LNCrawler

บทที่ 18/1 : พี่อยู่ตรงนี้!

ข้านี่แหละนางร้ายชาเขียว — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 18/1 : พี่อยู่ตรงนี้!

 

จวบจนดวงตะวันลับหายไปหลังแนวเขา ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีคราม ทว่าแสงสุดท้ายของวันยังเจือจางอยู่เหนือขอบฟ้า จี้ไป๋จึงลุกขึ้นยืนแล้วปัดเศษหญ้าออกจากอาภรณ์

“กลับกันเถิด ก่อนฟ้าจะมืดกว่านี้”

“เพคะ”

ฉินเนี่ยนเงยหน้าขึ้นตอบ แล้วยื่นมือให้เขาอย่างเป็นธรรมชาติ

จี้ไป๋ก้มมองมือเล็กที่ยื่นมาตรงหน้า เขายิ้มแล้วจับเอาไว้เพื่อช่วยดึงนางให้ลุกขึ้นยืน ก่อนทั้งสองจะเดินเคียงกันกลับไปยังม้าที่ผูกอยู่ไม่ไกล เพื่อลงไปรวมกับขบวนด้านล่างแล้วเดินทางกลับเมืองหลวง

เมื่อจี้ไป๋กับฉินเนี่ยนกลับลงมาถึงบริเวณที่ขบวนรถม้าจอดรออยู่ ฟ้าก็มืดลงกว่าเดิมมากแล้ว แสงสุดท้ายเหนือแนวเขาเหลือเพียงริ้วสีครามอมม่วงจางๆ ขณะที่โคมไฟของขบวนเริ่มถูกจุดขึ้นทีละดวง

ม้าสีดำหยุดนิ่งอยู่ข้างรถม้า จี้ไป๋พลิกกายลงมาอย่างคล่องแคล่ว แล้วหันกลับมายื่นสองมือไปรับคนด้านบน รวบเอวบางยกร่างเล็กลงมาวางบนพื้นอย่างง่ายดาย

ทันทีที่ปลายเท้าฉินเนี่ยนเพิ่งแตะพื้น จื่ออิงกับจื่อเยว่ที่รออยู่ก็รีบกรูกันเข้ามา

“คุณหนู!”

จื่ออิงคลี่เสื้อคลุมตัวหนาที่เตรียมไว้ออกห่มให้ผู้เป็นนายทันที ส่วนจื่อเยว่ช่วยรวบชายเสื้อเข้าหากันจนแทบมิดถึงคาง ราวกับกลัวว่าลมสารทจะเล็ดลอดเข้าไปได้แม้แต่นิดเดียว

ฉินเนี่ยนถูกสองสาวใช้คนสนิทห่อเสียจนเหลือเพียงใบหน้าเล็กโผล่ออกมา จี้ไป๋ยืนมองภาพนั้นแล้วมุมปากยกขึ้นบางๆ

“หิวหรือไม่” เขาถาม

ฉินเนี่ยนรีบส่ายหน้า “ไม่หิวเพคะ”

‘จะหิวได้อย่างไรเล่า วันนี้นายพาฉันกินมาตลอดทางขนาดนั้น ถ้ายังหิวอีกก็คงไม่ใช่คนแล้ว!’

จี้ไป๋ได้ยินเสียงในใจนั้นก็ต้องเม้มริมฝีปากกลั้นยิ้ม

“เช่นนั้นกลับกันเถิด”

“เพคะ” หญิงสาวพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง

ชายหนุ่มจึงประคองนางขึ้นรถม้า แล้วหันไปสั่งลั่วเฉิงซึ่งยืนรออยู่ด้านนอก “เจ้าควบม้าล่วงหน้ากลับไปแจ้งทหารรักษาประตูเมือง บอกว่าขบวนของข้าจะกลับล่าช้ากว่ากำหนด ให้รอเปิดประตูไว้”

“พ่ะย่ะค่ะ” ลั่วเฉิงรับคำแล้วขึ้นม้าควบออกไปอย่างรวดเร็ว

โคมไฟตามหัวขบวนและท้ายขบวนก็ถูกจุดขึ้นจนครบ แสงสีส้มอ่อนเรียงทอดยาวไปตามถนน ขบวนรถม้าค่อยๆ เคลื่อนออกจากหุบเขาจิ่นหลันท่ามกลางราตรี

ขามาพวกเขาเสียเวลาแวะพักไม่รู้กี่แห่ง กว่าจะมาถึงก็เกือบเย็น ทว่าขากลับไม่จำเป็นต้องแวะที่ใดอีก หากเดินทางต่อเนื่อง ราวสองชั่วยามก็น่าจะถึงเมืองหลวงแล้ว

ภายในรถม้า ฉินเนี่ยนนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามจี้ไป๋ เสื้อคลุมตัวหนาห่อร่างเล็กเอาไว้จนอบอุ่น ยิ่งเหน็ดเหนื่อยมาตลอดทั้งวัน ประกอบกับรถม้าที่โยกไหวเป็นจังหวะสม่ำเสมอ หนังตาของนางจึงเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆ

ไม่นานศีรษะเล็กก็สัปหงกราวไก่จิกข้าวสาร

จี้ไป๋มองคนง่วงที่พยายามฝืนลืมตาตื่นก็ยกยิ้มมุมปาก ก่อนเขาจะย้ายมานั่งข้างกาย แล้วรับศีรษะที่กำลังจะเอนไปตามแรงสั่นของรถไว้ มือหนึ่งโอบไหล่นางเข้าหาตัว จนร่างเล็กซบลงกับแผงอกกว้างพอดี

ฉินเนี่ยนปรือตาขึ้นมามอง เมื่อเห็นว่าเป็นจี้ไป๋ก็ไม่ได้ขัดขืน ยามนี้นางง่วงเสียจนไม่เหลือแรงจะคิดมาก เพียงขยับตัวหาท่าที่สบายกว่าเดิม แล้วซุกแก้มลงกับอกของเขาอย่างว่าง่าย

จี้ไป๋ก้มมองใบหน้าที่หลับตาพริ้มอยู่ในอ้อมแขน “ยามตื่นเรื่องมากนัก ยามหลับกลับว่าง่ายเสียจริง”

คนถูกนินทาไม่ตอบ ซ้ำยังซุกตัวเข้าหาความอบอุ่นมากกว่าเดิมอีก

มุมปากของชายหนุ่มยกขึ้นอย่างอดไม่ได้ นางช่างน่าเอ็นดูเสียจริง!

ขบวนเดินทางต่อมาอีกราวครึ่งชั่วยาม เส้นทางช่วงนี้เริ่มแคบลงเพราะทอดเลียบไหล่เขา ด้านหนึ่งเป็นป่าทึบสูงชัน อีกด้านลาดลงสู่หุบลึกเบื้องล่าง รถม้าจึงลดความเร็วลงเพื่อให้ม้าก้าวได้มั่นคงขึ้น

เสียงล้อบดผ่านพื้นดินดังสม่ำเสมออยู่ท่ามกลางความเงียบ จนกระทั่ง

ฉึก!

ลูกธนูดอกหนึ่งทะลุผนังรถม้าเข้ามาปักบนที่นั่งฝั่งตรงข้าม จี้ไป๋ที่นั่งหลับตาอยู่สะดุ้งตัวทันที ทำให้ฉินเนี่ยนตื่นขึ้นจากอกเขาเช่นกัน

“เกิดสิ่งใดขึ้นเพคะ” นางถามอย่างงัวเงีย

ทว่าจี้ไป๋ยังมิทันได้ตอบ เสียงตะโกนของลั่วจ้านก็ดังลั่นจากด้านนอก

“มีนักฆ่า! คุ้มกันองค์ไท่จื่อ!”

แทบจะพร้อมกันนั้น เสียงโลหะปะทะกันระรัวตามมาติดๆ เสียงม้าร้องดังสนั่น รถม้าส่ายวูบอย่างรุนแรงจนฉินเนี่ยนแทบกระเด็นจากที่นั่ง จี้ไป๋พลันรวบเอวนางไว้แน่น

“อยู่ใกล้พี่”

สิ้นเสียง ผ้าม่านหน้ารถก็ถูกคมดาบฟันขาดออกจากกัน นักฆ่าชุดดำผู้หนึ่งฝ่าวงคุ้มกันเข้ามาถึงตัวรถม้า จี้ไป๋ดันฉินเนี่ยนหลบไว้ด้านหลัง แล้วกระชากกระบี่ที่ซ่อนอยู่ข้างผนังออกจากฝัก คมกระบี่วาบขึ้นพร้อมเสียงโลหะกระทบกันดังเคร้ง ร่างของนักฆ่าถูกซัดกระเด็นออกไปในคราวเดียว

เซี่ยซินหรานที่เพิ่งเคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้ครั้งแรก สีหน้าซีดเผือด

ขณะเดียวกันเสียงกรีดร้องของจื่อเยว่ดังมาจากรถม้าคันด้านหลัง ก่อนถูกกลบด้วยเสียงของลั่วจ้านที่สั่งให้คนคุ้มกัน

บัดนี้รอบขบวนเต็มไปด้วยเงาดำที่กรูกันออกมาจากแนวป่าทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ราวกับเตรียมซุ่มรออยู่ตรงเส้นทางช่วงนี้โดยเฉพาะ

องครักษ์ตำหนักบูรพาตั้งแนวรับทันที ลั่วจ้านนำคนส่วนหนึ่งเข้าปิดทางด้านหน้า ขณะที่อีกกลุ่มคุ้มกันท้ายขบวนเอาไว้ แต่ฝ่ายตรงข้ามมีจำนวนมาก อีกทั้งทุกคนล้วนเป็นนักฆ่าที่ผ่านการฝึกมาอย่างดี เพียงไม่นานวงคุ้มกันก็ถูกบีบเข้ามาใกล้รถม้าขององค์ไท่จื่อมากขึ้นทุกที

ธนูอีกระลอกพุ่งออกมาจากแนวไม้

ปัก! ปัก!

ลูกธนูหลายดอกเสียบเข้ากับตัวรถและล้อไม้ ม้าลากรถตกใจจนพยายามสะบัดตัวหนี จนคนบังคับแทบควบไว้ไม่อยู่

“องค์ไท่จื่อ รถม้าอยู่ต่อไม่ได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ!” เสียงลั่วจ้านดังเข้ามา

จี้ไป๋เห็นสถานการณ์ภายนอกแล้วไม่ลังเล เขาจับมือฉินเนี่ยนพาลงจากรถม้าทางด้านที่องครักษ์เปิดทางไว้ ลั่วจ้านรีบถอยเข้ามารับพร้อมองครักษ์อีกหลายนาย ก่อนกระจายตัวล้อมทั้งสองเอาไว้ตรงกลาง

ฉินเนี่ยนถูกจี้ไป๋รั้งให้อยู่ด้านหลังเขาตลอดเวลา ขณะที่ลั่วจ้านยืนขวางอยู่ด้านหน้าสุด กระบี่ในมือรับคมนักฆ่าที่ฝ่าเข้ามาไม่หยุด

เมื่อได้เห็นภาพด้านนอกเต็มตา มือเล็กเผลอคว้าแขนเสื้อของคนตรงหน้าไว้แน่น นางอยากหลับตาเสียแต่ก็ไม่กล้าแม้แต่น้อย

‘จบกัน จะมาตายด้วยฝีมือคนอื่นที่นี่ไม่ได้นะ’

จี้ไป๋เหลือบมองนาง “ไม่ต้องกลัว พี่อยู่นี่”

ฉินเนี่ยนพยักหน้าแรงๆ แล้วเม้มริมฝีปากไม่ส่งเสียงใดอีก นางรู้ดีว่าตัวเองไม่มีวรยุทธ์ สิ่งที่ช่วยเขาได้มากที่สุดในตอนนี้ก็คืออย่าสร้างปัญหาเพิ่ม

การต่อสู้ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นอีก เมื่อนักฆ่ากลุ่มหน้าขวางเส้นทางไม่ให้ขบวนเคลื่อนต่อ ส่วนกลุ่มด้านหลังก็ปิดทางถอย เส้นทางบนไหล่เขาทั้งแคบและมีพื้นที่จำกัด ขอบทางด้านนอกเป็นหน้าผาสูงชันตัดลงสู่หุบเหวลึก เมื่อถูกโจมตีจากทั้งสองด้าน วงคุ้มกันจึงถูกบีบออกไปทางนั้นมากขึ้นเรื่อยๆ

“ถอยเข้าด้านใน!” ลั่วจ้านตะโกนสั่ง

องครักษ์พยายามตีวงกลับเข้าหาแนวเขา ทว่านักฆ่ากลุ่มหนึ่งกลับโถมเข้าขวางเสียก่อน ลั่วจ้านกับคนของเขาจึงต้องรับศึกอยู่ด้านหน้า ขณะที่อีกหลายคนฉวยช่องว่างพุ่งตรงเข้าหาองค์ไท่จื่อ

จี้ไป๋ขยับกายบังฉินเนี่ยนไว้แน่นหนากว่าเดิม กระบี่ในมือกวาดรับคมดาบที่ฟันเข้ามาพร้อมกันสองสาย เขาปัดคนแรกออกแล้วแทงสวนเข้ากลางอก ก่อนตวัดคมกระบี่เฉือนลำคออีกคนจนล้มลงแทบเท้า

ฉินเนี่ยนแม้หวาดกลัวเพียงใด ก็ยังเกาะชายแขนเสื้อเขาแน่น พยายามขยับตามทุกฝีก้าวโดยไม่ส่งเสียงรบกวน

ไม่นานนัก นักฆ่าเหล่านั้นก็ดูออกว่า ทุกครั้งที่คมอาวุธหันไปทางสตรีด้านหลัง องค์ไท่จื่อจะเปลี่ยนทิศทางกระบี่เข้าปกป้องนางแทบจะในทันที เป้าหมายของพวกมันจึงเบนไปที่ร่างนั้นแทน

นักฆ่าคนหนึ่งฟันกระบี่เข้าหาจี้ไป๋เพื่อดึงความสนใจ ขณะที่อีกคนฉวยจังหวะอ้อมเข้าหาฉินเนี่ยน ชายหนุ่มพลิกกระบี่รับคมดาบตรงหน้า แล้วหมุนกายฟันสกัดอีกฝ่ายจนกระเด็นออกไปจากนาง

ทว่าในจังหวะที่แนวป้องกันของเขาเปิดออกเพียงเสี้ยวเดียว เสียงศรแหวกอากาศก็ดังฝ่าความมืดเข้ามา ก่อนแรงกระแทกทำให้จี้ไป๋เซถอย ฝ่าเท้าเหยียบพลาดตรงขอบทางที่ลาดชัน ร่างสูงเสียหลักวูบลงไปด้านหลังทันที

“ท่านพี่!”

ฉินเนี่ยนหน้าถอดสี รีบคว้าแขนเขาไว้ตามสัญชาตญาณ ทว่าแรงเพียงน้อยนิดของนางไหนเลยจะรั้งคนตัวใหญ่ไว้ได้ ทันทีที่จี้ไป๋หลุดพ้นขอบผา แรงที่ถ่วงลงไปก็ฉุดร่างเล็กให้เสียหลักตามไปด้วย

“องค์ไท่จื่อ!” เสียงลั่วจ้านดังลั่นอยู่ด้านบน

ตูม! สองร่างก็จมหายลงใต้กระแสน้ำเชี่ยวพร้อมกันไปแล้ว

 


5261ad9ae1ea6bb69437baddb6e86666.jpg

ใครไม่อยากรอ... อ่านต่อรวดเดียวจบใน E-book ได้เลยยยย

https://dekd.co/w/e/49959