LNCrawler

บทที่ 1/1 : นางร้ายชาเขียวมาแล้วจ้าาาา

ข้านี่แหละนางร้ายชาเขียว — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 1/1 : นางร้ายชาเขียวมาแล้วจ้าาาา

 

“คุณหนู... ข่าวใหญ่เจ้าค่ะ! ข่าวใหญ่!”

เสียงตะโกนดังลั่นมาแต่ไกล ก่อนร่างเล็กของสาวใช้ในชุดสีอ่อนจะวิ่งพรวดพราดเข้ามาในศาลา หวังรีบรายงานข่าวด่วนให้ ‘ฉินเนี่ยน’ คุณหนูอันเป็นที่รัก ทว่าทันทีที่สายตาปะทะเข้ากับร่างบางซึ่งกำลังนอนเอนกายอยู่บนตั่งไม้ ขาของนางก็พลันเกี่ยวพันกันจนหงายหลังล้มก้นจ้ำเบ้าลงกับพื้นดัง พลั่ก!

“ว้าย! ผะ...ผีเขียว!”

‘จื่อเยว่’ ร้องเสียงหลง จะไม่ให้ตกใจได้อย่างไรเล่า ในเมื่อใบหน้าของคนบนตั่ง ถูกพอกทับด้วยของเหลวสีเขียวข้นหนืดตั้งแต่หน้าผากจรดปลายคาง เหลือเพียงริมฝีปากเล็กสีชมพู กับรูจมูกที่พอหายใจได้ ซ้ำเปลือกตาทั้งสองข้างยังถูกปิดด้วยแตงกวาฝานบางอีกข้างละแว่น

‘จื่ออิง’ สาวใช้อีกคนซึ่งนั่งอยู่ด้านข้างกำลังโบกพัดกลมให้ผู้เป็นนาย เงยหน้าขึ้นมองเอ่ยอย่างสุขุม “จื่อเยว่ สำรวมกิริยา นี่คุณหนูมิใช่ผีสาง”

คนที่ถูกหาว่าเป็น ‘ผีเขียว’ ถอนหายใจเฮือกใหญ่ มือเรียวเล็กหยิบแว่นแตงกวาออกจากเปลือกตา เผยให้เห็นดวงตากลมโตเป็นประกาย ก่อนปรายตามองสาวใช้จอมโวยวาย พลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเกียจคร้าน

“เมื่อครู่เจ้าบอกว่ามีข่าวใหญ่ ข่าวอะไร?”

จื่อเยว่ลูบก้นป้อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นยืน แม้หลายวันมานี้คุณหนูของนางจะชอบทำตัวแปลกประหลาด เอาของกินมาพอกหน้าพอกตาจนนางเริ่มจะชินตาบ้างแล้ว แต่วันนี้ก็ยังเผลอตกใจอยู่ดี สาวใช้สูดลมหายใจเข้าลึกตั้งสติอีกครั้ง แล้วรีบรายงานด้วยความตื่นเต้น

“องค์ไท่จื่อเจ้าค่ะ! เมื่อครู่มีม้าเร็วมาส่งข่าว บอกว่าขบวนเสด็จมาใกล้ถึงนอกประตูเมืองแล้วเจ้าค่ะคุณหนู!”

“ว่าไงนะ!”

เพียงได้ยินคำว่า ‘ไท่จื่อ’ ฉินเนี่ยนก็เบิกตากว้าง ดีดตัวลุกพรวดขึ้นนั่ง ก่อนจะรีบก้าวลงจากตั่งด้วยความเคยชิน ทว่าทันทีนั้นร่างบอบบางก็สะดุดชายกระโปรงตัวเองเสียหลักพุ่งไปข้างหน้า

พรืดดด... พลั่ก!

“คุณหนู!”

จื่ออิงทิ้งพัดในมือแทบจะทันที รีบถลาเข้าไปประคองผู้เป็นนายไม่ให้ล้ม ทว่าก็ยังช้ากว่าจนอีกฝ่ายล้มคว่ำลงไปกองกับพื้นศาลาอย่างหมดสภาพ ใบหน้าสีเขียวนั้นเกือบจะทิ่มพื้นแล้ว ยังดีที่ฉินเนี่ยนใช้มือยันไว้ได้ทัน

“คุณหนูเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ เจ็บตรงไหนหรือไม่” จื่ออิงรีบคุกเข่าลงข้างกาย มือหนึ่งประคองแขน อีกมือปัดเศษฝุ่นตามชายกระโปรงให้

“โอ๊ย... ให้ตายเถอะ ขาสั้นชะมัด!” ฉินเนี่ยนก่นด่าตัวเองเสียงอู้อี้อยู่กับพื้น มองขาสองข้างของตนอย่างคับแค้นใจยิ่ง

“คุณหนูว่าอะไรนะเจ้าคะ”

คนล้มพลันโบกมือกลบเกลื่อน “ข้าบอกว่าไม่เป็นไร”

จื่ออิงถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนขมวดคิ้วถาม “เหตุใดช่วงนี้คุณหนูถึงได้หกล้มบ่อยนักเล่าเจ้าคะ”

ก็เพราะฉันยังไม่ชินกับร่างกายนี้น่ะสิ!

นางตอบกลับจื่ออิงในใจแทบในทันทีนั้น เพราะฉินเนี่ยนผู้นี้หาใช่ฉินเนี่ยนคนเดิมไม่ แต่คือ ‘เซี่ยซินหราน’ หญิงสาวจากศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ด ที่เพิ่งเข้ามาอยู่ในร่างนี้ได้เพียงเจ็ดวันเท่านั้น

ร่างเดิมของเซี่ยซินหรานเป็นทั้งดาราและนางแบบ รูปร่างสูงเพรียวด้วยส่วนสูงหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตร แขนขาเรียวยาว แต่ร่างของฉินเนี่ยนผู้นี้กลับเป็นคุณหนูบอบบางน่าทะนุถนอม ส่วนสูงเต็มที่ก็คงไม่เกินร้อยหกสิบเซนติเมตรกระมัง ทั้งตัวเล็ก ไหล่แคบ แขนขาก็สั้น ทุกครั้งที่ยืนส่องกระจก นางยังอดคิดไม่ได้ว่าตนเองในยามนี้ คล้ายหมากระเป๋าตัวจ้อยที่ถูกจับมาแต่งตัวสวยๆ เท่านั้น

น่ารักก็น่ารักอยู่หรอก แต่ส่วนสูงหายไปตั้งยี่สิบเซนติเมตรเชียวนะ!

เจ็ดวันที่ผ่านมา นางจึงเผลอกะช่วงก้าวผิดอยู่หลายครั้ง บางคราวคิดว่าตนก้าวพ้นแล้ว แต่ปลายเท้ากลับยังไม่พ้นเสียอย่างนั้น เฮ้อ....

จื่อเยว่รีบเข้ามาสมทบ เอ่ยอย่างห่วงใย “คุณหนู... หรือว่าท่านยังไม่สบายอยู่เจ้าคะ อาการบาดเจ็บที่ศีรษะยังไม่หายดีใช่หรือไม่”

พอคิดถึงเหตุการณ์เมื่อเจ็ดวันก่อน เซี่ยซินหรานก็อยากจะถอนหายใจออกมาเป็นตัวอักษรคำว่า ‘อนาถแท้’

ฉินเนี่ยนผู้นี้เป็นถึงบุตรสาวเพียงคนเดียวของ ‘เจิ้งกั๋วกงฉินอี้’ ทั้งยังเป็นหลานสาวแท้ๆ ของฉินฮองเฮา และเป็นคู่หมั้นหมายของ ‘ไท่จื่อจี้ไป๋’ มาตั้งแต่วัยเยาว์ นับว่าฐานะสูงส่งคับฟ้า อำนาจล้นมือ บิดาก็ตามใจจนเสียคน ทำให้นางกลายเป็นคนเอาแต่ใจ แพ้ไม่เป็น และมักจะใช้หน้าตาที่ดูอ่อนหวานน่ารักไร้เดียงสานี้ มาเป็นมารยาชาเขียวเพื่อจุดหมายของตนเสมอ

เหล่าบรรดาคุณหนูที่เติบโตอยู่ในเมืองหลวงล้วนรู้นิสัยที่แท้จริงของฉินเนี่ยนดี ดังนั้นเวลามีการแข่งขันจึงไม่มีใครคิดเอาชนะนางอย่างจริงจังนัก ชัยชนะเพียงครั้งเดียว ไหนเลยจะคุ้มกับการถูกบุตรสาวเจิ้งกั๋วกงหมายหัว

ทว่าในงานชมบุปผาเมื่อเจ็ดวันก่อน ‘ซูชิงชิง’ กลับไม่ยอมตามใจคุณหนูฉินเหมือนผู้อื่น ด้วยตัวนางเพิ่งติดตามบิดาเข้ามาเมืองหลวง อีกทั้งยังเป็นคนรักความยุติธรรม นางไม่เห็นด้วยกับการยอมแพ้ให้อีกฝ่ายเพียงเพราะมีฐานะสูงกว่า เมื่อถึงคราวแข่งขันต่อบทกลอนจึงลงมือเต็มความสามารถ และเอาชนะฉินเนี่ยนต่อหน้าคนทั้งงานได้สำเร็จ

สำหรับคนทั่วไป แพ้ก็คือแพ้ ครั้งหน้าก็ค่อยเอาใหม่

แต่ฉินเนี่ยนไม่ใช่คนทั่วไป นางถูกตามใจมาตลอดสิบเจ็ดปี ไหนเลยจะเคยถูกหักหน้าต่อหน้าผู้คนมากมายถึงเพียงนี้ มิหนำซ้ำอีกฝ่ายยังเป็นเพียงบุตรสาวของขุนนางขั้นสาม พอกลับถึงจวนนางก็ทั้งอับอายทั้งโกรธจัด อาละวาดจนสุดท้ายล้มลงศีรษะกระแทกพื้น และสิ้นใจไปเสียอย่างนั้น ทำให้เซี่ยซินหรานต้องลืมตาขึ้นมาในร่างนี้แทน

ส่วนเซี่ยซินหราน เมื่อเจ็ดวันก่อนเธอยังกระโดดโลดเต้นดีใจสุดขีด ที่ในที่สุดก็สามารถเอาชนะคู่แข่งและคว้าบท ‘นางเอก’ มาครองได้เป็นครั้งแรกในชีวิตการแสดง และนี่ไม่เพียงเป็นบทที่เธอรอคอยมานาน แต่ยังเป็นสิ่งที่คุณพ่อเคยเฝ้ารอจะได้เห็นด้วย

ใครจะคิดว่าโชคดีของเธอจะสั้นเสียยิ่งกว่าความฝัน วันนั้นระหว่างทางกลับบ้าน รถกลับพลิกคว่ำเพียงเพราะหักหลบสุนัขข้ามถนน

และเมื่อได้สติขึ้นมาอีกครั้ง วิญญาณของเซี่ยซินหรานก็เข้ามาอยู่ในโลกของบทละครเรื่องเดียวกับที่ตนเพิ่งได้มาเสียแล้ว ซ้ำร้าย แทนที่จะเข้ามาอยู่ในร่างของนางเอกอย่างซูชิงชิงตามบทที่ได้รับ เธอกลับกลายเป็นนางร้ายชาเขียวของเรื่องอย่างฉินเนี่ยน!!!

จื่อเยว่เห็นผู้เป็นนายเหม่อลอยไปชั่วครู่ ก็รีบเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงร้อนรนเจือความห่วงใย “คุณหนู หรือว่าวันนี้พักก่อนดีเจ้าคะ”

เสียงนั้นดึงความคิดของฉินเนี่ยนกลับมา

“ข้าไม่เป็นไรแล้ว” นางส่ายศีรษะ ก่อนนึกถึงข่าวที่เพิ่งได้ยินเมื่อครู่ ดวงตาก็พลันเป็นประกายขึ้นมา

“พวกเจ้ารีบช่วยข้าล้างหน้าแต่งตัวเถอะ”

จื่อเยว่กะพริบตาปริบๆ “ตอนนี้เลยหรือเจ้าคะ”

“ใช่ ตอนนี้ เดี๋ยวนี้ เร็วเข้า!”

ฉินเนี่ยนเร่งพลางหมุนตัวกลับเข้าเรือน คราวนี้ไม่ลืมที่จะกะช่วงก้าวให้ดีเสียก่อน ไม่เช่นนั้นเดี๋ยวจะล้มเอาอีก

แน่นอนว่าต้องรีบ! เพราะร่างของเซี่ยซินหรานในโลกเดิมยังไม่ตาย และตอนทะลุมิติเข้ามาระบบได้แจ้งทิ้งเอาไว้ว่า ขอเพียงนางเล่นบทนางร้ายชาเขียวของฉินเนี่ยนต่อให้ถึงตอนจบ หลังถูกพระเอกอย่างจี้ไป๋สังหารตามเส้นเรื่องเดิม นางก็จะถูกส่งกลับบ้านทันที!

คนอื่นเขาทะลุมิติมาเอาชีวิตรอด แต่เซี่ยซินหรานกลับทะลุมิติมาเพื่อทำทุกทางให้ถูกพระเอกสังหาร เห็นหรือไม่ว่าน่าอนาถเพียงใด...

แต่ช่างเถอะ! อย่างไรทำให้คนเกลียดก็ง่ายกว่าทำให้คนรักมิใช่หรือ

ทว่าปัญหาเดียวที่ทำให้ภารกิจของนางหยุดชะงักมาตลอดเจ็ดวันนี้ ก็คือตั๋วกลับบ้านที่จะมามอบความตายให้นั้น ดันไม่อยู่ในเมืองหลวง

ด้วยหลายปีก่อน หลังจากถูกผู้ใหญ่จับหมั้นหมายกับฉินเนี่ยน จี้ไป๋ผู้เกลียดการถูกตีกรอบและบังคับ ก็ชิงหนีไปสร้างผลงานอยู่ไกลถึงชายแดนทางเหนือ จะบอกว่าไปสร้างผลงานก็ถูก แต่จะบอกว่าหนีคู่หมั้นก็คงไม่ผิดนัก ยังดีที่ยามนี้ชายแดนสงบแล้ว ฮ่องเต้จึงมีรับสั่งเรียกพระโอรสกลับเมืองหลวง และวันนี้เขาก็เพิ่งเดินทางกลับมาถึง

อย่างไรเสียจี้ไป๋ก็เกลียดฉินเนี่ยนเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว บัดนี้จึงต้องรีบไปเติมเชื้อไฟอีกสักนิด ทำตัวให้น่ารำคาญขึ้นอีกสักหน่อย ให้พ่อพระเอกหมดความอดทนจนต้องรีบชักกระบี่ออกมาบั่นคอคุณหนูฉินเนี่ยนคนนี้ไวๆ นางจะได้รีบตายๆ แล้วกลับบ้านไปรับบทนางเอกเสียที!

“รีบหน่อยเถอะจื่อเยว่ จื่ออิง! ข้าแทบอยากตาย... เอ้ย อยากไปต้อนรับองค์ไท่จื่อไม่ไหวแล้ว!”

“เจ้าค่ะ” สองบ่าวเร่งสาวเท้าตามผู้เป็นนายไปติดๆ

 


5cd1fb6588899b55aa5ac6f8b4d68d2c.jpg

สวัสดีค่ะนักอ่านที่รักทุกท่าน กลับมาพบกันอีกครั้งกับนิยายรักจีนโบราณโรแมนติกฟีลกู๊ด แนวรอมคอม ปมน้อยของหาญเยว่ค่ะ เรื่องนี้น่ารักมากกกกกก เขียนไปยิ้มไป หวังว่าจะทำให้ทุกคนยิ้มตามเช่นกันนะคะ