LNCrawler

125. ตอนที่ 123

คุณชายอย่างผม มีระบบยิ่งลำบากยิ่งร่ำรวย — novel.dek d.com · All chapters

ตอนที่ 123

“ไม่ได้คิด แต่ฉันเป็นเจ้าของจริง ๆ ถ้าไม่เชื่อ ฉันสามารถพิสูจน์ได้ โดยการไล่ญาติของนายที่ทำงานอยู่ที่เท็นซีออกได้ทันที ลองดูได้ รับรองไม่ต้องเสียค่าลอง” สิ้นเสียงนี้ของพสุธา ก็เกิดความเงียบขึ้นชั่วครู่หนึ่ง ก่อนที่จะมีเสียงหัวเราะดังลั่นออกมา

“ฮ่า ๆ เคยได้ยินเรื่องตลกมาเยอะแยะ แต่นี่เป็นเรื่องตลกที่สุดเท่าที่ฉันเคยได้ยินมาเลย นายเนี่ยนะเจ้าของบริษัทพวกนี้ คิดว่าพวกฉันเป็นคนโง่ ที่จะเชื่อเรื่องตลกหลอกเด็กพวกนี้หรือไง ถ้านายเป็นเจ้าของธุรกิจเหล่านี้ที่มีมูลค่ารวมเป็นแสนล้าน ฉันก็เป็นแจ็คหม่าแล้ว” เจแปนพูด

“ใช่ อย่างนายเนี่ยนะเป็นเจ้าของบริษัท คิดว่าตัวเองถ่ายละครสั้นอยู่หรือไง”

“ตลกจริง ๆ ชอบฝันกลางวันจนคิดว่าเป็นเรื่องจริงสินะ”

“ฉันว่าพวกนายคงอดอยากจนบ้าไปแล้ว ต้องการจิตแพทย์ไหม”

เสียงหัวเราะ คำพูดล้อเลียนดังมาไม่ขาด พสุธาไม่ได้พูดอะไรกับคนพวกนี้  เพราะเขารู้ว่าไม่ว่าเขาจะพูดอะไร คนพวกนี้ก็ไม่เชื่ออยู่ดี ดังนั้นแล้ว ไหน ๆ เขาก็เข้าซีนละครสั้นแล้ว เขาก็ต้องแสดงตามบทไปเลยสิ

พสุธาถามพวกต้นน้ำ

“รู้ไหมว่าญาติของเขาที่ทำงานอยู่ที่เท็นซี ชื่อว่าอะไร”

“ชื่อยุวดี งามเลิศ อยู่ฝ่ายบุคคล” ต้นน้ำพูดตอบ แม้จะไม่รู้ว่าพสุธาจะถามไปทำไม แต่เขาก็ยังตอบอยู่ดี

“ขอบคุณครับ” พสุธาตอบเบา ๆ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เขาต่อสายหาคุณพิชัย ผู้ถือหุ้นอันดับหนึ่ง และเป็นประธานคณะกรรมการบริหารเท็นซีกรุ๊ป ในตอนนี้

พสุธารอสายอยู่เพียงแค่ชั่วครู่เดียวเท่านั้น ปลายสายก็มีการตอบรับแล้ว

“คุณพิชัย ขอโทษที่รบกวนตอนดึกอีกแล้วครับ พอจะสะดวกคุยสายหรือเปล่าครับ”

“สะดวกครับ สะดวกมาก ความจริงเมื่อครู่นี้ผมก็อยู่ในงานด้วยครับ ยังคิดจะเดินเข้าไปหาคุณพสุธา แต่บังเอิญมีคนเข้ามาคุยเรื่องธุรกิจสำคัญ อีกทั้งคุณพสุธาก็ถูกรายล้อมอยู่ ผมเลยไม่ได้เข้าไปรบกวน” คุณพิชัยรีบพูดทันที

“อ้าว ขอโทษนะครับ ผมไม่ทันสังเกตเห็นคุณพิชัยเลย ตอนนี้ผมอยู่ที่คลับด้านล่าง พอดีพี่ชายของผมมีเรื่องนิดหน่อย ก็เลยลงมาน่ะครับ”

“คุณศิลามีเรื่องเหรอครับ มีเรื่องอะไรที่ผมพอจะช่วยได้ไหมครับ” ต่างก็เป็นคนฉลาด คุณพิชัยจึงเดาได้ว่าที่พสุธาโทรศัพท์หาเขาในตอนนี้ ต้องเกี่ยวข้องกับที่ศิลามีเรื่องอย่างแน่นอน แต่ที่น่ากลัวที่สุด คนที่หาเรื่องศิลา อาจจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเขา

คุณพิชัยรู้สึกว่าเส้นเลือดที่ขมับของตัวเองเต้นตุบ ๆ อยากรู้ว่าใครหน้าไหนกล้ารนหาที่ตาย ไปหาเรื่องศิลาเข้า ทั้ง ๆ ที่เขาได้กำชับเอาไว้แล้วแท้ ๆ

“ที่ผมโทรศัพท์หาคุณพิชัย เพราะมีเรื่องอยากจะรบกวนด้วยนี่แหละครับ ฝ่ายทรัพยากรบุคคล มีคนชื่อยุวดี งามเลิศ หรือเปล่าครับ ถ้ามี ผมก็ไม่อยากให้มีอีกต่อไปแล้วครับ” พสุธาพูดเสียงเรียบเรื่อย

คุณพิชัยได้ยินคำพูดของพสุธา ก็รีบรับปากทันทีเลย

“ได้เลยครับ รับรองว่าต่อไปจะไม่มีพนักงานชื่อนี้ในเครือบริษัทเท็นซีกรุ๊ปแน่นอนครับ” คุณพิชัยวางสายไปอย่างรวดเร็ว เพื่อไปทำตามคำสั่งของพสุธา

พสุธาก็เก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋า ท่ามกลางสายตาล้อเลียน และไม่เชื่อของพวกเจแปน

“โอ๊ย น่ากลัวจังเลย ถึงขั้นได้คุยกับประธานของเท็นซีเองเลย ตายแล้ว ฉันต้องไหว้ขอร้องแทนน้าของฉันหรือเปล่า” เจแปนพูดเสียงล้อเลียน

พสุธากระตุกยิ้มมุมปาก เขากอดอก เคาะนิ้วกับแขนเบา ๆ ก่อนจะพูด

“ไม่ต้องหรอก เพราะต่อให้นายกราบอ้อนวอนฉัน ฉันก็ไม่ให้อภัย”

กล้ากล่าวหาพวกเขาอย่างหยาบคาย ถ้าอย่างนั้นก็หาว่าเขารังแก

อะไรนะ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับน้าของอีกฝ่ายหรือ

เขาไม่สนใจหรอก ท่านประธานอย่างเขา ก็ทั้งเผด็จการ ทั้งพาล ทั้งเอาแต่ใจอย่างนี้นี่แหละ ส่วนน้าของเจแปน ถ้าอยากจะโทษใครสักคน ก็โทษหลานของตัวเองเถอะ แล้วก็โทษตัวเองด้วย ที่เกิดมาโชคไม่ดี มีหลานปากหาเรื่องแบบนี้

ฝั่งเจแปน เมื่อได้ยินคำพูดของพสุธา ก็ยังสามารถหัวเราะร่วนอยู่ได้ และกำลังอ้าปากจะล้อเลียนพสุธาอีก แต่ยังไม่ทันจะได้เปล่งเสียงออกมา โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นเสียก่อน

เจแปนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เมื่อเห็นว่าเป็นน้าของตัวเอง ก็รู้สึกสังหรณ์ใจไม่ค่อยดี สายตาชำเลืองมองพสุธาอย่างหาเหตุผลไม่ได้ แล้วกดรับสายด้วยหัวใจตุ้ม ๆ ต่อม ๆ

“ไอ้เจแปน ไอ้เด็กสารเลว แกไปหาเรื่องใครเข้าหา ทำไมอยู่ ๆ ฉันถึงได้ถูกไล่ออก ไอ้เด็กเปรตเอ๊ย ฉันไปทำอะไรผิดกับแกงั้นเหรอ แกถึงได้ทำกับฉันแบบนี้ ฉันทำงานของฉันอยู่ดี ๆ แกหาเรื่องมาให้ฉันได้ยังไง ไปเลยนะ ไสหัวแกไปกราบเท้าอ้อนวอนคนที่แกหาเรื่อง ให้เขาให้อภัยแก ให้เขาทำให้ฉันได้งานกลับมา ถ้าแกไม่ทำ หรือทำให้ฉันกลับไปทำงานไม่ได้ คอยดูเถอะว่าฉันจะเล่นงานแกยังไง” เสียงตวาดดังกร้าวออกมาจากลำโพงโทรศัพท์ ทำให้เกือบทุกคนได้ยินคำพูดของยุวดีอย่างจับประเด็นด้วย

แต่ละคนอ้าปากค้าง ไม่คิดว่ายุวดีจะถูกไล่ออกจากงานจริง ๆ มีเพียงคนของฝั่งพสุธาเท่านั้น ที่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงสีหน้าอะไร เพราะรู้อยู่แล้วว่าอย่างไร ทุกอย่างก็ต้องเป็นไปตามที่พสุธาต้องการอยู่แล้ว

ถึงพสุธาจะเป็นเพียงผู้ถือหุ้นอันดับสองของเท็นซี แต่ว่าประธานฯพิชัย ที่เป็นผู้ถือหุ้นอันดับหนึ่ง ก็ยังเกรงใจพสุธาอย่างมาก ไม่สิ เรียกว่าถึงขั้นอยากจะประจบเลยด้วยซ้ำ แล้วแบบนี้ เขาจะไม่ทำตามที่พสุธาต้องการได้อย่างไร

“นี่มันเรื่องจริงเหรอ เด็กนี่ทำให้น้าของเจแปนโดนไล่ออกได้จริง ๆ เหรอ”

“บังเอิญหรือเปล่า อาจจะเป็นเรื่องบังเอิญก็ได้”

ไม่มีเสียงหัวเราะอีกต่อไป มีแต่เสียงพึมพำที่เต็มไปด้วยความกังวล

แต่ละคนกลัวกันขึ้นมาแล้วจริง ๆ เพราะว่าพวกเขาได้ยินคำพูดของยุวดีอย่างชัดเจน บอกชัดว่าเจแปนไปทำให้คนอื่นไม่พอใจ จนยุวดีถูกไล่ออกจากงาน

หากบอกว่าเรื่องที่ยุวดีถูกไล่ออกจากงาน ไม่เกี่ยวข้องกับพสุธา ก็ดูจะเป็นเรื่องที่หลอกตัวเองมากเกินไป

แต่ใช่แล้ว พวกเขายินดีที่จะหลอกตัวเอง มากกว่าที่จะยอบรับว่าคนที่พวกเขาเคยดูถูก ตอนนี้อยู่ในจุดที่พวกเขาเอื้อมไม่ถึงอีกแล้ว

“ทำไมไม่หัวเราะต่อล่ะ ไม่รู้สึกตลกแล้วเหรอ” พสุธาถามเสียงเนิบช้า

“แก...” เจแปนพูดได้เพียงแค่นี้ ก็เงียบชะงักไป เหมือนมีอะไรบางอย่างมาจุกอยู่ที่ลำคอ ทำให้เขาเปล่งเสียงออกมาไม่ได้

“ทำไมไม่พูดต่อล่ะ เมื่อกี๊นี้ยังพูดเก่งอยู่เลยนี่นา” พสุธาเอียงคอ ลิ้นดันกระพุ้งแก้ม แล้วพูดถามประโยคนี้ออกมา

“นี่ นี่มันใช้อำนาจในทางไม่ชอบ เรื่องนี้มันเกี่ยวอะไรกับน้าของฉันด้วย” เจแปนพูดเสียงสั่นในตอนแรก ก่อนที่เสียงจะเข้มแข็งขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อรู้สึกว่าคำพูดตัวเองนั้นมีความชอบธรรม

พสุธายักไหล่

“ใครใช้ให้เขาดวงซวย มีหลานอย่างนายล่ะ”

เขารู้ว่าการไล่ออกโดยที่อีกฝ่ายไม่มีความผิด ก็เป็นการกระทำที่ไม่ยุติธรรม แต่ถ้าเขาให้ความยุติธรรมกับอีกฝ่าย แล้วใครจะให้ความยุติธรรมกับพี่ชายของเขาล่ะ

พี่ชายของเขามาร่วมงานในวันนี้ด้วยความเป็นมิตรไม่ใช่เหรอ แต่จากที่เขารู้มา แค่เจ้าตัวเดินเข้ามา ก็ถูกพูดเสียดสีค่อนแคะใส่แล้ว ถ้าเขาไม่เอาคืนให้พี่ชายของเขา เขายังจะเป็นน้องชายของศิลาต่อไปได้อีกเหรอ

ดังนั้นแล้ว เมื่อเรื่องนี้ต้องมีคนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม อย่างนั้นก็เป็นคนอื่นเถอะ

เขาก็เอาแต่ใจ พาล และลำเอียงแบบนี้นี่แหละ

ขณะที่พสุธากำลังคิดอยู่นี้ ก็มีเสียงเปิดประตูห้อง ยังไม่ทันที่พสุธาจะได้หันไปมองว่าเป็นใคร อีกฝ่ายก็ส่งเสียงมาก่อน

“คุณพสุธาครับ คุณเก่งเกินไปแล้ว คุณรู้ได้ยังไงครับว่าพนักงานคนนั้นมีปัญหา เขาแอบรับสินบน รับพนักงานเข้ามาอย่างไม่ตรงตามกฎเกณฑ์ของบริษัท ที่ร้ายแรงกว่านั้น เขายังใช้อำนาจความรับผิดชอบของตัวเอง แก้ไขบิดเบือนข้อมูลผู้สมัคร ทิ้งผู้ที่เก่งกาจ แล้วให้สายลับของคู่แข่งเข้ามาแทน โชคดีที่สายลับคนนั้นยังไม่ทันได้ข้อมูลอะไรไปมาก ไม่อย่างนั้นบริษัทของพวกเราสูญเสียอย่างใหญ่หลวงแน่นอนครับ” คุณพิชัยพูดแล้วก็มองพสุธาตาเป็นประกาย มีทั้งความรู้สึกชื่นชม มีทั้งความรู้สึกนับถือ

หุ้นส่วนคนนี้ของเขาสุดยอดเกินไปแล้ว หูตามีอยู่ทุกที่เลยจริง ๆ ก่อนหน้านี้ ส่งพี่ชายเข้ามาสมัครงานที่บริษัท และใช้เวลาเพียงแค่ห้านาทีเท่านั้น ก็สามารถกำจัดพวกฉ้อโกงบริษัทไปได้ หยดยั้งความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ตอนนี้ก็ยังจับตัวพนักงานที่ทั้งรับสินบน ทั้งช่วยสายลับของคู่แข่ง หากพวกเขาไม่พบเจอก่อน ปล่อยให้เธอดำเนินแผนการได้สำเร็จ ถึงตอนนั้นบริษัทเท็นซีกรุ๊ป ก็อาจะล้มครืนลงไปก่อนได้ หากว่าคู่แข่งได้ข้อมูลสำคัญทางเทคนิคไป

คำพูดของคุณพิชัย ทำให้พสุธาชะงักไป จากนั้นเขาก็ยิ้มอย่างฝืน ๆ

ถ้าเขาบอกว่าเป็นเรื่องบังเอิญ คุณพิชัยจะเชื่อหรือเปล่า

แน่นอนว่าคุณพิชัยไม่เชื่ออยู่แล้ว เขาคิดว่าจะมีเรื่องบังเอิญแบบนี้ได้อย่างไรกัน นั่นเพราะพสุธาเป็นคนที่เก่งมาก มีหูตามากมาย ไม่มีเรื่องอะไรที่เจ้าตัวไม่รู้ มีความลึกลับ กุมทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้ในกำมือ

นั่นคือภาพลักษณ์ของพสุธาในสายตาของคุณพิชัย

ส่วนพวกของเจแปน ตอนแรกพวกเขายังมีข้ออ้างมากมายมาหลอกตัว ไม่ให้ตัวเองเชื่อว่าพสุธาคือคนที่มีอำนาจมากจริง ๆ จนกระทั่งคุณพิชัยปรากฏตัว

เพราะคุณพิชัยมักจะปรากฏตัวตามสื่ออยู่บ่อย ๆ ต่อให้ไม่ใช่คนที่สนใจเรื่องเศรษฐกิจ หรือธุรกิจ ก็ยังรู้ว่าผู้บริหารเท็นซีกรุ๊ป คนปัจจุบันเป็นใคร ดังนั้นแล้วเมื่อพวกเขาเห็นคุณพิชัย จึงจำได้ทันที

น้าของเจแปนถูกไล่ออกจริง ๆ พสุธามีความสามารถทำให้น้าของเจแปนถูกไล่ออก แม้จะบอกว่าน้าของเจแปนกระทำความผิด มีการทุจริต แต่ท่าทางที่นอบน้อมของคุณพิชัยที่มีต่อพสุธา นั่นก็เป็นเรื่องจริงที่ต่อให้พวกเขาอยากแกล้งตาบอด ก็ยังทำไม่ได้

“นายเป็นใครกันแน่..” เจแปนพูดถามเสียงสั่นเครือ ไม่มีท่าทางหยิ่งผยองเหมือนเมื่อครู่นี้เลยสักนิด แววตาเต็มไปด้วยความพรั่นพรึง ความมึนงงสับสน สีหน้าซีดเผือด

“นายไม่จำเป็นต้องรู้ว่าฉันเป็นใคร แต่ต้องรู้ และต้องจำให้ขึ้นใจว่า พี่ชายของฉัน ไม่ใช่คนที่ใครจะมาแตะต้องได้ ถ้าใครกล้าแตะต้องพี่ชายของฉัน ฉันจะทำให้คนคนนั้นสงสัยถึงการมีชีวิตอยู่ ทำให้รู้สึกว่ามีชีวิตอยู่ไม่สู้ตาย ฉันขู่หรือเปล่า ทุกคนสามารถลองดูได้” น้ำเสียงของพสุธาไร้ความข่มขู่ ไม่ได้มีความอำมหิตอะไรเสียด้วยซ้ำ แต่ทำให้คนฟังหนาวสั่นไปทั้งตัว แม้แต่คนที่ไม่เคยคิดร้ายกับศิลาเลย

แฟรงค์มองนายน้อยของตัวเองอย่างชื่นชม แล้วก็อดไม่ได้ที่จะชมนายใหญ่ของตัวเอง

‘นายใหญ่มีสายตาที่เฉียบแหลมจริง ๆ ที่มองเห็นว่านายน้อยคือคนที่คู่ควรที่สุด ที่จะเป็นผู้สืบทอด เป็นผู้นำคนต่อไป!’

นอกจากแฟรงค์ที่ชื่นชมนายน้อยของตัวเองแล้ว ก็ยังมีหัวทองที่ชื่นชมลูกพี่ของตัวเอง มีวาธิน และคุณกรเทพ ที่ชื่นชมท่านประธานของตัวเอง

แน่นอนว่าขาดปฐพีไม่ได้

‘ดินของฉันเก่งที่สุด เท่สุด ๆ ไปเลยด้วย ทำยังไงดี อยากหอมแก้มกลม ๆ นั่นจังเลย’

พสุธาไม่รู้ว่าขณะที่เขาเผยท่าทางน่าเกรงขามอยู่นั้น ก็มีคนปองร้ายแก้มกลม ๆ ของเขาอีกแล้ว

ฝั่งอดีตเพื่อนร่วมชั้นของศิลา เมื่อพวกเขาตั้งสติได้ ก็รีบขอโทษศิลาเสียงละล่ำละลัก บอกว่าต่อไปตัวเองไม่กล้าแล้ว ขอร้องศิลาให้ช่วยพูดกับพสุธา อย่าเอาเรื่องพวกเขาเลย

ถึงตอนนี้พวกเขานึกถึงคำพูดก่อนหน้านี้ของพสุธาได้อย่างชัดเจน เรื่องที่เจ้าตัวจะแบนพวกเขา ไม่ให้พวกเขาได้เข้าทำงานในบริษัทใหญ่ ๆ

“ฉัน ฉันยื่นหนังสือขอฝึกงานไปที่เท็นซี พวกเขาคงจะปฏิเสธฉันแล้วใช่ไหม”

“ฉันยื่นฝึกงานไปที่เซเลป น้องของหินจะมีอำนาจให้เซเลปปฏิเสธฉันได้จริง ๆ หรือเปล่า”

แต่ละคนกลัวกันขึ้นมาแล้วจริง ๆ พวกเขานึกถึงว่าตัวเองใกล้ถึงช่วงเวลาที่ต้องฝึกงานแล้ว หนังสือยื่นคำขอร้องเข้าฝึกงานที่บริษัทต่าง ๆ ก็ถูกส่งไปแล้ว และมีหลายคนเลือกแต่บริษัทใหญ่ ๆ ซึ่งรวมถึงกิจการที่พสุธาเป็นเจ้าของ หรือไม่ก็เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่

ศิลามองเพื่อน ๆ ที่ก่อนหน้านี้ยังสนุกสนานกับการหัวเราะเยาะเขา และน้องชาย แต่ตอนนี้กลับร้องไห้อ้อนวอน แต่สิ่งที่เขารู้สึกไม่ใช่ความสงสาร แต่เป็นความหดหู่

ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้ล่ะ ทั้ง ๆ ที่การรวมตัวกันวันนี้ ควรจะสนุกสนาน พูดคุยกันอย่างเป็นมิตร ระลึกถึงมิตรภาพเก่า ๆ ที่ผ่านมา ไม่ใช่เหรอ

“ดิน” ศิลาหันไปเรียกพี่ชาย

“ทำไม จะช่วยขอร้องแทนพวกเขาเหรอ บอกเลยนะว่าไม่มีทาง” พสุธาปิดกั้นคำพูดของพี่ชายทันที

“ไม่ใช่ พี่จะบอกว่าพี่เหนื่อยแล้ว พวกเรากลับกันเถอะ” ศิลาคิดว่าช่างเถอะ งานเลี้ยงรวมตัวแบบนี้ คราวหน้าเขาจะไม่มาแล้ว เพื่อนร่วมรุ่นเหล่านี้ นอกจากต้นน้ำ และยศวินแล้ว วันหน้าเขาก็จะไม่ติดต่อใครแล้ว

เดินกันคนละเส้นทางไปนานแล้ว วันหน้าก็ไม่ได้เจอกันอีกแล้ว

“อาหารเพิ่งเริ่มเสิร์ฟใช่ไหม ยังไม่ได้กินอะไรเลยสินะ ไปเถอะ พวกเราย้ายห้องกัน กินข้าวกันก่อน แล้วค่อยกลับ” พสุธาพูด ก่อนจะพูดกับต้นน้ำ และยศวิน

“พี่สองคนก็มาด้วยกันสิครับ ให้ผมเลี้ยงขอบคุณที่ช่วยดูแลหินมาตลอด” พสุธาพูดด้วยรอยยิ้มจริงใจ

“งั้นพวกพี่ก็ไม่เกรงใจแล้วนะ” ต้นน้ำ และยศวินตอบรับอย่างจริงใจ

หนึ่งคือพวกเขาหิวจริง ๆ

สองคือเห็นอาหารหน้าตาน่ากินแล้วน้ำลายจะไหล

สามคือมีโอกาสใกล้ชิดกับคนใหญ่คนโตทั้งที พวกเขาต้องรีบคว้าโอกาสเอาไว้

สี่คือพวกเขาไม่ได้เจอศิลานานแล้ว ก็คิดถึง อยากนั่งพูดคุยกันนาน ๆ สักหน่อย

ดังนั้นด้วยเหตุผลเหล่านี้ ทั้งคู่จึงตอบตกลงในทันที

พสุธาก็ยิ้มอย่างจริงใจ ก่อนที่คุณกรเทพจะจัดการห้องใหม่ให้พวกเขา พสุธาก็เดินนำทุกคนเข้าไป

กลุ่มคนที่ตามพสุธามานั้น ไม่มีใครขอตัวกลับไปก่อนเลยสักคน โดยเฉพาะคุณพิชัย เขาคิดว่านาน ๆ ทีจะได้มีโอกาสเจอพสุธา เขาจะปล่อยโอกาสนี้หลุดลอยไปได้อย่างไร

พสุธาได้นั่งตำแหน่งตรงกลางไปโดยที่ทุกคนพร้อมใจกันยกตำแหน่งนี้ให้กับเขา ปฐพีก็นั่งที่ขวามือของพสุธา ซ้ายมือเป็นศิลา ข้าง ๆ ศิลาคือเพื่อนทั้งสองคนของเจ้าตัว ส่วนแฟรงค์นั้นยืนอยู่ข้างหลังพสุธา พสุธาเรียกให้มานั่ง เจ้าตัวก็ไม่ยินยอม ส่วนพวกคุณพิชัย นั่งฝั่งตรงข้ามกับพสุธา

“ก่อนหน้านี้ผมได้สั่งอาหารบางส่วนสำหรับคุณศิลาไปโดยเฉพาะแล้ว จะให้พนักงานเสิร์ฟยกมาห้องนี้แทนนะครับ” คุณกรเทพพูด

“ทุกคนสั่งอาหารได้เลย มื้อนี้ผมเลี้ยงเอง” พสุธาพูดอย่างใจกว้าง

คุณพิชัยก็รีบพูด

“ถ้าอย่างนั้นผมไม่เกรงใจแล้วนะครับ” คุณพิชัยไม่ได้โลภอยากกินของฟรี เขาแค่ถือโอกาสนี้วางตัวให้สนิทสนมกับพสุธามากยิ่งขึ้น

พสุธาก็หัวเราะเบา ๆ แล้วพยักหน้า ไม่นานเมนูอาหารต่าง ๆ ก็ถูกสั่งออกไป ระหว่างที่รออาหารมาเสิร์ฟ พวกเขาก็พูดคุยกัน ศิลาคุยกับเพื่อนทั้งสองของตัวเอง ปฐพีนั่งคุยกับวาธิน และคุณกรเทพ โดยมีหัวทองเข้าร่วมด้วยบางครั้ง ส่วนพสุธานั่งคุยกับคุณพิชัย

“อีกไม่นานสัญญาที่เซ็นเอาไว้กับบริษัทเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของตึกเกรซจะหมด ผมคิดว่าน้ำดีไม่ควรไหลเข้านาคนอื่น” พสุธาพูด และคุณพิชัยก็ฉลาดพอที่จะรู้ว่าพสุธาหมายความว่าอะไร

“ผมจะสั่งให้พีรวิชญ์ดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะเลยครับ”

“ห้างรอยัลมอลล์ ผมคิดว่าควรจะมีจุดติดตั้งเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเอาไว้รับรองลูกค้าด้วย” พสุธาพูดจบก็หันไปหาคุณกรเทพ

“เครือข่ายอินเทอร์เน็ตของที่นี่ ใช้บริการเจ้าไหนอยู่”

“ก่อนหน้านี้ใช้เอเอซีครับ แต่ว่าเมื่อสามเดือนก่อนเปลี่ยนมาใช้ของเท็นซีแล้ว หลังจากที่หมดสัญญาครับ”

“โอเค” พสุธาพยักหน้าเงียบ ๆ ส่วนคุณพิชัยก็รู้ได้ว่า พสุธาจะเปลี่ยนธุรกิจในเครือของเจ้าตัวทั้งหมด ให้มาใช้บริการเครือข่ายอินเทอร์เน็ตของเท็นซี

นี่ถือได้ว่าได้ผลประโยชน์ร่วมกันอย่างแท้จริง คุณพิชัยยิ้มอย่างอารมณ์ดี

พวกเขาคุยเรื่องธุรกิจกันต่ออีกหลายเรื่อง คุณพิชัยสอบถามพสุธาเรื่องการลงทุนต่าง ๆ รวมถึงโรงงานที่กำลังจะก่อสร้างของเจ้าตัวด้วย เขาอยากรู้ว่าเขาสามารถเข้าร่วมหุ้นได้หรือเปล่า

พสุธาเพียงแค่ปฏิเสธอย่างอ้อมค้อมไปประโยคหนึ่งเท่านั้น และคุณพิชัยก็ไม่ได้รู้สึกไม่พอใจอะไร พวกเขาเปลี่ยนไปคุยธุรกิจเรื่องอื่นกันต่อ

“ลูกพี่เวลาคุยเรื่องธุรกิจนี่เจ๋งจริง ๆ เลย เท่สะบัดไปเลย” หัวทองกล่าวชื่นชมพสุธา ทำเอาพสุธาเกือบจะสำลักน้ำลาย บรรยากาศที่ดูเป็นมืออาชีพ ถูกทำลายด้วยคำชมของหัวทอง

คนอื่น ๆ หัวเราะ พวกเขารู้สึกว่าหัวทองน่าสนใจ ปฐพีกลับรู้สึกว่าหัวทองเหมือนพวกเจ้าโกลเดินริทรีฟเวอร์ และพวกเขาก็เข้าใจแล้ว ว่าทำไมพสุธาถึงได้ยอมให้หัวทองเข้ามาอยู่ในวงสังคมของพวกเขา

พวกปฐพีเข้าใจ แต่มีคนอีกมากมายไม่เข้าใจ เมื่อมีข่าวกลับไปว่าหัวทองได้เข้าไปในห้องส่วนตัว ได้รวมกลุ่มกับพวกพสุธา แต่ละคนก็ตาแดงก่ำด้วยความอิจฉาขึ้นมาทันที โดยเฉพาะบรรดาพ่อ ๆ แม่ ๆ ที่มีลูกอยู่แก๊งเดียวกับหัวทอง แต่ถูกพวกเขาส่งไปต่างประเทศหมดแล้ว ด้วยกลัวว่าจะไปทำเรื่องโง่ ๆ อย่างการล่วงเกินพสุธา

“บ้าจริง ๆ เลย เจ้าเด็กนั่นมีตรงไหนที่น่าสนใจ ทำไมคุณพสุธาถึงได้ยอมรับเจ้าเด็กนั่น”

“อธิชาติเจ้าเล่ห์เกินไปแล้ว เขาอาศัยเรื่องของลูกชาย เข้าไปเกาะขาของคุณพสุธาได้สำเร็จ”

“ต้องโทษพวกเราที่คิดเรื่องนี้กันได้เมื่อสายไปแล้ว วิธีการแบบนี้ ครั้งหน้าใช้ไม่ได้ผลแล้ว”

“ถึงได้บอกว่าเจ้านั่นโชคดียังไงล่ะ”

“เจ้าเด็กนั่นซื่อบื้อจะตาย แต่เพราะแบบนี้ล่ะมั้ง คุณพสุธาถึงได้ยอมให้เข้าใกล้ เรียกได้ว่าคนโง่ก็มีวาสนาของคนโง่เหมือนกัน”

“เรื่องเจ้าเด็กนั่นไม่น่าสนใจเท่าไรหรอก ที่น่าสนใจคือผู้ช่วยพิเศษคนใหม่ของคุณพสุธา นั่นน่ะลูกชังของบ้านตระการกุล คุณคิดว่ามันน่าสนใจหรือเปล่าล่ะ คนที่ถูกมองข้าม พริบตาเดียวก็กลายเป็นผู้ช่วยพิเศษคุณพสุธาไปแล้ว ต่อให้พวกเขาเป็นพ่อแม่ มีทรัพย์สินหลายหมื่น หลายแสนล้าน แต่เมื่อยืนต่อหน้าลูกชายคนนี้ ก็ต้องเกรงใจอยู่หลายส่วน”

“ใช่สิ กิจการที่อยู่ในมือคุณพสุธา ส่วนใหญ่ก็ทำธุรกรรมทางการเงินผ่านทางธนาคารสยามวาณิช หากวาธินพูดอะไรบางอย่าง ทำให้คุณพสุธาไม่พอใจสยามวาณิช เปลี่ยนไปใช้บริการธนาคารเอกชนรายอื่น สยามวาณิชได้ตกต่ำลงแน่ เพราะนักธุรกิจคนอื่น ๆ เพื่อที่จะเอาใจพสุธา ก็ย่อมต้องทิ้งสยามวาณิช ไปด้วยเหมือนกัน”

“นี่ถือเป็นบทเรียนเลยนะ จำเอาไว้เลย ต่อไปอย่าได้ลำเอียง”

 

“นายน้อย” แฟรงค์ก้มกระซิบเรียกพสุธา

“มีอะไร” พสุธาพูดถาม หันไปมองแฟรงค์ที่อยู่ทางด้านหลัง

“คนของเรารายงานมาว่า จับคนที่เอายาเสพติดมาลักลอบขายในนี้ได้ครับ”

เมื่อได้ยินคำพูดของแฟรงค์ สีหน้าของพสุธาก็มืดครึ้มขึ้นมาทันที

มันจะอยู่กันดี ๆ ไม่ได้ใช่ไหม!