LNCrawler

บทที่ 13/1 : จะมากเกินไปแล้วนะ!

ข้านี่แหละนางร้ายชาเขียว — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 13/1 : จะมากเกินไปแล้วนะ!

 

ตลอดมื้ออาหาร ฉินเนี่ยนทำตามที่ตั้งใจเอาไว้จริงๆ นางนั่งเฝ้าบิดากับจี้ไป๋แทบไม่ยอมให้คลาดสายตา ด้วยเกรงว่าเพียงเผลอไปครึ่งลมหายใจ พ่อยมทูตผู้นี้จะหยิบหนังสือของบิดาออกมา แล้วเล่าเรื่องความดีความชอบของนางตั้งแต่เช้าจนหมดสิ้น

ทว่านางกลับคาดไม่ถึงว่า การนั่งเฝ้าคนผู้หนึ่งมิให้เปิดปากฟ้องนั้น จะเหน็ดเหนื่อยถึงเพียงนี้

แรกเริ่มจี้ไป๋ยังนั่งกินอาหารอย่างสงบ มิได้มีทีท่าว่าจะสร้างเรื่องอันใด ฉินเนี่ยนจึงค่อยผ่อนลมหายใจออกมาได้บ้าง กระทั่งชายหนุ่มเหลือบมองจานเนื้อเป็ดอบที่อยู่ห่างออกไปเล็กน้อย แล้วเรียกเสียงเรียบ

“เนี่ยนเอ๋อร์...”

ฉินเนี่ยนที่กำลังจะคีบผักเข้าปากชะงักมือทันที “เพคะ?”

“เนื้อเป็ดอบจานนั้นดูน่าทานยิ่งนัก...”

นางมองจานเนื้อเป็ด ก่อนหันกลับมามองเขาอีกครั้ง ‘จะให้ฉันคีบให้หรือ แขนของนายก็ยาวเสียขนาดนั้น แค่ยื่นมืออีกนิดก็คีบถึงแล้วนะ!’

ทว่าจี้ไป๋กลับเพียงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ราวกับรอฟังว่านางจะตอบว่าอย่างไร ฉินเนี่ยนจึงสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนปั้นรอยยิ้มหวานเสียยิ่งกว่าน้ำผึ้ง คีบเนื้อเป็ดชิ้นงามวางลงในถ้วยของเขาอย่างเอาอกเอาใจ

“ท่านพี่ไท่จื่อเชิญเพคะ”

“อืม”

นางเพิ่งถอนตะเกียบกลับมาได้ไม่ทันไร สายตาของเขาก็เลื่อนไปยังปลานึ่งอีกด้านหนึ่งของโต๊ะ

“ปลานั่นก็ดูน่ากิน”

ฉินเนี่ยน “...”

แต่เพราะฉินอี้ยังนั่งอยู่ตรงหน้า นางจึงทำได้เพียงคีบปลาให้เขาอีกชิ้นอย่างอ่อนหวาน ทว่าครั้นกลับมาจะกินของตนเอง จี้ไป๋ก็เอ่ยขึ้นอีกครั้ง

“อาหารฝืดคอ ได้น้ำแกงคงดี”

คราวนี้ฉินเนี่ยนวางตะเกียบลงช้าๆ แล้วหันไปมองเขาตรงๆ “ท่านพี่ไท่จื่อเพคะ...”

“หืม?”

นางมองเขาแล้วยิ้มหวาน แต่ภายในใจนั้น ‘ตาจี้ไป๋! จะมากไปแล้วนะ’

จี้ไป๋เพียงยักคิ้วอย่างไม่ยี่หระ ก่อนยกมือขึ้นตบตรงอกเสื้อของตนเบาๆ สองครั้ง ตรงตำแหน่งที่เก็บหนังสือของฉินอี้เอาไว้พอดิบพอดี

ฉินเนี่ยนมองมือนั้นนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ‘ไอ้คนชั่ว!’

ก่อนจะค่อยๆ สูดลมหายใจเข้าลึกเสียจนอกกระเพื่อม จากนั้นใบหน้าเล็กก็พลันผลิบานขึ้นราวกับดอกไม้ต้องแสงอรุณ

“ท่านพี่ไท่จื่ออยากได้น้ำแกงหรือเพคะ เนี่ยนเอ๋อร์จะตักให้เอง”

ว่าแล้วนางก็ยกถ้วยขึ้นมาตักน้ำแกงให้เขาด้วยกิริยาอ่อนหวานยิ่ง ก่อนส่งให้อย่างนอบน้อมไร้ที่ติ

“ดี” เขารับมาตอบเพียงเท่านั้น

‘ดีบ้านนายสิ! กินเข้าไป กินให้พุงแตกไปเลย! ไหนๆ ก็หิวจนกลับตำหนักบูรพาไม่ไหวแล้วมิใช่หรือ!’

จี้ไป๋ยกถ้วยน้ำแกงขึ้นจิบด้วยสีหน้าสงบนิ่ง ทว่ามุมปากกลับขยับขึ้นน้อยๆ จนแทบมองไม่เห็น

ฉินอี้ซึ่งนั่งอยู่ตรงหัวโต๊ะหาได้รู้ถึงสงครามลับระหว่างคนทั้งสองไม่ เขาเห็นเพียงบุตรสาวคอยคีบอาหาร ตักน้ำแกง เอาอกเอาใจคู่หมั้นไม่ขาด ก็มองภาพตรงหน้าด้วยความพึงพอใจอยู่หลายส่วน ว่าตั้งแต่จี้ไป๋กลับเมืองหลวง ความสัมพันธ์ของเด็กทั้งสองดูเหมือนจะดีขึ้นมากจริงๆ

ส่วนจื่ออิงกับจื่อเยว่ที่เพิ่งตามกลับมาถึงจวน ครั้นกระหืดกระหอบเข้ามาแล้วเห็นภาพคุณหนูของตนกำลังถูกใช้งานราวกับสาวใช้ส่วนตัวขององค์ไท่จื่อ ต่างก็รู้สึกสงสารคุณหนูจับใจ แต่พวกนางเป็นเพียงบ่าว จะกล้าสอดปากช่วยเหลืออันใดได้เล่า

ขณะที่ฉินเนี่ยนซึ่งกำลังถูกใช้งานอยู่กลางโต๊ะ ได้แต่ยิ้มหวานภายนอก แต่ด่าคนผู้นั้นอยู่ในใจอย่างไม่ขาดสาย

กว่ามื้ออาหารอันแสนทรมานจะสิ้นสุดลง นางรู้สึกว่าตนไม่ได้มากินมื้อเช้า แต่เหมือนมารับใช้เจ้านายผู้เอาแต่ใจเสียมากกว่า

เมื่อจี้ไป๋กล่าวลา ฉินเนี่ยนก็รีบขันอาสาออกไปส่งด้วยตนเอง แน่นอนว่านางมิได้อาลัยอาวรณ์เขาแม้แต่น้อย เพียงต้องการทวงหนังสือของบิดากลับคืนมาเท่านั้น

ครั้นเดินออกมาจนห่างจากเรือนรับรองพอสมควรและไม่มีฉินอี้อยู่ด้วย นางก็รีบขยับเข้าไปใกล้ก่อนจะกระตุกชายแขนเสื้อเขาเบาๆ แล้วเงยหน้ามองบุรุษที่สูงกว่าตนเกือบหนึ่งศีรษะ ด้วยดวงตากลมโตอย่างออดอ้อน

“ท่านพี่ไท่จื่อเพคะ”

จี้ไป๋ปรายตามอง “ว่าอย่างไร”

“เมื่อครู่เนี่ยนเอ๋อร์เป็นเด็กดีมากเลยนะเพคะ” นางกล่าวพร้อมยกนิ้วนับความดีของตนเอง “ทั้งคีบเนื้อเป็ด คีบปลา ตักน้ำแกง มิหนำซ้ำท่านอยากกินสิ่งใด เนี่ยนเอ๋อร์ก็หาให้หมดทุกอย่าง...”

ชายหนุ่มฟังแล้วหลุดหัวเราะเบาๆ

เด็กดีมาก? ตลอดมื้ออาหารนางด่าเขาอยู่ในใจแทบไม่มีคำใดซ้ำกัน ยังกล้าเอาความดีมาทวงรางวัลอีกหรือ

“อืม เป็นเด็กดีก็ดีแล้ว”

ดวงตาของฉินเนี่ยนสว่างขึ้นทันที นางรีบยื่นมือออกไป “เช่นนั้นคืนหนังสือให้เนี่ยนเอ๋อร์เถอะนะเพคะ”

“ใครบอกว่าจะคืนวันนี้”

มือเล็กที่ยื่นค้างอยู่กลางอากาศชะงักทันที “...เพคะ?”

จี้ไป๋ทำราวกับไม่เห็นสีหน้าของนาง “เป็นเด็กดีก็จงเป็นต่อไป ไว้ข้าพอใจเมื่อใด ข้าจะพิจารณาคืนให้เอง”

กล่าวจบก็หมุนกายเดินนำออกไปอย่างไม่ทุกข์ร้อน ทิ้งให้ฉินเนี่ยนยืนอ้าปากค้างอยู่ด้านหลัง

นางจ้องแผ่นหลังกว้างที่เดินห่างออกไปทีละก้าวด้วยความโมโหจนเลือดขึ้นหน้า ก่อนยกหมัดคู่ขึ้นมา แล้วลอบรัวกำปั้นใส่แผ่นหลังเขากลางอากาศอย่างเอาเป็นเอาตาย

‘ไอ้ยมทูตหน้าเหม็น! เผด็จการ! บ้าอำนาจ! ฝากไว้ก่อนเถอะ... หากฉันตัวใหญ่กว่านี้นะ ฉันจะจับนายทุ่มลงพื้นให้หลังหักไปเลย!’

ทว่าในขณะที่กำลังออกหมัดอย่างเมามัน จี้ไป๋กลับหันขวับกลับมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

ฉินเนี่ยนตกใจจนเก็บกำปั้นที่กำลังชกค้างอยู่กลางอากาศแทบไม่ทัน นางรีบชักแขนกลับพร้อมกันเสียจนแขนขาพันกันเอง เท้าข้างหนึ่งเผลอถอยผิดจังหวะ ร่างเล็กเซวูบไปด้านข้าง ก่อนจะรีบตั้งหลักได้อย่างหวุดหวิด แล้วเงยหน้าขึ้นหัวเราะแห้งๆ ราวกับเมื่อครู่ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น

จี้ไป๋ที่ได้ยินเสียงข่มขู่ในใจของนางชัดเจนทุกถ้อยคำแทบหลุดหัวเราะ ทว่าภายนอกกลับตีหน้าขรึม แสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องราว

“เมื่อครู่... เกิดสิ่งใดขึ้นหรือ”

ฉินเนี่ยนกะพริบตาปริบๆ ก่อนรีบสะบัดมือไปมา แก้ตัวน้ำขุ่นๆ “แมลงเพคะ! เมื่อครู่มีแมลงบินผ่าน เนี่ยนเอ๋อร์ก็เลยไล่มัน”

“แมลง?”

“เพคะ ตัวใหญ่มากด้วย”

‘ใหญ่เท่านายนั่นแหละ!’

“อ้อ...” มุมปากของจี้ไป๋กระตุก เขาเบือนหน้าไปอีกทางเพื่อซ่อนรอยยิ้ม ก่อนเดินต่อโดยไม่คิดเปิดโปงนาง

ฉินเนี่ยนจึงรีบวิ่งเหยาะๆ ตามไปส่งจนถึงหน้าจวนอย่างสงบเสงี่ยม

 


เจ้าแมลงตัวนี้ ช่างหูดีจริงๆ

d3c9252b8bd72fd9956616f5c20a236a.jpg

ใครไม่อยากรอ... อ่านต่อรวดเดียวจบใน E-book ได้เลยยยย

https://dekd.co/w/e/49959