บทที่ 18/2 : ไหวหรือไม่?
บทที่ 18/2 : ไหวหรือไม่?
แรงกระแทกกับความเย็นจัดฉับพลันทำให้ฉินเนี่ยนมึนงงไปชั่วขณะ นางยังไม่ทันตั้งสติดี เสื้อคลุมตัวหนาที่จื่ออิงห่มให้ก่อนออกเดินทางก็อมน้ำจนหนักอึ้ง ฉุดร่างให้จมลึกลงไปทุกที
ฉินเนี่ยนพยายามตะเกียกตะกาย แต่ยิ่งขยับก็ยิ่งจม
ท่ามกลางความมืด แขนข้างหนึ่งพลันคว้าเอวนางไว้มั่น
จี้ไป๋ดึงนางเข้าหาตัว มืออีกข้างคลำหาสายผูกเสื้อคลุมตรงลำคอแล้วกระชากออก เสื้อคลุมผืนหนาหลุดจากร่างและถูกกระแสน้ำพัดหายไป เมื่อไม่มีสิ่งถ่วงรั้ง ทั้งสองจึงช่วยกันพาตัวขึ้นสู่ผิวน้ำ
ฉินเนี่ยนสำลักจนไออย่างรุนแรง
“เกาะพี่ไว้” น้ำเสียงของจี้ไป๋ดังอยู่ข้างหู
นางรีบทำตามโดยไม่ต้องให้บอกเป็นครั้งที่สอง ยกสองแขนโอบคอเขาแน่น แม้เซี่ยซินหรานจะว่ายน้ำเป็น แต่ยามนี้กระแสน้ำแรงจนแทบทรงตัวมิได้ มีเพียงเกาะเขาไว้ให้แน่นเท่านั้น จึงจะไม่เป็นภาระเพิ่ม
จี้ไป๋รั้งแขนของนางให้กระชับรอบลำคอตนเอง ก่อนพาร่างเล็กเกาะอยู่บนแผ่นหลัง แล้วฝ่ากระแสน้ำเชี่ยวไปทางฝั่ง โดยอาศัยแสงจากพระจันทร์เต็มดวงที่ส่องลงมาให้พอมองเห็นแนวตลิ่ง
ฉินเนี่ยนพยายามช่วยตีขาไปตามจังหวะ แม้หลายครั้งจะถูกกระแสน้ำซัดจนเซออกจากทิศทางเดิม แต่จี้ไป๋ก็ยังค่อยๆ พานางเข้าใกล้ฝั่งมากขึ้น
กว่าจะขึ้นจากน้ำได้ ทั้งสองก็แทบหมดแรง จี้ไป๋ดันหญิงสาวขึ้นฝั่งก่อน แล้วใช้แขนข้างเดียวพยุงตัวตามขึ้นมา
“ท่านพี่เป็นอย่างไรบ้างเพคะ” นางถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“พี่ไม่เป็นไร” น้ำเสียงนั้นยังคงสงบนิ่งเช่นเดิม แม้ลมหายใจจะหนักกว่าปกติอยู่มาก “เจ้าเล่าเป็นอย่างไรบ้าง”
“เนี่ยนเอ๋อร์ยังไหวเพคะ”
แม้แสงจันทร์จะสว่างพอให้มองเห็นทางและเค้าโครงของคนตรงหน้า ทว่าจี้ไป๋สวมอาภรณ์สีดำ ทั้งยังเปียกชุ่มไปทั้งตัว ฉินเนี่ยนจึงไม่ทันสังเกตว่า เลือดจากบาดแผลตรงหัวไหล่ซ้ายกำลังซึมปะปนไปกับสายน้ำบนอาภรณ์
ขณะที่นางยังมัวแต่หอบหายใจ จี้ไป๋ก้มมองบาดแผลตรงหัวไหล่ซ้ายเพียงครู่ ใช้มือขวากดบริเวณนั้นไว้ชั่วอึดใจ เมื่อเห็นว่าเลือดไม่ได้ไหลรุนแรงนักจึงปล่อยมือ แล้วควานหาขวดกระเบื้องใบเล็กจากอกเสื้อซึ่งปิดไว้แน่น เทยาเม็ดหนึ่งเข้าปากแล้วกลืนลงไปทันที
ฉินเนี่ยนได้ยินเสียงจึงหันมา “ท่านพี่บาดเจ็บหรือ?”
“เล็กน้อยเท่านั้น” เขาตอบอย่างไม่ยี่หระ
ฉินเนี่ยนกำลังจะถามต่อ จี้ไป๋ก็ลุกขึ้นเสียแล้ว เขามองหน้าผาสูงชันเบื้องบนแล้วกวาดสายตาไปตามลำน้ำ กระแสน้ำเมื่อครู่พัดทั้งคู่ห่างจากจุดที่ตกลงมาไม่น้อย หากลั่วจ้านจะตามหา ย่อมต้องเริ่มจากแนวแม่น้ำสายนี้
เขาดึงกริชออกจากเอว ขีดสัญลักษณ์บางอย่างลงบนต้นไม้ใหญ่ริมฝั่ง
“ท่านพี่ทำอะไรหรือเพคะ”
“ทิ้งร่องรอยให้ลั่วจ้าน เขาเห็นพวกเราตกลงมา เมื่อจัดการด้านบนเรียบร้อยย่อมตามลงมาทางนี้”
“เช่นนั้นพวกเราจะรออยู่ตรงนี้หรือเพคะ”
“ไม่ได้”
จี้ไป๋เก็บกริชกลับเข้าที่ “ริมแม่น้ำเปิดเกินไป หากพวกนักฆ่าตามลงมา พวกเราจะไม่มีที่ให้หลบ ต้องหาที่ซ่อนใกล้ๆ แล้วรอคนของพี่อยู่ที่นั่น”
ฉินเนี่ยนฟังแล้วก็พยักหน้า แม้นางไม่รู้เรื่องการเอาตัวรอดหรือการทิ้งสัญลักษณ์ขององครักษ์แม้แต่น้อย แต่เห็นเขายังสงบนิ่งและจัดการทุกอย่างเป็นลำดับ ความหวาดกลัวในใจก็เบาบางลงอย่างประหลาด
จี้ไป๋หันมามองนาง “เดินไหวหรือไม่”
ฉินเนี่ยนลองขยับขา ทั้งร่างยังหนาวจนสั่น อาภรณ์ที่เหลืออยู่ก็เปียกชุ่มจนหนัก แต่ยังพอมีแรงอยู่บ้าง
“ไหวเพคะ”
จี้ไป๋ยื่นมือมาให้ นางรีบจับเอาไว้โดยไม่ลังเล
ทั้งสองไม่ได้เดินไปไกลจากลำน้ำ เพียงอาศัยแสงจันทร์เลียบไปตามแนวเชิงเขา จี้ไป๋ทิ้งสัญลักษณ์ไว้เป็นระยะ
จนพบปากถ้ำแห่งหนึ่งซ่อนอยู่หลังแนวหินใหญ่และพุ่มไม้หนาทึบ ทางเข้าไม่กว้างนัก แต่ด้านในกลับทอดลึกและหักมุมเข้าไปจนมองไม่เห็นจากภายนอก
จี้ไป๋ตรวจดูร่องรอยรอบปากถ้ำอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อแน่ใจว่าไม่มีผู้ใดอยู่ด้านใน จึงพาฉินเนี่ยนเข้าไป
“คืนนี้พักที่นี่ก่อน รอคนของพี่ตามรอยมา”
“เพคะ”
หญิงสาวพยักหน้าอย่างว่าง่าย คราวนี้ต่อให้เขาบอกให้นางนั่งอยู่ในรูหนู นางก็คงไม่เถียงสักคำ
ลึกเข้าไปในถ้ำยังมีเศษกิ่งไม้กับใบไม้แห้งกองอยู่ตามซอกหิน
จี้ไป๋เก็บรวบรวมมากองกันไว้ ก่อนหยิบหินเหล็กไฟจากถุงหนังกันชื้นตรงเอว จุดเชื้อจนเกิดเปลวเล็กๆ แล้วค่อยเติมกิ่งไม้เข้าไปทีละน้อย ไม่นานกองไฟก็ลุกขึ้นกลางความมืด ทำให้ถ้ำที่เย็นเยียบเริ่มมีความอบอุ่นขึ้นมาบ้าง
จี้ไป๋ถอดเสื้อนอกที่เปียกชุ่มออก บิดน้ำจนหมาดแล้วนำไปพาดไว้ใกล้กองไฟ ครั้นหันกลับไป ก็เห็นฉินเนี่ยนยังคงนั่งตัวสั่นหันหลังให้ อาภรณ์หลายชั้นบนร่างเล็กเปียกน้ำจนแนบติดกันไม่ต่าง แม้จะนั่งใกล้กองไฟเพียงใด ก็คงยากจะแห้งในเร็วๆ นี้
“เนี่ยนเอ๋อร์ ถอดเสื้อนอกของเจ้ามาให้พี่ตาก”
ฉินเนี่ยนที่กำลังยื่นมือผิงไฟชะงักไปเล็กน้อย ก่อนหันกลับมามองเขา “ไม่เป็นไรเพคะ เนี่ยนเอ๋อร์นั่งผิงไฟเช่นนี้ อีกเดี๋ยวก็คงแห้งแล้ว”
“เจ้าสวมซ้อนกันหลายชั้นถึงเพียงนั้น ต่อให้ด้านนอกแห้ง ด้านในก็คงยังชื้นอยู่ดี ประเดี๋ยวก็เป็นหวัด”
“แต่ว่า...” หญิงสาวเม้มริมฝีปาก
‘ใครจะไปถอดเสื้อผ้าต่อหน้าบุรุษกันเล่า!’
จี้ไป๋ได้ยินแล้วมุมปากยกขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ อย่างไรนางก็เป็นสตรี เขาจึงเอ่ย “เนี่ยนเอ๋อร์ พวกเรามิใช่เพียงสตรีบุรุษ แต่เราเป็นคู่หมั้น”
ฉินเนี่ยนกะพริบตาปริบๆ
‘คู่หมั้นแล้วอย่างไรเล่า ยังไม่ได้แต่งงานกันเสียหน่อย!’
“พี่ไม่ได้คิดล่วงเกินเจ้า พี่สัญญา” เขาเอ่ยต่ออย่างจริงจังหนักแน่น ก่อนหมุนกายหันหลังให้โดยไม่พูดสิ่งใดอีก
หญิงสาวนิ่งพิจารณา นางมองแผ่นหลังสูงตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง เซี่ยซินหรานรู้ดีว่าจี้ไป๋ในนิยาย ไม่เคยแตะต้องสตรีที่ตนไม่ได้มีใจให้แม้แต่น้อย นับประสาอะไรกับนางร้ายอย่างฉินเนี่ยนที่เขาเคยรังเกียจเสียยิ่งกว่าอะไรดี แต่จะให้ถอดเสื้อผ้าต่อหน้าเขา มันก็กระไรอยู่
ทว่าเมื่อนางก้มมองอาภรณ์ที่เปียกชุ่มบนร่างตนเอง แล้วก็ต้องยอมรับว่าอีกฝ่ายพูดถูก หากยังฝืนสวมเช่นนี้ไว้ทั้งคืน ไม่ต้องรอให้นักฆ่าตามมาถึง นางอาจจับไข้ตายอยู่ในถ้ำแห่งนี้เสียก่อน
ถ้าน้องถอดแล้ว... ท่านพี่จะไม่คิดอะไรจริงๆ เหรอ?

ใครไม่อยากรอ... อ่านต่อรวดเดียวจบใน E-book ได้เลยยยย