LNCrawler

135. ตอนที่ 133

คุณชายอย่างผม มีระบบยิ่งลำบากยิ่งร่ำรวย — novel.dek d.com · All chapters

ตอนที่ 133

ลูคัสมองพสุธาที่รัวนิ้วอยู่บนแป้นพิมพ์โน้ตบุค บนหน้าจอก็ปรากฏโค้ดต่าง ๆ ที่เขาไม่เข้าใจเท่าไรนัก แต่ถึงอย่างนั้น ลูคัสก็รู้ดีว่ามันคืออะไร

ลูกรักคนนี้ของเขากำลังจะทำการแฮกเกอร์ข้อมูลบางอย่าง และเขาเพิ่งจะรู้ในตอนนี้นี่เอง ว่าลูกชายของเขามีทักษะนี้

สมกับเป็นลูกรักของเขา ไม่ว่าเรื่องอะไร ก็เก่งไปเสียหมด!

ลูคัสคิดอย่างรื่นเริงใจ

พสุธาไม่รู้ว่าลูคัสกำลังคิดอะไรอยู่ ตอนนี้เขากำลังหาข้อมูลของซาเมียร์

แม้ว่าแผนหญิงงามที่ลูคัสเสนอมา จะถือว่าดี แต่พสุธาต้องการหาวิธีที่ดีกว่านั้น ไม่นาน พสุธาก็เจอข้อมูลที่เขาต้องการ

ซาเมียร์ นอกจากจะเป็นพวกมัวเมาในกามแล้ว ยังติดการพนัน และติดยาเสพติดด้วย เมื่อสิบปีก่อน เจ้าตัวถูกส่งไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยในประเทศสหรัฐอเมริกา และก็ได้เรียนรู้สิ่งเหล่านี้มาจากที่นั่น นอกจากนี้ แม้ว่าจะกลับไปอยู่ที่ภูสีสุกแล้วเมื่อสามปีก่อน แต่ในสามปีนี้ ซาเมียร์ลอบออกนอกประเทศบ่อยมาก เพื่อไปเล่นการพนันตามคาสิโนต่าง ๆ ในต่างประเทศ

ความจริงการเป็นลูกกบฏ และนิสัยไม่ดีเหล่านี้ของเจ้าตัว ไม่สมควรที่จะถูกเอาชีวิต แต่เพราะว่าอย่างที่ลูคัสพูดเอาไว้ ซาเมียร์คนนี้มีนิสัยโหดเหี้ยมอย่างแท้จริง ตั้งแต่ที่เจ้าตัวกลับไปยังภูสีสุก ข้ารับใช้หญิงในคุ้มเจ้าน้อยนั้นหายตัวไปมากกว่าสิบคน

การหายสาบสูญไปอย่างปริศนาของสตรีเหล่านี้ พสุธาคาดเดาได้ว่า หากไม่เสียชีวิตแล้ว ก็คงจะถูกลอบขายออกไปแล้ว เพราะว่าจากข้อมูลที่เขาได้มาเมื่อวันก่อน พวกซาเมียร์นอกจากจะโหดเหี้ยมเผด็จการ ขูดรีดประชาชน ยังลอบค้ามนุษย์อีกด้วย พวกที่ถูกพาตัวไปขายยังต่างประเทศ ทั้งขายเป็น ๆ ทั้งขายอวัยวะภายใน ก็เป็นประชาชนของชาวภูสีสุกทั้งนั้น

ด้วยเรื่องพวกนี้ พสุธาจึงไม่รู้สึกว่าตัวเองทำเกินไปเลยสักนิด ที่วางแผนเอาชีวิตซาเมียร์

“ดูเหมือนว่าเราจะมีตัวเลือกที่ดีกว่า” พสุธาพูดขึ้นมา ริมฝีปากของเขากระตุกขึ้น

“คุณดูสิ แทนที่เราจะลอบฆ่ามันในถิ่นของมัน ไม่สู้ล่อมันมายังถิ่นของเราจะดีกว่า” พสุธาหันไปพูดกับลูคัส

ลูคัสมองคนที่พูดเรื่องการฆ่าได้ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม เขาก็ไม่รู้ว่าจะภูมิใจ หรือเศร้าใจดี

แม้ว่าเขาจะต้องการให้พสุธาเป็นผู้สืบทอด แต่เมื่อเห็นว่าพสุธาก้าวเท้าเข้ามาในโลกมือ มือก็ใกล้จะเปื้อนเลือดจริง ๆ เขาก็ยังรู้สึกว่า พสุธาควรจะได้มีชีวิตที่เรียบง่ายเหมือนเดิมดีกว่า

แต่ลูคัสก็รู้ดี คนอย่างพสุธา ไม่มีทางมีชีวิตที่เรียบง่ายได้หรอก ต่อให้ไม่มีพ่อบุญธรรมอย่างเขา แต่ด้วยทรัพย์สินที่พสุธามี ไม่ช้าก็เร็ว เจ้าตัวก็ต้องเผชิญกับเหตุการณ์ที่ทำให้มือเปื้อนเลือด ไม่ทางตรงก็ทางอ้อมอยู่ดี

“สาวงาม การพนัน บนเรือสำราญของคุณมีทุกอย่างนี่ ล่องผ่านน่านน้ำสากล มีคนตายสักคนหนึ่ง ก็ยากจะสืบสาวเอาเรื่องกับใครได้แล้ว” พสุธาเคาะนิ้วลงกับโต๊ะเบา ๆ ขณะที่พูด

“แต่คุณอาจจะต้องยุ่งยากสักหน่อย เพราะเป็นเจ้าของเรือ”

“ไม่ยุ่งยากอะไร ก็แค่ทายาทกบฏของประเทศเล็ก ๆ ไม่ใช่เหรอ” ลูคัสพูดเสียงเนิบช้า ไม่เห็นภูสีสุกที่มีภูเขาทองคำอยู่ในสายตา

ใช่ ภูสีสุก เต็มไปด้วยภูเขาทองคำจริง ๆ เพราะแบบนี้ มันถึงได้มีชื่อประเทศว่าภูสีสุก ภูเขาที่มีสีแร่ทองสีสุก

“ถ้าคุณมั่นใจอย่างนั้น ผมก็ไม่เกรงใจแล้วนะ” พสุธาพูด ก่อนจะพูดต่อว่า

“ตามข้อมูล ซาเมียร์มีเพื่อนสนิทอยู่กลุ่มหนึ่ง ที่ชอบมั่วสุมทำเรื่องพวกนี้ด้วยกัน เราส่งคนไปล่อลวงเพื่อนกลุ่มนี้ ให้ชักชวนซาเมียร์ขึ้นเรือสำราญของคุณ บนเรือสำราญมีความเสี่ยงหลายอย่าง บางทีอาจจะมีคนเมาแล้วตกน้ำตาย หรือบางทีอาจจะเล่นพนันแล้วแพ้ จนมีเรื่องทะเลาะวิวาท ถูกซ้อมจนตาย หรือบางทีอาจจะถูกศัตรูในเงามืด ลอบฆ่าตายก็ได้” พสุธาคิดว่ามีวิธีการมากมายที่จะสามารถจัดการกับซาเมียร์ได้ ขอเพียงแค่ซาเมียร์ขึ้นเรือสำราญไปก็พอ ไม่จำแป็นต้องใช้แผนสาวงามล่อลวง

“สมกับเป็นลูกของพ่อ” ลูคัสพูดด้วยน้ำเสียงปลาบปลื้ม ภูมิใจ

พสุธามุมปากกระตุก ก่อนจะพูดต่อ

“มันควรจะเป็นเรื่องง่าย ๆ ของคุณใช่ไหม” พสุธาถามลูคัส

“สำหรับพ่อในตอนนี้ อยากจะฆ่าใครสักคน ไม่ต้องวางแผนให้ยุ่งยาก ให้คนไปอุ้มมันมาก็พอ” ลูคัสพูดเสียงสบาย ๆ

พสุธามองลูคัสตรง ๆ ถึงตอนนี้เขาเริ่มอยากรู้แล้วว่า สรุปแล้ว ลูคัสนั้นมีอำนาจมากขนาดไหนกันแน่ ลูคัสเป็นแค่มาเฟียจริง ๆ เหรอ

พสุธาอยากรู้ แต่ไม่อยากถามออกไป เพราะเขารู้ว่าถ้าเขาถามออกไป สิ่งที่ลูคัสแบกเอาไว้ วันหน้ามันจะมาอยู่บนบ่าของเขาอย่างแน่นอน

“อย่ามองพ่อด้วยสายตาแบบนั้นสิ พ่อรู้ว่าพ่อหล่อมาก แต่เราพ่อลูกผูกพันนะ” ลูคัสพูด

พสุธามุมปากกระตุก

“อยากจะเอาเชือกพันคอล่ะสิไม่ว่า” พสุธากัดฟันกรอด เขาคิดว่าต้องรีบหาวิธีไล่ลูคัสกลับไปให้เร็วที่สุด ไม่อย่างนั้นตัวเองอาจจะได้เป็นโรคความดัน หรือไม่ก็เส้นเลือดในสมองแตกอย่างแน่นอน

ฝั่งลูคัสเมื่อได้ยินคำพูดของลูกรัก เขาก็ทำสีหน้าน้อยอกน้อยใจ แต่พสุธามองแล้ว อยากจะชวนเจ้าตัวไปต่อสู้กันสักยกมากกว่า

“ไปสู้กันสักยกไหม ให้ผมดูฝีมือมาเฟียอย่างคุณหน่อย” พสุธาพูดชวนลูคัส เสียงเจ้าเล่ห์

ต่อให้เขามีประสบการณ์การต่อสู้ไม่เท่าลูคัส หรือต่อให้เทคนิคการต่อสู้ของเขา สู้ลูคัสไม่ได้ แต่แค่เขายืนให้ลูคัสชกตรง ๆ เขาก็ทำให้ลูคัสเจ็บโดยไม่ต้องขยับตัวแล้ว

เป็นแบบนี้แล้ว เขายังต้องกลัวว่าจะไม่ชนะลูคัสอีกเหรอ

ฝั่งลูคัสก็ไม่รู้สภาพกระดูกของลูกชาย เขามองเพียงร่างกายที่ผอมบางของพสุธา จากนั้นก็ส่ายหน้า

“ไม่เอาหรอก เราพ่อลูกไม่ใช้ความรุนแรงต่อกันนะ”

พสุธาสีหน้ามืดครึ้ม

“แค่ซ้อมกัน ไม่ได้จะตีกันจริง ๆ สักหน่อย คุณดูถูกผมเกินไปนะ”

ลูคัสส่ายหน้า

“หลายปีมานี้ พ่อไม่ชินกับการเคลื่อนไหวเพื่อป้องกันตัวเอง ถนันแต่จู่โจมเอาชีวิต กลัวว่าตอนลงมือจะคุมตัวเองไม่อยู่ เผลอลงมือรุนแรงเข้าจริง ๆ” ลูคัสพูดเสียงขรึม ก่อนจะพูดต่อว่า

“ไม่อย่างนั้นลูกซ้อมกับบอดี้การ์ดของพ่อไหม พ่อจะหาบอดี้การ์ดที่ไม่ใช่สายจู่โจมให้”

“ไม่ ที่ผมต้องการ ก็พวกสายจู่โจมเนี่ยแหละ” ถ้าอีกฝ่ายไม่จู่โจม แล้วเขาจะโกงได้ยังไงล่ะ

พสุธาคิดอย่างเจ้าเล่ห์

ลูคัสผู้ตามใจลูกชาย สุดท้ายก็ยอมตกลง ดังนั้นแล้ว พวกเขาจึงไปที่สนามหญ้าหลังบ้าน เพื่อฝึกซ้อมกัน

“ไอ้บรูค มึงรู้ใช่ไหมว่าต้องทำยังไง” เพื่อนบอดี้การ์ดถามคนที่ถูกสุ่มเลือกให้ไปสู้กับพสุธาเป็นคนแรก

ในสายตาบอดี้การ์ด แม้ว่าพสุธาจะมีทักษะการต่อสู้อยู่บ้าง และมีฝีมือการยิงปืนที่ยอดเยี่ยม แต่ความเชี่ยวชาญด้านการต่อสู้ พละกำลัง รวมถึงประสบการณ์ ก็ยังคงเทียบไปได้กับพวกเขา ดังนั้นแล้ว เพื่อที่จะไม่ทำให้นายน้อยต้องได้รับบาดเจ็บหนัก ก็ต้องควบคุมแรง ยั้งตัวเองเอาไว้ให้เหมาะสม

พวกเขาไม่รู้เลยว่า สิ่งที่พวกเขาคิดนั้นก็ไม่ใช่ว่าจะผิดเสียทีเดียว เรื่องพวกนั้น พสุธาอาจจะยังสู้ไม่ได้จริง ๆ แต่ว่าในที่นี้ ก็ไม่มีใครสู้เรื่องความแข็งแกร่งกับพสุธาได้

ตราบใดที่พวกเขาใช้หมัดเปล่า ๆ ชกใส่พสุธา ก็เหมือนกับพวกเขาเอากำปั้นไปชกเข้าที่รถถัง

พสุธาได้ยินที่บอดี้การ์ดส่งสัญญาณให้กัน เขาก็ไม่ได้พูดอะไร รอให้พวกเขารู้ด้วยตัวเอง

“พร้อมหรือยัง” พสุธาที่วอร์มร่างกายเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็รู้สึกเลือดลมพุ่งพล่าน อยากจะออกกำลังเสียเต็มทีแล้ว

“พร้อมแล้วครับ” บอดี้การ์ดที่อยู่ในสภาพพร้อมปะทะทุกเมื่อ ก็ตอบเสียงดังฟังชัด และไม่จำเป็นต้องรอสัญญาณ พวกเขาก็พุ่งเข้าหากันในทันที

พสุธาออกตัวเร็วกว่าบอดี้การ์ดของลูคัสอยู่ชั่วเสี้ยววินาที ตอนที่เขากระโจนออกไป เขาก็ง้างหมัดซ้ายออกไปด้วย ทว่าพอถึงตัวบอดี้การ์ดของลูคัสจริง ๆ เขากลับเปลี่ยนเป็นออกหมัดขวาไปอย่างหนักหน่วย

การหลอกล่อ และความรวดเร็วนี้ หากว่าบอดี้การ์ดของลูคัสเร็วไม่พอ เจ้าตัวอาจจะต้องไปหยอดน้ำข้าวต้มที่โรงพยาบาลแล้ว แต่ดีที่บอดี้การ์ดของลูคัสมีประสบการณ์สูง เขาจึงหลบได้ทันในวินาทีสุดท้าย แต่ถึงอย่างนั้น ก็ทำให้เขาเสียการทรงตัว เซล้มไปกับพื้น

บรูครีบกลิ้งตัวหลบ เมื่อเห็นว่าพสุธานั้นตามมา เมื่อกลิ้งมาได้ระยะหนึ่ง เขาก็ตีลังกาพลิกตัวกลับขึ้นมายืนได้ เตรียมพร้อมที่จะรับมือกับพสุธาได้มากกว่าเดิม

พสุธาเลียริมฝีปาก ตอนแรกเขาคิดจะใช้วิธีโกง ยอมให้บอดี้การ์ดต่อยเขาตรง ๆ สักหมัด อีกฝ่ายจะได้รู้ว่าอะไรคือการอย่าเล่นกับของแข็ง ทว่าเมื่อได้ลงมือแล้ว เขาก็กระหายการต่อสู้ขึ้นมาเสียอย่างนั้น ดังนั้นแทนที่จะรีบจบเกม โดยการใช้ทักษะโกงของตัวเอง เขาก็ยินดีที่จะต่อสู้ยืดเยื้อกับบรูคต่อไป

บรูคเห็นแววตากระหายการต่อสู้ของพสุธา เขาก็รู้สึกฮึกเหิมเข้ามาเหมือนกัน และเมื่อนึกถึงที่พสุธาออกตัวได้เร็ว และยังออกหมัดได้เร็วอีก บรูคก็รู้ว่าตัวเองต้องจริงจังกับการต่อสู้ให้มากกว่านี้

ดวงตาสองคู่มองสบกัน ก่อนที่พสุธาจะดึงสายตาออกมาก่อน ไม่ใช่ว่าเขากลัวขึ้นมา แต่เขาไม่อยากได้ยินความคิดของคู่ต่อสู้ในขณะนี้ กลัวจะได้ยินว่าอีกฝ่ายจะวางแผนสู้อย่างไรต่อไป

การต่อสู้แบบนี้ ถ้ารู้ว่าอีกฝ่ายจะทำอะไรล่วงหน้า มันจะไปสนุกได้ยังไงกันล่ะ

พสุธาคิดอย่างตื่นเต้น ก่อนจะพุ่งเข้าหาบรูคอีกครั้งหนึ่ง คราวนี้เขาเงื้อหมัดซ้ายออกไปเหมือนเดิม ขณะที่บรูคก็ไม่ได้หลบ บรูคเตรียมพร้อมที่จะปะทะกับนายน้อยของเขาตรง ๆ

พสุธาเห็นบรูคไม่หลบ เขาก็หน้าเปลี่ยนสี เพราะถ้าบรูคไม่หลบ และต่อให้ยกแขนขึ้นมากันหมัดเขาเอาไว้ได้  แต่นั่นก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เจ้าตัวแขนหัก

พสุธารีบเบี่ยงทิศทางหมัดของตัวเองออก เพื่อให้มันเฉียดใบหน้าของบรูค

บรูค และคนที่ยืนอยู่รอบสนาม ต่างก็มองพสุธาอย่างสับสนมึนงง ไม่เข้าใจว่าทำไมพสุธาจะต้องเบี่ยงหมัดออกไปด้วย หมัดเมื่อครู่นี้ของพสุธา มันชัดเจนมากว่าสามารถเล่นงานบรูคได้จริง ๆ

พสุธาไม่ได้ไขข้อข้องใจกับใคร เขาลงมือจู่โจมบรูคต่อ คราวนี้บรูคก็ไม่ได้ตั้งรับอย่างเดียว ขาแกร่งของเจ้าตัวก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว ทำให้คู่ต่อสู้คิดว่าเจ้าตัวจะถอยหนี แต่ความจริงแล้ว ไม่ใช่ถอย แต่เป็นอาศัยแรงส่งจากเท้าที่ถอยไปข้างหลัง ทำให้ตัวเองพุ่งกระโจนไปข้างหน้า แล้วชนเข้ากับพสุธา

พสุธาที่พุ่งเข้ามาด้วยความเร็ว ก็เบรกตัวเองไม่อยู่ กระแทกชนเข้ากับบรูคที่กลางอากาศ

“ตุบ! อ๊ากกกกกก” เสียงกระแทก ตามมาด้วยเสียงกรีดร้องโหยหวน

บรูคมองหน้าอกของตัวเอง จากนั้นก็มองพสุธาด้วยสายตาหวาดหวั่น สับสน และไม่เข้าใจ

เขาแค่ชนกับนายน้อยเท่านั้น ทำไมเหมือยว่าเขาถูกรถสิบล้อชน

กระดูกของนายน้อยทำจากเหล็กหรือเปล่า ชนแล้วถึงทำให้เขาเจ็บปางตายแบบนี้

บรูคคิดอย่างไม่อยากจะเชื่อ

ไม่ใช่แค่บรูคที่ไม่อยากจะเชื่อ คนที่มองดูอยู่รอบข้างก็ทำตาโตอย่างไม่อยากจะเชื่อ

“บอกให้มันออมมือหน่อย แต่มันดันแกล้งเจ็บใส่นายน้อยเลยเนี่ยนะ นี่ไม่ได้เรียกประจบแล้ว เรียกว่าดูถูกนายน้อย” หัวหน้าบอดี้การ์ดพูดเสียงไม่พอใจ

บรูคที่ได้ยินคำพูดของหัวหน้า เขาก็อยากจะร้องไห้ อยากจะส่งเสียงประท้วง

โยนบาปแล้ว โยนความผิดแล้ว เขาไม่ได้ออมมือ ไม่ได้แกล้งเจ็บ เขาเจ็บมากจริง ๆ

“หัวหน้า ผมเจ็บจริง ๆ นะ ไม่ได้ล้อเล่น ตัวนายน้อยแข็งเกินไปแล้ว เหมือนผมถูกรถสิบล้อชนเลย” บรูคประท้วงให้กับตัวเอง จากนั้นเขาก็ถอดเสื้ออย่างทุลักทุเล เพราะยังรู้สึกเจ็บปวดอยู่ แต่บรูคก็ตั้งใจถอดเสื้อออก เพื่อที่จะได้ให้คนอื่นเห็นว่าที่อกของเขา มีรอยช้ำรุนแรงขนาดไหนกัน

เมื่อบรูคถอดเสื้อ ก็เห็นรอยช้ำสีม่วงอยู่บนหน้าอกของเจ้าตัว

เมื่อพวกบอดี้การ์ดของลูคัสเห็นรอยช้ำบนอกของบรูค พวกเขาก็นิ่งอึ้งไปทันที ก่อนจะพูด

“ไม่มั้ง นั่นมันรอยช้ำจากเหตุการณ์อื่นหรือเปล่า”

“นายน้อยไม่ใช่รถถังสักหน่อย แค่ชนจะทำให้ตัวช้ำได้ยังไง อันที่จริง นายน้อยชนกับบรูคแล้วไม่ได้รับบาดเจ็บ แค่นั้นก็น่าทึ่งพอแล้ว” บอดี้การ์ดของลูคัสซุบซิบกัน ก่อนจะหุบปากฉับ เมื่อถูกลูคัสตวัดสายตามอง

“คนต่อไป” ลูคัสพูดเสียงขรึม หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีคนอาสาลงไปเอง

คนที่ลงมา เป็นบอดี้การ์ดตัวใหญ่ยิ่งกว่าบรูคเสียอีก

เมื่อคู่ต่อสู้ในสนามพร้อมแล้ว การประลองรอบที่สองก็เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ

เทคนิกการต่อสู้ของพสุธาก่อนหน้านี้ ได้ถูกบอดี้การ์ดคาดเดากันเอาไว้แล้ว พวกเขาคิดว่าพสุธาชอบออกตัวพร้อมกับง้างหมัดซ้าย แต่ชกจริงใช้หมัดขวา ดังนั้นบอดี้การ์ดคนนี้ จึงได้เอนตัวเพื่อหลบหมัดขวาของพสุธา ทว่า

“พลั่ก!” เพียงแค่หมัดเดียวเท่านั้น ลูกน้องของลูคัสก็หน้าสะบัด มีฟันซี่หนึ่งที่กระเด็นหลุดออกมาจากปากด้วย

พสุธาที่ยั้งมือเอาไว้ไม่ทัน ก็รู้สึกผิดเล็กน้อย ขณะที่คนอื่น ๆ มองพสุธาด้วยสายตานิ่งอึ้ง

คราวนี้พวกเขาไม่กล้าคิดว่าเพื่อนร่วมงานจงใจออมมืออีกแล้ว และไม่คิดว่าแกล้งเล่นละครว่าเจ็บเกินจริง

มีการแสดงละครที่ไหนบ้าง ที่ทำให้ฟันหลุดออกมาจากปากได้แบบนั้น

“ครั้งนี้นายน้อยเร็วมาก เร็วกว่าตอนที่สู้กับบรูคเสียอีก”

“รวดเร็ว เด็ดขาด เฉียบคม สมกับเป็นนายน้อยของพวกเรา”

“แต่นายน้อยก็ตัวแค่นั้น มือก็แค่นั้น แต่หมัดจะหนักเกินไปหรือเปล่า ทำให้คนตัวโต ๆ กระเด็นไปหลายก้าว ฟันจะหลุดอีก นี่มันน่าทึ่งเกินไปแล้ว”

“ตอนนี้สามารถยืนยันได้ว่าร่างกายของนายน้อยแข็งแกร่งมาก แม้ว่าทักษะการต่อสู้จะยังธรรมดา แต่แค่เรื่องของพละกำลัง ความรวดเร็ว ก็เพียงพอแล้วที่จะพลิกเกม เป็นฝ่ายได้เปรียบ”

บรรดาบอดี้การ์ดของลูคัสต่างก็วิเคราะห์ความสามารถของพสุธา

“คนต่อไป” ลูคัสไม่สนใจคำพูดของลูกน้อง เขาออกปากสั่งให้คนต่อไปลงสนาม

สามวินาทีต่อมา มีฟันที่หลุดออกจากปากเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งซี่ และมีคนที่ฟันหลอเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน

“คนต่อไป” ลูคัสมองลูกน้องที่พ่ายแพ้เป็นคนที่สาม แล้วก็ออกปากสั่งให้คนที่สี่ลงสนาม

คราวนี้ไม่มีคนที่รีบร้อนลงสนามอย่างรวดเร็วอีกแล้ว พวกเขามองตากัน ก่อนที่จะมีคนคนหนึ่งเสียสละตัวเอง ลงสนามมาสู้กับพสุธา

บอดี้การ์ดคนนี้เป็นสายรุกคืบก่อน และเขาก็พบว่าสามคนก่อนหน้านี้ ที่พ่ายแพ้พสุธา เพราะออกตัวได้ช้ากว่า ดังนั้นเขาจึงคิดว่าถ้าตัวเองออกตัวได้เร็วพอ ก็จะเป็นฝ่ายได้เปรียบ เล่นงานนายน้อยของตัวเองได้ก่อน

ดังนั้นเมื่อลงสนามแล้ว ก็พุ่งเข้าหาพสุธาในทันที

พสุธาเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ ที่คราวนี้ลูกน้องของลูคัสเป็นฝ่ายรุกก่อน แต่เขาก็ไม่ได้ช้า พสุธาโยกตัวหลบหมัดของอีกฝ่าย จากนั้นก็เหวี่ยงหมัดขวาออกไป ตามด้วยหมัดซ้าย

การออกหมัดสองครั้งของพสุธา มันเร็วมากจนบอดี้การ์ดของลูคัสแม้จะหลบ ก็หลบได้เพียงแค่เฉียดฉิว ต้องถอยหลังหนี

พสุธาจิ๊ปากเบา ๆ ที่พลาดเป้า ก่อนจะกระดิกนิ้วให้อีกฝ่ายเข้ามา

บอดี้การ์ดที่เป็นคู่ต่อสู้ เมื่อถูกพสุธาเรียก เขาก็ไม่ได้กระโจนเข้าหาทันที แต่มองหาจุดบอด เพื่อที่จะได้ปิดเกมให้จบ แล้วเขาก็พบจุดบอดจากท่ายืนของพสุธา

ร่างสูงใหญ่โตกระโจนเข้าหาพสุธา โดยใช้วิธีเอียงตัวไปด้านขวา ด้วยท่านี้ ปกติแล้วมักจะเป็นการออกหมัดซ้าย ทว่าเขากลับเสยหมัดขวาออกมาแทน

หมัดของบอดี้การ์ดกระแทกเข้าที่ปลายคางของพสุธา แรงปะทะ ทำให้พสุธาหน้าหันไปหนึ่งองศา แต่บอดี้การ์ดที่เป็นเจ้าของหมัด ตอนนี้กำลังตัวแข็งทื่อ มองมือของตัวเอง ที่นอกจากจะมีแผลแล้ว ยังรู้สึกได้ว่ากระดูกมือของเขาแตกหัก

“เฮ้ย นายน้อยที่โดนชกยังไม่เปลี่ยนสีหน้าเลย มึงจะร้องไห้ทำไมเนี่ย”

“มันเสียใจที่ชกโดนนายน้อยหรือเปล่า”

“นี่คือการประลอง นายน้อยไม่ว่าอะไรหรอกน่า”

“ไม่ กูว่ามันแปลก ๆ ละ มึงดูดิ นายน้อยถูกชก หน้าแทบจะไม่หันเลย แต่มึงมองไปที่มือไอ้เลย์”

“ไหน ไอ้เหี้ย ทำไมมือมันแตกแบบนั้น ไปโดนอะไรมาวะนั่น หรือมันเมาแล้วชกกำแพง”

“มึงใช้หัวหน่อยสิ ก่อนหน้านี้มือมันยังดี ๆ อยู่เลย ต่อยนายน้อยไปทีเดียว มือมันก็เป็นแบบนั้นแล้ว”

“มึงจะบอกว่าเพราะชกนายน้อย มันก็เลยมือแตกเหรอวะ มึงคิดว่านายน้อยกระดูกเหล็กหรือไง แข็งกว่ากำแพงหรือไง ถึงทำให้มือไอ้เลย์เป็นแบบนั้นได้”

“แล้วมึงเห็นรอยช้ำที่หน้าอกไอบรูคหรือยังล่ะ นั่นก็แค่ชนกับนายน้อยไม่ใช่หรือไง”

คำพูดนี้ ทำให้บอดี้การ์ดของลูคัสหันไปมองพสุธาเป็นตาเดียว จากนั้นพวกเขาก็มีคำถามเดียวกัน

หรือว่าจริง ๆ แล้วนายน้อยของพวกเขาจะไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นหุ่นยนต์จากต่างดาว ปลอมตัวมาปะปนกับมนุษย์โลก

“นายน้อย..แปลงร่างได้ไหมครับ”