จวนเจ้าเมือง
จวนเจ้าเมือง
ใต้ศาลาริมถนนมีชายหนุ่มประมาณหกเจ็ดคนกำลังนั่งล้อมโต๊ะน้ำชา ทุกคนสวมชุดแขนยาวสีฟ้าอ่อนแบบบัณฑิต คาดเข็มขัดผ้าสีดำซึ่งประทับตราสำนักไว้ แถมด้านหลังก็ยังมีคนรับใช้ยืนถือหนังสือกับห่อสัมภาระอยู่..
จากท่าทางและการแต่งกาย คนเหล่านี้ก็น่าจะเป็นบัณฑิตจากสถานศึกษาชั้นสูงของเมือง ไทม์เดินช้าลงเหมือนกำลังมองร้านค้าข้างทาง แต่หูกลับตั้งใจฟังทุกคำที่พวกเขาพูดคุย..
“ ข้าได้ยินว่ามันวิ่งเร็วกว่าม้าศึกสิบเท่า! ” ชายคนหนึ่งพูดด้วยสีหน้าตื่นเต้น
“ สิบเท่าจะเป็นไปได้อย่างไร! ” อีกคนส่ายหน้า
“ ข้าว่าคงเป็นพวกชาวบ้านแต่งเรื่องมากกว่า ”
“ แต่งเรื่อง? ” ชายสวมชุดขาวหัวเราะ
“ เจ้ารู้หรือไม่ว่าตอนนี้มีพ่อค้าถึงสามกองคาราวานพูดตรงกันหมด รวมถึงทหารลาดตระเวนอีกหนึ่งหน่วยด้วย! ”
“ ทุกคนต่างเห็นสิ่งเดียวกัน สัตว์เหล็กสีดำที่มีคนนั่งคร่อมอยู่ด้านบน ” สิ้นคำนั้นเหล่าบัณฑิตก็เริ่มสนใจ!
“ สัตว์ประหลาดนั่นส่งเสียงคำรามดังสนั่นป่า วิ่งเร็วจนมองไม่ทัน หลายคนเชื่อแล้วว่าเป็นเทพเซียนจากสวรรค์ลงมาเที่ยวเล่นในโลกมนุษย์! ”
“ ข่าวไปไวชะมัด.. ” ไทม์แอบไอเบาๆด้วยความเขิน
“ ข้าว่ามันน่าจะเป็นสัตว์อสูรจากดินแดนเหนือ ไม่ก็ของวิเศษจากสำนักเซียน ไม่มีทางเป็นของมนุษย์ทั่วไป ” ชายอีกคนยกถ้วยชาขึ้นจิบก่อนพูดต่อ
“ พวกเจ้าคิดตื้นเกินไป ” ชายวัยยี่สิบปลายๆซึ่งนั่งอยู่หัวโต๊ะวางถ้วยชาลง ทุกคนหันมองทันที เห็นได้ชัดว่าชายผู้นี้มีฐานะเหนือกว่าคนอื่น
“ พี่เฉินคิดเห็นอย่างไร? ”
“ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์อสูรหรือของวิเศษ สิ่งสำคัญไม่ใช่ว่ามันคืออะไร แต่คือใครได้ครอบครองมัน ” ชายหนุ่มยิ้มบาง
“ เมื่อเช้าข้าเพิ่งกลับมาจากจวนเจ้าเมือง ท่านเจ้าเมืองออกประกาศลับแล้ว หากผู้ใดสามารถให้เบาะแสของอสูรเหล็กได้ ก็จะได้รับรางวัล.. ”
“ รางวัล? นี่ท่านเจ้าเมืองสนใจอสูรเหล็กนั่นด้วยเหรอ! ”
“ ไม่ใช่เลย ท่านเจ้าเมืองไม่ได้สนใจอสูรเหล็ก สิ่งที่ท่านสนคือท่านเซียนที่ขี่มันอยู่มากกว่า อย่างที่พวกเจ้าก็รู้ ลูกสาวของท่านเจ้าเมืองหรือก็คือลูกพี่ลูกน้องข้ากำลังป่วยหนัก โรคของนางไม่มีแพทย์คนใดรักษาได้.. ”
“ โอ้โห.. ข่าวดีของแท้เลยนะเนี้ย ” ไทม์อมยิ้มอยู่ไกลๆ ระดับเจ้าเมือง! มันต้องแบบนี้สิถึงคุ้มค่าให้เสียเวลาพูดคุย!
แต่บทสนทนายังไม่จบ ชายสกุลเฉินลดเสียงลงกว่าเดิมเล็กน้อย
“ ข้าได้ยินมาว่า.. สำนักช่างหลวงก็เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว ”
“ กองทัพเองก็ส่งคนออกตามหา ”
“ แม้แต่ตระกูลใหญ่อีกหลายตระกูลในเมืองเราก็ประกาศว่าจะทุ่มเงินมหาศาล เพื่อให้ได้อสูรเหล็กคันนั้น ” คนทั้งโต๊ะสูดลมหายใจพร้อมกัน
“ ของวิเศษเช่นนี้.. ผู้ใดได้ครอบครองย่อมเปลี่ยนสมดุลของสงครามได้ ”
“ คิดภาพหากมันลากเกวียนเพื่อขนส่งเสบียง หรือส่งข่าวของศึกสงครามดูสิ.. ”
ไทม์ยืนฟังจนจบบทสนทนา ก่อนรอยยิ้มบนใบหน้าจะกว้างขึ้นเรื่อยๆ
“ หาเงินด้วยการวิ่งหาของโบราณดูท่าจะช้าไปหน่อย ” เขาพึมพำเบาๆ การเข้าถึงตัวตนระดับสูงสุดของเมืองย่อมคาดหวังผลลัพธ์ได้มากกว่า
คนทั้งเมืองกำลังตามหาท่านเซียนผู้ขี่อสูรเหล็ก ส่วนตัวเขาก็คือคนคนนั้น..
“ แถมลูกสาวเจ้าเมืองยังป่วยอีก.. ” ไทม์ลูบคางขณะใช้ความคิด ในโลกของเขายาสามัญหลายชนิดหาซื้อได้ตามร้านสะดวกซื้อ แต่ในยุคนี้.. ยาเหล่านั้นมันอาจเป็นโอสถศักดิ์สิทธิ์เลยก็ว่าได้
“ ไม่รู้ป่วยเป็นอะไร แต่ถ้าเป็นโรคธรรมดาอย่างการติดเชื้อ ไข้ หรือขาดสารอาหาร.. บางทีอาจรักษาได้ง่ายๆ ” แน่นอนว่าเขาไม่คิดจะรับปากรักษาใครมั่วซั่ว แต่หากได้ตรวจอาการก่อน การตัดสินใจภายหลังก็ยังทำได้..
“ ระดับเจ้าเมืองอย่างน้อยก็ต้องมีเงิน มีของล้ำค่า มีข้อมูล คุ้มค่ากว่าตระเวนเดินหาของเองแน่! ” เมื่อตัดสินใจได้แล้วไทม์ก็ไม่คิดจะเสียเวลาอีก เขาหันหลังออกจากศาลาน้ำชา เพื่อเดินตรงไปยังถนนสายหลักในทันที
“ ขอถามหน่อย จวนเจ้าเมืองอยู่ทางไหน ” ไทม์เรียกถามจากคนขายผลไม้ข้างทาง ที่ทั้งแผงดูเหมือนจะมีผลไม้อยู่แค่สองผล..
ชายขายผลไม้เงยหน้าขึ้น ก่อนชี้ไปทางใจกลางเมืองทันที
“ เดินตรงไปอีกประมาณสามลี้จะเห็นภูเขาจำลอง จากนั้นเลี้ยวซ้าย จวนใหญ่ที่สุดที่มีทหารเฝ้าเต็มหน้าประตู นั่นแหละจวนเจ้าเมือง ”
“ ขอบใจ ” ไทม์โยนก้อนขนมปังให้หนึ่งก้อน ชายขายผลไม้รีบรับไว้ด้วยท่าทางตื่นเต้นในทันที!
“ ขอบพระคุณคุณชาย! ”
ยิ่งเดินลึกเข้าไปในเมือง อาคารบ้านเรือนก็ยิ่งโอ่อ่ามากขึ้น
จากร้านค้าไม้ธรรมดาค่อยๆกลายเป็นคฤหาสน์ของพ่อค้าใหญ่ กำแพงอิฐสีเทาสูงกว่าสองคน ประตูไม้แดงแกะสลักลวดลายมังกรและหงส์ หน้าบ้านแต่ละหลังมีรถม้าหรูจอดเรียงราย แม้แต่ผู้คนที่เดินผ่านไปมาก็ยังแต่งกายด้วยผ้าไหมราคาแพง
“เขตคนรวยสินะ.. ” ไทม์มองซ้ายมองขวา ชัดเจนว่าเขตนี้แตกต่างจากย่านตลาดโดยสิ้นเชิง ไม่มีเสียงโหวกเหวกของพ่อค้า ไม่มีเด็กวิ่งเล่น มีเพียงความสงบและกลิ่นอายของอำนาจ โชคดีที่ชุดของเขาก็เป็นของแบบนั้น..
เดินต่อมาอีกราวสิบนาที สิ่งก่อสร้างขนาดมหึมาก็ปรากฏอยู่ตรงหน้า กำแพงหินสีดำสูงเกือบสิบเมตรทอดยาวสุดสายตา หน้าประตูมีสิงโตหินแกะสลักขนาดใหญ่ตั้งอยู่สองฝั่ง ธงประจำเมืองโบกสะบัดเหนือหอคอย
ทหารเกราะเหล็กยืนเรียงแถวถือหอกยาวอย่างน้อยห้าสิบคน ทุกคนยืนตัวตรงราวกับรูปปั้น เหนือซุ้มประตูไม้แดง มีป้ายขนาดใหญ่สลักอักษรสีทองสามคำ
จวนเจ้าเมืองจิ้นอัน!
“ สมกับเป็นผู้ปกครองเมืองใหญ่.. ขุนนางระดับนี้ไม่ธรรมดา ” ไทม์พูดอย่างต้องระมัดระวังแล้ว ขุนนางไม่ใช่สิ่งที่จะล้อเล่นได้ อำนาจของพวกเขาสั่งฆ่าคนได้ทุกเมื่อโดยไร้ความผิด!
ยังไม่ทันเดินเข้าไปจนถึงหน้าประตู ทหารสี่นายก็ยกหอกขวางทางทันที!
“ หยุด! ”
“ ผู้ใดกัน? จวนเจ้าเมืองไม่รับแขกที่ไม่ได้นัดหมาย ” หัวหน้าทหารก้าวออกมาหนึ่งก้าว สายตาคมกริบกวาดมองไทม์ตั้งแต่หัวจรดเท้า ชัดเจนว่าเคุณชายผู้นี้ไม่คุ้นหน้า!
ไทม์เพียงยิ้มบาง ไม่มีท่าทีตื่นตระหนกแม้แต่น้อย
“ ข้ามีข่าว.. ” เขาหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนพูดประโยคถัดไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ เกี่ยวกับอสูรเหล็กที่ท่านเจ้าเมืองกำลังตามหา ” เพียงคำสั้นๆ สีหน้าของหัวหน้าทหารก็เปลี่ยนไปทันที ดวงตาเขาเบิกกว้าง ก่อนรีบหันไปมองลูกน้องด้านหลัง
“ แจ้งท่านเจ้าเมืองทันที! ” เขาพูดสั่งก่อนเพียงไม่นานลูกน้องก็วิ่งไปแล้วรีบกลับออกมา
“ ท่านเจ้าเมืองมีคำสั่งให้เข้าพบได้! ”
“ คุณชาย เชิญ ” หัวหน้าทหารผายมือไปด้านในทันที สีหน้าซึ่งเดิมเย็นชากลับแฝงความเคารพขึ้นหลายส่วน
ครืดดด.. ประตูไม้แดงบานมหึมาค่อยๆถูกผลักเปิดออก ทันทีที่ก้าวผ่านประตู ไทม์ก็ได้เห็นภาพด้านในจวนเจ้าเมืองอย่างชัดเจน
ลานหินสีขาวกว้างใหญ่สะอาดตาจนแทบไร้ฝุ่น ต้นสนโบราณอายุนับร้อยปีเรียงรายอยู่สองฟากทาง สระบัวขนาดใหญ่น้ำใสราวกระจก ปลาคาร์ปสีแดงทองว่ายวนอยู่ด้านล่าง
คนรับใช้เดินกันอย่างเป็นระเบียบ ทุกคนก้มหน้าทำงานของตนเอง ไม่มีใครกล้าส่งเสียงดัง
ไกลออกไปคืออาคารหลักสามชั้น ปลายชายคาแกะสลักเป็นมังกรเหินเมฆอย่างวิจิตร เสาหินอ่อนแต่ละต้นใหญ่จนผู้ใหญ่สองคนโอบก็ยังไม่รอบ ทุกอย่างช่างดูสมกับเป็นบ้านของผู้ปกครองเมืองใหญ่!
“ รวยกว่าที่คิดอีก.. ” ไทม์เหลือบมองไปรอบๆพลางคำนวณมูลค่าในใจ แค่ของตกแต่งในสวน หากหลุดไปประมูลในโลกเขาคงเป็นพันล้าน!
แน่นอนว่าไทม์ไม่ได้โง่เง่าถึงขั้นคิดจะขโมยของจากจวนเจ้าเมือง ไม่ใช่เพราะกลัวจะโดนจับได้ แต่เพราะของจริงที่มีค่ามากกว่ากำลังรออยู่
“ โปรดรอสักครู่ ” ไม่นานทหารก็นำเขามาถึงอาคารรับรองแขก ไทม์พยักหน้ารับก่อนเดินเข้าไปนั่งรอบนเก้าอี้ กลิ่นกำยานหอมลอยคลุ้งอยู่ทั่วห้อง
อึดใจเดียวชายวัยกลางคนผู้หนึ่งก็เดินเข้ามา เขาสวมชุดขุนนางสีกรมท่าปักด้ายทอง ใบหน้าคมเข้ม หนวดเคราตัดแต่งอย่างประณีต แม้อายุจะเลยห้าสิบปี แต่ดวงตากลับเฉียบคมราวกับเหยี่ยว
ด้านหลังยังมีชายชราชุดเทาอีกคนเดินตามมา ลมหายใจมั่นคง ฝีเท้าเบาราวกับไม่มีน้ำหนัก ชัดเจนว่าเป็นยอดฝีมือ..
แม้ไทม์จะไม่รู้เรื่องวรยุทธ์ และก็เพิ่งได้พบเจอผู้ฝึกยุทธ์เป็นครั้งแรก แต่เพียงได้เผชิญหน้าเขาก็สัมผัสได้ในทันที ชายคนนี้อันตรายยิ่งกว่าทหารหน้าจวนรวมกันเสียอีก
ชายวัยกลางคนหยุดตรงหน้าก่อนประสานมือเล็กน้อย
“ ข้าคือเจ้าเมืองจิ้นอัน.. เฉินกั๋วกง ” น้ำเสียงสงบนิ่งแต่แฝงไปด้วยอำนาจของผู้ปกครองเมืองใหญ่
“ ได้ยินว่าคุณชายมีข่าวเกี่ยวกับอสูรเหล็ก? ”
ไทม์ไม่ได้รีบตอบ เขาเพียงยกถ้วยชาขึ้นจิบหนึ่งคำอย่างสบายอารมณ์ ท่าทีนั้นราวกับเป็นเจ้าบ้านเสียเอง
ภาพของชายหนุ่มทำให้ชายชราชุดเทาหรี่ตาลงเล็กน้อย คนธรรมดาไม่มีทางสงบนิ่งต่อหน้าท่านเจ้าเมืองได้.. ชัดเจนว่าคุณชายผู้นี้ไม่ธรรมดา!