บทที่ 4/2 : ใช้กลยุทธ์ถอยเพื่อรุก!!
บทที่ 4/2 : ใช้กลยุทธ์ถอยเพื่อรุก!!
เช้าตรู่ของวันถัดมา แสงอรุณเพิ่งลอดผ่านแนวไผ่เข้ามาในลานเรือน ฉินเนี่ยนที่เมื่อก่อนมักนอนจนตะวันขึ้นสูงกลับตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างดี นางปูผ้าผืนบางไว้ใต้ต้นไห่ถัง ก่อนยืดแขนขึ้นเหนือศีรษะ สูดลมหายใจเข้าลึก แล้วค่อยๆ โน้มตัวลงจนฝ่ามือแตะพื้น
นี่เป็นนิสัยเดิมของเซี่ยซินหรานที่อยู่ในวงการมาตั้งแต่เด็ก การดูแลรูปร่างแทบจะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตอยู่แล้ว ดังนั้นทุกครั้งที่อารมณ์ไม่ดี เธอจึงมักระบายอารมณ์ด้วยการออกกำลังกาย
และเช้าวันนี้ก็เช่นกัน ที่นางต้องลุกมาเล่นโยคะตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง ก็เพราะแผนการเมื่อวานผิดจากที่คาดไปเสียแทบทั้งหมด นางพยายามยั่วจี้ไป๋สารพัดให้โมโห แต่อีกฝ่ายกลับไม่เพียงไม่โกรธ ยังไหลตามทุกมารยาจนคนตั้งใจยั่วแทบจะเป็นฝ่ายหัวเสียเสียเอง ที่สำคัญจนกระทั่งแยกกันเมื่อคืน นางก็ยังไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่า เขาจะยอมไปพบซูชิงชิงตามเนื้อเรื่องเดิมหรือไม่
หากพ่อพระเอกยังไม่ยอมไปหานางเอก
แล้วเมื่อใดสองคนนั้นจะรักกันเสียทีเล่า!
ฉินเนี่ยนเปลี่ยนท่าอย่างคล่องแคล่ว ยกขาข้างหนึ่งขึ้นพาดจนจื่ออิงมองด้วยความหวาดหวั่น แม้ตลอดหลายวันที่ผ่านมา คุณหนูมักทำท่าทางประหลาดเช่นนี้ทุกเช้า ทั้งยังยืนยันหนักแน่นว่าช่วยให้รูปร่างงดงาม แต่นางก็อดหวั่นใจไม่ได้อยู่ดี
ทว่ายังไม่ทันจบกระบวนท่า จื่อเยว่ก็วิ่งเข้ามาด้วยสีหน้าบูดบึ้งจนแทบจะเขียนคำว่าไม่พอใจไว้บนหน้าผาก
“คุณหนูเจ้าคะ!”
ฉินเนี่ยนยังคงยืดตัวอยู่ เพียงปรายตามอง “มีอะไรแต่เช้า”
“องครักษ์รายงานมาว่า เมื่อคืนหลังจากแยกกับพวกเราที่เหลาเยว่เซียงแล้ว องค์ไท่จื่อก็เสด็จไปพบคุณหนูซูที่หอเฟิงอวี่ต่อเจ้าค่ะ!” จื่อเยว่เอ่ยอย่างเจ็บแค้นแทนผู้เป็นนาย
เซี่ยซินหรานฟังแล้วชะงักไป จนจื่อเยว่กับจื่ออิงที่สังเกตสีหน้าผู้เป็นนายอยู่ เตรียมใจว่าคุณหนูอาจจะโกรธจนขว้างข้าวของเป็นแน่ แต่คนที่สมควรเสียใจจนโมโหกลับค่อยๆ คลี่ยิ้มสดใสเสียจนสาวใช้ทั้งสองงงงัน
จะไม่ให้เซี่ยซินหรานมีความสุขได้อย่างไรเล่า ก็ในเมื่อพระเอกนางเอกได้กลับมาเจอกันตามบทแล้ว เมื่อคืนความงามของซูชิงชิงต้องเข้าตาจี้ไป๋ไปแล้วเป็นแน่ ในที่สุดเนื้อเรื่องก็เดินไปได้อีกขั้น
น่าเสียดายที่เซี่ยซินหรานยังไม่รู้เลยว่านางเอกต้นฉบับหน้าตาเป็นอย่างไร เมื่อคืนตอนเห็นซูชิงชิงอยู่ไกลๆ นางสวมหมวกเหวยเม่าปิดบังใบหน้า ส่วนความทรงจำของฉินเนี่ยนเกี่ยวกับงานชมบุปผาครั้งนั้น ก็มีแต่อารมณ์โกรธเกรี้ยวเสียจนแทบไม่เหลือภาพหน้าตาของคู่กรณีอยู่เลย
แต่เป็นนางเอก จะไม่งามได้อย่างไรเล่า?
อย่างน้อยก็ต้องงามไม่แพ้เซี่ยซินหรานในร่างโลกเดิมเป็นแน่ ไม่เช่นนั้นเซี่ยซินหรานจะได้รับบทนางเอกมาได้อย่างไร!
“คุณหนู...” จื่ออิงมองคนยิ้มอย่างไม่แน่ใจ “ท่านไม่เป็นไรนะเจ้าคะ”
เซี่ยซินหรานพลันได้สติ รีบกดมุมปากที่กำลังจะยกสูงลงแทบไม่ทัน นางในตอนนี้ยังเป็นฉินเนี่ยนผู้คลั่งรักจี้ไป๋ จะมายิ้มหน้าบานเพราะได้ยินว่าคู่หมั้นแอบไปพบสตรีอื่นได้อย่างไร
“รีบไปเตรียมน้ำเถอะ ข้าจะอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า”
สองสาวใช้มองหน้ากัน ก่อนจะรีบคำนับรับคำ แม้ประหลาดใจอยู่บ้าง แต่ก็คิดเอาเองว่าคุณหนูคงกำลังเก็บอารมณ์ไว้ รอแต่งตัวให้งดงามที่สุด แล้วจึงบุกไปตำหนักบูรพาเพื่อถามองค์ไท่จื่อให้รู้เรื่อง
ทว่าอีกครึ่งชั่วยามต่อมา
คนที่พวกนางคิดว่าจะรีบร้อนออกจากจวน กลับนอนเอนกายอย่างสบายอารมณ์อยู่บนเก้าอี้เอนในศาลาข้างเรือน มือหนึ่งถือหนังสือนิยาย อีกมือหยิบเมล็ดแตงเข้าปากเป็นระยะ ลมเช้าเย็นสบายพัดชายกระโปรงพลิ้วเบาๆ ท่าทางสุขสำราญเสียจนดูไม่เหมือนคนเพิ่งรู้ว่า คู่หมั้นไปพบหญิงอื่นมาเมื่อคืนแม้แต่น้อย
ในที่สุดจื่อเยว่ก็ทนดูไม่ไหว “คุณหนูเจ้าคะ”
“หืม?”
“พวกเราไม่ไปตำหนักบูรพาหรือเจ้าคะ”
ฉินเนี่ยนพลิกหน้าหนังสืออย่างใจเย็น “ไปทำไม”
จื่อเยว่เบิกตากว้าง “ก็ไปถามองค์ไท่จื่อเรื่องเมื่อคืนให้รู้เรื่องอย่างไรเล่าเจ้าคะ! หากปล่อยไว้เช่นนี้...”
“จื่อเยว่” ฉินเนี่ยนปิดหนังสือลงก่อนยกยิ้มมุมปาก “เจ้ารู้จักกลยุทธ์ถอยเพื่อรุกหรือไม่”
สาวใช้กะพริบตา “ถอย... เพื่อรุก?”
“ถูกต้อง” นางพยักหน้าด้วยท่าทีของผู้แตกฉานตำราพิชัยสงคราม
“เมื่อคืนท่านพี่ไท่จื่อกลั่นแกล้งข้าจนปากแทบบวม วันนี้หากข้ายังรีบวิ่งไปหาอีก จะไม่ดูเหมือนข้าไร้ศักดิ์ศรีเกินไปหรือ ข้าต้องวางตัวเสียบ้าง ปล่อยให้เขาเป็นฝ่ายรู้สึกผิด แล้วมาง้อข้าด้วยตนเอง”
จื่อเยว่กับจื่ออิงหันมองหน้ากัน ก่อนแววตาจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นเลื่อมใส ที่แท้คุณหนูคิดไกลถึงเพียงนี้!
ฉินเนี่ยนหยิบเมล็ดแตงขึ้นมาอีกเม็ด สีหน้าภายนอกเต็มไปด้วยความสุขุมราวกับกำลังวางหมากครั้งสำคัญ ทว่าความจริงกลับเป็นคนละเรื่องกัน
ง้ออะไรกันเล่า! นางกำลังเปิดทางให้พระเอกนางเอกรักกันต่างหาก
ต้องปล่อยให้จี้ไป๋หลงรักซูชิงชิงจนหัวปักหัวปำ พร่ำเพ้อถึงแม่นางเอกคนงามทุกลมหายใจเสียก่อน เมื่อนั้นนางค่อยโผล่ไปเป็นก้างขวางคอ จี้ไป๋ต้องโมโหจนชักกระบี่ฟันนางฉับเดียว จบ! ... เซี่ยซินหรานก็ได้กลับบ้าน!
นี่แหละแผนการใหม่! ไม่เหนื่อยมาก และได้ตายสมใจแน่นอน!
เพราะตามบทเดิม ฉินเนี่ยนก็ต้องจบชีวิตลงด้วยเหตุนี้ หลังรู้ว่าทั้งสองมีใจให้กัน นางก็ตามราวีซูชิงชิงไม่เลิกรา ทั้งแสร้งทำเป็นน่าสงสาร ออดอ้อนฟ้องเสด็จอากับบิดาให้ช่วยจัดการอีกฝ่ายอยู่หลายครั้ง กระทั่งลงมือหนักถึงขั้นทำให้ซูชิงชิงเกือบเอาชีวิตไม่รอด จี้ไป๋ที่ทนเห็นหญิงคนรักถูกรังแกต่อไปไม่ไหว จึงบันดาลโทสะพลั้งมือสังหารฉินเนี่ยนจนตาย
ยิ่งคิดก็ยิ่งเห็นอนาคตอันสดใส ฉินเนี่ยนถึงกับหยิบเมล็ดแตงขึ้นมาอีกกำใหญ่ ทว่ายังไม่ทันได้ส่งเข้าปาก บ่าวจากเรือนหน้าก็สาวเท้าเข้ามาอย่างรีบร้อน
“คุณหนูขอรับ องค์ไท่จื่อเสด็จมาขอพบขอรับ”
มือเล็กที่ถือเมล็ดแตงแข็งค้าง “...ใครนะ?”
“องค์ไท่จื่อขอรับ”
จื่อเยว่กับจื่ออิงหันมองหน้ากัน ดวงตาสองคู่พลันสว่างวาบราวกับค้นพบยอดนักวางกลยุทธ์แห่งยุค จากนั้นก็หันกลับมามองผู้เป็นนายพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย
“คุณหนูช่างคาดการณ์ได้แม่นยำนักเจ้าค่ะ!” จื่อเยว่เอ่ยอย่างตื่นเต้น “เพิ่งบอกว่าจะให้องค์ไท่จื่อเป็นฝ่ายมาง้อ พระองค์ก็เสด็จมาจริงๆ!”
“นั่นสิเจ้าคะ” จื่ออิงพยักหน้าตาม “ดูท่ากลยุทธ์ถอยเพื่อรุกของคุณหนูได้ผลแล้ว”
“=.=” ฉินเนี่ยนแทบอยากเอาหนังสือปิดหน้า
ได้ผลกับผีสิ! เขาเพิ่งไปหาแม่นางเอกเมื่อคืนมา เช้าวันนี้ไม่ควรนอนคิดถึงนางอยู่ที่ตำหนักบูรพา จะโผล่มาที่นี่ทำไม!
ถึงอย่างนั้น ศักดิ์ศรีของนางร้ายชาเขียวก็ยังค้ำคออยู่ นางจึงทำได้เพียงวางหนังสือนิยายลง ก่อนลุกขึ้นช้าๆ แล้วปรับสีหน้าให้มีความน้อยอกน้อยใจอยู่สามส่วน อ่อนหวานอีกเจ็ดส่วน แล้วเดินออกไปพบตั๋วกลับบ้านผู้ไม่ยอมเดินตามบทเสียที
แผนการใหม่ จะง่ายแบบนั้นจริงๆ เหรอ?
ว่าแต่พี่มีอะไรเน้อ มาหาเสียเร็วเลย ติดใจอ่านใจลูกสาวเราหรือป่าวน๊าาาาาา
