15. ตอนที่ 14
ตอนที่ 14
“คุณป๋าเหรอ” พสุธาพูดเสียงงง ๆ ก่อนจะพูดต่อ
“แล้วเขาไปร้านทองพ่อเฮีย เฮียไม่รู้เลยเหรอ เพื่อนสนิทกันไม่ใช่หรือไง พนักงานที่ร้านเฮียก็ไม่รู้จักคุณป๋าเหรอ”
“มันไปแบบไม่ได้บอกกู พนักงานหน้าร้านตอนนั้นเป็นพนักงานใหม่ ไม่รู้จักไอ้ป๋า”
“อ้อ แต่คนรวยแบบนั้น นอกจากทองคำแท่งที่ซื้อเก็บ กับเล่นหุ้นทอง ก็ไม่ค่อยซื้อทองรูปพรรณไม่ใช่เหรอ หรือต่อให้ซื้อ ก็น่าจะซื้อของใหม่ไปเลยสิ มาซื้อของเก่าทำไมกัน” พสุธายังคงไม่เข้าใจประเด็นนี้
“เรื่องนี้กูก็ไม่รู้แล้ว กูเป็นแค่เพื่อนสนิทของมัน ไม่ใช่พยาธิในท้องมัน จะได้รู้ว่ามันคิดอะไรอยู่” เฮียโก้พูด
พสุธามุมปากกระตุก
“ยังไงก็ขอบคุณนะเฮีย ที่ช่วยดูเรื่องนี้ให้” พสุธาพูดขอบคุณเฮียโก้
“โอ๊ย เรื่องแค่นี้เอง แต่ถ้ามึงรู้สึกติดหนี้บุญคุณกูจริง ๆ ก็ทำอาหารให้กูกินอีกสักหลายมื้อสิ เออ ว่าแต่มึงย้ายไปอยู่ที่ไหน วันไหนกูว่าง ๆ จะได้แวะไปนั่งเล่น” นั่งเล่นที่หมายถึงหอบวัตถุดิบไปให้พสุธาทำอาหารให้กิน
พสุธาก็รู้เรื่องนี้ดี เพราะที่ผ่านมา เฮียโก้ก็ทำแบบนี้อยู่บ่อย ๆ ทำให้เขา และศิลามีอาหารดี ๆ กิน
“เฮียกลัวผีไหมล่ะ ถ้าเฮียไม่กลับ เฮียก็มาได้” พสุธาพูดเกริ่นออกไปก่อน เพราะเขารู้ว่าเฮียโก้ไม่ได้หลอกง่ายเหมือนกับศิลา และนะโม
ไม่สิ มีแค่หินซื่อบื้อคนเดียวเท่านั้นที่หลอกง่าย
“ผีอะไร มึงเช่าบ้านผีสิงอยู่เหรอ หรือว่าบ้านเช่าหลังใหม่มึงอยู่ในป่าช้า”
“ไม่ใช่เฮีย แต่เช่าบ้านตรง...” พสุธาบอกที่อยู่บ้านหลังใหม่ของตัวเองไป
“ฮะ อย่าบอกนะว่ามึงเช่าไอ้คฤหาสน์หลังใหญ่ ๆ ที่เป็นวังเก่าอยู่น่ะ” เฮียโก้ตะโกนเสียงดัง
“ใช่เฮีย ค่าเช่าเดือนละสองพัน บวกกับต้องดูแลบ้านให้เขา” พสุธายังโกหกต่อไป
“มึง มึงกล้าอยู่ด้วยเหรอวะ ไม่เคยได้ยินประวัติบ้านหลังนั้นหรือไง ถึงจะรีโนเวตใหม่แล้วก็เถอะ” เฮียโก้ถาม น้ำเสียงแปลกแปร่ง
“เฮียรู้จักบ้านหลังนี้ด้วยเหรอ” พสุธาถามอย่างแปลกใจ คำพูดของเฮียโก้ เหมือนว่าบ้านหลังนี้จะมีประวัติที่น่ากลัว ทำให้คนไม่กล้าอยู่จริง ๆ
“รู้สิวะ ใครที่เคยผ่านบ้านหลังนั้น ก็น่าจะรู้ทั้งนั้นแหละ เออ แต่มึงถามกูว่าไม่กลัวผีใช่ไหม แสดงว่ามึงก็รู้เหมือนกันสินะ ว่าบ้านหลังนั้นมีคนตายมาก่อน”
“เอ่อ ก็พอรู้บ้างน่ะเฮีย” รู้อะไรล่ะ เขาเพิ่งจะรู้ตอนนี้เนี่ยแหละ แค่ก่อนหน้าโกหกหาข้ออ้างไปอย่างนั้น ไม่คิดว่าคำโกหกที่เขาคิดมาอย่างส่ง ๆ จะกลายเป็นเรื่องจริง
คฤหาสน์หลังงามที่เขาซื้อมาสองพันล้าน มีคนตายมาก่อนจริง ๆ
“มึงรู้แล้วยังกล้าอยู่อีกเหรอวะ”
“ทำไมจะไม่กล้าล่ะเฮีย ผีไม่น่ากลัวเท่าคนหรอก” พสุธาตอบเสียงเนิบ
“เออ ก็จริงของมึง” เฮียโก้คิดแล้วก็คล้อยตามคำพูดของพสุธา ก่อนจะพูดเรื่องไปทำงาน พสุธาก็บอกว่าอีกเดี๋ยวก็จะออกไปแล้ว
“เออ เดี๋ยวเที่ยง ๆ กูไปหาไอ้ป๋า แล้วเจอกัน” เฮียโก้พูดก่อนจะวางสายไป
หลังวางสายจากเฮียโก้ พสุธาก็นิ่งคิดเล็กน้อย ก่อนจะลองค้นหาประวัติของบ้านหลังนี้ดู
ค้นหาอยู่ไม่นาน เขาก็เจอประวัติบ้านหลังนี้จริง ๆ
อย่างที่เขารู้มาก่อนหน้านี้แล้ว คฤหาสน์หลังนี้ เคยเป็นวังเก่ามาก่อน และเจ้าของเก่าที่เป็นทายาทเจ้าของวัง รุ่นสุดท้ายก็คือหม่อมราชวงศ์ผู้หนึ่ง คุณชายคนนั้นแต่งานกับหม่อมหลวงสาว และให้กำเนิดหม่อมหลวงชายคนหนึ่ง หลังจากที่หม่อมหลวงตัวน้อยเกิดได้ไม่กี่วัน ก็ถูกจับหมั้นหมายกับหม่อมหลวงของอีกสกุลหนึ่ง ที่สนิทสนมกันดี ทว่าพอโตขึ้นมา หม่อมหลวงของวังเก่าหลังนี้ ก็ได้ไปตกหลุมรักนักเรียนทหารคนหนึ่ง และต้องการถอนหมั้นคู่หมั้นสาว
แน่นอนว่าพ่อแม่ของหม่อมหลวงคนนี้ย่อมไม่ยินดีอยู่แล้ว ถึงขนาดกีดกัน ด้วยการสั่งห้ามไม่ให้ลูกชายได้พบกับคนรักที่เป็นนักเรียนทหาร ทว่าคนเป็นลูกชายก็หาได้ฟังไม่ ยังลักลอบไปพบอยู่บ่อย ๆ จนสุดท้ายก็ถูกผู้เป็นพ่อโกรธมาก จับขังไว้ในห้อง
ชายคนรักที่เป็นนักเรียนทหารเห็นว่าคนรักถูกจับขังไว้ ก็ลอบเข้ามาในบ้าน และนั่นทำให้โศกนาฏกรรมเริ่มต้นขึ้น เพราะตอนที่ลอบเข้ามา ก็ได้ถูกพ่อของคนรักยิงตาย โดยอ้างเหตุว่าเป็นการเข้าใจผิด คิดว่าเป็นโจรที่บุกรุกเข้ามา หวังฆ่าชิงทรัพย์ จึงได้ตัดสินใจป้องกันตัวก่อน
เมื่อหม่อมหลวงหนุ่มทราบว่า คนรักของตัวเอง ได้ถูกผู้เป็นพ่อของตัวเองยิงปลิดชีพไปแล้ว ขณะที่ลอบเข้ามาพบตัวเอง ด้วยความเศร้าโศกเสียใจ จึงได้ยิงตัวตายตามไป
หลังจากที่บุตรชายเพียงคนเดียวตาย คนเป็นแม่ก็เศร้าเสียใจ และตรอมใจตาย เหลือเพียงผู้เป็นพ่อที่โดดเดี่ยวอยู่ในบ้านหลังนี้ และสุดท้ายก็ตายไปเพียงลำพัง
หลังจากที่ครอบครัวนี้เสียชีวิตทั้งหมด ผู้ที่ได้รับมรดกบ้านหลังนี้ ก็เป็นญาติห่าง ๆ คนหนึ่ง ซึ่งต่อมาญาติคนนั้นได้ย้ายเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้พร้อมกับบุตรและภรรยา ก็เจอเรื่องแปลก ๆ จนอยู่ไม่ได้ ตัดสินใจขายบ้านทิ้ง แล้วย้ายออกไป
จากนั้นบ้านก็ถูกขายต่อหลายต่อหลายครั้ง จนกระทั่งยี่สิบปีผ่านไป บ้านก็ได้ตกมาสู่มือของศรราม และมาถึงมือของพสุธาในที่สุด
ตอนที่ได้ยินวินิจบอกว่า ศรรามซื้อคฤหาสน์หลังนี้มาจากเจ้าของเก่า ก็คิดว่าเป็นเจ้าของแต่ดั้งเดิมเสียอีก ไม่คิดว่าซื้อต่อมาจากคนอื่นอีกทีหนึ่ง
แต่ว่าบ้านหลังนี้เฮี้ยนจริง ๆ เหรอ เขานอนมาสองคืนแล้ว ก็ไม่เห็นจะเจออะไรแปลก ๆ นี่นา
พสุธาคิดอย่างสงสัย แต่เขาก็ไม่มีเวลาคิดได้นานนักหรอก เพราะต้องรีบไปทำงาน
“คุณป๋าครับ ผมขอถามอะไรสักอย่างได้ไหมครับ” พสุธาพูดขึ้นมา หลังจากที่เขาจัดการงานช่วงเช้าเสร็จแล้ว เหลือแค่ทำอาหารเที่ยงเท่านั้น ซึ่งก็ได้เตรียมวัตถุดิบเอาไว้แล้ว
วันนี้เจ้านายของเขาต้องการกินเมนูง่าย ๆ ก็คือข้าวผัดแฮมเบคอน
พสุธาไม่รู้ว่าเจ้าตัวแค่อยากกินง่าย ๆ หรือว่าแค่อยากให้เขาไม่ต้องเสียเวลาทำอาหารมาก แล้วเอาเวลาไปแปลนิยายให้เจ้าตัวกันแน่
แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลไหน เขาแค่ทำตามคำสั่งของนายจ้างก็พอแล้ว
ก็บอกแล้ว ใครจ่ายเงิน ก็เชื่อฟังคนนั้น
“ถามอะไร” ปฐพีก็ไม่รู้ว่าพสุธากำลังคิดอะไรอยู่ เมื่อได้ยินว่าเจ้าตัวมีเรื่องจะถามเขา เขาก็เปิดโอกาสให้เจ้าตัวได้ถาม
“คือว่าเมื่อวานพี่ชายของผมเอากำไลเด็กไปขายที่ร้านทองของเสี่ยก้อน พ่อของเฮียโก้ ซึ่งถามได้ถามเฮียโก้แล้ว กำไลคู่นั้น คุณป๋าซื้อไปใช่ไหมครับ”
“ใช่” ปฐพีนิ่งไปชั่วครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าตอบเสียงเรียบ
“ทำไมคุณป๋าถึงเลือกซื้อกำไลมือสองล่ะครับ” พสุธาอดถามไม่ได้
“ไม่ใช่กำไลมือสอง กำไลเท้าสองต่างหาก มันคือกำไลข้อเท้า” น้ำเสียงของปฐพีจริงจัง
พสุธามองปฐพี อยากรู้ว่าเจ้าตัวพูดจริง ๆ หรือแค่กำลังล้อเล่นหน้าตายอยู่
“อ่า ครับ นั่นแหละ คุณป๋าซื้อเพราะเหตุผลสำคัญหรือเปล่าครับ ถ้าเกิดว่าผมขอซื้อคืน จะเป็นไปได้ไหมครับ” พสุธาเข้าสู่จุดประสงค์จริง ๆ ทันที
“ซื้อคืน พี่ชายนายเอาไปขายเมื่อวาน วันนี้นายก็มาซื้อคืนแล้ว พวกนายสองพี่น้อง น่าสนใจจริง ๆ” ปฐพีมองพสุธา มือสองข้างล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงวอร์มตัวเก่งของเจ้าตัว
พสุธายิ้มแห้ง
“พี่ชายของผมเขายอมขายกำไลเพื่อไปซื้อสร้อยพระมาให้ผมน่ะครับ แต่ว่ากำไลวงนั้นสำคัญมากด้านคุณค่าทางจิตใจ ผมจึงต้องการซื้อคืน หากเป็นไปได้ คุณป๋าช่วยขายคืนให้ผมได้ไหมครับ หรือว่าต้องการอะไรเป็นการแลกเปลี่ยน ตราบใดที่ผมให้ได้ ผมก็ตกลงครับ” พสุธายอมขาดทุนอีกครั้งหนึ่ง
“เพิ่มอาหารวันละมื้อเป็นสองปี” ปฐพียื่นข้อเสนอในทันที
“ตกลงครับ” พสุธาก็ตอบตกลงอย่างรวดเร็ว แต่เขาแอบคิดไม่ได้ว่า
ที่ปฐพีซื้อกำไลทองคำของพี่ชายเขามา ก็เพราะคิดเรื่องนี้เอาไว้แล้วหรือเปล่า
ขณะที่พสุธากำลังคิดสงสัย เขาก็ได้เห็นรอยยิ้มสมปรารถนาของปฐพี เขาก็ยิ่งมั่นใจว่าที่เขาคาดเดานั้นถูกต้องแล้ว
เหมือนว่าเขาจะเจอสายกิน ที่เจ้าเล่ห์เข้าแล้ว!
“มึงมาทำไม” ปฐพีขมวดคิ้วถามเพื่อนที่มาบ้านเขาทุกวัน อย่างเย็นชา
“นี่ก็เที่ยงแล้ว กูก็ต้องมาหาอะไรกินสิวะ” เฮียโก้พูดแล้วเดินเข้ามาในห้องของปฐพี ราวกับเป็นห้องของตัวเอง
“เผื่อมึงจะเข้าใจผิดนะ นี่คอนโดกู ไม่ใช่ร้านอาหาร” ปฐพีกอดอกใส่เพื่อน สีหน้าไม่สบอารมณ์
“แต่คอนโดมึงมีไอ้ดิน ที่ทำอาหารอร่อยแบบที่เชฟภัตตาคารก็สู้ไม่ได้ ร้านอาหารทั่วไปน่ะเหรอ อย่าหวังเลย”
“สรุปก็คือมาหาของแดกฟรีสินะ” ปฐพีแค่นเสียงในลำคอ
“เฮ้ย พูดอะไรหยาบคายแบบนั้นเพื่อน เรียกว่ามากินข้าวเป็นเพื่อนมึงต่างหาก กูก็กลัวมึงจะเหงาไง พี่ชายมึงเข้าป่าไปอีกแล้วไม่ใช่เหรอ” เฮียโก้พูดอย่างร่าเริง ก่อนที่จะตะโกนหาพสุธา
“ไอ้ดิน ทำอะไรกินวะ”
“ข้าวผัดแฮมเบคอน เฮียไปตักเอาเองนะ อยู่ในกระทะน่ะ” พสุธามือหนึ่งถือจานข้าวผัด อีกมือถือน้ำชาผลไม้ที่เขาทำด้วยตัวเอง มาส่งให้กับปฐพี
เฮียโก้ที่ถือว่าที่นี่เป็นบ้านของตัวเอง ก็เดินเข้าครัวไปตักข้าวเองอย่างคุ้นชินดี
“มึงผัดน้อยเกินไปหรือเปล่าวะ” เฮียโก้พูดพลางนั่งลงข้าง ๆ ปฐพี
“น้อยเหรอเฮีย นี่ก็เท่ากับคนปกติกินห้าคนแล้วนะ” พสุธารู้ว่าเฮียโก้จะมาในวันนี้ เขาจึงได้ผัดข้าวเผื่อด้วย แล้วรู้ว่าเจ้าตัวกินจุ ดังนั้นเขาจึงเพิ่มปริมาณไปอีกเป็นเท่าตัว
“แต่อาหารฝีมือมึง กูยังกินได้เยอะกว่านี้ นี่แค่ข้าวผัดยังอร่อยฉิบหาย เฮ้อ อิจฉาผัวในอนาคตมึงจริง ๆ จะได้แดกของอร่อยทุกวัน” เฮียโก้พูดอย่างอิจฉา
“เฮียไม่คิดว่าผมจะมีเมียบ้างเลยเหรอ” พสุธามองตาขวางใส่เฮียโก้ ที่อยู่ ๆ ก็ปักโพให้เขาเสร็จสรรพ
“มึงเนี่ยนะมีเมีย กูนึกภาพไม่ออกเลยว่ามึงจะมีเมียได้ยังไง”
“นึกไม่ออกก็ไม่ต้องนึกหรอกเฮีย เดี๋ยวผมมีเมียเมื่อไร เฮียก็เห็นภาพเอง”
“ตายห่าละ ชาตินี้กูจะได้เห็นภาพนั้นไหมวะ”
พสุธาถลึงตาใส่เฮียโก้
ปฐพีมองดูพสุธา ที่หยอกล้อเล่นกับเฮียโก้ เขาก็พูดเสียงเรียบ
“ข้าวนายล่ะ ไปตักมากินสิ” เมื่อได้ยินประโยคนี้ พสุธาจึงได้เดินไปตักข้าวผัดในครัวมากินบ้าง
“ไม่เห็นเคยรู้มาก่อนเลย ว่ามึงรู้ภาษาจีนด้วย” เฮียโก้พูดอย่างแปลกใจ เมื่อเห็นพสุธากำลังแปลนิยายจีนให้กับเพื่อนสนิทของเขาอยู่
“มีอีกหลายเรื่องที่เฮียไม่รู้” พสุธาพูดตอบแล้วยักคิ้วให้เฮียโก้ครั้งหนึ่ง ทำให้อีกฝ่ายเกิดความหมั่นไส้ขึ้นมา ยื่นมือมาบีบแก้มเขา
“เฮีย อะไรเนี่ย มือหนักชะมัด” พสุธาโวยวาย มือก็ลูบแก้มของตัวเองที่ถูกบีบ
“อะไรมึง กูบีบเบา ๆ ทำเป็นโวยวายนะ ที่ตอนซ้อมมวย มึงต่อยกูจนน่วม กูไม่พูดสักคำ” เฮียโก้พูดแขวะ
พสุธาถลึงตาใส่
“นั่นเพราะเฮียอ่อนเองต่างหากล่ะ”
“เดี๋ยวเถอะมึง เป็นศิษย์คิดล้มครูสินะ ลืมไปแล้วมั้งว่าใครที่สอนมึงชกมวย” เฮียโก้พูดโกรธ ๆ แต่พสุธามองออกว่าเจ้าตัวไม่ได้โกรธจริง ทว่าถึงจะเป็นอย่างนั้น เขาก็ยังยิ้มเผล่ แล้วพูดง้อเจ้าตัวอยู่ดี
“แหะ ๆ ผมล้อเล่นเอง เอาเป็นว่าผมไถ่โทษด้วยการทำของอร่อยให้เฮียกินแล้วกัน เย็นนี้ไปบ้านผมไหมล่ะเฮีย”
“ไม่ไปหรอก กูไม่ว่าง” เฮียโก้ปฏิเสธอย่างรวดเร็ว
“ไม่ว่างหรือกลัวกันแน่เฮีย” พสุธาก็ยั่วยุอย่างซุกซน ทำเอาเฮียโก้กระโดดเหยง ๆ
“ใครกลัวกันวะ ลูกผู้ชายอกสามศอก จะกลัวอะไรกับแค่ผี”
“ยังไม่ได้พูดเลยนะว่าเฮียกลัวผี”
“ก็บ้านที่มึงเช่า มันเป็นบ้านผีสิง นอกจากผีแล้ว ยังมีอะไรต้องกลัวอีกล่ะวะ”
“ก็บอกแล้วไงเฮีย คนน่ากลัวกว่าผีเยอะ” พสุธาแค่นเสียงหัวเราะ เขานึกถึงคนที่ขายบ้านให้เขา
ถึงว่าสิ ยอมลดราคาให้ตั้งห้าร้อยล้าน ที่แท้เพราะว่าบ้านมีประวัติแบบนี้ แล้วไม่มีคนกล้าซื้อจริง ๆ เขาที่ไม่รู้เหนือรู้ใต้ ก็ดันใจง่ายซื้อมา
แต่ว่าต่อให้รู้ล่วงหน้า พสุธาก็ยังจะซื้อบ้านหลังนี้อยู่ดี ต่างออกไปแค่เขาจะกดราคาเพิ่มสักหน่อย
คิดแล้วพสุธาก็อดเสียดายไม่ได้
“ว่าแต่นิยายจีนนี้ ไอ้ป๋ามันจ้างมึงแปลให้เพื่อนรักมันใช่ไหม” เฮียโก้เปลี่ยนเรื่อง
“หืม เฮียก็รู้เหรอ” พสุธาได้กลิ่นเผือกขึ้นมา เขากระซิบถาม สายตามองไปยังประตูห้องหนังสือ
ปฐพีนั่งแปลอยู่ในห้องหนังสือ ส่วนเขาและเฮียโก้นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น
“กูเป็นเพื่อนสนิทมันมาหลายปี ก็ต้องพอจะรู้บ้างแหละวะ”
“อ้อ ก็จริง ว่าแต่เขาดูเป็นคนรักเพื่อนมากเลยนะเฮีย” พสุธาชื่นชมปฐพีในเรื่องนี้จริง ๆ
“หึ ๆ ก็ไม่แน่ว่าจะเป็นแค่เพื่อน นั่นมันแสงจันทร์ขาวนะโว้ย” เฮียโก้ยิ้มกรุ้มกริ่ม
พสุธาหูกระดิกยิ่งกว่าเดิม
“แสงจันทร์ขาวที่หมายถึงรักแรกที่ลืมไม่ลงน่ะเหรอเฮีย” พสุธานึกถึงซีรีส์แนวตั้งที่ตัวเองดูมา เกินครึ่งพระเอกก็มีแสงจันทร์ขาวอยู่ในใจทั้งนั้น
“จริง ๆ แล้วเพื่อนไอ้ป๋าคนนั้นชื่อแสงจันทร์ แต่เพราะไอ้ป๋าให้ความสำคัญมาก เหมือนแสงจันทร์ขาวในใจ กูเลยเรียกแสงจันทร์ขาว” เฮียโก้ยักไหล่ตอบ
“หรือว่าจริง ๆ แล้วโลกนี้จะเป็นซีรีส์แนวตั้งเรื่องหนึ่ง ต้องใช่แน่ ๆ” พสุธาพูดแล้วพยักหน้าหงึกหงักกับตัวเอง
“เพ้อเจ้ออะไรของมึง” เฮียโก้ดีดหน้าผากพสุธาไปทีหนึ่ง
“อ้าว เฮียดูสิ นี่องค์ประกอบครบเลยนะเฮีย เพื่อนเฮียก็รวยโคตร มีเงินแต่มีโรคประจำตัวแปลก ๆ อย่างในซีรีส์ บางคนเป็นโรคกระเพาะ บางคนแพ้ผู้หญิง บางคนนอนไม่หลับ เพื่อนเฮียก็แพ้น้ำประปา ที่สำคัญเลยนะเฮีย มีรักแรกที่ลืมไม่ลง นี่มันพระเอกซีรีส์แนวตั้งชัด ๆ”
“ถ้าไอ้ป๋าเป็นพระเอก งั้นมึงก็เป็นนายเอกสินะ ถูกอุ้มผิดตัว พ่อแม่เศรษฐีรักลูกปลอมมากกว่าลูกจริง พี่ชายตัวจริงไม่ยอมรับ แต่พี่ชายตัวปลอมรักมาก มีพ่อแม่ติดเหล้าติดการพนัน มึงยังสู้ชีวิตรับจ้างหาเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ ประทังชีวิต จุดพลิกอยู่ตรงที่ได้มาทำงานรับใช้เศรษฐี จับพลัดจับผลูได้ขึ้นเตียงกับพระเอกโดยบังเอิญ จากนั้นก็กลายเป็นเมียตลอดชีวิต”
“ไม่มีทางหรอก เฮียลืมไปแล้วเหรอ ว่าเพื่อนเฮียไม่อนุญาตให้ใครเข้าห้องนอน แล้วผมจะจับพลัดจับผลูไปขึ้นเตียงเขาได้ยังไง”
“เตียงไม่ได้ ก็ยังมีโซฟา หรือห้องครัวไม่ใช่หรือไง”