LNCrawler

ข่าวลือตัวเป็นๆ

ข้ามมิติสู่ยุคอดีต ขนสมบัติไปมาเพื่อเป็นมหาเศรษฐี — novel.dek d.com · All chapters

ข่าวลือตัวเป็นๆ

ภาพของชายหนุ่มทำให้ชายชราชุดเทาหรี่ตาลงเล็กน้อย คนธรรมดาไม่มีทางสงบนิ่งต่อหน้าท่านเจ้าเมืองได้.. ชัดเจนว่าคุณชายผู้นี้ไม่ธรรมดา!

เฉินกั๋วกงเองก็ไม่เร่งรัด คนทั้งสองเพียงจ้องมองกันอยู่ครู่หนึ่ง ราวกับต่างฝ่ายต่างกำลังหยั่งเชิง

ผ่านไปหลายอึดใจ ไทม์จึงวางถ้วยชาลงเบาๆแล้วเปิดปากพูดเป็นครั้งแรก

“ ก่อนอื่น.. ต้องขอบอกตรงๆว่าข้าไม่ใช่คนที่มีข่าว ” เขายิ้มบางให้

“ แล้วหมายความว่าอย่างไร? ” เฉินกั๋วกงขมวดคิ้วเล็กน้อย ตอนแรกบอกมีข่าว มาตอนนี้บอกว่าไม่มี นี่ชายหนุ่มตรงหน้ามันคิดจะเล่นตลกกับเจ้าเมืองอย่างนั้นเหรอ!

ไทม์ใช้นิ้วแตะโต๊ะไม้เบาๆสองครั้ง จากนั้นจึงกล่าวประโยคหนึ่งด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

“ ไม่ใช่คนมีข่าว เพราะข้าคือคนที่พวกท่านกำลังตามหา ข้าคือข่าวที่พวกท่านต้องการ ” ห้องทั้งห้องเงียบสนิท ชายชราชุดเทาก้าวออกมาครึ่งก้าวโดยสัญชาตญาณ มือขวาแตะด้ามกระบี่ทันที สายตาเต็มไปด้วยความระแวดระวัง!

“ กล้าดี! บุกจวนเจ้าเมืองแบบนี้ เจ้าคิดหมายจะทำอะไร! ” เขาถามเสียงเข้มพร้อมจิตสังหาร พลังกดทับที่ไทม์รู้สึกยืนยันได้เลยว่าพลังของอีกฝ่ายเป็นเรื่องจริง นี่มันคืออะไรกัน.. พลังปราณอย่างนั้นเหรอ!

“ เดี๋ยวก่อน ” แต่เฉินกั๋วกงกลับยกมือห้าม

“ คุณชายกล่าวเช่นนี้ มีหลักฐานหรือไม่? ” เขามองไทม์ตรงๆ

“ ฮ่าๆๆ หลักฐานน่ะมี ” ไทม์หัวเราะเบาๆขณะที่ในมือก็ยกปืนพกขึ้นชี้หน้าอีกฝ่ายเอาไว้แล้ว ชายหนุ่มไม่คิดจะเป็นเป้านิ่งแน่นอน ถ้าชายชุดเทาคิดขยับ ตัวเขาก็พร้อมส่งมันไปเกิดใหม่ในพริบตา!

“ คุณชายโปรดใจเย็น.. ท่านก็ด้วย ” ฉินกั๋วกงพยายามยุติเรื่องนี้ แม้เขาจะไม่รู้ว่าของในมือไทม์คืออะไร แต่หากคนผู้นี้คือเจ้าของอสูรเหล็กปริศนา ไม่แน่ว่าเขาอาจจะเป็นเทพเซียนจริงๆก็ได้!

“ หากนำออกมาตรงนี้.. ” เขาหันมองอาคารโดยรอบก่อนยักไหล่

“ เกรงว่าจวนของท่านจะเสียหายเอาได้ ”

คำพูดนั้นทำให้ทั้งห้องเงียบไป ชายชราชุดเทาเกือบชักกระบี่ออกมาแล้ว แต่ไทม์กลับยังนั่งไขว่ห้างอย่างผ่อนคลาย สีหน้าเขาไร้ความหวาดหวั่นแม้แต่น้อย ปืนในมือถูกลดลงแต่ก็ไม่ได้เก็บไป..

“ ไม่ต้องกังวล.. ข้าไม่ได้มาหาเรื่อง ” เขาพูดต่อด้วยรอยยิ้มที่ดูราวกับเซียนหนุ่มผู้ไม่ยึดติดกับโลกมนุษย์

“ ข้าเพียงได้ยินว่าบุตรสาวของท่านป่วยหนัก ”

“ และบางทีข้าอาจจะช่วยนางได้.. ” เขาหยุดเล็กน้อยก่อนสบตาเจ้าเมืองโดยตรง ทันทีที่ได้ยินประโยคนี้ ดวงตาอันสุขุมของเฉินกั๋วกงพลันสั่นไหวเป็นครั้งแรก!

หากเรื่องอสูรเหล็กทำให้เขาสนใจได้บ้าง เรื่องของบุตรสาวก็คือสิ่งที่ไม่มีสมบัติใดในใต้หล้า จะมีค่าไปมากกว่าเธออีก!

“ ไม่ต้องกังวล นี่เป็นหนังสือรับรองเล็กน้อยจากนายอำเภอของเมืองที่ข้าเพิ่งช่วยเหลือมา ” ไทม์ยื่นเอกสารให้อีกฝ่ายได้อ่าน ภายในเขียนไว้อย่างชัดเจนว่าท่านเซียนได้ช่วยเหลือเมืองหน้าด่านเอาไว้ ผู้คนนับหมื่นรอดตายจากความอดอยากมาได้ก็เพราะเขา!

เฉินกั๋วกงรับแผ่นกระดาษมาอ่านอย่างระมัดระวัง หนังสือแนะนำประทับตรานายอำเภออย่างถูกต้อง ลายมือด้านบนหนักแน่นเป็นระเบียบ ไม่มีร่องรอยการปลอมแปลงให้เห็น

“ นี่มัน.. ” หนังสือฉบับนี้ไม่ได้กล่าวยกย่องไทม์เกินจริง แต่เขียนเป็นภาษาราชการอย่างตรงไปตรงมา.. ช่วยให้ทหารและประชาชนผ่านพ้นวิกฤตความอดอยาก.. อีกทั้งยังไม่รับตำแหน่ง ไม่รับรางวัล และจากไปโดยไม่เปิดเผยตัวตน.. มีเพียงคำว่าเซียนน้อยที่ถูกแน่นย้ำในบางจุด..

“ เป็นของจริง ”

“ ตรานี้ปลอมไม่ได้ ” ชายชราชุดเทาพยักหน้าช้าๆ บรรยากาศที่ตึงเครียดเมื่อครู่ค่อยๆผ่อนคลายลง

แม้ทั้งสองจะยังไม่เชื่อว่าชายหนุ่มตรงหน้าคือเซียนน้อยอะไรแบบนั้น แต่สิ่งหนึ่งที่ยืนยันได้ ก็คือเขาไม่ใช่คนเลวทรามอย่างแน่นอน

เฉินกั๋วกงลุกขึ้นจากเก้าอี้ด้วยตัวเอง ก่อนประสานมือคารวะอย่างให้เกียรติ

“ เมื่อครู่ หากผู้ใต้บังคับบัญชาของข้าล่วงเกินคุณชายก็ขออภัยด้วย ”

ชายชราชุดเทาชะงักไปเล็กน้อย ตลอดหลายสิบปีที่รับใช้เจ้าเมือง เขาแทบไม่เคยเห็นอีกฝ่ายยอมลดตัวต่อคนแปลกหน้าเช่นนี้มาก่อน ยิ่งเป็นคนหนุ่มรุ่นลูกด้วยแล้ว..

“ ไม่เป็นไร ” ไทม์เพียงโบกมือเบาๆ

“ หากเป็นข้า มีคนแปลกหน้ามาขอเข้าพบ แถมยังบอกว่าตัวเองคือคนที่ทั้งเมืองกำลังตามหา ตัวข้าเองก็คงระวังตัวเหมือนกัน ” คำตอบที่ไม่ถือตัวทำให้เฉินกั๋วกงถอนหายใจอย่างโล่งอก ดูเหมือนชายหนุ่มผู้นี้จะไม่ใช่คนอารมณ์ร้อน

“ คุณชาย.. ” เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนผู้ปกครองเมืองใหญ่ที่มีประชากรนับล้าน จะค้อมศีรษะลงเล็กน้อย

“ ข้าขอร้อง หากคุณชายมีวิธี ได้โปรดช่วยบุตรสาวของข้าด้วย.. ” น้ำเสียงของเขาไม่ใช่คำสั่ง แต่เป็นเสียงของบิดาคนนึงที่อยากจะช่วยลูกสาว

“ ตลอดสองปีที่ผ่านมา ข้าเชิญหมอชื่อดังจากทั่วแผ่นดินมาแล้วนับร้อยคน แม้แต่หมอหลวงจากเมืองหลวงก็เคยมา.. ”

“ ทว่าทุกคนล้วนส่ายหน้า บางคนบอกว่าเป็นโรคประหลาด บางคนบอกว่าเป็นพิษ บางคนถึงขั้นกล่าวว่าเป็นเวรกรรมจากสวรรค์ ” น้ำเสียงของเขาเริ่มแหบพร่า

“ แต่ไม่ว่าจะเป็นคำอธิบายใด.. ลูกสาวของข้าก็ยังนอนป่วยอยู่เช่นเดิม ”

ชายชราชุดเทาซึ่งปกติไม่ค่อยแสดงอารมณ์หลับตาลงช้าๆ เขาเฝ้ามองเด็กสาวคนนั้นเติบโตมาตั้งแต่เล็ก จึงรู้ดีที่สุดว่าเจ้าเมืองทุกข์ทรมานเพียงใด

ไทม์ไม่ได้รีบตอบ เขาเพียงมองสีหน้าของทั้งสองคนอยู่ครู่หนึ่งก่อนส่ายหน้า

“ ท่านเจ้าเมือง ” เฉินกั๋วกงสะดุ้งเล็กน้อย

“ ข้าขอพูดให้ชัดก่อน ข้าไม่เคยบอกว่าข้ารักษาได้ ข้าจะไม่รับปากในสิ่งที่ยังไม่รู้ ”

“ แต่.. ” ไทม์วางมือบนโต๊ะ ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ หากท่านยอมให้ข้าตรวจอาการของนางก่อน ข้าก็จะบอกได้ว่าพอมีทางหรือไม่ ”

“ หากรักษาได้ข้าจะช่วย แต่ถ้ารักษาไม่ได้ ข้าก็จะพูดตรงๆกับท่านเช่นกัน ”

“ ข้าไม่ใช่คนที่จะหลอกเอาทรัพย์สินของท่านด้วยความหวังลมๆแล้งๆ แต่หากข้ารักษาได้ขึ้นมาจริง ถึงจุดนั้นข้าเชื่อว่าท่านเจ้าเมืองคงรู้ความ.. ” คำพูดนั้นเรียบง่าย แต่กลับทำให้เฉินกั๋วกงยิ่งเชื่อถือมากกว่าเดิม

หมอทุกคนก่อนหน้านี้ล้วนรับปากว่าสามารถรักษาได้ ก่อนจะลงเอยด้วยความล้มเหลว มีเพียงชายหนุ่มตรงหน้าที่กล้ายอมรับตั้งแต่แรกว่าเขาเองก็ไม่รู้ผล

เฉินกั๋วกงสูดหายใจลึก ก่อนประสานมืออีกครั้ง

“ เพียงเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว ไม่ว่าผลจะเป็นเช่นไร ข้าก็จะไม่โทษคุณชายเลย ”

“ ขอเพียงท่านลองดูอาการของนางสักครั้ง.. สำหรับผู้เป็นพ่ออย่างข้า นั่นก็ถือเป็นความหวังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้ว ” สิ้นคำนั้นตัวเขาก็เดินนำไทม์เข้าไปด้านใน..

ไทม์เดินตามเฉินกั๋วกงเข้าไปยังเรือนด้านในสุดของจวน ยิ่งเดินลึก บรรยากาศก็ยิ่งเงียบสงัด ทหารยามที่เฝ้าอยู่ตามจุดต่างๆล้วนก้มศีรษะทำความเคารพ ไม่มีใครกล้าส่งเสียงแม้แต่น้อย

ผ่านสวนหิน ผ่านสระบัว และศาลาอีกหลายแห่ง ในที่สุดทั้งสามก็มาหยุดอยู่หน้าเรือนไม้หลังหนึ่ง

ที่นี่ต่างจากอาคารอื่นที่โอ่อ่าสง่างาม เรือนหลังนี้เงียบเหงาผิดปกติ หน้าประตูมีสาวใช้ยืนรออยู่หลายคน ทุกคนล้วนมีสีหน้าอิดโรยเหมือนคนทุกข์ใจ

เมื่อเห็นเจ้าเมืองกลับมา ทั้งหมดต่างก็รีบคุกเข่าลงทันที

“ คารวะท่านเจ้าเมือง.. ”

เฉินกั๋วกงเพียงพยักหน้า ก่อนผลักประตูเข้าไปช้าๆ

แอ๊ด.. กลิ่นสมุนไพรเข้มข้นลอยออกมาทันที ภายในห้องมีหม้อดินหลายใบที่ส่งกลิ่นตัวยาบำรุง มุมห้องเต็มไปด้วยตำรายาหลายแขนง เข็มสำหรับฝังเข็ม และเครื่องมือรักษาที่วางเรียงราย

เห็นได้ชัดว่าตลอดสองปีที่ผ่านมา ห้องนี้ไม่เคยขาดหมอเลยแม้แต่วันเดียว

บนเตียงไม้แกะสลักด้านใน มีหญิงสาวอายุประมาณสิบเจ็ดสิบแปดปีนอนหลับตาอยู่ ใบหน้าเธอซีดขาวราวกับไร้เลือด ริมฝีปากแห้งแตก รูปร่างซูบผอมจนแทบเหลือแต่กระดูก

หากไม่เห็นหน้าอกที่ยังขยับขึ้นลงเบาๆ ก็คงคิดว่าเป็นร่างไร้วิญญาณไปแล้ว

“ นี่คือบุตรสาวของข้า.. เฉินลั่วอิง บุตรสาวเพียงคนเดียวของข้า.. ” เฉินกั๋วกงกล่าวเสียงแผ่ว

ไทม์เดินเข้าไปช้าๆ เขาไม่ได้รีบแตะตัวคนไข้เหมือนหมอในนิยายกำลังภายใน แต่เริ่มจากการสังเกตอาการก่อน

ผอมมาก.. ผิวซีด.. ไม่มีผื่น.. ไม่มีแผล.. จากนั้นเขาจึงเอื้อมมือแตะหน้าผาก..

“ อืม.. ” ไม่ร้อนจึงไม่น่าจะใช่ไข้เฉียบพลัน

ชายหนุ่มจับชีพจรแบบงูๆปลาๆอยู่ครู่หนึ่ง ความเงียบเข้าปกคลุมไปหมด ที่เงียบไม่ใช่เพราะต้องการสมาธิ แต่เพราะเขาจับมันไม่เป็นเลย เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอคนนี้เป็นอะไร..

เวรแล้วไง.. ชายหนุ่มคิดในใจขณะพยายามเก็บสีหน้า ในหัวมีแต่คำว่ากูทำงานการตลาดมาตลอด จะไปมีความรู้แบบพวกหมอได้ยังไงกัน..

เมื่อครู่พูดอย่างมั่นใจ แต่พอมาเจอของจริงกลับดูอาการแทบไม่ออก

“ นางเริ่มป่วยตั้งแต่เมื่อใด ” เขาหันไปถามอย่างใจเย็น

“ สองปีก่อน ”

“ มีไข้หรือไม่ ”

“ มีเป็นบางครั้ง ”

“ กินอาหารได้ไหม ”

“ ช่วงแรกได้.. แต่ระยะหลังแทบกินอะไรไม่ได้เลย ”

“ อาเจียนหรือไม่ ”

“ เป็นบางวัน ”

“ ถ่ายเป็นเลือด? ”

“ ไม่ ”

“ ไอ? ”

“ ไม่มี ”

ไทม์พยักหน้าช้าๆขณะถามต่ออีกหลายสิบข้อ ทั้งเรื่องการขับถ่าย อาการปวด การหมดสติ น้ำหนักตัว ประจำเดือน รวมถึงอาการอื่นๆที่พอนึกออก

แต่ยิ่งถาม.. เขาก็ยิ่งรู้สึกว่ามันเป็นไปได้หลายโรคเหลือเกิน ตั้งแต่โรคติดเชื้อเรื้อรัง ภาวะขาดสารอาหาร โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง โรคเลือด ไปจนถึงมะเร็ง

บ้าชะมัด.. แค่ข้อมูลเท่านี้วินิจฉัยไม่ได้หรอก.. ไทม์ถอนหายใจเบาๆจากนั้นจึงล้วงมือหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา! เจ้านี่คือความหวังสุดท้ายของเขาแล้วจริงๆ!