20. ตอนที่ 19
ตอนที่ 19
“นี่คือพนักงานคนใหม่ของร้านเรา ชื่อดิน ทำหน้าที่ล้างจาน” พันไมล์พูดแนะนำพสุธา แก่พนักงานทั้งหลายของร้าน
“เฮีย แบบนี้พวกเราต้องเตรียมตัวหางานใหม่แล้วใช่ไหม”
“เฮีย ยอมจ่ายส่วยแล้วเหรอ”
“เฮีย ที่ร้านก็ลูกค้าเยอะทุกคืนนี่นา ทำไมต้องประหยัดเงินค่าแรงด้วย ไปจ้างแรงงานเด็กมาด้วยล่ะ”
ลูกน้องที่ทำงานมานาน เป็นบาร์เทนเดอร์ของร้านทั้งสามคน ต่างก็พูดกันขึ้นมา
พันไมล์มุมปากกระตุก เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้
คนพวกนี้คิดว่าเขาจ้างแรงงานเด็กมา ทำให้เสี่ยงต่อการถูกสั่งปิดร้าน เนื่องจากร้านของเขาไม่ยอมจ่ายส่วยให้ตำรวจ ทำให้ตำรวจแวะเข้ามาตรวจร้านอยู่บ่อย ๆ แต่ทุกครั้งก็ไม่สามารถเอาผิดเขาได้ เพราะเขาทำตามกฎหมาย เรื่องที่จะยัดข้อกล่าวหา พวกตำรวจก็ไม่กล้าทำ เพราะถึงอย่างไร เขาก็พอจะมีคนหนุนหลังอยู่บ้าง ตำรวจจึงกล้าแค่เข้ามาตรวจร้านทุกเดือนละครั้งสองครั้ง เพื่อให้คนที่มาเที่ยวรู้สึกหมดสนุก
“แรงงานเด็กเตี่ยมึงสิ ดินมันอายุสิบแปดแล้ว เป็นรุ่นน้องกูที่มอด้วย อ้อ เป็นน้องไอ้โก้ กับคนของไอ้ป๋าด้วย” พันไมล์พูดเสียงฉุน
พสุธากะพริบตาปริบ ๆ สองสถานะแรกนั้นไม่มีอะไรผิดปกติ แต่สถานะสุดท้ายนั่นมันอะไร เขาไปเป็นคนของปฐพีตั้งแต่เมื่อไร อย่างมากก็เป็นแค่อดีตพ่อบ้านชั่วคราว และตอนนี้ก็เป็นคนส่งอาหารสองปีเท่านั้นเองนะ
ฝั่งชายหนุ่มทั้งสามคน เมื่อได้ยินที่พันไมล์พูด ก็หันไปมองพสุธาเป็นตาเดียว คราวนี้พวกเขาไม่ได้แปลกใจกับรูปร่างหน้าตาที่ดูเด็กกว่าอายุจริงของเจ้าตัว แต่ตกใจกับคนที่หนุนหลังเจ้าตัวอยู่มากกว่า
เป็นน้องเฮียโก้ นั่นก็ไม่ได้น่าแปลกใจอะไร ปัญหาอยู่ที่เป็นคนของปฐพี
นั่นคือคนดังอันดับหนึ่งของมหาวิทยาลัย เป็นคนที่ใคร ๆ ก็อยากเข้าหา แต่ว่าเจ้าตัวไม่เคยเปิดโอกาสให้ใครเลย ตอนนี้กลับมาคนของตัวเองแล้วเนี่ยนะ
ว่าแต่ว่า ในเมื่อเป็นคนของปฐพี แล้วทำไมถึงมาทำงานเป็นเด็กล้างจานที่ร้านนี้ได้ล่ะ ไม่ใช่ว่าควรจะอยู่สุขสบายหรอกเหรอ
หรือว่าป๋า ไม่ได้ป๋าสมชื่อ
ปฐพีไม่รู้เลยว่า เพราะคำตอบที่หลุดปากออกไปอย่างไม่ตั้งใจ ทำให้ตอนนี้มีคนสงสัยกับความใจ ‘ป๋า’ ของเขาแล้ว
“ที่นี่มีอาหารให้กินฟรีวันละมื้อ แต่ก็เป็นพวกอาหารง่าย ๆ นะ จะกินอะไรก็บอกพ่อครัว” พันไมล์พูดกับพสุธา ก่อนจะหันไปกำชับคนอื่น ๆ ว่าห้ามแกล้งเด็กใหม่
เหล่าคนที่ถูกกำชับ ก็ทำสีหน้าเหมือนว่าโดนใส่ร้าย พวกเขาเคยแกล้งเด็กใหม่ที่ไหนกัน และต่อให้เคยแกล้ง พวกเขาก็ไม่กล้าแกล้งเด็กใหม่ที่มีเพื่อนเจ้าของร้านเป็นผู้หนุนหลังหรอก
“ดิน อายุสิบแปดใช่ไหม พวกพี่อายุสิบเก้า อยู่ปีสอง ฉันชื่ออาร์ม ไอ้แว่นนี่ชื่อหยวน ส่วนไอ้หัวฟูนั่นชื่อเบียร์” สามหนุ่มบาร์เทนเดอร์เริ่มแนะนำตัวเอง
“สวัสดีครับ ผมชื่อดิน” พสุธาแนะนำตัวเองอีกครั้ง
“เรียนคณะไหนล่ะเรา ไม่น่าจะใช่คณะเดียวกับพวกเฮีย ๆ หรอกใช่ไหม”
“เรียนนิติศาสตร์ครับ” พสุธาตอบไป
“โอ้โห เด็กเนิร์ดมาเองเลยนี่หว่า” เบียร์พูดเสียงดัง
พสุธามุมปากกระตุก เขาพอจะรู้มาว่าในสายตาของคนอื่น เด็กคณะนิติศาสตร์เป็นพวกเด็กเนิร์ด เพราะต้องท่องประมวลกฎหมาย แต่ก็ไม่คิดว่าจะมีใครมาพูดต่อหน้าต่อตาแบบนี้
“จะว่าไปก็ดีนะเนี่ย ได้รู้จักเด็กนิติ ต่อไปอาจจะได้ใช้บริการ” อาร์มพูดขึ้นมาบ้าง เจตนาของเขาแค่ต้องการผูกมิตรกับพสุธาเท่านั้น แต่ก็โดนหยวนตบเข้าที่ท้ายทอย
“ใช้บริการพ่อมึงสิ มึงจะใช้บริการทนายได้ หมายความว่ามึงต้องมีเรื่องขึ้นโรงขึ้นศาลนะไอ้โง่”
อาร์มที่ถูกเพื่อนตบเรียกสติ ก็หันไปมองตาขวาง
พสุธาหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ และยังไม่ทันที่เขาจะได้พูดอะไร คนที่เพิ่งเดินออกไปเมื่อครู่นี้ ก็กลับเข้ามาอีกครั้ง แต่คราวนี้เจ้าตัวไม่ได้มาคนเดียว แต่มาพร้อมกับปฐพี
“พี่ป๋า สวัสดีครับ” สามหนุ่มบาร์เทนเดอร์ เร็วกว่าพสุธาไปก้าวหนึ่ง
“คุณป๋า สวัสดีครับ” พสุธาพูดออกไปบ้าง แต่ว่าหลังเขาพูดจบ คนอื่นก็หันมองเขาเป็นตาเดียว
“เพิ่งสังเกตเลยว่าชื่อไอ้ป๋า เพราะถูกหนุ่มน้อยน่ารักเรียกแบบนี้ แล้วมันชวนให้คิดอกุศลจริง ๆ” พันไมล์พูดแล้วยักคิ้วหลิ่วตาใส่เพื่อน
“เพราะใจมึงสกปรก ความคิดก็เลยสกปรกไปด้วยน่ะสิ” ปฐพีก็ปากร้ายกับเพื่อนยิ่งนัก
พันไมล์เอามือกุมอก ทำสีหน้าเจ็บปวดมาก แต่ปฐพีไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย เขาหันมาหาพสุธา
“ข้าวพี่ล่ะ” แม้ว่าพสุธาปฏิเสธที่จะเรียกเขาว่าพี่ แต่ปฐพีก็ยังแทนตัวเองว่าพี่อยู่ดี
“อยู่ในกระเป๋าครับ” เมื่อตอนเที่ยง ปฐพีได้บอกแล้วว่าจะแวะมาเอาอาหารที่ร้านของพันไมล์ ดังนั้นพสุธาจึงทำอาหารใส่กล่องเก็บความร้อน แล้วเอามาด้วย
หลังจากที่พูดจบ พสุธาก็เปิดกระเป๋าเป้ของตัวเอง หยิบกล่องอาหารเก็บความร้อนออกมา
“หืม มึงมาถึงร้านอาหารของกู เพื่อมากินข้าวที่คนของมึงทำมาจากบ้านเนี่ยนะ” พันไมล์มองเพื่อนสนิทอย่างไม่อยากจะเชื่อ ก่อนจะนึกได้ว่าเพื่อนอีกคนเคยบอกเอาไว้ ว่าฝีมือการทำอาหารของพสุธานั้นสุดยอดมาก
“กูจะกินอะไรก็เรื่องของกู” ปฐพีตอบเพื่อนอย่างเย็นชา ก่อนจะเดินไปนั่งยังโต๊ะว่าง ๆ แล้วเปิดกล่องอาหารกลิ่น
เพียงแค่ปฐพีเปิดกล่อง กลิ่นหอม ๆ ของอาหารก็โชยมา
“โคตรหอม เชี่ย หอมมาก น้ำย่อยในกระเพาะประท้วงแล้วเนี่ย แค่ได้กลิ่นเองนะ” เบียร์พูดแล้วกลืนน้ำลายลงคอ ส่วนเพื่อนอีกสองคนก็ไม่ได้แตกต่างกัน
อันที่จริงพันไมล์ก็ด้วย แต่เจ้าตัวถือว่าตัวเองเป็นเพื่อนสนิทของปฐพี ดังนั้นจึงเดินถือตะเกียบเข้าไปหาปฐพี หวังว่าจะขอแบ่งอาหารมากินบ้าง ทว่า
“ไม่ให้” ปฐพีปฏิเสธอย่างเย็นชา
“อะไรว้า มึงไม่เคยขี้งกกับเพื่อนกับฝูงนี่หว่า” พันไมล์ประท้วง แต่สีหน้าของปฐพีไม่เปลี่ยนใจสักนิด ไม่มีความใจอ่อนเลยแม้แต่น้อย
ทว่าแวบต่อมา ประกายตาของปฐพีก็สว่างวาบ เขาดึงตะเกียบจากพันไมล์มา จากนั้นก็คีบกระดูกอ่อนหมูตุ๋นน้ำแดงให้กับพันไมล์หนึ่งชิ้น ให้เจ้าตัวได้ลิ้มรส
พันไมล์ก็รับมาเข้าปากด้วยความคาดหวัง ก่อนที่เขาจะเบิกตากว้าง
ทั้ง ๆ ที่คาดหวังเอาไว้มากแล้ว แต่พอได้กินจริง ๆ เขาก็รู้สึกว่ามันเหนือกว่าที่เขาหวังเอาไว้มาก กระดูกอ่อนหมูที่ถูกตุ๋นจนแทบจะละลายในปาก และตัวเนื้อที่ดูดซึมซอสน้ำแดงเอาไว้ ก็อร่อยลงตัว ไม่มีมากเกินไป หรือน้อยไป
“เชี่ย อร่อยอะไรขนาดนี้ ขอกินอีก แบ่งมาให้กูกินอีก” พันไมล์ ยื่นตะเกียบไป หวังว่าจะคีบหมูตุ๋นน้ำแดงอีก ทว่าปฐพีจะยอมให้ตะเกียบที่ถูกใช้แล้ว มาแตะถูกอาหารของเขาได้อย่างไร นี่ยังไม่รวมถึงว่า เขาเองก็หวงอาหารที่พสุธาทำให้เหมือนกัน
จากที่เคยได้กินวันละสามมื้อ ลดเหลือแค่วันละมื้อแล้ว เขาจะปล่อยให้มีคนมาแย่งกินได้ยังไง!
“มึงอยากกิน ก็ให้พ่อครัวของมึงทำให้กินสิ” ปฐพีพูดแล้วปกป้องกล่องอาหารของตัวเองอย่างเต็มที่
พันไมล์อ้าปากจะบอกว่าพ่อครัวของตัวเองทำไม่อร่อยเท่าของพสุธา แต่ก็นึกอะไรขึ้นมาได้
แล้วทำไมเขาไม่ขอให้พสุธาทำให้เขาเองเลยล่ะ
“ดิน ทำให้พี่บ้างสิ เดี๋ยวพี่ให้เงินพิเศษ ห้าร้อย ไม่สิ ให้หนึ่งพันเลย” พันไมล์เสนอ
สามหนุ่มบาร์เทนเดอร์ เมื่อได้ยินที่พันไมล์พูด รวมถึงท่าทีก่อนหน้านี้ของพันไมล์ และปฐพี พวกเขาก็ยิ่งอยากรู้ว่าอาหารที่พสุธาทำ มันอร่อยเลิศรสขนาดไหน ปฐพีถึงได้หวงขนาดนั้น และพันไมล์ถึงได้ยอมจ่ายเงินหนึ่งพันเพื่อขอให้เจ้าตัวทำอาหารให้
“ได้ครับ” เมื่อได้รับค่าจ้างแยกต่างหาก พสุธาก็ไม่ปฏิเสธ เขาตอบตกลงในทันที นั่นทำให้พันไมล์ยิ้มกว้าง รีบพาพสุธาเข้าไปในห้องครัวทันที
“ที่นี่มีหม้ออัดแรงดันไหมครับ” พสุธาถาม ขณะเดียวกันก็กวาดสายตามองไปทั่วห้องครัวด้วย พ่อครัวและลูกมือรวมทั้งหมดสามคน ก็มองพสุธาด้วยเช่นกัน
“มี ๆ” พันไมล์รีบตอบทันที ก่อนจะบอกพ่อครัวว่าพสุธาจะมาทำอาหารให้เขา
เมื่อพ่อครัวได้ยินคำพูดนี้ สีหน้าก็ไม่ค่อยสู้ดีสักเท่าไร เพราะในฐานะที่เป็นพ่อครัว ห้องครัวก็เปรียบเสมือนห้องทำงานของเขา ตอนนี้จะมีคนเข้ามายุ่งย่ามในห้องทำงาน เขาก็ไม่พอใจ
ทว่าเจ้าของร้านเป็นผู้เอ่ยปากเอง เขาก็ไม่สะดวกจะคัดค้าน ได้แต่หลีกทางให้อย่างเย็นชา
พสุธาไม่สนใจสีหน้าพ่อครัว อย่างไรอีกฝ่ายก็ไม่ใช่คนที่จ่ายค่าแรงให้เขา เขาตรงไปยังตู้แช่วัตถุดิบ หยิบกระดูกอ่อนหมูออกมา จากนั้นก็ตามด้วยเครื่องปรุงต่าง ๆ
พสุธาขยับเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว ราวกับว่าเขาใช้งานครัวนี้มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน และทักษะการใช้มีดของเจ้าตัว ก็อยู่ในระดับชำนาญการ ทำให้พ่อครัวที่เมื่อครู่ยังมองด้วยสายตาเย็นชา เปลี่ยนเป็นประหลาดใจ
เจ้าเด็กคนนี้ ฝีมือการใช้มีดยอดเยี่ยมยิ่งกว่าอาจารย์ของเขาเสียอีก
พ่อครัวถือดีที่มีอาจารย์เป็นสุดยอดพ่อครัว ถึงขนาดได้รับเชิญไปทำอาหารเลี้ยงแขกบ้านแขกเมืองอยู่หลายครั้ง แต่ครั้งนี้ แม้ว่าจะไม่อยากยอมรับ แต่เขาก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า พสุธานั้นมีทักษะการใช้มีดที่ยอดเยี่ยมยิ่งกว่าอาจารย์ของเขา
และพ่อครัวที่มีทักษะการใช้มีดระดับนี้ ต้องไม่มีทางไร้ฝีมือในการทำอาหารเป็นแน่
“รอสี่สิบห้านาที เท่านี้ก็สามารถทานได้แล้วครับ” พสุธาพูดบอก
“พี่กลืนน้ำลายรอแล้ว” ถ้ายังไม่ได้ลิ้มชิมรส ก็ไม่เท่าไร แต่เพราะได้ลิ้มชิมรสมาแล้ว ว่ามันอร่อยขนาดไหน พันไมล์จึงกระวนกระวายใจ อยากให้ครบสี่สิบห้านาทีเร็ว ๆ
ไม่ใช่แค่พันไมล์ แต่พ่อครัว รวมถึงบาร์เทนเดอร์ทั้งสาม ต่างก็รออาหารจานนี้ของพสุธา
“จริงสิ นอกจากหมูตุ๋นน้ำแดงแล้ว ในกล่องข้าวของไอ้ป๋ายังมีผัดผักด้วย นายทำให้พี่หน่อยสิ” เพราะรอหมูตุ๋นไม่ไหว พันไมล์จึงได้อยากกินเมนูอื่นรอก่อน
“ได้ครับ” เห็นแก่เงินหนึ่งพันที่อีกฝ่ายให้ พสุธาจึงได้ตอบตกลงอย่างรวดเร็ว และไม่นาน ผัดผักห้าสีก็โชยกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วครัว
“อร่อย อร่อยมาก ผักสดกรอบ รสชาติกลมกล่อม อร่อยจนบรรยายไม่ถูกเลย” พันไมล์ใช้ตะเกียบคีบผักกินไปหนึ่งคำ เขาก็ทำตาโต จากนั้นก็ชื่นชมออกมา
เห็นท่าทางของพันไมล์ รวมถึงหน้าตาและกลิ่นที่เย้ายวนของอาหาร คนอื่น ๆ ต่างก็ต้องการลิ้มรสด้วย
“คุณพันไมล์ ผมขอชิมบ้างได้ไหม”
“เฮีย ผมขอกินด้วย”
“เฮีย แบ่งให้ผมชิมคำนึง”
“เฮีย ขอกินคำนึงนะ ๆ”
พ่อครัวและสามหนุ่มต่างก็ร้องขอ พันไมล์ต้องการปฏิเสธ แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตอนที่ตัวเองได้กินหมูตุ๋นของปฐพีแค่คำเดียว มันทรมานขนาดไหน เขาก็ยอมแบ่งผัดผักให้ทั้งสี่คนได้ชิมคนละคำ
“อร่อย อร่อยโคตร ๆ ทำไมแค่ผัดผักมันถึงได้อร่อยขนาดนี้”
“โห เกิดมาไม่เคยกินของอร่อยขนาดนี้มาก่อน เชฟภัตตาคารก็สู้ไม่ได้”
คำชื่นชมดังให้ได้ยินไม่ขาด พสุธายิ้มน้อย ๆ ก่อนที่เขาจะเลิกคิ้วขึ้น เมื่อพ่อครัวเดินมาหยุดยืนตรงหน้าเขา
“มีอะไรหรือเปล่าครับ” พสุธาถามออกไป
“คุณรับลูกศิษย์หรือเปล่า” แค่ได้กินผัดผักไปหนึ่งคำ พ่อครัวที่เย่อหยิ่ง ก็ยอมจำนนแต่โดยเร็ว
พสุธาผงะไปเล็กน้อย ก่อนจะส่ายหน้า
“ผมเป็นพนักงานล้างจาน จะรับหัวหน้าพ่อครัวเป็นลูกศิษย์ได้ยังไง”
“อะไรนะ! พนักงานล้างจาน ด้วยฝีมือของคุณ ทำไมถึงเป็นพนักงานล้างจานไปได้ ควรจะมาเป็นหัวหน้าพ่อครัวถึงจะถูก” พ่อครัวพูดอย่างไม่อยากจะเชื่อ หันไปมองพันไมล์ด้วยสายตาเหมือนจะบอกว่า ‘บ้าไปแล้วเหรอ สุดยอดฝีมือแบบนี้ ดันให้ไปล้างจานเสียได้’
พันไมล์เห็นสายตาของพ่อครัว เขาก็ยิ้มอย่างขมขื่น เขาไม่ได้บ้า แล้วก็ไม่ได้โง่ด้วย แต่ว่าพสุธายืนยันหนักแน่นที่จะเป็นพนักงานล้างจานให้ได้ แล้วเขาจะทำอย่างไรได้ล่ะ
อันที่จริง ตอนนี้พันไมล์เสียใจมาก ตอนแรกเขาไม่คิดว่าฝีมือการทำอาหารของพสุธาจะดีขนาดนี้ ต่อให้เพื่อนบอกก็ตาม เขาก็คิดว่าไม่มีทางสู้ลูกศิษย์ของสุดยอดพ่อครัวได้
แต่ตอนนี้เขารู้แล้ว สู้ไม่ได้จริง ๆ หมายถึงลูกศิษย์ของสุดยอดพ่อครัว ที่สู้พสุธาไม่ได้
“ดิน น้องดินที่น่ารัก ไม่เปลี่ยนใจมาเป็นพ่อครับให้พี่จริงเหรอ เรื่องเงินเดือน เราตกลงกันได้นะ ไม่สิ ถ้าน้องดินตกลง พี่แบ่งหุ้นของร้านให้เลย” พันไมล์ยอมทุ่มสุดตัว สรรพนามที่ใช้เรียกพสุธา ก็เปลี่ยนด้วยเหมือนกัน
ข้อเสนอของพันไมล์ ไม่มีใครตกใจเลยสักนิดเดียว พวกเขายังคิดว่าสมเหตุสมผลเสียด้วยซ้ำ
ร้านอาหารอยู่ได้เพราะอะไร เพราะรสชาติอาหารยังไงล่ะ แล้วรสชาติอาหารต้องพึ่งใคร ก็คือพ่อครัวยังไงล่ะ ดังนั้นแล้ว ถ้าร้านอาหารไหนมีพ่อครัวที่ฝีมือการทำอาหารระดับพสุธา ก็ไม่ต้องกลัวเลยว่าร้านจะเจ๊ง
ฝั่งพสุธาเมื่อได้ยินข้อเสนอของพันไมล์ เขาก็อยากตอบตกลงใจแทบขาด ทว่าทำได้แค่ปฏิเสธไปเท่านั้น
ระบบเลือดเย็น ระบบโหดร้าย!
พสุธาตำหนิระบบอีกแล้ว แต่เมื่อคิดได้ว่าระบบเพิ่งจะให้รางวัลที่มีมูลค่ามหาศาลมา เขาก็เลิกบ่นทันที
เทคโนโลยีชิป พร้อมเครื่องผลิตนั่น จะทำเงินให้เขาได้หลายหมื่นล้าน หรือกระทั่งหลายแสนล้าน
“ขอบคุณที่ชอบอาหารของผมนะครับ แต่ผมยืนยันคำเดิม ตอนนี้ผมอยากเป็นพนักงานล้างจานมากกว่า” พสุธาปฏิเสธ และทุกคนก็มองเหมือนเห็นผี
ปฏิเสธ ปฏิเสธเงื่อนไขดี ๆ แบบนี้ เพราะต้องการเป็นแค่พนักงานล้างจานเนี่ยนะ
เกิดอะไรขึ้นกับโลกนี้เนี่ย ทำไมถึงมีคนแบบนี้ได้
“ทำไมน้องดินถึงทำข้าวกล่องให้มึง” พันไมล์ที่ผิดหวังจากการปฏิเสธของพสุธา ก็เดินหน้าม่อยคอตกมาหาเพื่อนอย่างปฐพี ที่ตอนนี้กินข้าวไปจนหมดแล้ว แต่ยังไม่ได้กลับไป
“น้องดิน?” ปฐพีเลิกคิ้ว
“นั่นใช่จุดที่มึงต้องสนใจเหรอ สนใจคำถามของกูสิวะ” พันไมล์มองเพื่อนอย่างขุ่นเคือง
“กูมีข้อตกลงกันไว้ ดินต้องทำอาหารให้กูทุกวัน วันละหนึ่งมื้อ เป็นเวลาสองปี” ปฐพีพูดตอบอย่างไม่ปิดบัง
ไม่ปิดเจตนาโอ้อวดด้วย
พันไมล์ได้ยินคำตอบ สายตาของเขาก็เต็มไปด้วยไฟแห่งความอิจฉา ก่อนที่เขาจะคิดอะไรขึ้นมาได้
“ไหน ๆ น้องก็ต้องทำให้มึงแล้ว กูขอให้น้องทำให้กูด้วยดีกว่า เรียกอะไรนะ อ้อ ผูกกล่องข้าวใช่ไหม กูยอมจ่ายมื้อละพันเลย ขอแค่ได้กินเถอะ” พันไมล์พูดแล้วก็กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่
ปฐพีเมื่อได้ยินคำพูดของพันไมล์ เขาก็มีความไม่พอใจขึ้นมา แต่เมื่อคิดว่าพสุธาจะได้เงินเพิ่มจากการทำอาหาร เขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา พอดีกับที่เพื่อนอีกคนหนึ่งมาถึง
“ไอ้โก้ มาด้วยเหรอมึง” พันไมล์ทักทายเพื่อนสนิทอีกคนของตัวเอง ขณะที่ปฐพีพยักหน้าเนือย ๆ ส่งให้เฮียโก้
“ก็มาสิวะ ไม่มามึงจะเห็นเหรอ” เฮียโก้ตอบอย่างยียวน ก่อนจะมองไปยังกล่องข้าว
“ฝีมือน้องรักของกูสินะ ว่าแต่มันอยู่ไหนแล้ว”
“น้องดินน่ะเหรอ อยู่ในห้องล้างจานแล้ว” พันไมล์พูดตอบ
“น้องดิน?”
“มึงกับไอ้ป๋านี่เหมือนกันจริง ๆ ทำไม การที่กูเรียกแบบนั้นมันมีปัญหาอะไรหรือไง” พันไมล์ชักจะฉุนขึ้นมาเล็กน้อย
“ก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่กูเตือนไว้ก่อน ห้ามจีบน้องกูนะมึง ไอ้ดินมันเด็กดี คู่ควรกับคนดี ๆ”
“ไม่ แล้วกูไม่ดีตรงไหน” พันไมล์รับไม่ได้เป็นอย่างยิ่ง รู้สึกว่าตัวเองโดนสบประมาท
“มึงก็ดี แต่เจ้าชู้ ไม่เหมือนไอ้ป๋า ไม่เจ้าชู้”
“พูดแบบนี้ แสดงว่ามึงคิดจะเป็นพ่อสื่อให้ไอ้ป๋า กับน้องดินสินะ แต่มึงลืมเหรอ คนเจ้าชู้ ก็ไม่สู้คนมีแสงจันทร์ขาวในใจหรอกนะ” พันไมล์ยืดอกพูด
“กูไปมีแสงจันทร์ขาวตั้งแต่เมื่อไร” ปฐพีขมวดคิ้วถาม น้ำเสียงเย็นเยียบ
“กูก็ไม่รู้ว่ามึงมีตั้งแต่เมื่อไร รู้แค่ว่ามึงมี” เฮียโก้พูดเสียงกลั้วหัวเราะ ก่อนจะพูดต่อ
“ไม่ได้แล้ว กูต้องมองหาคนดี ๆ คนใหม่ให้น้องกูก่อน จนกว่ามึงจะลบแสงจันทร์ขาวออกไปจากใจได้”
ปฐพีมุมปากกระตุก อยากจะด่าเพื่อนสักประโยค แต่ก็มีเสียงตระโกนแทรกเข้ามาก่อน
“เฮีย หมูตุ๋นเสร็จแล้ว” เบียร์ที่เฝ้าหน้าหม้ออัดแรงดันที่พสุธาตุ๋นกระดูกหมูอ่อนเอาไว้ ตระโกนอย่างตื่นเต้น
ตื่นเต้นเพราะตัวเองก็เฝ้ารอกินด้วยเหมือนกัน
“ตื่นเต้นอะไรของมึง ไม่มีส่วนของมึงหรอกนะ” พันไมล์มีบทเรียนแล้ว เขาไม่ยอมแบ่งปันอาหารฝีมือของพสุธาให้คนอื่นอีกแน่
“เฮียอย่าใจร้ายแบบนี้สิ น้องดินทำเอาไว้ตั้งเยอะ แบ่งให้พวกผมชิมหน่อยเถอะนะ นะ” อาร์มโผล่หน้ามาอ้อนวอนบ้าง ตามด้วยหยวน และพ่อครัว
“อะไร ไอ้ดินทำอาหารเหรอ มึงเอามาแบ่งกันมาบ้างเลย” เฮียโก้ก็เรียกร้องด้วยเหมือนกัน
พันไมล์มีสีหน้าหมดอาลัยตายอยาก รู้ว่าตัวเองรักษาอาหารเอาไว้ไม่ได้แล้วแน่ ๆ ก็จำใจเดินเข้าครัวไปตักแบ่ง
แน่นอนว่าเขาเก็บของตัวเองเอาไว้ครึ่งหนึ่ง ที่เหลืออีกครึ่ง ค่อยให้ทั้งห้าคนเอาไปแบ่งกัน
ตอนที่พันไมล์เดินถือจานกระดูกอ่อนหมูตุ๋นน้ำแดงออกมาที่โต๊ะอาหาร ก็มีลูกค้าเข้าร้านมาหลายโต๊ะแล้ว กลิ่นหอม ๆ ของหมูตุ๋นน้ำแดงนี่โชยไปเตะจมูกของพวกเขา
“หืม หอม หอมมาก กลิ่นอะไรเนี่ย ทำไมมันหอมขนาดนี้”
“พ่อครัวที่นี่ฝีมือพัฒนาอีกแล้วเหรอ วันก่อนมา อาหารยังไม่หอมขนาดนี้เลย”
“น้อง กลิ่นนี้มันเมนูอะไร เอามาหนึ่งจาน”
“โต๊ะนี้ด้วย”
“โต๊ะพี่ด้วย”
เสียงเรียกบริกรดังอย่างอื้ออึง พนักงานก็ไม่รู้ว่าจะรับออเดอร์นี้ดีหรือไม่ เพราะเขารู้ว่าเมนูที่ลูกค้าต้องการ ไม่ใช่ฝีมือของพ่อครัวประจำร้าน ถ้าเขารับออเดอร์ไปให้พ่อครัวของร้านทำ แล้วทำออกมาไม่เหมือน ลูกค้าได้ด่าตายแน่
เมื่อไม่รู้ว่าจะรับมืออย่างไรดี พนักงานก็เดินไปหาพันไมล์
“เดี๋ยวฉันไปเจรจากับน้องดินก่อน” พันไมล์มีหัวนักธุรกิจ เขาเห็นหนทางทำเงิน
เขาจ้างพสุธาเป็นพ่อครัวไม่ได้ แต่เขาสามารถขอให้พสุธาทำกระดูกหมูตุ๋นน้ำแดงให้เขาได้ ขอเพียงพสุธาตุ๋นทิ้งเอาไว้ก่อนไปล้างจาน เขาก็จะเอามาขายเป็นอาหารจานเด็ดของร้านได้
“แน่นอนว่าพี่ไม่ได้ให้น้องทำฟรี ๆ นะ พี่จะแบ่งส่วนแบ่งให้ด้วย กำไรที่ได้จากการขายเมนูนี้ พี่แบ่งให้น้องเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์เลย” พันไมล์พูดอย่างใจป้ำ
พสุธาทำเป็นครุ่นคิดเล็กน้อย แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ตอบตกลง ก็มีเสียงของระบบดังขึ้นเสียก่อน
‘ตรวจพบภารกิจพิเศษ โฮสต์ต้องทำให้ลูกค้าของร้านสนามเด็กเล่น มีจำนวนเพิ่มขึ้นหนึ่งเท่าตัวในเวลาหนึ่งสัปดาห์ หากโฮสต์ทำสำเร็จ จะได้รับคะแนนภารกิจห้าสิบคะแนน และได้รับกล่องสุ่มของรางวัลระดับทองคำ’
“ตกลงครับ ผมยินดีรับข้อเสนอของพี่” พสุธาตอบตกลงทันที และตอบตกลงรับภารกิจของระบบด้วย
เขาได้คะแนนจากภารกิจเป็นพ่อบ้านให้ปฐพีมาห้าสิบคะแนน ช่วยลดเวลาล้างจานของเขาไปสามสิบวัน จากหนึ่งร้อยห้าสิบเอ็ดวัน เหลือหนึ่งร้อยยี่สิบเอ็ดวัน ถ้าเขาทำภารกิจนี้สำเร็จอีก เขาก็จะลดเวลาล้างจานไปได้อีกสามสิบวัน เหลือเพียงแค่เก้าสิบเอ็ดวันเท่านั้น
หากระหว่างนั้นมีภารกิจพิเศษอีก เวลาล้างจานของเขาก็จะลดน้อยลงไปอีก
พสุธาตาเป็นประกาย ส่วนพันไมล์ก็ดีใจจนตัวลอย
“แล้วเริ่มวันนี้เลยได้ไหม มีลูกค้าหลายคนเรียกร้องมา” พันไมล์ถามพสุธาอย่างคาดหวัง
“ก็ได้ครับ” แน่นอนว่าพสุธาต้องตกลงอยู่แล้ว เพราะเขามีเวลาทำภารกิจให้สำเร็จแค่เจ็ดวันเท่านั้น
“นั่นก็เยี่ยมไปเลย น้องดินของพี่น่ารักจริง ๆ” พันไมล์พูดอย่างมีความสุข ก่อนที่เขาจะรู้สึกเย็นวาบทางด้านหลัง
“น้องดินของใครนะ”