บทที่ 7/2 : จบกัน... ยิ่งแก้ยิ่งพัง
บทที่ 7/2 : จบกัน... ยิ่งแก้ยิ่งพัง
เซี่ยซินหราน... นี่คือชื่อของนางหรือ?
ชายหนุ่มมองคนกลางลานด้วยแววตาลึกล้ำขึ้นโดยไม่รู้ตัว ในที่สุด หลังจากฟังเสียงประหลาดในใจนางมาหลายวัน เขาก็ได้รู้เสียทีว่าคนที่อยู่ในร่างฉินเนี่ยนมีชื่อว่าอะไร
“คุณหนูฉิน?” เสียงขันทีข้างพระวรกายดังขึ้น เมื่อเห็นหญิงสาวเอาแต่ก้มหน้าไม่ตอบเสียที
ฉินเนี่ยนพลันสะดุ้ง ตอบในใจทันทีนั้น ‘ไม่เอารางวัลได้ไหมเพคะ ขอเวลาให้หม่อมฉันย้อนกลับไปเมื่อครู่แทนได้หรือไม่!’
จี้ไป๋รีบก้มหน้าลง ปิดบังมุมปากที่กำลังจะยกขึ้น
‘ไม่ได้สินะ... ช่างเถอะ! พลาดไปแล้วก็ต้องแก้ อย่างน้อยบทนางร้ายผู้คลั่งรักยังพอกู้กลับมาได้!’
คิดแล้วฉินเนี่ยนจำต้องสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนเงยหน้าขึ้นพร้อมรอยยิ้มหวานหยดดังเดิม
“เนี่ยนเอ๋อร์ไม่ต้องการรางวัลใดเพคะ” นางกล่าวอย่างอ่อนหวาน ก่อนแอบชำเลืองมองจี้ไป๋อย่างรักใคร่สุดหัวใจ “แต่หากฝ่าบาททรงเมตตา เนี่ยนเอ๋อร์ขอยกรางวัลนี้ให้ท่านพี่ไท่จื่อแทนได้หรือไม่เพคะ วันนี้เดิมทีก็เป็นงานฉลองชัยของท่านพี่ สิ่งใดที่ดี เนี่ยนเอ๋อร์ก็อยากยกให้ท่านพี่เพคะ”
‘ดี! แบบนี้ค่อยเหมือนฉินเนี่ยนหน่อย เมื่อกี้เกือบหลุดเป็นคนดีมีความสามารถไปแล้ว! เฮ้อ...’
จี้ไป๋ที่ควรซาบซึ้งจนน้ำตาไหล กลับมุมปากกระตุกกลั้นขำไม่อยู่
ฉินเนี่ยนก็แค่อยากกลับเข้าบทมาเป็นคนโง่เขลาที่คลั่งรักพระเอก ทว่าผลลัพธ์กลับเกินกว่าที่นางหวังไปมาก เมื่อเสียงกระซิบดังขึ้นรอบด้าน
“คุณหนูฉินช่างรักองค์ไท่จื่อจริงๆ ทั้งมีความสามารถ ทั้งรู้ความ ยังคิดถึงคู่หมั้นก่อนตนเองอีก”
“สมแล้วที่ฮองเฮาทรงเลือกไว้เป็นว่าที่ไท่จื่อเฟย เหมาะสมกันจริงๆ”
ฉินเนี่ยนได้ยินเข้า ใบหน้าที่ยังยิ้มอยู่แทบแข็งค้าง
‘...หา? เหมาะสมอะไร ไม่ใช่! พวกท่านเข้าใจผิดแล้ว!’ นางแทบอยากยกมือขึ้นกุมขมับ ‘ไม่น่าเลย... ไม่น่าอินจัด หลุดเล่นดีขนาดนั้นเลยจริงๆ!’
จี้ไป๋เงยหน้ากลับไปมองคนดวงซวยตรงหน้า ที่ยิ่งดิ้นก็ยิ่งรัดตัวเองแน่นขึ้นทุกที คนผู้นี้ช่างมีพรสวรรค์ในการทำลายแผนการของตนเองเสียจริง ยิ่งคิด เขาก็หลุดหัวเราะออกมาเบาๆ
ฮ่องเต้จี้ฉางมองฉินเนี่ยนที่หน้าแดงระเรื่อก็หัวเราะอย่างอารมณ์ดี “ได้! ในเมื่อเนี่ยนเอ๋อร์ยอมยกรางวัลให้ ไท่จื่อ... เจ้าก็ออกมารับเสีย”
จี้ไป๋จึงลุกขึ้น เดินออกไปยืนข้างฉินเนี่ยน ก่อนประสานมือคำนับ
ฮ่องเต้ตรัสถาม “เนี่ยนเอ๋อร์ยกสิทธิ์เลือกรางวัลให้เจ้าแล้ว เจ้าอยากได้สิ่งใด”
ฉินเนี่ยนที่กลับมามีสติแจ่มชัด แสร้งก้มหน้ามองพื้นอย่างขัดเขิน
‘ก็ต้องขอหยกอุ่นชั้นดีที่ฝ่าบาทเพิ่งได้รับเป็นเครื่องบรรณาการจากแคว้นหลี่ไง นายตั้งใจจะขอไปให้เสด็จแม่ไม่ใช่หรือ หยกก้อนนั้นเสด็จอาอยากได้มาตั้งนานแล้ว ถ้าไม่ขอตอนนี้ เดี๋ยวเผยกุ้ยเฟยก็ชิงไปก่อนหรอก’
จี้ไป๋ปรายตามองคนก้มหน้าทำแก้มป่อง เพราะสิ่งที่นางคิดตรงกับความตั้งใจของเขาไม่มีผิด ก่อนชายหนุ่มจะเอ่ยสิ่งที่ต้องการ
“ลูกขอหยกอุ่น เครื่องบรรณาการจากแคว้นหลี่พ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้เลิกพระขนง “หยกก้อนนั้นหรือ?”
“พ่ะย่ะค่ะ ลูกอยากนำไปถวายเสด็จแม่”
ฉินฮองเฮาได้ฟังแล้วแววเนตรพลันทอประกาย หยกอุ่นนั้นพระนางให้คนเสาะหามานานแล้ว
เมื่อเห็นว่าแคว้นหลี่นำมาถวาย จึงเคยคิดจะขอจากฝ่าบาท เพียงแต่ยังไม่มีโอกาสได้เอื้อนเอ่ย มิคิดว่าบุตรชายจะใส่ใจมารดาถึงเพียงนี้ ความปลื้มปริ่มจึงฉายชัดออกมาโดยไม่รู้ตัว
ส่วนเผยกุ้ยเฟยที่ประทับอยู่อีกด้าน รอยยิ้มกลับยิ่งบางลงไปหลายส่วน หยกอุ่นนั้นนางหมายจะแย่งชิงมาตั้งแต่ต้น ทว่าบัดนี้เมื่อจี้ไป๋เอ่ยปากขอ โอกาสที่นางจะได้มันมาก็เป็นอันหมดสิ้น
ฮ่องเต้จี้ฉางมองพระโอรสกับฮองเฮาสลับกัน “เอาเถอะ ในเมื่อเจ้าต้องการ เราก็ให้”
“ขอบพระทัยเสด็จพ่อพ่ะย่ะค่ะ”
“แต่เมื่อพูดถึงรางวัล...” ฮ่องเต้ทอดพระเนตรจี้ไป๋ “รางวัลของเจ้าจากการสร้างผลงานที่ชายแดน เราก็ยังไม่ได้ถามว่าเจ้าอยากได้สิ่งใด”
จี้ไป๋รีบคำนับแล้วเอ่ย “ลูกไม่ต้องการสิ่งใดพ่ะย่ะค่ะ ขอเพียงบ้านเมืองสงบสุข ชายแดนไร้ศึก ราษฎรอยู่อย่างร่มเย็นก็เพียงพอแล้ว”
เสียงชื่นชมดังขึ้นเบาๆ รอบท้องพระโรง ทว่าเสียงที่มีเพียงเขาได้ยินก็ดังแทรกเข้ามา
‘ถ้าไม่รู้จะขออะไร ขอชิงชิงของนายเข้าตำหนักบูรพาก็ได้นะ ฉันจะได้ไม่ต้องเหนื่อย ฮิฮิ’
“...” จี้ไป๋แทบกำหมัด ก่อนหันขวับไปมองคนข้างกาย
ฉินเนี่ยนยืนยิ้มใสซื่อราวกับไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าเบาๆ แล้วหันกลับไปหาพระบิดา
“แต่หากเสด็จพ่อประสงค์จะพระราชทานจริงๆ ลูกขอพ่อครัวจากห้องเครื่องผู้ชำนาญขนมหวานสักคนพ่ะย่ะค่ะ”
ฮ่องเต้จี้ฉางนิ่งไป “พ่อครัว?”
“พ่ะย่ะค่ะ”
“เจ้าชนะศึกกลับมาจากชายแดนพันลี้ แล้วจะใช้รางวัลขอพ่อครัว?”
จี้ไป๋ตอบหน้าตาเฉย “พ่ะย่ะค่ะ เนี่ยนเอ๋อร์ชอบกินขนมหวาน พ่อครัวในห้องเครื่องทำได้ถูกปากนางดี ลูกจึงอยากขอไปประจำจวนกั๋วกงให้นางสักคนพ่ะย่ะค่ะ”
ฉินเนี่ยนหันขวับ ดวงตาเบิกโต ‘หา?! ฉันอุตส่าห์ยกรางวัลให้นาย แล้วนายยังมอบกลับมาให้ฉันอีกทำไม ตาบ้า!’
ริมฝีปากของจี้ไป๋ยกขึ้นบางๆ อย่างอารมณ์ดี
ฮ่องเต้จี้ฉางมองหนุ่มสาวทั้งสอง ก่อนหัวเราะเสียงดัง “ได้! แค่พ่อครัวคนเดียว เราจะให้เจ้า”
คราวนี้เสียงกระซิบในท้องพระโรงกลับยิ่งดังขึ้นกว่าเดิม
“ที่แท้ไท่จื่อก็หาได้ไร้ความรู้สึกต่อคุณหนูฉินอย่างที่ร่ำลือ”
“นั่นสิ ผลงานจากชายแดนยิ่งใหญ่ถึงเพียงนั้น กลับใช้รางวัลขอเพียงพ่อครัวให้นาง...”
“คุณหนูฉินเองก็คงทุ่มเทฝึกฝนกู่เจิงเพราะองค์ไท่จื่อกระมัง แต่ก่อนฝีมือนางหาได้ถึงเพียงนี้ไม่”
“ดูท่าเรื่องที่ว่าองค์ไท่จื่อหนีคู่หมั้นไปชายแดนคงเป็นเพียงข่าวลือ”
ฉินเนี่ยนยืนฟัง ใบหน้าค่อยๆ ละห้อยลงทุกที
‘จบกัน... ยิ่งแก้ยิ่งพัง แบบนี้คนก็เข้าใจผิดกันหมดว่านายรักฉัน แล้วแม่นางชิงชิงผู้มีคุณธรรมจะกล้ารักนายได้อย่างไรเล่า ฮื้อ...’
ได้ยินแล้วจี้ไป๋ยิ่งยิ้มปริ่ม เพราะนอกจากจะแก้ข่าวลือในเมืองหลวงเรื่องเขาหนีคู่หมั้นไปชายแดนได้สำเร็จแล้ว เขาก็อยากรู้ว่านางจะยัดซูชิงชิงมาให้เขาอีกได้อย่างไร
คราวนี้มีหวัง... ตั๋วกลับบ้านตามติดหนึบแน่ๆ

ใครไม่อยากรอ... อ่านต่อรวดเดียวจบใน E-book ได้เลยยยย