LNCrawler

12. ตอนที่ 11

คุณชายอย่างผม มีระบบยิ่งลำบากยิ่งร่ำรวย — novel.dek d.com · All chapters

ตอนที่ 11

“คุณป๋า คุณเสี่ย สวัสดีครับ เฮียโก้ก็อยู่ด้วยเหรอ” พสุธาทักทายเจ้าของห้อง และพี่ชายของเจ้าตัวอย่างสุภาพ ก่อนจะสังเกตเห็นว่านอกจากสองพี่น้องเสี่ยป๋าแล้ว ยังมีเฮียโก้อยู่ด้วย

“เออ มาหามึงนั่นแหละ ไปหามึงที่ห้องเช่าแล้วไม่เจอ เลยมารอมึงที่นี่” เฮียโก้พูดขึ้น

“มีเรื่องอะไรเหรอเฮีย ด่วนไหม รอผมทำงานเสร็จก่อนแล้วค่อยคุย” พสุธาพูดกับเฮียโก้ เพราะตอนนี้สิบโมงแล้ว เหลือเวลาอีกสองชั่วโมงก็จะถึงเวลาทำอาหารกลางวัน เขาต้องเตรียมวัตถุดิบ นอกจากนี้ยังมีงานอื่นด้วย

“ไม่เป็นไร คุยไปก่อนเลยก็ได้” ปฐพีพูดขึ้นมา

“เรื่องไม่ด่วนอะไร มึงทำงานไปคุยไปก็ได้” เฮียโก้พูดเสนอ

พสุธาพยักหน้า เขาเองก็แบ่งสมาธิได้เก่งเหมือนกัน ทำงานไปคุยไป ก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร

“คุณป๋า คุณเสี่ย มีเมนูไหนที่อยากทานเป็นพิเศษไหมครับ” พสุธาหันไปถามสองพี่น้อง

“ฉันอยากกินสปาเก็ตตี้คาโบนาร่า” ปฐวีพูดตอบขึ้นมาก่อนเลย

“เลี่ยน สปาเก็ตตี้เบคอนพริกแห้งอร่อยกว่า” ปฐพีปฏิเสธในทันที

“เห็นด้วยกับไอ้ป๋า” เฮียโก้ชูมือขึ้นบ้าง แม้ว่าพสุธาจะไม่ได้ถามก็ตาม

“งั้นทำทั้งสองอย่างเลยครับ” สำหรับพสุธาแล้ว สองเมนูนี้เป็นเมนูง่าย ๆ ใช้เวลาครึ่งชั่วโมงก็เสร็จแล้ว ดังนั้นเขาจึงไปดูวัตถุดิบก่อน เมื่อเห็นว่ามีครบ ก็ไปทำงานอื่น รอใกล้ ๆ เที่ยงค่อยมาทำอาหาร

“เฮีย มีเรื่องอะไรจะคุยเหรอ” พสุธาเดินไปรดน้ำต้นไม้ที่ระเบียง แล้วพูดถามเฮียโก้ที่เดินตามมา

“ได้ยินว่าเมื่อวานมึงได้รถยนต์มาคันนึงเหรอ”

“ใช่ เฮียรู้ข่าวเร็วดีนะ” พสุธาก็ไม่ได้ปิดบัง และไม่ได้แปลกใจที่เฮียโก้รู้เรื่องนี้ เขาคิดว่าน่าจะรู้กันทั้งย่านแล้ว

“กูยังรู้ช้ากว่าแม่มึงนะ เมื่อวานแม่มึงไปอาละวาดที่ค่าย บอกหามึงไม่เจอ หาว่ากูซ่อนมึงไว้” เฮียโก้พูดอย่างขำ ๆ

พสุธาสีหน้ามืดครึ้ม

“ขอโทษนะเฮีย ทำให้เฮียเดือดร้อนแล้ว”

“ไม่ได้เดือดร้อนอะไรหรอก แต่เมื่อวานมึงไปนอนที่ไหนกัน แม่มึงถึงได้บอกว่ามึงไม่อยู่บ้าน ตอนที่ไปหากูที่ค่าย นั่นก็ดึกมากแล้วนะ”

“ผมย้ายบ้านแล้วเฮีย เช่าบ้านไว้ เมื่อคืนก็ย้ายไปนอนบ้านที่เช่าไว้ใหม่” พสุธาตอบกึ่งจริงกึ่งเท็จ

“เอ้า ย้ายแล้วเหรอวะ แล้วมึงขนของไปกันยังไง เมื่อวานไม่ใช่ยังเลี้ยงฉลองอยู่ที่ห้องเก่าเลยหรือไงวะ” เฮียโก้ถามอย่างใส่ใจ

“ก็ย้ายกันเมื่อคืนแหละเฮีย ของยังย้ายไม่หมด เอาแต่พวกเสื้อผ้ากับเอกสารสำคัญไป วันนี้ก็วานไอ้โมมันเข้าไปช่วยเก็บของที่ห้อง”

แล้วจะขนของกันยังไง ไม่งั้นเดี๋ยวกูไปช่วยย้าย” เฮียโก้เสนอความช่วยเหลืออย่างใจดี

“ขอบคุณนะเฮีย แต่ไอ้โมมันจะยืมรถของวัด แล้วให้พวกเด็ก ๆ ช่วย” พสุธาปฏิเสธ

เกรงใจก็ส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนหนึ่งคือเขาไม่อยากให้เฮียโก้รู้ว่าเขาย้ายไปอยู่คฤหาสน์หลังใหญ่ ย่านใจกลางเมือง เพราะว่าเฮียโก้หลอกไม่ง่ายเหมือนศิลา และนะโม

“งั้นก็ตามใจมึง แต่ถ้ามีเรื่องอะไรให้ช่วยก็บอกได้ ไม่ต้องเกรงใจ”

“ไม่ต้องห่วงหรอกเฮีย ถ้ามีเรื่องจะขอความช่วยเหลือ ผมจะไม่เกรงใจเฮียอย่างแน่นอน” พสุธาพูดเสียงกลั้วหัวเราะ

“ไอ้ห่า มึงพูดแบบนี้ ทำกูคิดหนักเลยนะ” เฮียโก้ก็แกล้งกลัว ก่อนจะหัวเราะออกมา แล้วขยี้ผมของพสุธาอย่างเอ็นดู

“สองคนนั้นเป็นแฟนกันเหรอ” ปฐวีถามน้องชายของตัวเอง

พวกเขานั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นตรงระเบียงอย่างชัดเจน

“ไอ้โก้บอกว่าเป็นน้อง” ปฐพีตอบ สายตาก็มองไปยังเพื่อน และพ่อบ้านชั่วคราวของตัวเอง

“วันนี้เป็นน้อง วันหน้าอาจจะเป็นแฟน ดูสิ ไอ้โก้ยังไม่อ่อนโยนกับน้องชายแท้ ๆ ของมันแบบนี้เลย” เฮียโก้เป็นเพื่อนสนิทของปฐพี ปฐวีก็รู้จักเฮียโก้ดีเหมือนกัน

“ไม่หรอก สายตาที่มันมองดิน ก็เหมือนสายตาที่ใช้มองโก๋” ปฐพีพูดเสียงเรียบ

“งั้นเหรอ งั้นก็แปลว่าฉันยังมีโอกาสสินะ” ปฐวีพูดแล้วยิ้มเจ้าเล่ห์

“โอกาสอะไร” ปฐพีดึงสายตามามองพี่ชาย

“โอกาสจีบเด็กดินยังไงล่ะ”

“แก่แล้วยังอยากจะกินหญ้าอ่อน?” ปฐพีพูดเสียงเหยียดใส่พี่ชาย

“ฉันอายุยี่สิบห้าเอง”

“แก่กว่าดินเจ็ดปี นายวัยทำงานแล้ว ยังคิดจะจีบเด็กที่เพิ่งจบมัธยม โรคจิต คนดี ๆ ไม่ทำอะไรแบบนี้หรอกนะ” ปฐพีจ้องพี่ชายเขม็ง

ปฐวีมุมปากกระตุก ก่อนจะยกมือยอมแพ้

“โอเค ๆ ฉันแค่ล้อเล่น นายต้องจริงจังขนาดนี้ไหม” ปฐวีแค่ล้อเล่นจริง ๆ อันที่จริงเขาแค่ต้องการแกล้งแหย่น้องชาย จะดูว่าน้องชายหึงหรือเปล่า เพราะเขาคิดว่าน้องชายของเขาดูจะเอ็นดูพสุธาอยู่ไม่น้อย

ได้ยินว่าตอนที่พสุธามาทำงานวันแรก เจ้าตัวยอมขับรถมอเตอร์ไซต์ตากฝนไปส่งถึงบ้าน

มั่นใจได้เลยว่าถ้าเปลี่ยนจากพสุธาเป็นเขา เจ้าน้องชายใจดำของเขา จะต้องให้เขาหาทางกลับบ้านเองอย่างแน่นอน!

ฝั่งปฐวี เมื่อได้ยินว่าพี่ชายบอกว่าพูดเล่น เขาก็หรี่ตาลง เหมือนไม่ค่อยจะเชื่อเท่าไรนัก แต่สุดท้ายก็ยอมเชื่อ

“ทีหลังจะพูดเล่นอะไรก็คิดเยอะ ๆ อย่าให้คนอื่นเขามอบว่าแก่แต่ตัว เดี๋ยวจะหัวเราะเยาะไปถึงพ่อแม่เอา”

“โอ้โห ฉันล้อเล่นหน่อยเดียว สั่งสอนเป็นพ่อเลยนะ” ปฐวีบ่น ก่อนจะยกสองมือยอมแพ้อีกครั้ง เมื่อถูกน้องชายมองอย่างตาขวาง

“ไปดีกว่า ถึงมื้อเที่ยงแล้วเรียกด้วย” สู้สายตาของน้องชายไม่ได้ ปฐวีก็เลือกกลยุทธ์ที่ง่ายที่สุด นั่นก็คือการหลบหนี!

 

“เออใช่ วันอาทิตย์นี้มีมอบตัวใช่ไหม มึงเตรียมตัวหรือยัง” เฮียถามขึ้นมา ขณะอยู่ที่โต๊ะอาหาร พสุธาที่นั่งกินด้วย ก็กลืนสปาเก็ตตี้ลงคอ แล้วค่อยตอบ

“เตรียมตัวแล้วเฮีย” เขาตอบเฮียโก้เสร็จ ก็หันไปหาปฐพี

“วันที่ห้าผมขอลาช่วงเช้านะครับ จะไปทำเรื่องมอบตัวที่มหาวิทยาลัย แล้วรีบมาทำงานครับ” วันอาทิตย์ที่ห้าของเดือนนี้ เป็นวันสุดท้ายที่พสุธาจะได้เป็นพ่อครัวชั่วคราวของปฐพี และยังเป็นวันที่เขาจะทำภารกิจได้เสร็จสิ้นด้วย

พสุธารอคอยมาก นอกจากคะแนนความลำบากห้าสิบคะแนนแล้ว เขาอยากรู้ว่าเขายังจะได้ของรางวัลอะไรอีก

“วันนั้นฉันก็ต้องไปมหาวิทยาลัยเหมือนกัน นายค่อยมาที่คอนโดพร้อมฉันก็ได้” ตอนแรกปฐพีจะให้พสุธาไม่ต้องทำงานวันนั้นแล้ว แลละวันที่สี่เขาจะจ่ายค่าแรกเต็มให้เจ้าตัว ทว่าเมื่อคิดว่าตัวเองจะไม่ได้กินอาหารฝีมือของพสุธาง่าย ๆ อีก เขาก็เปลี่ยนใจ

ได้กินเพิ่มอีกสองมื้อ ยังไงก็เป็นเรื่องดี

“ได้ครับ” พสุธาก็ไม่ได้ปฏิเสธ

“ว่าแต่วันมอบตัว คณะมึงต้องมีผู้ปกครองไปด้วยไหม” เฮียโก้ถามขึ้นมาอีก เพราะว่ากฎระเบียบแต่ละคณะไม่เหมือนกัน

อย่างคณะวิศวกรรมศาสตร์การบิน ที่เขาและปฐพีเรียนอยู่ จำเป็นต้องมีผู้ปกครองไปลงนามรับผิดชอบในความเสี่ยง ที่จะเกิดความเสียหายต่ออุปกรณ์ที่ใช้ในการเรียนการสอน เพราะว่าอุปกรณ์ที่ใช้ของคณะนี้ มีราคาแพง

“ไม่ต้องเฮีย” พสุธาตอบสั้น ๆ

“งั้นก็ดีแล้ว ว่าแต่พูดถึงเรื่องผู้ปกครอง เรื่องพ่อแม่มึงนี่ยังไงกันแน่” เฮียโก้ถาม ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าตรงนี้ยังมีปฐพี และปปฐวี ซึ่งนับได้ว่าเป็นคนนอก

เอ่อ อันที่จริงเขาก็เป็นคนนอก แต่เพราะเห็นว่าพสุธาเป็นน้องชายคนหนึ่ง ดังนั้นจึงอดไม่ได้ที่จะยื่นมือเข้าไปช่วย

พสุธาชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็เห็นว่าไม่ใช่เรื่องที่จำเป็นต้องปิดบังอะไร เขาจึงพูดตอบ

“ถ้าต่างคนต่างอยู่ได้ จะดีที่สุด แต่ผมอยากได้ผลตรวจดีเอ็นเอ การที่พวกเขามาหาผมวันนั้น หมายความว่าต้องมีผลตรวจดีเอ็นเอยืนยันแล้วแน่นอน ที่โรงพยาบาลก็น่าจะมีเก็บไว้ เฮียช่วยหาวิธีการเอามาให้ผมได้ไหม เรื่องค่าใช้จ่าย ผมรับผิดชอบเอง” พสุธาพูดออกไป

“เรื่องนี้ต้องรู้ก่อนว่าเป็นโรงพยาบาลอะไร”

“กิจอนันต์ไม่ใช่ว่ามีหุ้นอยู่ที่โรงพยาบาลรัศมีอินเตอร์เหรอครับบ ถึงจะแค่เป็นผู้ถือหุ้นรายย่อยก็เถอะ แต่พวกเขาต้องไปแสดงอำนาจที่โรงพยาบาลนั้นแน่ ๆ” พสุธาสืบมาแล้ว ดังนั้นเขาจึงรู้เรื่องนี้

“นั่นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยเหรอ ทายาทผู้ถือหุ้นใหญ่นั่งอยู่ตรงนี้ตั้งสองคน” เฮียโก้พูดแล้วก็มองไปที่สองพี่น้อง

พสุธาก็มองตามไป เขาเพิ่งรู้ตอนนี้เอง ว่าสองคนนี้เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่โรงพยาบาลรัศมีอินเตอร์ เพราะตอนที่สืบ เขาสืบแค่เรื่องของครอบครัวกิจอนันต์

“คุณป๋า คุณเสี่ยพอจะช่วยได้ไหมครับ ขอแค่ช่วยเรื่องนี้ ผมรับปากว่าจะทำอะไรก็ตามที่คุณต้องการหนึ่งเรื่อง” พสุธารู้ เมื่อขอความช่วยเหลือจากใคร เขาก็ต้องจ่ายค่าตอบแทนออกไป ซึ่งสองพี่น้องคู่นี้ รวยมากจนเงินเป็นสิ่งไร้ประโยชน์ ดังนั้นเขาจึงไม่พูดถึงเรื่องเงิน

“ฉันช่วยได้ แลกกับอาหารวันละมื้อ หนึ่งปี หมายถึงอาหารที่นายทำเอง เรื่องวัตถุดิบฉันจัดการเอง” ปฐพีพูดตอบอย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่ได้ลนลาน เป็นพี่ชายของเจ้าตัว ที่กำลังจะรับปาก และยื่นข้อเสนอแบบเดียวกัน ที่ลนลานขึ้นมาแล้ว

“ป๋ามันยังเรียนอยู่ ให้ฉันทำงานนี้เองดีกว่า ฉันเรียนจบแล้ว ธุรกิจที่บ้าน ฉันก็เริ่มเข้าไปดูแลบ้างแล้วด้วย” ปฐวีเสนอ

“เผื่อว่านายจะลืมไป ฉันเข้าไปเรียนรู้ธุรกิจที่บ้าน ตั้งแต่สองปีที่แล้ว” ปฐพีตอบโต้พี่ชายอย่างเย็นชา และนั่นทำให้ปฐวีเถียงไม่ออก

ตอนที่ปฐพีเข้าไปเรียนรู้งาน เจ้าตัวเพิ่งจะอายุสิบแปดปี ส่วนเขาที่ตอนนั้นอายุยี่สิบสามปีแล้ว ยังไม่ยอมเรียนรู้ ยังต้องการเวลาที่จะเที่ยวเล่นต่ออีกสักหน่อย

พสุธามองสองพี่น้อง ก่อนจะรู้สึกว่าปฐพีนั้นน่าไว้ใจมากกว่า

“งั้นผมขอรบกวนคุณป๋าด้วยนะครับ ส่วนเรื่องอาหารแต่ละมื้อ วันไหนจะเป็นมื้อไหน เดี๋ยวผมรอตารางเรียนของผม กับของคุณป๋าออกก่อน แล้วกำหนดว่าแต่ละวันสะดวกมื้อไหน”

“ตกลง” ปฐพีตอบตกลงเสียงเรียบ

“มึงจะเอาผลตรวจดีเอ็นเอไปทำไหมวะ ไม่ใช่บอกว่าต่างคนต่างอยู่ ดีที่สุดหรอกเหรอ” เฮียโก้ถามอย่างอยากรู้อยากเห็น

พสุธาพูดเสียงเนิบช้า

“ถึงผมจะไม่อยากได้พ่อแม่ที่แท้จริงของผม แต่ผมก็ต้องคืนพ่อแม่ที่แท้จริงให้กับตัวปลอมคนนั้นไม่ใช่เหรอ” พสุธามีรอยยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้คนมองทั้งสามคน รู้สึกได้ว่ามีคนที่กำลังจะโชคร้าย

“มึงหมายความว่ายังไง” เฮียโก้รู้สึกว่ากำลังมีเรื่องสนุกให้เขาดู

“เฮียคิดว่าระหว่างลูกชายปลอม ๆ ที่ล้างจานแลกเงินวันละสองร้อย กับลูกชายแท้ ๆ ที่ได้ดิบได้ดี เป็นที่รักใคร่ของครอบครัวคนรวย มีเงินใช้ไม่ขาดมือ รีดไถใครจะได้เงินเยอะกว่ากันล่ะ” น้ำเสียงพสุธาสดใส คล้ายไม่ได้วางแผนเล่นงานคนอื่น

เฮียโก้ยกนิ้วโป้งให้กับพสุธา

“มึงแสบมาก แต่แผนนี้เด็ด มึงทำแบบนี้ จะได้สลัดสองผัวเมียที่ไม่ได้เรื่องนั้นทิ้งไป” เฮียโก้ไม่คิดว่าพสุธาทำเรื่องที่โหดร้ายเลยสักนิด เขากลับคิดว่าพสุธาทำเรื่องที่สมควรทำแล้ว

ถึงการอุ้มผิดจะไม่ใช่ความผิดของดุจฝัน แต่ว่าในเมื่อเจ้าตัวยังเสวยสุขอยู่กับสิ่งที่ควรเป็นของพสุธา ดังนั้นก็ต้องรับเอาพ่อแม่ที่แท้จริงของเจ้าตัวไปด้วย ไม่ใช่ว่าตัวเองจะเอาแต่สิ่งดี ๆ ส่วนสิ่งไม่ดีทิ้งไว้ให้พสุธา โลกนี้ไม่มีเรื่องดี ๆ แบบนั้นหรอก

พสุธาได้รับความลำบากแทนเจ้าตัวมาเกือบยี่สิบปีแล้ว ถึงเวลาที่เจ้าตัวจะต้องมาเผชิญหน้าด้วยตัวเองแล้วเหมือนกัน

“ตั้งแต่ความจริงถูกเปิดเผย เด็กนั่นไม่เคยมาหาพ่อแม่แท้ ๆ ของตัวเองเลยใช่ไหม” เฮียโก้ถาม

“ไม่เคย” พสุธาส่ายหน้าตอบ เขาแค่นยิ้มบาง ๆ

วันนั้นอีกฝ่ายบอกว่าเขาอกตัญญู ถึงพ่อแม่กิจอนันต์จะไม่เคยเลี้ยงดูเขา แต่ก็ให้กำเนิดเขามา ดังนั้นเขาควรจะตอบแทนบุญคุณของทั้งคู่ แต่คนที่พูดนั้น ก็ไม่เคยถามถึงพ่อแม่ที่ให้กำเนิดตัวเองเลยสักนิด ทำเป็นลืมไปเสียด้วยซ้ำ นี่ไม่ใช่ว่าเสแสร้งทำตัวเป็นเด็กดีต่อหน้าครอบครัวกิจอนันต์หรือไง

ทว่าพสุธารู้ทัน แต่เขาก็ไม่คิดที่จะเปิดโปง คนอย่างดุจฝัน ก็เหมาะสมกับครอบครัวนั้นแล้ว

“สมแล้วที่เติบโตมาจากครอบครัวนั้น” เฮียโก้ส่ายหน้า ตั้งแต่เขารู้เรื่องอุ้มสลับตัว เขาก็ไปศึกษาเรื่องครอบครัวกิจอนันต์ โชคดีที่ครอบครัวนี้ชอบเสนอหน้า แค่ก หมายถึงชอบออกงาน และชอบทำตัวเด่น เขาจึงสืบเรื่องราวมาได้ไม่น้อย

อย่างเช่นสองแฝด ภายนอกวางตัวดี แต่มีรสนิยมทางเพศที่ค่อนข้างจะพูดยาก ก็คือทั้งคู่ชอบมีอะไรกับคนคนเดียวกัน และพร้อมกัน

ส่วนเด่นชัยนั่น เบื้องหน้ารักลูกรักเมีย แต่จริง ๆ แล้วยังแอบมีบ้านเล็กบ้านน้อย ถูกจับได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ล่าสุดเพิ่งมีลูกนอกสมรสไปหนึ่งคน เด็กคนนั้นเป็นเด็กผู้หญิง เพิ่งจะอายุไม่ถึงหนึ่งขวบ

ตอนแรกเขาคิดว่าเขาจะบอกเรื่องนี้กับพสุธาดีไหม แต่เมื่อเห็นว่าพสุธาไม่มีความคิดจะกลับไปหาครอบครัวที่แท้จริง เขาก็ไม่พูดออกไป

ในเมื่อพสุธาบอกว่าต่างคนต่างอยู่ อย่างนั้นเรื่องพวกนี้ก็ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับพสุธา

แต่เฮียโก้ไม่รู้ เรื่องที่เขารู้ พสุธาก็ได้รู้อยู่แล้ว

“ฟังดูแล้ว นายคือเด็กที่โดนอุ้มผิดตัวของครอบครัวกิจอนันต์เหรอ” ปฐวีที่นั่งฟังอยู่นาน ก็เก็บข้อมูลได้

“พี่ก็รู้เรื่องนี้ด้วยเหรอ” เฮียโก้เลิกคิ้ว

“เพิ่งได้ยินข่าวลือมา แต่ไม่ได้สนใจ ตอนนี้ได้ยินที่พวกนายคุยกัน ฉันก็พอจะปะติดปะต่อได้ เด็กน้อย นายตัดสินใจไม่ผิดหรอก ที่ไม่ยอมกลับไปหาครอบครัวนั้น ถึงครอบครัวนั้นจะรวย แต่ก็กำลังจะกลายเป็นอดีตไปแล้ว” ปฐวีพูดตอบ ก่อนจะหันไปพูดกับพสุธา

“ถึงเขาจะยังรวยต่อไป นั่นก็ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับผม” พสุธาส่ายหน้าพูดเสียงเนิบช้า ไร้ร่องรอยของความขุ่นเคือง หรือโกรธแค้นใด ๆ

ปฐวีมองพสุธา แล้วก็นึกชื่นชม หากเป็นคนอื่น เมื่อเจอเรื่องแบบนี้ จะต้องพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ได้รับการยอมรับจากครอบครัว หรือไม่ก็โกรธเกลียดแค้นเคืองครอบครัวที่ทำให้ตัวเองต้องลำบากแบบนี้ไปแล้ว

แต่พสุธาทำเหมือนว่าเรื่องพวกนี้ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับตัวเอง ไม่โกรธ ไม่แค้น ไม่ผิดหวัง ไม่เสียใจ

คนแบบนี้ อยากได้เป็นน้องสะใภ้จังเลยแฮะ