธานแบบนี้มันเลวทราม! นี่คือการใช้อำนาจบีบลูกน้องให้จนมุม เป็นการกลั่นแกล้งอย่างเปิดเผย

ฝ่ายบุคคลก้มหน้าลง แม้จะรู้สึกอึดอัดแต่ก็ไม่มีอำนาจคัดค้าน

“ เลวได้ใจเลยจริงๆ วันนี้ท่านประธานของบริษัทชั่วหางโผล่แล้วสินะ! ” เมย์กัดริมฝีปากจนแทบเป็นแผล

“ ฮ่าๆๆ ” กลับเป็นไทม์ที่หัวเราะออกมา เสียงหัวเราะนั้นทำให้ทุกคนหันมอง

“ คุณหัวเราะอะไร? ” แม้แต่ประธานก็ยังต้องสงสัย

ไทม์เงยหน้าขึ้น สายตาเขาเต็มไปด้วยความสมเพชมากกว่าความโกรธ

“ ผมหัวเราะก็เพราะเพิ่งรู้ ว่าคนที่มีบริษัทระดับหมื่นล้าน กลับหน้าด้านคิดหาวิธีกลั่นแกล้งลูกน้องเพื่อประหยัดค่าชดเชยไม่กี่แสนบาท ”

“ ถ้าผู้ถือหุ้นคนอื่นรู้ว่าท่านบริหารบริษัทด้วยทัศนคติแบบนี้ ผมเชื่อว่าพวกเขาคงผิดหวังไม่น้อยเลยครับ ”

รอยยิ้มของท่านประธานค่อยๆหายไป ชัดเจนว่าต่อให้เขาจะเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่สุด แต่คนที่ร่วมเป็นเจ้าของก็ยังมีอยู่!