บทที่ 19/2 : นายจะมาตายตรงนี้ไม่ได้นะจี้ไป๋
บทที่ 19/2 : นายจะมาตายตรงนี้ไม่ได้นะจี้ไป๋
นางรีบผุดตัวลุกขึ้นเดินเข้าไปหาอีกฝ่าย ค่อยๆ ยกมืออังจมูกของเขา โชคดีที่ยังมีลมหายใจอยู่ ก่อนจะเลื่อนมือไปอังหน้าผาก ความร้อนจัดที่สัมผัสได้ทำให้หัวใจของนางตกวูบ
“ตัวร้อนขนาดนี้เลยหรือ...”
ฉินเนี่ยนก้มมองผ้าพันแผลตรงหัวไหล่ซ้าย แผลจากลูกศรแม้มีเลือดออกไม่น้อย แต่ไม่ได้ลึกถึงกระดูกหรือจุดสำคัญ คนอย่างจี้ไป๋ผ่านสนามรบมาหลายปี ร่างกายก็แข็งแรงถึงเพียงนั้น ไม่น่าจะมีไข้สูงจนหมดสติจากบาดแผลเพียงเท่านี้
ทันใดนั้น ภาพที่เขารีบกินยาทันทีหลังขึ้นจากน้ำก็ผุดขึ้นมาในความคิด ใบหน้าเล็กซีดลงในทันตา หรือว่าศรดอกนั้นอาบยาพิษ?
หัวใจซึ่งเพิ่งสงบไปได้ไม่นานกลับเต้นแรงขึ้นมาอีกครั้ง หากจี้ไป๋ตาย ภารกิจของนางก็จบเห่ตามไปด้วย นางยังต้องให้เขาส่งกลับบ้านอยู่!
แต่เหตุผลนั้นกลับไม่อาจขับไล่ภาพที่เขาคอยปกป้องนางตลอดการต่อสู้ ทั้งยังฝืนพาขึ้นจากกระแสน้ำทั้งที่ตัวเองบาดเจ็บออกจากหัวได้เลย
ฉินเนี่ยนกัดริมฝีปากแล้วรีบลงมือ
นางฉีกชายกระโปรงออกมาเป็นสองผืน วิ่งออกไปชุบน้ำฝนตรงปากถ้ำ บิดจนหมาด แล้วนำมาอังใกล้กองไฟเพียงครู่ให้ความเย็นจัดคลายลง จากนั้นจึงกลับมาเช็ดตามใบหน้า ลำคอ หน้าอกส่วนบนและแขนของจี้ไป๋เพื่อช่วยระบายความร้อน ส่วนอีกผืนก็วางไว้บนหน้าผาก
ฉินเนี่ยนเปลี่ยนผ้าชุบน้ำเช็ดตัวให้เขาอยู่หลายรอบ กระทั่งความร้อนบนหน้าผากค่อยๆ ลดลงบ้าง นางจึงถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
ไม่นานนัก จี้ไป๋ก็ขยับตัวเล็กน้อย คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ริมฝีปากแห้งผากขยับช้าๆ ทั้งที่ดวงตายังคงปิดสนิท
“น้ำ...” เสียงนั้นแผ่วเบาจนแทบฟังไม่ชัด
“ท่านพี่อยากดื่มน้ำหรือเพคะ”
เขาไม่ได้ตอบ คล้ายเพียงพึมพำออกมาโดยไม่รู้ตัว
ฉินเนี่ยนจึงรีบประคองร่างสูงขึ้นพิงผนังหิน แล้ววิ่งไปตรงปากถ้ำ ยื่นสองมือออกไปรองน้ำฝน พอได้น้ำเต็มอุ้งมือก็รีบกลับมา นั่งลงตรงหน้าแล้วค่อยๆ จ่อเข้าหาริมฝีปากของชายหนุ่ม
“ค่อยๆ ดื่มนะเพคะ”
จี้ไป๋ยังคงหลับตา ทว่าเมื่อสัมผัสถึงความเย็นตรงริมฝีปาก เขาก็ขยับเข้าหาเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ กลืนน้ำลงไปทีละนิดตามสัญชาตญาณ น้ำบางส่วนไหลออกตรงมุมปาก นางใช้แขนเสื้อซับให้แล้วออกไปรองน้ำมาใหม่
ต้องเดินกลับไปกลับมาอยู่หลายเที่ยว กระทั่งเขาไม่ยอมกลืนต่อแล้ว นางจึงหยุด แล้วประคองให้เขานอนลงดังเดิม จากนั้นก็ดึงเสื้อนอกของเขาที่ใช้ปูรองพื้นให้นางนอนขึ้นมาคลุมร่างให้ ความร้อนบนหน้าผากจี้ไป๋ดูเหมือนจะลดลงบ้างแล้ว ทว่าร่างของเขากลับเริ่มหนาวสั่นขึ้นมาแทน
ทว่ายิ่งดึก อากาศในถ้ำก็ยิ่งเย็นจัด กองไฟเองก็ใกล้มอดเต็มที กิ่งไม้แห้งที่จี้ไป๋รวบรวมไว้เหลืออยู่เพียงไม่กี่กิ่ง ส่วนด้านนอกฝนตกหนักจนทุกอย่างเปียกชุ่มไปหมด
ฉินเนี่ยนกอบใบไม้ใต้ที่นอนของตนมาเติมกองไฟ พร้อมกับเพิ่มกิ่งไม้อีกสองกิ่ง ก่อนถอดอาภรณ์ชั้นนอกของตนห่มให้เขาอีกชั้น
แต่ดูเหมือนจะยังไม่พอ
นางนั่งมองคนตรงหน้าอย่างร้อนใจอยู่ครู่หนึ่ง
“นายจะมาตายตรงนี้ไม่ได้นะจี้ไป๋ ฉันยังกลับบ้านไม่ได้เลยนะ...” นางพึมพำเสียงเบาจนแทบถูกสายฝนกลบ แต่ไม่รู้ว่ากำลังพูดกับอีกฝ่าย หรือกำลังหาเหตุผลให้ตัวเองกันแน่
สุดท้ายฉินเนี่ยนก็เลิกผ้าที่ห่มให้เขาขึ้น ก่อนขยับเข้าไปนอนข้างกายชายหนุ่ม แล้วโอบแขนรอบตัวเขาแน่น
ร่างของจี้ไป๋เย็นกว่าที่คิด จนฉินเนี่ยนตกใจอยู่ไม่น้อย
นางจึงต้องขยับเข้าไปแนบใกล้กว่าเดิม ซุกตัวอยู่ตรงแผงอกข้างขวา หวังเพียงแบ่งความอบอุ่นจากร่างของตนให้เขาได้มากที่สุด
ฉินเนี่ยนจึงกอดเขาไว้เช่นนั้นตลอดคืน
ด้านนอกฝนตกไม่หยุด ส่วนภายในถ้ำกองไฟค่อยๆ เหลือเพียงถ่านแดง สองร่างนอนแนบชิดอยู่ใต้เสื้อนอกของทั้งคู่ อาศัยความอบอุ่นของกันและกันผ่านคืนอันหนาวเย็นไปอย่างเงียบงัน
รุ่งเช้าสายฝนหยุดลงแล้ว แสงอ่อนจากภายนอกค่อยๆ ส่องเข้ามาภายในถ้ำ
จี้ไป๋รู้สึกตัวขึ้นท่ามกลางความอบอุ่นที่แนบอยู่ตรงอก เมื่อเปิดตามอง ก็เห็นใบหน้าจิ้มลิ้มของฉินเนี่ยนซุกอยู่บนอ้อมอกของเขา เส้นผมที่เคยเกล้าอย่างเรียบร้อยยุ่งเหยิงไปหมด แก้มขาวมีรอยเปื้อนจางๆ ส่วนแขนเล็กยังคงโอบรอบเอวเขาไว้แน่น ร่างทั้งสองนอนอยู่ใต้เสื้อนอกของเขาและนาง
จี้ไป๋นิ่งมองคนตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่ง
ความทรงจำเมื่อคืนยังคงขาดหายเพราะพิษไข้ แต่เมื่อสายตาเหลือบเห็นผ้าหมาดซึ่งตกอยู่ข้างกาย ภาพบางอย่างก็ค่อยๆ กลับคืนมา
ทั้งสัมผัสเย็นสบายที่เช็ดผ่านใบหน้า น้ำที่ถูกป้อนให้ทีละน้อย รวมถึงเสียงของนางที่ดังอยู่ข้างหูอย่างเลือนราง แม้จำไม่ได้ทุกอย่าง เขาก็รู้ได้ทันทีว่าผู้ใดคอยอยู่ข้างกายเขาตลอดทั้งคืน สายตาคมจึงอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว
ไม่นานคนในอ้อมแขนก็ขยับตัวตื่น ดวงตากลมโตค่อยๆ เปิดขึ้นอย่างสะลึมสะลือ
“ท่านพี่...” เสียงนั้นแหบพร่าแทบไม่เหมือนเดิม
“ท่านฟื้นแล้วหรือเพคะ”
จี้ไป๋ตอบในลำคอ “อืม”
“ดีจัง...”
รอยยิ้มโล่งใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าเล็ก ทว่าพูดจบนางกลับหลับตาลงอีกครั้งเสียอย่างนั้น
จี้ไป๋มองอย่างผิดสังเกต แล้วแตะมือลงบนหน้าผากมน ความร้อนที่ส่งผ่านมาทำให้สีหน้าของเขาเคร่งขึ้นทันที คราวนี้กลับเป็นนางที่มีไข้
เมื่อคืนฉินเนี่ยนเองก็ทั้งตกน้ำ ตากอากาศหนาว ไหนจะคอยดูแลเขาจนแทบไม่ได้นอน การป่วยจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกแม้แต่น้อย
จี้ไป๋กำลังจะเรียกนางให้ตื่น เสียงฝีเท้าหลายสายก็ดังแว่วมาจากภายนอก แววตาที่อ่อนลงเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นระแวดระวังในทันที มือคว้ากริชที่วางอยู่ข้างกาย
น้องเก่งมาก ว่าแต่อะไรมาอีก...

ใครไม่อยากรอ... อ่านต่อรวดเดียวจบใน E-book ได้เลยยยย