132. ตอนที่ 130
ตอนที่ 130
กลายเป็นว่าของขวัญจากนะโมนั้น เป็นของขวัญที่ล้ำค่าที่สุด แล้วก็ยังถูกใจเจ้าของงานมากที่สุดด้วย
การที่นะโมมอบของขวัญมูลค่ามหาศาลให้กับคุณตาของพันไมล์ ทำให้สายตาของคนบางคนที่มองเขานั้นเริ่มเปลี่ยนไป ขณะที่คนบางคนก็ยังไม่ยอมแพ้ และยังดูถูกนะโมอยู่เหมือนเดิม
“โอ้ ไม่แปลกใจเลยที่เขาจะรู้มูลค่าของพระองค์นี้ เขาโตมากับวัด กินอาหารของวัดนี่นา รู้เรื่องพระบ้าง ก็เป็นเรื่องปกติ” คนที่ไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ รับไม่ได้ที่นะโมไม่ได้กลายเป็นตัวตลกอย่างที่อยากเห็น ก็ลอบพูดจาเสียดสี แต่น้ำเสียงนั้นเบาลงกว่าเดิม ไม่กล้าเสียงดังเช่นก่อนหน้านี้
“นั่นก็แปลว่าแฟนฉัน ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าของมีมูลค่าสูง ก็ยังนำมามอบเป็นของขวัญให้คุณตา เปลี่ยนเป็นพวกนาย พวกนายกล้ามอบของราคาแพงขนาดนี้ให้คนอื่นไหมล่ะ” พันไมล์พูดออกไป
ฮึ่ม อย่าคิดว่าพูดเบาแล้วเขาจะไม่ได้ยินนะ
พันไมล์โวยวายอยู่ในใจ สายตาที่มองคนเหล่านั้น ก็เต็มไปด้วยความดูถูก
คำพูดของพันไมล์ ทำให้หลายคนเถียงไม่ออก เพราะไม่กล้าหลอกตัวเองว่า ถ้ามีทรัพย์สินมูลค่าเป็นร้อยล้าน จะกล้ามอบให้คนอื่นจริง ๆ
อย่ามองว่าพวกเขาเป็นลูกเศรษฐี แต่เงินที่ใช้จ่ายในแต่ละเดือนก็มีจำกัด อย่างมากก็ได้ค่าขนมแค่เดือนละห้าล้าน การจะได้จับเงินก้อนมูลค่าร้อยล้าน เป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นเลย ดังนั้นหากพวกเขาได้พระมูลค่าเป็นร้อยล้านมาจริง ๆ เกรงว่าจะเอาไปขาย แลกเงินมาใช้ซื้อของที่พวกเขาอยากได้เสียมากกว่า
“เอาเถอะ ของขวัญวันเกิดทุกชิ้น ฉันรับไว้ด้วยความขอบคุณทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นชิ้นไหน ก็เป็นความตั้งใจของทุกคน” คุณตาพูดไกล่เกลี่ย ก่อนที่จะเชิญทุกคนไปนั่งทานอาหาร
งานเลี้ยงฉลองในคืนนี้ มีทั้งหมดสิบห้าโต๊ะ โต๊ะที่ตั้งหน้าสุด และอยู่ตรงกลาง เป็นโต๊ะของครอบครัว ส่วนข้าง ๆ และใกล้ ๆ ก็เป็นโต๊ะของแขกที่มีความสำคัญ รวมถึงญาติจากสายต่าง ๆ
พันไมล์พานะโมไปนั่งที่โต๊ะครอบครัว ท่ามกลางสายตาคัดค้านของหลายคน แต่ทุกคนได้แต่คัดค้านผ่านทางสายตา ไม่มีใครกล้าพูดออกมา
หนึ่งคือเป็นเพราะเจ้าของงาน แสดงออกชัดเจนว่าเอ็นดูนะโม
สองคือคนที่สามารถมอบของขวัญมูลค่าสูงขนาดนี้ได้ ทั้งยังไม่มีท่าทีเสียดายเลยสักนิด จะต้องไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป หรือคนยากจนอย่างที่พวกเขาคิดกันแน่นอน
บางคนก็ฉลาดกว่านั้น พวกเขาทบทวนคำพูดของพันไมล์ก่อนหน้านี้ แล้วก็สะดุดใจกับประโยคหนึ่ง
‘พี่คิดว่านายแค่เป็นเพื่อนกับมหาเศรษฐีอย่างน้องดิน’
‘น้องดิน’ ที่พันไมล์พูดถึง ใช่คุณพสุธา มหาเศรษฐีอายุสิบแปดปี ที่กำลังเป็นที่พูดถึงในวงสังคมมหาเศรษฐีอยู่ใช่หรือเปล่า
ถ้าใช่ นะโมคนนี้ ก็ไม่ใช่คนที่พวกเขาจะล่วงเกินได้จริง ๆ เพราะว่ากันว่า คุณพสุธาให้ความสำคัญกับคนใกล้ชิดมาก ๆ หากล่วงเกินคุณพสุธา อาจจะไม่เป็นไร แต่ถ้าล่วงเกินคนสำคัญของคุณพสุธา ก็เตรียมตัวล่มจมได้เลย
เมื่อคิดถึงตรงนี้ พวกเขาก็หลั่งเหงื่อเยียบเย็น ในใจไม่รู้ว่าจะอยากให้นะโมเป็นเพื่อนของพสุธาจริง หรือไม่จริงกันแนน่
ถ้าเป็นเพื่อนพสุธาจริง ๆ ที่พวกเขากลั่นแกล้งนะโมไปก่อนหน้านี้ ก็เตรียมตัวถูกเล่นงานคืนได้เลย
แต่ถ้าไม่จริง อย่างนั้นพวกเขาก็อดได้เกี่ยวดองกับคนใกล้ชิดของพสุธาน่ะสิ
นะโมไม่สนใจเลยว่าใครจะมีความคิดอย่างไร หลังจากที่เจ้าภาพส่งสัญญาณว่าเริ่มกินได้ เขาก็สนใจแต่อาหารบนโต๊ะ มีอาหารหลายอย่างที่หน้าตาดูน่ากิน แต่นะโมก็ไม่ได้คาดหวังเรื่องรสชาติ
นะโมมั่นใจว่า ไม่ว่าใครก็ตามที่ได้กินอาหารฝีมือเพื่อนสนิทของเขาแล้ว ก็ยากที่จะพอใจอาหารฝีมือคนอื่น แม้ว่าอาหารจานนั้นจะรสเลิศมากก็ตาม
ความจริงนะโมก็แปลกใจอยู่มากเหมือนกัน ว่าทำไมเพื่อนสนิทของเขา ถึงได้มีฝีมือทำอาหารสูงขนาดนี้ เพราะว่ารู้ตัวอีกที พสุธาก็มีฝีมือการทำอาหารที่สุดยอดไร้เทียมทานแล้ว
เมื่อคิดถึงตรงนี้ หน้าจอโทรศัพท์ของนะโมก็สว่างวาบขึ้นมา บนหน้าจอปรากฏชื่อของพสุธาบนหน้าจอ
“ขอตัวไปรับโทรศัพท์สักครู่นะครับ” นะโมพูดกับทุกคนบนโต๊ะ เพื่อรักษามารยาทอันพึงมี
“ได้สิ น้องดินโทรมาใช่ไหม ฝากบอกน้องดินด้วยว่า พี่ทำตามที่สัญญาเอาไว้อย่างดี ห้ามตีพี่นะ” พันไมล์รีบพูดทันที
นะโมหัวเราะในลำคอ ก่อนจะพูด
“ดินมันจะตีพี่ ก็เพราะพี่พูดแบบนี้นี่แหละ ทำเหมือนมันชอบใช้ความรุนแรง”
“พี่ผิดไปแล้ว อย่าฟ้องน้องดินนะ” พันไมล์รีบอ้อนวอนตาปริบ ๆ
นะโมหัวเราะในลำคออีกครั้ง ก่อนจะพยักหน้า
“ก็ได้ ใครใช้ให้พี่เป็นแฟนผมล่ะ” นะโมก็ถือโอกาสนี้แสดงละครไปอีกหนึ่งซีน ก่อนที่เขาจะลุกไปรับโทรศัพท์
เมื่อนะโมเดินออกห่างไปไกลแล้ว คนบนโต๊ะก็มองไปที่พันไมล์เป็นตาเดียว คนที่จะมีคนพูดถาม
“เพื่อนนะโมที่ชื่อดินนี่ ใช่คุณพสุธาหรือเปล่า” คนที่ถาม เป็นน้าชายของพันไมล์ ปัจจุบันเป็นผู้ดูแลกิจการธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ มีทั้งที่ผลิตเอง และที่นำเข้า
“มันสำคัญตรงไหนล่ะครับ” พันไมล์ไม่ได้พูดยืนยันคำตอบ เขาถามกลับไปแทน
“แกพูดแบบนี้ ไม่ใช่สินะ ก็จริง คุณพสุธาจะเป็นเพื่อนกับเด็กกำพร้าได้ยังไง” น้าชายคนเดิมของพันไมล์พูด แต่มีคนที่เห็นต่าง
“ผิดแล้ว นายพูดแบบนี้ แสดงว่าไม่รู้เรื่องของคุณพสุธาจริง ๆ คุณพสุธาร่ำรวยขึ้นมาได้ด้วยตัวเอง ตอนเด็กถูกอุ้มสลับตัว ต้องไปเป็นเด็กที่เติบโตมาในสลัม ได้ยินว่ามีพี่ชาย และมีเพื่อนที่เติบโตมาด้วยกันหนึ่งคน เพื่อนคนนั้น อาจจะเป็นนะโมก็ได้” คนคนนี้เป็นลุงใหญ่ของพันไมล์ ปัจจุบันดูแลกิจการด้านอุปกรณ์ทางการเกษตร
“ถ้าเป็นเพื่อนกับคุณพสุธาจริง นี่ก็ลงล็อคเลยไม่ใช่เหรอ ไม่อย่างนั้นแค่เด็กวัดคนหนึ่ง จะขับรถคันละสี่สิบล้าน แล้วก็มีพระเครื่องที่หายากล้ำค่าได้ยังไง ต้องได้มาจากคุณพสุธาแน่ ๆ”
“รถเป็นของนะโม ชื่อบนเล่มรถก็เป็นชื่อของนะโม ส่วนพระเครื่องที่มอบให้คุณปู่ ก็เป็นนะโมที่หามาเอง” พันไมล์พูดอย่างรวดเร็ว
ถึงแม้ว่าของทั้งสองอย่าง จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับพสุธาจริง ๆ แต่ว่ามันก็เป็นของนะโมด้วยจริง ๆ เหมือนกัน
ขณะที่พวกเขากำลังวิเคราะห์และโต้เถียงกันอยู่นั้น นะโมก็เดินกลับมา ทำให้บทสนทนานี้หยุดไปทันที
“พี่พันไมล์ครับ” นะโมยิ้มขอโทษทุกคน แล้วจึงส่งเสียงเรียกพันไมล์
“หืม”
“ดินบอกว่ามีคนใช้ชื่อพี่จองห้องที่โรงแรมกาแล็กซี่ จองห้องรอยัล เพนท์เฮ้าส์ สวีท จองสองสัปดาห์เต็ม ๆ ถามว่าพี่ได้จองเอาไว้หรือเปล่า เพราะเมื่อเช้าไม่เห็นพี่พูดอะไร พอดีว่าคุณกรเทพเขาจำได้ว่าพี่สนิทกับไอ้ดิน เขาเลยโทรศัพท์ไปถาม”
นะโมพูดถามออกไป
“อะไรนะ รอยัล เพนท์เฮ้าส์ สวีท ของโรงแรมกาแล็กซี่ นั่นมันคืนละห้าแสนเลยนะ บ้านแกผลิตเงินเองได้หรือไงกัน ที่บ้านไม่มีให้นอนหรือไง ถึงได้ต้องไปนอนที่นั่น สิบสี่คืน เจ็ดล้าน พอจะซื้อบ้านได้หลังหนึ่งเลยด้วยซ้ำ” มารดาของพันไมล์พูดโพล่งขึ้นมา ถลึงตาใส่ลูกชาย ขณะที่คนอื่น ๆ นั้นไม่ได้สนใจประเด็นนี้ ที่พวกเขาสนใจก็คือคำพูดของนะโม
พูดแบบนี้ ก็หมายความว่า ‘ดิน’ ที่นะโม และพันไมล์พูดถึง ก็คือคุณพสุธา มหาเศรษฐีระดับล้านล้านจริง ๆ น่ะสิ
ให้ตายเถอะ แฟนของพันไมล์ เป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดของคุณพสุธาเลยนะ พวกเขาอยากมีโอกาสได้พบปะอย่างใกล้ชิดมาตลอด แต่ก็หาโอกาสไม่ได้เลย ตอนนี้มีเพื่อนรักของพสุธาอยู่กับพวกเขา พวกเขายังจะหาโอกาสไม่ได้อีกเหรอ
สายตาที่ทุกคนใช้มองนะโมตอนนี้ เปลี่ยนไปอย่างชิ้นเชิงแล้ว จากที่มองอย่างดูถูก ก็กลายเป็นประจบยกย่อง
ส่วนทางด้านพันไมล์ ตอนแรกที่ได้ยินนะโมถาม เขายังสับสนอยู่เลย แต่พอโดนผู้เป็นมารดาต่อว่า ใบหน้าของเขาก็บึ้งตึงขึ้นมาทันที
“คนนอกยังรู้จักถามผมก่อนที่จะต่อว่า แต่แม่เป็นแม่แท้ ๆ ของผม กลับตำหนิผมโดยไม่ถามความจริงสักคำ ดีจริง ๆ เลย” พันไมล์พูดเสียงโกรธ ก่อนที่จะหันไปตอบนะโม
“พี่ไม่รู้เรื่องนะ น่าจะมีคนแอบอ้างชื่อพี่มากกว่า”
“แต่การจองห้องที่โรงแรมต้องใช้ข้อมูลบัตรประชาชน ข้อมูลบัตรประชาชนพี่รั่วไหลแล้วหรือเปล่าครับ แบบนี้ หรือว่า เอ่อ” นะโมลังเลเล็กน้อย ก่อนจะกระซิบให้พันไมล์ได้ยินแค่คนเดียว
“มีคนใน แอบเอาข้อมูลจากบัตรประชาชนของพี่ไปแอบอ้างหรือเปล่า”
พันไมล์ได้ยินแล้วก็ชะงักไป ก่อนที่เขาจะหันไปมองลูกพี่ลูกน้องของเขา ซึ่งเป็นลูกของน้าชายของเขา
โดยไม่ต้องถามอะไร แค่เห็นสีหน้าของอีกฝ่าย ก็รู้คำตอบได้ทันที
“แกเองสินะ ที่เอาชื่อฉันไปแอบอ้าง” พันไมล์ถามเสียงลอดไรฟัน เขาโมโหเป็นอย่างมาก เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรก ที่อีกฝ่ายเอาชื่อของเขาไปแอบอ้างทำเรื่องไม่ดี สุดท้ายก็กลายเป็นเขาที่โดนเข้าใจผิด โดนด่า
“ก็ฉันใช้ชื่อของฉันจอง พวกเขาไม่ยอมให้ฉันจองห้องนั้นนี่ ฉันนึกได้ว่าแกรู้จักกับคุณพสุธา ก็เลยลองพูดออกไปดู ไม่คิดว่าจะจองได้จริง ๆ เรื่องแค่นี้เอง จะทำให้เป็นเรื่องใหญ่ทำไมกัน” คนที่แอบอ้างชื่อคนอื่น ยังทำเหมือนว่าพันไมล์ทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่
พันไมล์โมโหจนลุกจะไปเอาเรื่อง แต่นะโมดึงพันไมล์เอาไว้ก่อน ก่อนที่เขาจะพูดแทนพันไมล์ว่า
“ทำให้ผมเปิดหูเปิดตาแล้วจริง ๆ ที่แท้แล้วสำหรับพวกคุณ การแอบอ้างชื่อคนอื่น เป็นเรื่องเล็ก ๆ สินะครับ ถ้าอย่างนั้นเอาไว้วันหน้า ผมขอยืมชื่อคุณไปใช้บ้างนะ” นะโมพูดเสียงเนิบช้า
คำพูดของนะโม ทำให้ลูกพี่ลูกน้องคนนั้นของพันไมล์หน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ และความอับอาย
“แส่อะไร...” พูดยังไม่ทันจะจบประโยค เสียงของผู้ที่อาวุโสที่สุดก็ดังขึ้น
“หุบปาก แกทำผิดแล้วยังไม่รู้ความผิดของตัวเอง ยังจะกล้าไปด่าคนอื่นเขาอีกเหรอ เจ้าสาม แกสั่งสอนลูกชายของแกมาแบบนี้หรือ” คุณตาพูดถาม
“คุณพ่อ นี่มันเรื่อง...” น้าชายของพันไมล์ก็อยากจะพูดว่ามันเป็นเรื่องเล็ก ๆ เช่นกัน ทว่าเมื่อเห็นสายตาของผู้เป็นพ่อ เขาก็ได้แต่กลืนคำพูดลงคอ แล้วยอมหันไปตำหนิลูกชายของตัวเอง
“หนูนะโม ฝากบอกคุณพสุธาทีนะ ว่าเรื่องนี้เป็นความผิดคนของเราจริง ๆ พวกเราก็มีส่วนผิด ที่ไม่ได้สั่งงสอนเขาให้ดี” ลุงใหญ่ของพันไมล์พูด น้ำเสียงที่พูดกับนะโม มีความประจบอยู่สองส่วน
นะโมได้ยินน้ำเสียงประจบ เขาก็ไม่ได้รู้สึกได้ใจอะไร เพราะรู้ว่าคนคนนี้ประจบตัวเองเพราะอะไร
เพราะเขาเป็นเพื่อนกับคุณพสุธา ที่ทุกคนอยากรู้จัก และสนิทสนมด้วยน่ะสิ
“โรงแรมกาแล็กซี่ มีมาตรฐานการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดมาก การแอบอ้างข้อมูลของผู้อื่นในการใช้บริการ หรือจองห้อง โดยที่เจ้าของชื่อไม่รู้ หรือไม่ยินยอม โรงแรมจะขึ้นบัญชีดำคนคนนั้น” นะโมพูดออกไป เรื่องนี้เขาเคยได้ยินเพื่อนของเขาพูดกับผู้จัดการใหญ่ของโรงแรม จึงพอจะรู้อยู่บ้าง
เมื่อได้ยินว่าถูกขึ้นบัญชีดำจากโรงแรมกาแล็กซี่ ลูกพี่ลูกน้องของพันไมล์ก็หน้าซีด รีบพูด
“ไม่ ฉันไม่ได้ทำความผิดร้ายแรงเสียหน่อย จะมาขึ้นบัญชีดำฉันไม่ได้นะ พันไมล์ แกช่วยพูดให้ฉันหน่อยสิ ฉันสัญญา ต่อไปจะไม่แอบอ้างชื่อนายแล้ว” ลูกพี่ลูกน้องของพันไมล์ พูดเสียงละล่ำละลัก
“ดินมันฝากบอกมาว่า อยู่ที่การตัดสินใจของพี่ครับ ถ้าจะเอาผิดทางกฎหมาย มันก็พร้อมจะให้โรงแรมให้ความร่วมมือในการมอบหลักฐาน”
“น้องดินคาดเดาเอาไว้แล้วเหรอ” พันไมล์ทำตาโต รู้สึกตกใจอยู่บ้าง
นะโมยักไหล่
“พี่ก็รู้ดีว่าดินมันเก่งแค่ไหน ขอแค่มันต้องการรู้ ก็ไม่มีอะไรที่ไม่รู้หรอก”
นะโมพูดด้วยรอยยิ้ม แต่คนอื่นยิ้มไม่ออก พวกเขามองพันไมล์ด้วยสายตากดดัน ไม่ต้องการให้พันไมล์ดำเนินคดี เพราะถ้าเรื่องนี้มันแพร่กระจายออกไป ตระกูลของพวกเขาจะกลายเป็นตัวตลกในวงสังคมแน่
“พันไมล์ ฉันขอโทษจริง ๆ ต่อไปฉันไม่กล้าแล้ว”
“นายพูดขอโทษฉันมาหายครั้ง แต่นายก็ยังเอาชื่อฉันไปแอบอ้างอยู่ดี ดังนั้นครั้งนี้ฉันจะไม่รับคำขอโทษของนายแล้ว เพราะมันไม่จริงใจ” พันไมล์พูดอย่างเย็นชา
สิ้นเสียงของพันไมล์ น้าชายของพันไมล์ก็ตบโต๊ะเสียงดัง จนคนอื่นหันมามอง
น้าชายของพันไมล์จึงค่อย ๆ ลดเสียงลง
“พันไมล์ มาร์ชมันก็พี่ชายของแกนะ แกจะแจ้งจับพี่ชายของแกเหรอ” น้าชายถามเสียงลอดไรฟัน
“พี่ชายดี ๆ ที่ไหนจะเอาชื่อน้องไปแอบอ้าง ทำเรื่องเหลวไหล ให้น้องชายต้องการเป็นคนที่เสื่อมเสียชื่อเสียงแทนล่ะ ถ้ายังจับไม่ได้ ตอนนี้ผมคงกลายเป็นมะเร็งร้ายในสายตาของคนในวงสังคมไปแล้ว” พันไมล์ก็ไม่ยอมถอย แต่ต่อมาเขาก็ต้องยิ้มอย่างขมขื่น เพราะแทนที่มารดาของเขา จะเข้าข้างเขา ทว่ามาตำหนิเขาเอง
“พันไมล์ ยังไงก็ครอบครัวเดียวกันทั้งนั้น แกจะต้องทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่ด้วยหรือไง”
“เมื่อกี๊ตอนที่แม่เข้าใจว่าผมเป็นคนจองห้อง ทำไมแม่ไม่มองว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่บ้างล่ะ” พันไมล์ถามออกไปอย่างชืดชา
นะโมเห็นแววตาผิดหวังของพันไมล์ เขาก็เอื้อมมือไปวางบนหลังมือของพันไมล์ แล้วบีบเบา ๆ
พันไมล์สัมผัสได้ถึงความปลอบโยนผ่านทางมือของนะโม เขาก็ค่อย ๆ หงายมือ แล้วกระชับมือนะโมเอาไว้ในมือใหญ่ของเขา
“พวกคุณเห็นเขารังแกได้ง่ายใช่ไหมครับ เลยคอยแต่จะให้เขายอม เวลาเขาถูกรังแก ถ้าอย่างนั้นวันนี้ผมคงต้องบอกว่าพวกคุณคิดผิดแล้ว ที่ผ่านมาไม่มีคนเข้าข้างเขา ไม่มีคนปกป้องเขา แต่ตอนนี้เขามีแล้ว ผม เพื่อนของผม เพื่อนของพี่พันไมล์ พวกเราทุกคนพร้อมจะปกป้องพี่พันไมล์ ไม่ยอมให้เขาต้องได้รับความไม่ยุติธรรม เรื่องแอบอ้างชื่อของโรงแรม ในฐานะแฟนของคนที่โดนแอบอ้างชื่อ และในฐานะที่เป็นเพื่อนของเจ้าของโรงแรม ผมจะถือโอกาสเป็นฝ่ายตัดสินใจแทน ให้ตำรวจเข้ามาจัดการเรื่องนี้” นะโมพูดเสียงเรียบ ก่อนจะลุกขึ้น แล้วพูดกับพันไมล์ว่า
“พวกเรากลับบ้านกันเถอะครับ”
“มึงก็เลยทำตัวเป็นพระเอก ปกป้องนางเอกแหรอ” พสุธาถามเพื่อนสนิท เมื่อเขาได้ยินจากนะโมว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง
“กูอดไม่ได้จริง ๆ คนอื่นน่ะไม่เท่าไร แต่แม่ของพี่พันไมล์โคตรจะลำเอียง รักลูกคนโตมากกว่ายังพอว่า นี่ยังลำเอียงเข้าข้างหลานชายมากกว่าลูกแท้ ๆ ของตัวเอง ไม่เข้าใจคนแบบนี้เลย” นะโมพูดอย่างหงุดหงิด
“ไม่ใช่คนประเภทเดียวกันกับพวกเขา ก็ไม่มีทางเข้าใจคนแบบนั้นหรอก” พสุธาพูด ก่อนจะพูดต่ออีกว่า
“เดี๋ยวกูจะให้ทนายความเกษมช่วยดู ว่าจะใช้กฎหมายข้อไหนเอาผิดได้บ้าง เรื่องนี้ หากคุณกรเทพไม่เอะใจ ไม่โทรศัพท์มาถามกู แล้วปล่อยให้จอง แล้วเกิดว่าคนที่แอบอ้างชื่อของพี่พันไมล์ ไปทำเรื่องผิดกฎหมายในห้องพัก ทำให้พี่พันไมล์เดือดร้อน แบบนั้นโรงแรมก็ปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ เพราะไม่รอบคอบ ไม่ถามหาเอกสารยืนยันตัวตน”
“กูก็คิดแบบนี้นี่แหละ ตอนนั้นเลยพูดไปว่าตัดสินใจในฐานะเพื่อนของเจ้าของโรงแรม มีมึงเป็นเพื่อน กูวางก้ามได้เต็มที่เลยนะ” นะโมพูดกลั้วหัวเราะ
“อย่าว่าแต่วางก้ามเลย ต่อให้มึงวางระเบิด กูก็ช่วยเก็บกวาดให้มึงได้” พสุธาพูดคล้ายจะแค่เล่น ๆ แต่ว่าเขารู้ดีว่าเขาพูดจริงทำจริง
เพราะเขารู้ดี ว่านะโมจะไม่วางระเบิดใส่คนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่อะไรอย่างแน่นอน
“ดินเพื่อนรัก มึงทำให้กูไม่อยากมีแฟนแล้วนะ กลัวว่าแฟนกูจะตามใจกูได้ไม่เท่ามึง” นะโมพูดเสียงจริงจัง
“งั้นก็ไม่ต้องมีสิ ถ้ามีแล้วดีกับมึงได้ไม่เท่ากู ไม่ใช่แค่มึงหรอกนะ หินก็ด้วย ต้องให้กูแสกนดูก่อน ถ้าดีได้ไม่เท่ากู ชาตินี้ก็อย่าหวังว่าจะพามึงกับหินไปได้”
“เดี๋ยวกูมานะ” นะโมพูดขึ้นมา เมื่อได้ยินพสุธาพูดอย่างนั้น
“มึงจะไปไหน” พสุธาถามนะโมอย่างงง ๆ
“กูจะไปดูคานบ้าน ดูว่าอันไหนมันใหญ่สุด กูจะได้จองไว้ก่อน อนาคตกูคงได้ขึ้นไปอยู่บนนั้นแน่ ๆ”
คิดจะหาคนที่ดีได้เท่ามึง ชาตินี้กูได้ตายก่อนมีแฟนแน่
นะโมคิดในใจ
พสุธามุมปากกระตุก
“มึงใจแตกแล้วสินะ อยากรีบมีแฟนแล้วสินะ”
“คนที่ลูบกล้ามอกผู้ชายเมื่อเช้า ยังมีหน้ามาพูดเรื่องนี้กับกูด้วยเหรอ” นะโมถามกลับไป
พสุธาแทบจะสำลักเมื่อได้ยินแบบนั้น
“มึงรู้ได้ยังไง”
“ผีในห้องบอกกูน่ะสิ!”
ช่วงนี้ไรท์มาช้า เพราะคุณยายเป่วยหนัก เข้าแอดมินที่โรงพยาบาล ทำให้่ค่อนข้างยุ่งมาก ขอโทษทุกคนที่รอด้วยนะคะ ต่อไปจะพยายามมาให้เร็วกว่านี้ค่ะ