รอคิวไปนะครับ
รอคิวไปนะครับ
มาแล้ว เหยื่อติดเบ็ดในที่สุด หัวหน้าแบบชาญชัยโง่พอจะไม่ตรวจสอบเอกสารซะด้วยซ้ำ! แถมยังลืมคิดไปว่าการโทรมายืนยันแบบนี้ มันต้องมีการบันทึกเสียงเก็บไว้เพื่อเป็นหลักฐาน!
“ Sky Imperial เหรอคะ? ” ลินินที่นั่งฟังอยู่เงียบๆพูดขึ้น ทุกคนหันไปมองเธอทันที
“ ฉันเคยไปกับเพื่อนๆอยู่บ้างนะคะ วิวใช้ได้ อาหารก็โอเค ถ้าเป็นร้านนั้นถือว่าเลือกได้มีระดับเลย หัวหน้าแผนกไม่ธรรมดาจริงๆ ” หญิงสาวยิ้มบางอย่างคล้ายว่าจะถูกใจร้านนี้ เพียงคำชมจากลูกสาวท่านประธาน สีหน้าของชาญชัยก็แทบจะลอยขึ้นไปแตะเพดานอยู่แล้ว
“ ขอบคุณครับคุณลินิน! ผมตั้งใจเลือกอยู่นาน เพราะอยากให้งานออกมาดีที่สุด ” เขารีบตอบก่อนจะบอกว่าตนเองย่อมมีรสนิยมที่ดีกว่าพนักงานบางคน..
“ ดีค่ะ ” ลินินพยักหน้ารับ
“ งั้นคืนนี้ฉันไปร่วมด้วยดีกว่า ”
“...! ” ทั้งห้องประชุมเงียบกริบ แม้แต่ชาญชัยเองก็ยังตกใจ
“ เอ่อ.. คุณลินินจะมาด้วยเหรอครับ? ” เขาถามอย่างแอบกลัว.. เป็นที่รู้กันว่าคุณหนูคนนี้เป็นยังไง เพราะงั้นหากเธอไปก็ต้องหาของแพงมาให้ทาน..
“ ใช่ค่ะ ไหนๆก็จัดร้านนี้แล้ว ฉันเองก็อยากไปร่วมแสดงความยินดีด้วย กับหัวหน้าฝ่ายคนใหม่ ” ยิ้มของเธอคือสิ่งที่ทุกคนไม่กล้าปฏิเสธ อาจเพราะตัวอย่างมันก็มีให้เห็นกันมาแล้ว..
“ เป็นเกียรติมากครับ! ” ชาญชัยกัดฟันฉีกยิ้มออกไป โชว์ดีที่ตัวเขาจะไม่ต้องจ่ายเงิน!
เวลาเดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว ในที่สุดก็ถึงเวลาพักเที่ยงของบริษัท พนักงานแต่ละคนทยอยลุกออกจากโต๊ะทำงาน ซึ่งคนส่วนใหญ่ก็ออกไปหาทานด้านนอกกันเพราะถูกกว่า โดยเฉพาะพนักงานของแผนกนี้ ที่มีรายการใช้จ่ายในงานเลี้ยงอีกมาก..
เมย์เก็บแฟ้มเอกสารก่อนลงลิฟต์มาตามปกติ เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก ชายหนุ่มที่ยืนพิงเสารออยู่ก็โบกมือให้
“ มาช้าจังวะ นี่กูนั่งดูซีรี่ส์ทั้งวันจนเบื่อแล้วเนี่ย ได้ไปทำงานในชั้นใต้ดินแม่งโคตรดี ไม่มีหัวหน้ามาคุมงานซะด้วยซ้ำ ฮ่าๆๆ ” เขาชวนคุยก่อนหันไปทักทายเพื่อนร่วมแผนกคนอื่น ซึ่งก็ไม่มีใครกล้าพูดคุยกับเขามากนัก คงเพราะกลัวจะโดนเพ่งเล็งไปด้วย
“ กูนี่ต้องประชุมยาวเลย คืนนี้มีงานเลี้ยงอีก ” เมย์ตอบพลางหัวเราะอย่างอิจฉา สำหรับคนอื่นอาจมองว่าไทม์นั้นบ้าไปแล้ว งานแบบนั้นมันสบายก็จริงแต่แทบไม่ได้เงินเดือน โอกาสเติบโตก็ไม่มี คนที่หัวเราะได้ก็มีแต่ปลอบใจตัวเองไปวันๆ..
“ เฮ้อ.. น่าสงสาร ” เพื่อนในกลุ่มที่ลงลิฟต์มาพูดเสียงเบา ก่อนจะเป็นลิฟต์อีกตัวที่เปิดออก.. ลินินกับกลุ่มหัวหน้าแผนกเดินออกมาจากลิฟต์ตัวนั้น!
“ คุณหนูลินินครับ ” ชาญชัยเดินออกมาด้วยท่าทางเอาใจ นี่คือวันแรกที่เขาจะต้องดูแลเธอ เพราะงั้นก็ต้องทำผลงานให้เด่นชัด ว่าตนเองคู่ควรกับตำแหน่งหัวหน้า มากกว่าพนักงานโง่ๆที่เพิ่งถูกกำจัดออกไป!
“ เที่ยงนี้ผมจองร้านในห้างเอาไว้แล้ว เป็นร้านอาหารฝรั่งเศส คิดว่าน่าจะถูกปากคุณหนู.. ”
“ ขอบคุณค่ะ ได้แบบนี้ค่อยโล่งใจหน่อย สมแล้วจริงๆที่เป็นหัวหน้าแผนก ” ลินินตอบอย่างรู้สึกว่าชีวิตการทำงานของตนเอง เริ่มจะเข้าที่เข้าทางสมกับเป็นลูกประธานขึ้นมาแล้ว
กลุ่มหัวหน้ากับพนักงานระดับอาวุโสต่างพากันเดินนำออกไป เห็นได้ชัดว่ามื้อนี้ทุกคนต้องการจะทำคะแนน
ชาญชัยเหลือบมองไทม์ด้วยหางตาก่อนยิ้มเยาะ ในใจคิดเพียงว่านี่แหละคือจุดจบของคนที่กล้าท้าทายเขา ดูเอาไว้ซะว่าคนชนะมันเป็นยังไง ไทม์ได้ไปอยู่ในกองเอกสารเก่าใต้ดิน ส่วนตัวเขากำลังจะไปทานอาหารกับคุณหนู!
“ ไปกันเถอะ วันนี้กูอยากแดกในห้างว่ะ ” ไทม์หันไปพูดชวนเมย์ที่ก็คิดเอาไว้แล้ว นิสัยของเพื่อนเธอมีหรือจะปล่อยให้คนชั่วได้สบาย!
คำพูดนั้นดังพอให้คนที่เดินอยู่ไม่ไกลได้ยิน ชาญชัยชะงักไปเล็กน้อย ส่วนลินินเองก็หันกลับมามองเช่นกัน..
“ ไอ้บ้านี่คิดจะเล่นอะไรอีก ตอนฉันอยู่ด้วยก็ไม่ยอมพามา แต่พอฉันต้องไปกับคนอื่น.. ” ลินินคิดในใจอย่างแอบเข้าข้างตัวเองไปหมดแล้ว
“ หรือว่า.. ” คำว่าคนสวยที่ไทม์เคยพูดครั้งก่อน วนเวียนเข้ามาในหัวเธอไม่หยุด..
ห้างสรรพสินค้าอยู่ห่างจากบริษัทเพียงไม่กี่ร้อยเมตร ใช้เวลาเดินไม่ถึงห้านาที ทุกคนก็มาถึงชั้นที่เต็มไปด้วยร้านอาหาร
ชาญชัยเดินนำอย่างมั่นใจ ก่อนผลักประตูร้านอาหารฝรั่งเศสเข้าไปเป็นคนแรก
“ จองไว้ในชื่อคุณชาญชัยนะคะ เชิญด้านในได้เลย ทางเราจัดเตรียมโต๊ะเอาไว้ให้แล้ว ” พนักงานพาเดินไปยังโซนกระจกที่มองเห็นวิวเมือง ลินินนั่งหัวโต๊ะตามธรรมชาติ ส่วนชาญชัยรีบเลือกนั่งด้านข้างเพื่อจะได้คอยเอาใจ
ขณะเดียวกันประตูร้านก็เปิดขึ้นอีกครั้ง โดยมีไทม์กับเมย์ที่เดินเข้ามา
“ สวัสดีครับ สองที่พอจะมีโต๊ะมั้ย? ”
“ ตอนนี้เหลือโต๊ะสุดท้ายพอดีเลยค่ะ ” พนักงานยิ้มให้อย่างคิดว่าทั้งสองคนโชคดีจริงๆ ตอนเที่ยงแบบนี้หากไม่จองมาก็แทบไม่มีโอกาส
ยิ่งโชคดีเข้าไปอีกเพราะโต๊ะสุดท้ายนั้นดันอยู่ถัดจากโต๊ะของชาญชัยเพียงนิดเดียว.. ใกล้เสียจนแทบได้ยินบทสนทนาเหมือนนั่งโต๊ะเดียวกัน..
“ .. ” ชาญชัยขมวดคิ้วทันทีที่เห็นคนแบบไทม์เข้ามานั่งได้
“ นี่มันตั้งใจจะมากวนกูเหรอวะ.. ” เขาพูดเสียงเบากับเหล่าหัวหน้าทีมที่มาด้วย
“ มันจะทำอะไรพวกเราได้ พี่ดูราคาอาหารในร้านนี้สิครับ แต่ละอย่างขนาดพวกเรายังเจ็บตัวเลย.. ” หัวหน้าทีมบอกขณะเปิดดูรายการอาหารอย่างระมัดระวัง
เมื่อทั้งสองนั่งลงเรียบร้อย พนักงานก็ยื่นเมนูหนังปกแข็งมาให้ในทันที
“ น้องครับ รับออร์เดอร์ได้เลย ” ไทม์แทบจะไม่ต้องเสียเวลาดู
“ ซุปล็อบสเตอร์สองที่ ฟัวกราส์สองที่ กินมาเมื่อคืนแล้วรู้สึกถูกใจ หอยเชลล์ฮอกไกโดย่างสองที่ ดีจริงที่มีของญี่ปุ่นด้วย แล้วก็.. สเต๊กวากิวสองที่เป็นจานหลัก โอ้ๆๆ เอาเป็ดกงฟีต์อีกหนึ่ง ” ไทม์พูดเมนูออกมาไม่หยุด
“ อย่าลืมพาสต้าทรัฟเฟิลอีกหนึ่งด้วยนะ อันนี้เพื่อนผมชอบ ”
“ ของหวานเอามาทุกอย่างอย่างละสองที่ ”
“ แล้วก็.. ” เขาเงยหน้ามองเมย์อย่างรู้กัน กับสาเหตุที่ไทม์รีบสั่งอาหารในจำนวนมากแบบนี้..
“ พอแล้ว.. แค่นี้กว่าจะได้ทานก็หมดเวลาพักเที่ยงพอดี ฮ่าๆๆ ” เธอหัวเราะเบาๆก่อนแอบหันมองโต๊ะด้านข้าง ที่ตอนนี้ยังไม่ได้สั่งอะไรเลยเพราะมั่วแต่มองหาจานที่คุ้มค่าที่สุด..
“ ผมขอด่วนที่สุดตามคิวนะครับ คิดว่าครัวของที่นี่คงไม่ทำให้โต๊ะที่สั่งหลังก่อนผมใช่มั้ย? ” เขาเน้นย้ำกับพนักงานด้วยน้ำเสียงจริงจัง ข้อดีของการจ่ายแพงอย่างแรกที่ไทม์เรียนรู้มา ก็คือตัวเขามีสิทธิ์จะทำตัวเรื่องมากได้ในบางประเด็น!
“ วันนี้คงต้องขอทำตัวเป็นลูกค้ามีเงินที่วุ่นวายเสียหน่อย ขอโทษด้วยนะน้องพนักงาน แต่โต๊ะนี้ต้องได้อาหารครบก่อนเท่านั้น ไม่อย่างนั้นได้เกิดปัญหาใหญ่แน่! ” เขาพูดกับเมย์หลังพนักงานจากไป นี่คือแผนกลั่นแกล้งเล็กๆที่อาจทำให้บางคนต้องรีบทานอาหาร..
“ เอาจริงๆก็สมควรแกล้งอยู่นะ มีที่ไหนกันล่ะมาทานอาหารฝรั่งเศสตอนพักเที่ยง! กว่าจะเดินมาถึงกว่าจะได้เข้าร้าน แล้วยังต้องรออาหารมาเสิร์ฟอีก เวลาพักที่มีจำกัดเผลอๆจะหมดก่อน ที่พวกเราพนักงานยอมทานอาหารตามสั่งก็เพราะมันเร็วไง.. ” เมย์บ่นเบาๆกับสิ่งนี้ที่เรียกได้ว่าความเสียสละของพนักงาน
“ เพราะพวกเรารู้จักหน้าที่และมีความรับผิดชอบไง วันนี้เรามาดูกันว่าหัวหน้าแผนกและหัวหน้าทีมพวกนี้ จะมีความรับผิดชอบต่อเวลางานแค่ไหน ” ไทม์อมยิ้มก่อนทำเพียงนั่งรอเวลา ไม่นานอีกฝ่ายก็เริ่มสั่งอาหาร ส่วนโต๊ะเขาจานแรกก็ได้มาเสิร์ฟแล้ว..
กลิ่นหอมของซุปล็อบสเตอร์ลอยฟุ้งไปทั่วโต๊ะ พนักงานทยอยยกจานมาเสิร์ฟแทบไม่ขาดสาย
“ ขอบคุณครับ ” ไทม์พยักหน้ารับก่อนหยิบช้อนขึ้นชิมคำแรก
“ อือ.. ใช้ได้เลย ”
“ เมื่อวานก็เพิ่งกินไป มาวันนี้ก็ได้กินอีก นี่ชีวิตฉันกลายเป็นไฮโซไปแล้วสินะ ฮ่าๆๆ ” เมย์เองก็อิ่มเอมไปด้วย ชีวิตเธอในตอนนี้แทบจะไม่เหมือนเดิมเลยก็เพราะไทม์..
ในขณะที่โต๊ะของไทม์เริ่มมีอาหารเต็มโต๊ะ โต๊ะของชาญชัยกลับมีเพียงแก้วน้ำเปล่า กับตะกร้าขนมปังหนึ่งตะกร้า..
“ เอ่อ.. อาหารอีกนานมั้ยครับ? ” หัวหน้าทีมคนหนึ่งเริ่มถามพนักงาน ตัวเขามีงานต้องไปจัดการต่อ เพราะงั้นคงเสียเวลาเกินพักเที่ยงไม่ได้
“ ต้องขออภัยด้วยนะคะ ตอนนี้ครัวกำลังจัดเตรียมออร์เดอร์ก่อนหน้าอยู่.. ประมาณสิบห้านาทีก็น่าจะเสร็จ ” สีหน้าทุกคนเริ่มจะไม่สู้ดี สิบห้านาที? ตอนนี้เวลาพักเที่ยงผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วนะ!
“ ของร้านนี้ทำดีกว่าเมื่อคืนนิดหน่อย ” ไทม์ใช้มีดหั่นฟัวกราส์เข้าปาก ก่อนพูดชมออกมาให้อีกฝ่ายได้ยิน
“ จริง! หอยเชลล์ก็สดมาก คาดหวังกับพาสต้าทรัฟเฟิลจานต่อไปเลย! ” เมย์พยักหน้า ทั้งคู่คุยกันสบายๆราวกับไม่มีใครต้องอดทนรออาหารต่อ..
“ ไอ้เวร! พวกมึงจะสั่งบ้าอะไรกันขนาดนั้น มากันสองคนแต่สั่งกันเป็นสิบๆอย่าง! ” ชาญชัยหลุดพูดออกมาอย่างเหลืออดจนไทม์ได้ยิน
“ แหม่ๆ ก็ผมมีปัญญาสั่งแล้วพวกคุณจะทำไม? ผมนึกว่าร้านหรูระดับนี้จะไม่มีเสียงรบกวนลูกค้าซะอีก น่าเสียดายที่มีคนเอานิสัยจากที่ทำงานติดตัวมาด้วย พวกพนักงานก็แบบนี้แหละ ไม่ค่อยจะรู้มารยาทกันซักเท่าไร ฮ่าๆๆ ” เขากล่าวแซะอีกฝ่ายแบบตรงๆ คำพูดนั้นไม่ใช่เพียงคำด่า แต่มันยังบอกว่าต่อให้ใหญ่โตแค่ไหน สุดท้ายก็เป็นได้แค่พนักงานเหมือนกัน อย่าคิดว่าอำนาจล้นฟ้าในที่ทำงานจะทำให้อวดเบ่งที่ไหนก็ได้ ในร้านนี้ทุกคนคือลูกค้า!!