คุณหนูผู้หวั่นไหว
คุณหนูผู้หวั่นไหว
“ ถ้าผู้ถือหุ้นคนอื่นรู้ว่าท่านบริหารบริษัทด้วยทัศนคติแบบนี้ ผมเชื่อว่าพวกเขาคงผิดหวังไม่น้อยเลยครับ ” รอยยิ้มของท่านประธานค่อยๆหายไป ชัดเจนว่าต่อให้เขาจะเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่สุด แต่คนที่ร่วมเป็นเจ้าของก็ยังมีอยู่!
รอยยิ้มบนใบหน้าของท่านประธานค่อยๆจางหายไป ชัดเจนว่าคำพูดของไทม์แทงเข้าจุดที่เขาไม่อยากให้ใครแตะต้อง..
“ หวังว่าคุณจะยังหัวเราะได้อีกนานนะ ” พูดจบก็หันหลังจากไปทันที เลขา ผู้จัดการฝ่ายบุคคล และผู้บริหารหลายคนรีบเดินตามออกไป ไม่มีใครกล้าพูดอะไรต่อ..
ติ๊ง.. ประตูลิฟต์ปิดลงพร้อมกับชายผู้มีอำนาจสูงสุดของบริษัท เมื่อแรงกดดันมหาศาลหายไป ทั้งแผนกก็ยังไม่มีใครกล้าขยับตัว!
ความเงียบเข้าปกคลุมไปทั่ว หลายคนมองไทม์ด้วยความเห็นใจ บางคนอยากพูดปลอบ แต่ก็กลัวว่าจะเดือดร้อนไปด้วยในครั้งนี้
“ ฮ่าๆๆๆ! เห็นมั้ยล่ะ! ปากดีนักก็เจอของจริงเข้าให้! ” ชาญชัยเป็นคนแรกที่หลุดหัวเราะออกมา
“ เงินเดือนเหลือไม่ถึงครึ่ง โบนัสก็ไม่มี อนาคตก็ดับ! ฉันบอกแล้ว อย่าคิดสู้กับคนที่มีอำนาจ! โชคดร้ายหน่อยนะ ที่ไม่มีหัวหน้าอย่างฉันคอยช่วยพูดให้แม้แต่คำเดียว! ” เขาพูดอย่างสะใจ ก่อนเดินกลับเข้าห้องทำงานไปอย่างผู้ชนะ
“ ก็แค่หัวหน้าแผนกตัวเล็กๆ ทำอย่างกับคำพูดนั่นจะเปลี่ยนใจประธานได้ ” ไทม์ส่ายหน้าเบาๆกับคนแบบนี้ที่หลงตัวเองไปวันๆ
“ มึง.. โอเคปะวะ ” เมย์รีบเดินมาหาไทม์ทันที
“ โอเคสิ ยังไงซะกูก็ต้องการเวลาว่างเยอะๆอยู่แล้ว ” ไทม์เพียงยักไหล่อย่างคนที่ไม่คิดจะกลับมาทำงานประจำ ที่เขามาก็เพื่อก่อกวน และการก่อกวนนั้นมันก็เพิ่งเริ่มต้น!
“ แต่ยังไงมันก็น่าแค้น ไอ้ประธานนั่นมันใช้อำนาจแบบผิดๆ.. ” เมย์บ่นด้วยอารมณ์แตกต่างจากไทม์ ที่ตอนนี้กำลังเปิดลิ้นชักโต๊ะทำงานเพื่อเก็บของ เหมือนทุกเรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
“ นั่งทำงานคนเดียวไปซักพักนะ.. ” เขาพูดก่อนหยุดคิดเล็กน้อย
“ มึงอาจจะไม่ได้ลาออกไปช่วยงานกูที่นู้นแล้ว แต่มึงอาจต้องทำงานที่นี่ต่อไปอีกนาน ” คำพูดนั้นทำเอาตัวเมย์ต้องชะงัก
“ มึงกำลังหมายความว่าอะไร ” เมย์มองตามเพื่อชายที่กำลังหยิบแก้วกาแฟ ต้นกระบองเพชรเล็กๆ สมุดโน้ต และรูปถ่ายเก่าๆออกมาใส่กล่องกระดาษอย่างใจเย็น
“ บริษัทนี่น่าจะมีมูลค่าประมาณสามหมื่นล้าน ซึ่งต่อให้กูจะเข้าจัดการทันทีแต่ก็ยังต้องใช้เวลา โลกแห่งความเป็นจริงมันไม่เหมือนในละคร มึงเองก็รู้ว่ามันไม่ง่าย.. ”
“ มึงจะเข้าซื้อบริษัทแห่งนี้.. ” เมย์ถึงกับใจสั่นไปเลย เธอรู้แหละว่าไทม์รวยมาก แต่การจะซื้อบริษัทสามหมื่นล้านมันก็ไม่ง่าย..
“ กูจะใช้อำนาจที่มีกดดัน ทำยังไงก็ได้ให้มูลค่าในตลาดลดลงไปกว่าครึ่ง หลังจากนั้นเมื่อเข้าสู่ช่วงขาดทุนล้มละลายแล้ว ตัวกูก็จะเข้าซื้อทุกอย่างแบบที่ไอ้ประธานนั่นไม่ได้เงินเลยซักบาทเดียว! ” รอยยิ้มเหี้ยมปรากฏขึ้นมา สำหรับเรื่องนี้ตัวเขาก็ได้โทรบอกคุณเตชิต รองประธานอดีตเจ้าของอาณาจักรธุรกิจสามแสนล้านของตัวเองแล้ว!
“ มึงนี่มันสุดยอดจริงๆ แค้นนี้ต้องชำระ สิบปีก็ยังไม่สายสินะ.. ” เมย์ยกนิ้วให้เลย
“ ปัญหาคือไม่ใช่สิบปี แต่แค่สิบวันพวกมันก็ล้มละลายได้แล้ว! กูจะแต่งตั้งมึงเป็นซีอีโอคนใหม่! ” เขาหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ คนพวกนี้มีปัญญาสนุกสนานกันได้อีกไม่นาน
“ สุดท้ายก็ต้องเก็บของหนีอยู่ดี! เป็นไงล่ะคนเก่ง ไม่กล้าปากดีกับฉันแล้วเหรอ! ” ลินินที่ยืนมองอยู่ไม่ไกลถึงกับยิ้มเยาะ
“ ฉันบอกแล้ว.. คนอย่างแกไม่มีวันชนะฉันได้ ”
“ ยัยนี่มันเปลี่ยนแปลงไม่ได้จริงๆ ” เมย์ที่ได้ยินก็ถึงส่ายหน้า ตัวเธออุตส่าห์คิดว่าโรคคุณหนูมันรักษาได้..
“ ใครบอกว่าผมหนี? ” ไทม์ปิดฝากล่องเบาๆก่อนเงยหน้ามองเธอ
“ ก็แกเก็บของหนีตายแล้วไม่ใช่เหรอ! ”
“ อ๋อ.. ” เขาหัวเราะเบาๆ
“ พอดีของพวกนี้มันเป็นของส่วนตัว ผมก็เลยอยากเอากลับไปเก็บไว้ที่บ้าน.. ของอย่างอื่นผมไม่ได้เก็บเองหรอก เดี๋ยวให้คนมาจัดการแทนก็แล้วกัน ” เขากล่าวอย่างกับว่าตนเองนั้นยิ่งใหญ่ จนมีลูกน้องมาคอยช่วยเก็บของให้ตามหลัง
“ ส่วนวันนี้.. ผมขอเลิกงานเลยก็แล้วกันนะ ” ชายหนุ่มผู้มาทำงานเกือบเที่ยง หยิบกุญแจรถขึ้นมาหมุนเล่นอย่างคิดจะเลิกงานตอนบ่ายสอง..
“ มึงเอาจริงเหรอวะ แบบนี้มันโคตรจะเฟียสเลย.. ” เมย์อึ้งกับการกระทำนี้ ที่ถ้าไม่ใช่คนพร้อมลาออกก็คงไม่มีใครกล้าทำ..
“ ก็เขาสั่งย้ายไปชั้นใต้ดิน แต่ยังไม่ได้กำหนดวันเริ่มงานมาให้ ไว้มีกำหนดอย่างเป็นทางการเมื่อไร กูค่อยเริ่มงานตอนนั้นก็แล้วกัน ฮ่าๆๆ ” พูดจบชายหนุ่มก็หันไปยิ้มให้เพื่อนร่วมงานทุกคน
“ ฝากโต๊ะด้วยนะ ของทุกอย่างวางไว้เฉยๆได้เลย เดี๋ยวผมให้คนมาจัดการเอง ” เขาพูดก่อนจะยกลังกระดาษเดินออกจากแผนกอย่างสบายอารมณ์
“ เดี๋ยว! ” ลินินรีบเดินตามออกไปทันที
“ แกจะหนีไปไหน! คิดว่าหนีกลับบ้านแล้วเรื่องจะจบเหรอ! ”
“ ต่อไปนี้ฉันจะกดแกให้จมดิน! ฉันจะทำให้แกรู้ว่าการมีชีวิตอยู่ในบริษัทนี้มันทรมานแค่ไหน! ” เธอเดินตามมาตลอดทางตั้งแต่หน้าลิฟต์จนถึงล็อบบี้ พนักงานหลายคนแอบมองด้วยสายตาแปลกๆ แต่ไทม์กลับไม่หันไปมองแม้แต่ครั้งเดียว
จนกระทั่งชายหนุ่มเดินออกมาถึงลานจอดรถด้านหน้าอาคาร ซึ่งลินินก็ยังตามมาแบติดๆ!
“ ได้ยินที่ฉันพูดมั้ย ฉันจะทำลายแกจนสมัครงานที่ไหนไม่ได้อีกเลยตลอดชีวิต!! ”
“ ต่อไปแกไม่มีวันจะมีอนาคตได้! อำนาจที่ฉันมีมันเหนือกว่าแกเป็นร้อยเท่า! ”
ไทม์หยุดเดินทันที ดูเหมือนเขาจะต้องสั่งสอนคุณหนูคนนี้ให้รู้จักโลกจริงๆบ้างแล้ว..
“ นี่นังคุณหนู! ” คิดได้แบบนั้นชายหนุ่มก็หันกลับไปแล้วดึงข้อมือเธอเข้ามา ก่อนจะผลักหญิงสาวเข้าชนต้นไม้ในที่ลับตาผู้คนอย่างรวดเร็ว!
“ มึงคิดว่าพ่อมึงรวยแล้วจะพูดเชี่ยอะไรก็ได้เหรอวะ? ถ้าตอนนี้กูฆ่ามึงซะ ต่อให้กูจะติดคุก พ่อมึงก็เสียลูกสาวอยู่ดี ” คำพูดของไทม์ตรงพอจะทำให้ลินินเบิกตากว้างขึ้นมาได้!
“ ในกล่องนี่มีมีดกับกรรไกรอยู่ ถ้าผมจะฆ่าคุณตอนนี้ เงินหมื่นล้านในกระเป๋าคุณช่วยอะไรได้บ้าง? ”
“ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าผมเองก็ทำแบบนี้ได้ทุกวัน ท่านประธานอย่างนั้นเหรอ กระสุนนัดเดียวก็ส่งมันไปเกิดใหม่ได้แล้ว ที่นี่ประเทศไทย! ปืนหนึ่งกระบอกหาได้ไม่ยากนักหรอก ใช้สมองหน่อยคนสวย เคยได้ยินมั้ย? อย่าไล่ต้อนสุนัขจนกลายเป็นหมาจนตรอก เพราะหมาทุกตัวมันกัดเป็น! ” เขาพูดทุกอย่างข้างหูเธอแบบใกล้ชิด ชนิดที่หากหันหน้าก็คงหอมแก้มกันได้เลย!
ติ๊ด! เสียงปลดล็อกรถดังขึ้น ไฟหน้าของรถเบนซ์สีดำคันหนึ่งกะพริบตอบรับทันที
“ เก็บไปคิดนะคนสวย ถือว่าผมช่วยให้ทางสว่างแก่ชีวิตนี้แล้ว ” เขาเอาตัวออกห่างก่อนเดินขึ้นรถไป
ลินินยืนค้างอยู่กับที่.. ดวงตาคู่สวยเบิกกว้าง ร่างทั้งร่างแข็งทื่อราวกับถูกแช่แข็ง สมองของเธอว่างเปล่าไปชั่วขณะ
ปัง! เสียงประตูรถปิดดังขึ้น เสียงเครื่องยนต์คำรามเบาๆ ก่อนรถเบนซ์สีดำคันนั้นจะค่อยๆเคลื่อนตัวออกจากลานจอดไปช้าๆ
ลินินยังไม่ขยับ.. สายตาเธอจ้องตามท้ายรถคันนั้นไปเรื่อยๆ จนมันเลี้ยวหายออกไปในท้องถนน..
เธอเพิ่งโดนผู้ชายคนหนึ่งผลักจนชนต้นไม้ เพิ่งถูกข่มขู่ต่อหน้า เพิ่งถูกพูดใส่ชนิดไม่ไว้หน้าแม้แต่น้อย หากเป็นเมื่อก่อนคนคนนั้นคงถูกพ่อของเธอจับโยนเข้าคุกไปแล้ว..
แต่ตอนนี้.. เธอกลับยืนนิ่งเพราะไม่รู้ว่าทำไม แต่หัวใจเธอกลับเต้นแรงผิดปกติ
ตึก.. ตึก.. ตึก.. ลินินยกมือแตะหน้าอกตัวเองเบาๆ
“ บ้าน่ะ.. ” หญิงสาวเม้มริมฝีปาก
“ ฉันกลัวงั้นเหรอ.. ” ยิ่งถามตัวเอง เธอก็ยิ่งรู้สึกว่ามันไม่ใช่ เธอเคยเจอผู้ชายมาหลายแบบ คนที่พยายามเอาใจ คนที่ประจบสอพลอ คนที่แกล้งทำเป็นเท่ แม้แต่คนที่คิดใช้กำลังเพื่อเรียกร้องความสนใจก็มี..
ปัญหาคือคนเหล่านั้นไม่มีใครเหมือนไทม์ สายตาคู่นั้นไม่ได้มีความโลภ ไม่ได้มีความหวาดกลัว และก็ไม่ได้พยายามทำให้เธอชอบ เขาแค่รำคาญเธอจริงๆ! แถมยังกล้าพูดทุกคำออกมาต่อหน้า!
“ หมาจนตรอกงั้นเหรอ.. ” ลินินพึมพำเบาๆ ประโยคนั้นยังดังก้องอยู่ในหัว
“ ไอ้บ้านั่น! ” เธอกัดริมฝีปากแน่น ความโกรธที่มีกลับปะปนกับความรู้สึกประหลาดบางอย่าง ยิ่งนึกถึงตอนที่เขาดึงเธอเข้าไปประชิดต้นไม้ ใบหน้าหล่อเหลาที่อยู่ห่างกันเพียงไม่กี่เซนติเมตร น้ำเสียงเย็นๆที่พูดข้างหูขณะพูดจาข่มขู่ ลมหายใจอุ่นๆที่สัมผัสแก้ม..
“ บ้า.. บ้าที่สุด.. ฉันชอบหมาเหรอเนี่ย! ” ใบหน้าของลินินเริ่มร้อนขึ้นเรื่อยๆ เธอรีบเอามือแตะแก้มตัวเองก่อนสะบัดหัวไล่ความรู้สึกนั้น
“ เพราะฉันเกลียดมันแน่ๆ ใช่แล้ว ฉันเกลียดมัน! ” เธอปลอบใจตัวเอง ก่อนจะเริ่มติดใจกับรถเบนซ์ที่เขาขับออกไป
“ ว่าแต่ไอ้บ้านั่นมันขับรถราคาแพงได้ยังไง.. นั่นใช่สิ่งที่พนักงานจะมีได้เหรอ.. ”
“ แถมมันยังเรียกฉันว่าคนสวยด้วยนะ.. ” แม้จะพยายามโฟกัสเรื่องใหม่แล้ว แต่คำว่าคนสวยข้างหูก็ยังชัดเจนอยู่ดี..
“ คิดว่าพูดแค่นี้แล้วฉันจะใจอ่อน..? ” เธอสูดลมหายใจลึก พยายามจัดสีหน้าให้กลับมาเย็นชาเหมือนเดิม แต่พอเงยหน้าขึ้น.. สายตาเธอกลับมองไปยังประตูบริษัทที่รถเบนซ์คันนั้นเพิ่งขับออกไปโดยไม่รู้ตัว
“ ชิ! ” เธอกระทืบเท้าเบาๆด้วยความหงุดหงิด
“ ใครจะไปคิดถึงคนแบบนั้นกัน! ไอ้สวะชั้นต่ำ! ” แม้ปากจะพูดเช่นนั้น แต่ในหัวของลินินกลับยังมีทั้งคำข่มขู่ แววตา และรอยยิ้มมุมปากของอีกฝ่าย คำว่าคนสวยวนซ้ำไปมาไม่ยอมหยุด.. จนแม้แต่เจ้าตัวเองก็เริ่มไม่เข้าใจแล้ว ว่าอารมณ์ที่กำลังเกิดขึ้นกับหัวใจของตัวเองนั้น มันคืออะไรกันแน่?