สู่เมืองจิ้นอัน
สู่เมืองจิ้นอัน
“ ม้าศึกของแท้มันต้องแบบนี้สิ ถ้าพวกทหารได้เห็นเข้า มีหวังต้องตกใจกลัวเป็นแน่ ฮ่าๆๆ ” ชายหนุ่มลูบถังน้ำมันก่อนคร่อมตัวรถอย่างคล่องแคล่ว สกิลขับขี่ที่ติดตัวมาตั้งแต่สมัยอยู่ภาคอีสาน กลับมีประโยชน์ที่สุดในวันนี้!
เพียงเขาบิดกุญแจ หน้าจอดิจิทัลขนาดใหญ่ก็สว่างขึ้น ไฟสถานะทุกดวงทำงานครบถ้วน น้ำมันเต็มถัง แบตเตอรี่เต็ม ทุกอย่างพร้อมออกเดินทาง
ครืนนน.. ไทม์กำคลัตช์ก่อนกดปุ่มสตาร์ต เครื่องยนต์ Boxer ขนาด 1,300 ซีซีตื่นขึ้นด้วยเสียงคำรามทุ้มต่ำ หนักแน่นแต่ไม่แผดเสียงดังจนเกินไป!
แรงสั่นสะเทือนส่งผ่านมาถึงแฮนด์รถ เสียงเครื่องยนต์ก้องสะท้อนไปทั่วผืนป่า ฝูงนกบนยอดไม้ตกใจจนบินหนีกันอลหม่าน สัตว์ป่าตัวเล็กหลายตัวรีบวิ่งหลบเข้าพุ่มไม้ทันที
“ สมกับเป็นราชาแห่งรถแอดเวนเจอร์จริงๆ.. ” ไทม์ยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ เขาเหลือบมองถนนดินที่ทอดยาวไปสุดสายตา
เส้นทางสายนี้จะนำเขาเข้าสู่เมืองหลักของชายแดนเหนือ เมืองที่รวมเหล่าขุนนาง พ่อค้าผู้มั่งคั่ง สำนักโอสถ และตระกูลใหญ่เอาไว้มากมาย เมืองจิ้นอันย่อมมีทั้งโอกาสและขุมทรัพย์มหาศาลรออยู่!
“ ไปกันเลยไอ้ลูกชาย! ” เสียงเครื่องยนต์คำรามขึ้นอีกครั้ง ก่อนรถ BMW คันใหญ่ทะยานมุ่งหน้าสู่ถนนดินสายโบราณ ทิ้งไว้เพียงฝุ่นสีแดงให้ฟุ้งกระจายอยู่ด้านหลัง!
ล้อขนาดใหญ่บดผ่านพื้นดินแข็งอย่างมั่นคง เสียงเครื่องยนต์ดังเป็นจังหวะหนักแน่น
ครืนนน.. วู้มมม! เพียงบิดคันเร่งเบาๆ รถทั้งคันก็พุ่งทะยานออกไปราวกับลูกธนู!
สายลมปะทะใบหน้า ชายเสื้อคลุมจีนโบราณปลิวสะบัดไปด้านหลัง ภาพที่เห็นช่างขัดตาแต่กลับเข้ากันได้แบบงงๆ
“ แบบนี้สิถึงจะเรียกว่าการเดินทาง! จะให้เดินเท้าหรือขี่ม้าก็คงไม่ใช่ ฮ่าๆๆ ” ไทม์หัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี นี่ถ้าเขาเลือกเดินไปเรื่อยๆ ดูท่าว่าเจ็ดวันก็คงไม่ถึงประตูเมือง!
ไม่ถึงหนึ่งนาที ป่าที่เคยอยู่ด้านหลังก็กลายเป็นเพียงจุดเล็กๆ ถนนดินราชวงศ์หมิงแกร่งพอจะรองรับความเร็วที่หนึ่งร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมงได้!
สำหรับโลกยุคปัจจุบัน ตัวเลขนี้อาจเป็นเพียงความเร็วเดินทางทั่วไป แต่สำหรับโลกเมื่อหลายร้อยปีก่อน มันคือความเร็วที่เกินกว่าจะจินตนาการ!
ห่างออกไปไม่กี่กิโลเมตร ขบวนเกวียนของพ่อค้ากลุ่มหนึ่งกำลังมุ่งหน้าเข้าเมืองจิ้นอันอย่างเร่งรีบ เกวียนไม้สิบกว่าคันเรียงต่อกันเป็นแถว ม้าเทียมเกวียนเดินไปอย่างเชื่องช้า ทหารรับจ้างถือดาบคอยคุ้มกันอยู่รอบขบวน
ชายวัยกลางคนผู้เป็นหัวหน้ากองคาราวานนั่งอยู่บนหลังม้า ทันใดนั้นเสียงประหลาดก็ดังแว่วมาจากด้านหลัง!
ครืนนนนนน!
“ หือ? ” ทุกคนหันกลับไปพร้อมกัน
“ เสียงอะไรน่ะ? ”
“ ฟังเหมือนอสูรคำรามเลย.. ”
“ หรือจะเป็นปีศาจเสือ? ” ทหารรับจ้างหลายคนรีบชักดาบออกจากฝักทันที
วู้มมม!! เงาสีดำสายหนึ่งพุ่งผ่านข้างขบวนเกวียนไปด้วยความเร็วที่สายตามนุษย์แทบมองไม่ทัน! ฝุ่นสีแดงระเบิดขึ้นปกคลุมไปทั่วทั้งถนน ม้าหลายตัวตกใจจนยกขาหน้าสูง!
ฮี้!!! เกวียนสองสามคันแทบพลิกคว่ำ
“ ระวัง!! ”
“ จับม้าไว้!! ”
“ เกิดอะไรขึ้น!! ” ทุกคนโกลาหลไปหมด
เมื่อฝุ่นเริ่มจางลง สิ่งที่เห็นมีเพียงรอยล้อเส้นยาวเหยียดบนพื้นดิน! ส่วนสิ่งมีชีวิตประหลาดเมื่อครู่นั้น มันกลับหายไปเหมือนไม่เคยมีอยู่!
“ ข้า.. ข้าเห็นแล้ว.. ” ชายชราคนหนึ่งตัวสั่นเทาก่อนคุกเข่าลงกับพื้น
“ มันมีคนนั่งอยู่บนหลังสัตว์เหล็ก.. ”
“ เป็น.. เป็นเทพเซียนไม่ผิดแน่! ”
เพียะ! หัวหน้าคาราวานรีบตบหัวชายชราทันที
“ เซียนบ้านเจ้าสิ! เซียนที่ไหนวิ่งเร็วกว่าม้าเป็นสิบเท่า! ”
“ แต่.. แต่ข้าเห็นจริงๆ.. ” ทุกคนหันมองหน้ากันอย่างไม่มีใครรู้ ว่าตนเองพบเจอเข้ากับอะไร สิ่งเดียวที่พอจะบอกได้ ก็คือเจ้านั่นมันเร็วเสียจนแม้แต่ม้าศึกที่ดีที่สุดในแผ่นดิน ก็ไม่มีทางไล่ตามได้ทัน!
. . .
ในเวลาเดียวกันไทม์ยังคงบิดคันเร่งต่อไปอย่างสบายอารมณ์ เขาเห็นขบวนเกวียนเมื่อครู่ตั้งแต่ระยะไกลแล้วแต่ก็ไม่ได้คิดหลบ ชายหนุ่มไม่ได้คิดซ่อนรถ และไม่ได้คิดจะลดความเร็วแม้แต่นิดเดียว
“ โลกนี้ไม่มีใครไล่ตามได้ทันอยู่แล้ว จะซ่อนทำไมให้เสียเวลา ” เขาพูดพร้อมยักไหล่ ต่อให้ข่าวลือเรื่องสัตว์เหล็กวิ่งเร็วกว่าม้าจะแพร่ออกไป แต่แล้วจะอย่างไรล่ะ? ตราบใดที่ไม่มีใครเร็วพอจะตามทัน ไม่มีใครรู้ว่าเขาจะไปที่ไหน และไม่มีใครเก่งพอจะแย่งรถคันนี้ไปจากเขาได้!
“ ว่าแต่ชีวิตเรานี่ก็ชิวดีเนอะ เพิ่งไปกวนตีนประธานบริษัทเก่ามาแท้ๆ พริบตาเดียวก็ได้มาขี่รถเล่นในสมัยราชวงศ์หมิง ขี้โกงสุดๆไปเลย มีที่ให้หนีไปได้ตลอดแบบนี้ ” เขาอมยิ้มกับความโกงของพลังข้ามเวลา ที่ต่อให้เขาไปฆ่าคนตายในโลกยุคนั้น ก็ยังมีสถานที่ให้หลบหนีมาได้เสมอ
“ แล้วท่า.. เราทำเรื่องไม่ดีจริงๆแล้วใช้พลังสลับมาโลกฝั่งนี้แทนล่ะ อยู่ที่นี่ซักสามวัน ไม่ใช่ว่าหลักฐานการมีอยู่ของเราตรงนั้นจะหายไปเลยเหรอ.. ” เขาคิดต่อขณะขับรถไปเรื่อยๆ พลัังนี้มันก็ไม่ต่างจากการที่อยู่ดีๆตัวตนของไทม์หายไปจากโลกฝั่งนั้นเลย หากเขาใช้ในทางที่ผิด ก็คงกลายเป็นสุดยอดนักฆ่าได้ง่ายๆ..
“ ไม่เอาๆ เป็นคนดีน่ะดีแล้ว อย่าถึงขั้นต้องทำเรื่องแย่ๆในโลกทั้งสองฝั่งเลย ” เขาส่ายหน้าเพื่อลบความคิดนี้ออกไป ในโลกฝั่งนี้เขาเคยฆ่าคนมาแล้ว เพราะงั้นในโลกอีกฝั่งก็ขอเป็นคนดีแล้วกัน..
วู้มมม! คันเร่งถูกบิดเพิ่มอีกครั้ง เครื่องยนต์คำรามก้องไปทั่วหุบเขา เส้นทางดินที่เคยต้องใช้เวลาเดินเท้าหลายวัน ถูกกลืนหายไปด้วยพลังแห่งสองล้อ!
ระหว่างทางไทม์พบทั้งชาวบ้านที่กำลังแบกฟืน เด็กเลี้ยงวัว คนตัดไม้ และนักเดินทางอีกหลายกลุ่ม ชัดเจนว่าทุกคนมีปฏิกิริยาเหมือนกันแทบทั้งหมด
“ นั่นมันตัวอะไร!! ”
“ หนีเร็ว!! ”
“ สัตว์ประหลาด!! ”
“ วิ่งเร็วกว่าสายลมอีก! ” บางคนตกใจจนทิ้งของแล้ววิ่งเข้าป่า บางคนคุกเข่าลงกราบกับพื้น ด้วยคิดว่าเป็นเทพเซียนลงจากสวรรค์
“ จะว่าไป.. ถ้าขับเข้าเมืองแบบนี้มีหวังได้โดนล้อมแน่ๆ ” ไทม์คิดกับปฏิกิริยาของผู้คน ต่อให้เขาไม่กลัวใคร แต่การเอารถจักรยานยนต์ไปวิ่งเข้าเมือง ก็ไม่ต่างจากประกาศให้คนทั้งเมืองรู้ว่าเขามีของวิเศษอยู่ในมือ..
ถ้าเป็นแค่ชาวบ้านก็คงตกใจแล้ววิ่งหนี แต่ถ้าเป็นทหารหรือพวกขุนนางที่โลภในทรัพย์สินล้ำค่า.. เรื่องทั้งหมดคงไม่จบลงง่ายๆ
“ ยังไม่ถึงเวลาสร้างชื่อแบบนั้น เป้าหมายของเราคือการรีบข้ามน้ำข้ามทะเล กรุงศรีอยุธยากำลังรออยู่.. ” ชายหนุ่มลดความเร็วลงเป็นครั้งแรกตั้งแต่ออกจากป่า
ครืนนน.. ความเร็วจากร้อยกว่ากิโลเมตรต่อชั่วโมง ค่อยๆเหลือเพียงห้าสิบ.. สี่สิบ.. ลมที่เคยปะทะใบหน้ารุนแรงเริ่มสงบลง
เบื้องหน้าปรากฏกำแพงเมืองขนาดมหึมาตั้งตระหง่านอยู่ไกลๆ เหนือกำแพงมีหอคอยเฝ้ายามเรียงราย ธงผืนใหญ่โบกสะบัดไปตามแรงลม
แม้ยังอยู่ห่างออกไปหลายกิโลเมตร แต่ไทม์ก็เริ่มเห็นผู้คนมากขึ้นเรื่อยๆ
เกวียนสินค้า.. ชาวบ้านหาบผัก.. พ่อค้านักเดินทาง.. รวมถึงกองเกวียนขนาดใหญ่ที่ต่อแถวรอเข้าเมืองในเวลานี้ ถนนซึ่งเดิมโล่งกว้าง บัดนี้กลับเต็มไปด้วยผู้คนแทบทุกช่วงระยะ
“ คนเริ่มเยอะแล้วแฮะ.. ” ไทม์กวาดสายตามองไปรอบๆ ถ้าขับต่อไปไม่เกินสิบนาที ทุกคนคงได้เห็นม้าศึกเหล็กของเขากันหมด
“ แบบนี้ไม่ได้ ” ชายหนุ่มหันรถออกจากถนนใหญ่ มุ่งหน้าไปยังเนินเขาเตี้ยๆด้านข้างซึ่งมีป่าละเมาะขึ้นปกคลุม เขาขับลึกเข้าไปอีกเกือบสองร้อยเมตร จนต้นไม้บดบังสายตาจากถนนด้านนอกทั้งหมด
ครืนนน.. เครื่องยนต์ดับลง บรรยากาศรอบด้านกลับคืนสู่ความเงียบ มีเพียงเสียงนกร้องกับสายลมพัดผ่านใบไม้
ไทม์ลงจากรถก่อนหันมองเจ้ามอเตอร์ไซค์ด้วยสีหน้าชื่นชม
“ วันนี้คงต้องพักก่อนนะไอ้ลูกชาย ” เขาเอื้อมมือแตะถังน้ำมันเบาๆ ทันทีที่ความคิดเคลื่อนไหว..
ฟุ่บ! รถจักรยานยนต์ทั้งคันก็หายวับไปจากตรงนั้น ราวกับมันไม่เคยมีอยู่
“ สะดวกดีจริงๆ ” ไทม์พยักหน้าด้วยความพอใจ ถ้าไม่มีพื้นที่เก็บของแบบนี้ เขาคงต้องขุดหลุมฝังรถหรือหาผ้ามาคลุมไว้ ซึ่งเสี่ยงเกินไป
ด้วยพลังของระบบ ต่อให้เซียนทั้งแผ่นดินมาค้นหา แต่ก็ไม่มีทางหารถของเขาเจอ! ชายหนุ่มจัดเสื้อคลุมจีนให้เรียบร้อย ปัดฝุ่นตามชายกางเกง ก่อนสะพายกระเป๋าผ้าใบเล็กไว้ด้านหลัง จากนั้นจึงเดินออกจากป่ากลับสู่ถนนสายหลักด้วยท่าทางปกติ
ไทม์เงยหน้ามองกำแพงเมืองซึ่งใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆในทุกย่างก้าว เหนือซุ้มประตูหลักมีป้ายไม้ขนาดมหึมาแขวนอยู่ ตัวอักษรจีนสีทองสามตัวถูกสลักไว้อย่างสง่างาม
เมืองจิ้นอัน!
หน้าประตูเมืองมีผู้คนต่อแถวเป็นทางยาว ทหารเกราะเหล็กหลายสิบนายยืนถือหอกตรวจตราผู้คนอย่างเข้มงวด เกวียนทุกคันต้องหยุดให้ตรวจสินค้า นักเดินทางทุกคนต้องแสดงเอกสารหรือบอกจุดประสงค์ในการเข้าเมือง
“ ดูท่าจะเข้าไปไม่ได้ง่ายๆ ช่วงนี้เป็นยุคอดอยากที่บ้านเมืองเต็มไปด้วยสงคราม การป้องกันสายลับของศัตรูจึงเป็นเรื่องใหญ่.. ” เขากล่าวอย่างพอจะมองออกว่าคนที่ต่อแถวอยู่นี้ ก็คือผู้อพยพจากชายแดนที่หนีตายกันเข้ามา!