ได้เวลาจ่ายเงิน
ได้เวลาจ่ายเงิน
เวลาประมาณห้าทุ่มเข้าไปแล้ว.. อาหารบนไลน์บุฟเฟต์เริ่มเหลือน้อยลง เครื่องดื่มถูกเปิดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนเต็มงาน.. และนั่นมันก็เป็นช่วงเวลาที่ผู้จัดการร้านต้องการจะเคลียร์บิล..
ผู้จัดการร้านในชุดสูทสีดำเดินตรงไปหาชาญชัยพร้อมเอกสารในมือ รอยยิ้มของเธอยังคงเป็นมืออาชีพ ด้วยก็เห็นแล้วว่างานในวันนี้ต่างเป็นไปตามข้อมูลที่ได้รับมา มีการอำลา มีการแต่งตั้งหัวหน้าฝ่ายคนใหม่จริงๆ..
“ ขออภัยที่รบกวนบรรยากาศแห่งความสุขนะคะ ”
“ เนื่องจากงานเลี้ยงใกล้สิ้นสุดแล้ว ทางร้านจึงขออนุญาตดำเนินการเรื่องค่าใช้จ่ายตามที่ได้ตกลงกันไว้.. ” เธอพูดพร้อมส่งเอกสารไปให้ชาญชัยได้ตรวจสอบ
“ ฮ่าๆๆ เรื่องแค่นี้เอง! ” ชาญชัยที่กำลังเมาได้ที่รีบรับเอกสารมา โดยที่มืออีกข้างไม่คิดวางแก้วไวน์ซะด้วยซ้ำ
“ ทุกคนเตรียมพร้อมเลย! เดี๋ยวหารกันเหมือนที่ตกลงไว้ คนละนิดคนละหน่อยก็พอ! ” เขาหัวเราะอย่างคนอารมณ์ดี งานนี้ได้หน้าไม่พอแถมเงินก็ยังไม่ต้องจ่ายอีก!
“ พวกเรามากันทั้งที อย่าให้เสียชื่อฝ่ายการตลาด! ” เขาพูดไม่หยุดแบบคนเมา ขณะที่พนักงานหลายคนทำได้เพียงก้มหน้ายอมรับไป..
“ เอ่อ.. ต้องขออภัยค่ะ ” ผู้จัดการร้านขัดขึ้นอย่างสุภาพหลังได้ยินคำพูดนั้น
“ ว่าไงครับ? ”
“ ตามข้อมูลที่ลงไว้ในหนังสือสัญญา ดูเหมือนว่าจะต้องชำระเงินสดก้อนเดียวเลย ไม่อาจแบ่งจ่ายได้.. ผู้รับผิดชอบเพียงคนเดียวตามสัญญาคือคนที่ต้องรับผิดชอบรายจ่ายนี้ เพื่อความสะดวกในการปิดบัญชีของทางเรา.. ”
“ เพียงคนเดียว? ” ชาญชัยถึงกับชะงัก แน่สิ.. ตัวเขาไม่เคยเปิดอ่านเอกสารเลยซักครั้ง แม้ว่าในนั้นจะมีบอกทุกอย่างอยู่แล้วก็ตามที
ทั่วทั้งงานเงียบกริบ นี่มันหมายความว่าชาญชัยจะต้องจ่ายเงินก้อนออกไปก่อน ไม่ใช่สามารถทยอยโอนจ่ายทีละคนหลังหารเสร็จได้.. เอาจริงๆมันก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว เพียงแต่ครั้งนี้งานเลี้ยงที่จะจัดมันฉุกละหุกเกินไป ทั้งแผนกจึงยังไม่ได้รวบรวมเงินกองกลางมา..
“ ฮ่าๆๆ ไม่มีปัญหา ใครซักคนมาจ่ายเงินไปก่อนสิ เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมรวบรวมเงินจากทุกคนคืนให้ ” เขาบอกปัดให้พ้นตัวได้อย่างน่าเกลียด เงินเยอะขนาดนี้ใครมันจะจ่ายได้กัน!
“ เอ่อ.. ไม่ได้ค่ะ ในเอกสารระบุว่าจะต้องเป็นคุณชาญชัยเท่านั้นที่จ่ายเงิน นี่เป็นไปตามระเบียบของบริษัทเรา ไม่อาจรับเงินจากบัญชีอื่นได้.. ”
“ อะ.. อะไรนะ!? ” เขารีบคว้ากระดาษมาดู กับเรื่องนี้ที่เรียกได้ว่าเป็นเรื่องใหญ่ การมีชื่อระบุผู้จ่ายอย่างชัดเจน ย่อมหมายความว่าตัวเขาคือด่านหน้าที่ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายทั้งหมด หากลูกน้องไม่จ่ายคืนหรือคิดจ่ายล่าช้า ภาระหนี้สินนั้นก็ต้องตกเป็นของเขาในช่วงแรก!
“ เชี่ยแล้วไง.. ” เขาแทบจะหายเมา เพราะลายเซ็นผู้อนุมัติมันคือลายเซ็นของตัวเขาจริงๆ..
“ เดี๋ยวนะ.. แบบนี้มันก็แปลว่าพวกเราไม่ต้องจ่ายแล้วสิ.. ” ทั้งงานเริ่มซุบซิบทันที
“ จะไปรอดได้ยังไง สุดท้ายก็ต้องช่วยกันหารอยู่ดี ช่างมันเถอะ หารแล้วคงคนละไม่กี่พัน เต็มที่ก็สามพันบาท.. ” หนึ่งในพนักงานกล่าวอย่างไม่คิดว่าจะรอดตัวไปได้ ทว่าคำพูดถัดไปของชาญชัยกลับเปลี่ยนทุกอย่าง..
“ ยอดค่าใช้จ่ายทั้งหมด.. ห้าล้านบาท!! ” เขาที่เพิ่งเห็นเอกสารเป็นครั้งแรก ด้วยก่อนหน้านี้ที่เซ็นไปก็ไม่เคยคิดจะเปิดอ่านถึงกับตาค้าง!
เสียงสั่นของชาญชัยดังลั่นจนทุกคนได้ยิน จากเดิมที่ทุกคนยังยิ้มอยู่ ตอนนี้รอยยิ้มกลับค่อยๆแข็งค้างไปหมดแล้ว..
“ เมื่อกี้หัวหน้าฝ่ายพูดว่าเท่าไรนะ? ”
“ ห้าล้านเหรอ..? ”
“ ฟังผิดหรือเปล่า? ห้าแสนหรอกมั้ง.. ”
“ ใช่ค่ะ ยอดรวมทั้งหมดห้าล้านบาทถ้วน เป็นไปตามแพ็กเกจที่คุณชาญชัยเลือก พร้อมรายการอาหาร เครื่องดื่ม และการตกแต่งเพิ่มเติมค่ะ ” ผู้จัดการร้านก้มมองเอกสารอีกครั้ง ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพ
พรึ่บ! บรรยากาศทั้งงานเปลี่ยนไปทันที พนักงานหลายคนรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเครื่องคิดเลข ห้าล้านบาทหารด้วยคนในงานประมาณสามร้อยห้าสิบคน.. ตกคนละ 14,500 บาท!!
“ พระเจ้า! นั่นมันเงินเดือนครึ่งเดือนของพวกเราแล้วนะ! ”
“ เชี่ย! มากไปแล้วหัวหน้า! พวกเราไม่มีจ่ายหรอก! ” เสียงฮือฮาดังขึ้นทั่วงาน จากเดิมที่คิดว่าคนละสองสามพัน กลับกลายเป็นมากกว่าหมื่น!
“ ไม่ไหวว่ะ.. ” หลายคนเริ่มส่ายหน้าทันที แม้พวกเขาจะมีเงินเดือน แต่ภาระหนี้สินของครอบครัวก็ยังมีอยู่ บางคนมีบ้าน บางคนมีรถ บางคนต้องเลี้ยงลูก จะให้มาสิ้นเปลืองแบบนี้ได้ยังไง!
“ ใครจะจ่ายไหว? กูยังผ่อนรถอยู่เลย ”
“ เดือนนี้ยังต้องจ่ายค่าบ้านอีก เงินเก็บกูไม่เหลือแล้ว.. ” เพียงไม่กี่วินาที ความเห็นของคนทั้งงานก็เริ่มเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
“ ผมขอพูดตรงๆนะครับหัวหน้าฝ่าย.. ” หัวหน้าทีมคนหนึ่งลุกขึ้นก่อน ทุกสายตาหันมองไปที่เขา
“ ถ้าคนละสองสามพันบาทผมยังพอช่วยไหว แต่คนละเกือบหมื่นห้าแบบนี้ พวกเราไม่ไหวจริงๆ.. ”
“ ผมก็เหมือนกันครับ ลูกผมยังต้องจ่ายค่าเทอม! ” อีกคนรีบพยักหน้า
“ งานนี้หัวหน้าชาญชัยเป็นคนเลือกจัดเอง เพราะงั้นหัวหน้าก็จ่ายไปสิ! ” คำพูดนั้นเหมือนเปิดสวิตช์ กับเสียงสนับสนุนที่ดังขึ้นทั่วงาน
“ ใช่ๆ! ”
“ พวกเราไม่ได้เลือก! เพราะงั้นพวกเราไม่จ่าย! ”
“ ขอออกความเห็นค่ะ ” เมย์ยกมือขึ้นบ้าง
“ ถ้าจะให้ยุติธรรม คนที่เป็นคนจัดงานก็ควรเป็นคนรับผิดชอบ ส่วนพวกเราก็ช่วยเหลือตามที่ไหว เหมือนจัดงานแล้วให้แขกใส่ซองนั่นแหละ! ”
“ จริง! ”
“ เห็นด้วยที่สุด! ”
“ ถูกต้องเลยค่ะ พวกเราไปหาซองกันเดี๋ยวนี้! ” เสียงสนับสนุนดังขึ้นไม่หยุด จากคนสองสามคนกลายเป็นสิบ ยี่สิบ และหลักร้อย! ไม่มีใครในงานที่ไม่เห็นด้วยอีกแล้ว!
คำประท้วงนั้นทำเอาชาญชัยหน้าซีดทันที
“ พวกมึงจะบ้าหรือไง! ตอนแรกก็ตกลงว่าจะหารกัน! ”
“ ตอนแรกพวกเราคิดว่าคนละไม่กี่พันครับ และที่สำคัญไม่มีใครตกลง หัวหน้าฝ่ายเป็นคนสรุปเองทุกอย่าง.. ” หัวหน้าทีมอาวุโสส่ายหน้า
“ เงินขนาดนี้ต่อให้ผ่อนสิบเดือนก็ยังเหนื่อยเลยค่ะ ” หญิงสาวในแผนกเองก็ถอนหายใจ ตัวเธอเพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่นาน และเงินหมื่นก็ถือเป็นเงินมากสำหรับเด็กใหม่!
ชาญชัยเริ่มหายใจแรง ก่อนสายตาจะหันไปจ้องเมย์อย่างเอาเรื่อง!
“ เมย์!! นี่มันฝีมือเธอใช่มั้ย! ” เขาระเบิดอารมณ์ทันที
“ คะ? ” หญิงสาวเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ
“ เอกสารพวกนี้เธอเป็นคนทำ! ทำไมไม่บอกฉันว่ามันเป็นแบบนี้! ” เสียงตวาดดังลั่นแต่เมย์กลับไม่ได้ตกใจ เธอเพียงเอียงศีรษะเล็กน้อยเหมือนคนที่ไม่ได้ทำอะไรผิด
“ หัวหน้า ฉันทำตามขั้นตอนทุกอย่างเลยนะคะ ”
“ ก่อนส่งเอกสารให้ร้าน ฉันเอาเอกสารทั้งหมดไปให้คุณตรวจสอบแล้ว แถมยังเน้นย้ำให้ตรวจสอบโดยละเอียดอีก.. ”
“ หัวหน้าคะ ช่วยตรวจสอบรายละเอียดทั้งหมดก่อนเซ็นด้วยนะคะ ” เธอเปลี่ยนเสียงเป็นเลียนแบบตัวเองในเช้าวันนี้ จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นน้ำเสียงห้วนๆของชาญชัย
“ รู้แล้วน่าไม่ต้องพูดมาก เอามาให้ผมก็พอ!! ”
“ เซ็นๆไปเถอะ เสียเวลา! ” เมย์ยื่นมือทำท่าเซ็นกลางอากาศ หลายคนเริ่มจำเหตุการณ์นั้นได้ เพราะเมย์ยื่นเอกสารให้เขาในห้องประชุมโดยตรงเมื่อตอนเช้านี้เอง!
“ เออว่ะ.. ”
“ กูอยู่ด้วย ”
“ เมย์ถามแล้วจริงๆ ”
“ หัวหน้าไม่อ่านเองแล้วจะโทษใคร! ”
“ หัวหน้ายังตอบอีกด้วยว่า กูเซ็นเอง กูรับผิดชอบได้! เพราะงั้นหลังจากคุณเซ็นแล้ว ฉันก็มีหน้าที่แค่ส่งเอกสารให้ร้านตามคำสั่ง ทุกอย่างเป็นไปตามลายเซ็นของท่านหัวหน้าฝ่ายคนใหม่ค่ะ.. ”
ชาญชัยอ้าปากค้าง จะเถียงก็เถียงไม่ได้ เพราะลายเซ็นทุกหน้าคือของเขาจริง พยานก็มีเต็มงาน แม้แต่ไทม์เองก็ยังยกแก้วไวน์ขึ้นจิบช้าๆ ภาพแห่งความพินาศนี้ มันช่างสมกับที่เขารอคอยอย่างใจเย็น!
ห้าล้านบาท.. ชาญชัยยืนนิ่งราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่าง ต่อให้ขายรถขายบ้านที่กำลังผ่อนอยู่ก็ยังไม่พอ!
“ คุณชาญชัยคะ ” ผู้จัดการร้านยังคงรักษารอยยิ้มแบบมืออาชีพ
“ ทางร้านต้องขอความกรุณาดำเนินการชำระเงินก่อนเที่ยงคืนค่ะ หากมีปัญหาเรื่องการชำระ รบกวนแจ้งให้เราทราบล่วงหน้า เพื่อที่ทางร้านจะได้ดำเนินการตามขั้นตอนของบริษัท.. ” แม้คำพูดจะสุภาพ แต่ทุกคนต่างก็ฟังออกว่าอีกฝ่ายเริ่มไม่ไว้ใจแล้ว
ทันใดนั้นพนักงานรักษาความปลอดภัยของร้านสี่คน ก็เดินมายืนห่างๆบริเวณทางออกอย่างแนบเนียน ไม่มีใครถูกห้ามออก แต่ก็ไม่มีใครกล้าเดินออกไปเช่นกัน..
“ .. ” ชาญชัยกลืนน้ำลายฝืดๆ
“ ดะ.. เดี๋ยวก่อนครับ ผม.. ผมกำลังเคลียร์เรื่องเงินอยู่.. ”
“ ได้ค่ะ ทางร้านเรารอได้อีกเล็กน้อย ” ผู้จัดการร้านพยักหน้า บรรยากาศทั้งงานกดดันจนแทบหายใจไม่ออก
“ เอายังไงดีวะ ถ้าหารจริงก็คนละประมาณหนึ่งหมื่นสี่พันกว่าบาท.. ” พนักงานทั้งสามร้อยกว่าชีวิตเริ่มจับกลุ่มคุยกันอย่างจริงจัง
“ เกือบหมื่นห้าพอดีเลย.. แต่ถ้าไม่จ่ายก็ไม่ได้ออก.. ”
“ เงินเดือนกูสองหมื่นแปดเองนะ.. กูว่าพวกเราออกได้ คนที่มีปัญหาคือหัวหน้าชาญชัยคนเดียวไม่ใช่เหรอ.. ”
“ ถ้าออกไปแล้วจะเป็นยังไงบ้างกูไม่รู้ แต่ถ้ากูจ่าย.. เมียกูฆ่าตายแน่! ”
เงินจำนวนนี้มันไม่ใช่การช่วยออกค่าอาหารแล้ว แต่มันคือการแบกรับความผิดพลาดของคนคนเดียวเอาไว้!
“ เอายังไงดีครับทุกคน พวกคุณช่วยโอนเงินมาให้ผมก่อนได้มั้ย.. ” เมื่อไรทางเลือก ชาญชัยจึงเดินไปหาตัวตนระดับหัวหน้าทั้งหมด เพื่อหวังว่าอีกฝ่ายจะยอมช่วยเหลือ..
“ เอาเงินสดทั้งชีวิตของพวกเรามารวมกัน ให้ตายยังไงก็ไม่ถึงห้าล้านบาทหรอกครับ.. ” อีกฝ่ายตอบอย่างไม่คิดจะโอนให้ ใครมันจะบ้าเสียเงินหลักล้านเพื่องานเลี้ยงแบบนี้!