26. ตอนที่ 25
ตอนที่ 25
“ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ มีอะไรหรือเปล่า” ปฐพีที่เดินเข้ามาตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ พูดถามพสุธา แล้วมองพันไมล์ด้วยสายตากล่าวหา เมื่อเห็นพสุธาทำสีหน้าเหมือนอยากจะฆ่าใครสักคน
ปฐพีไม่รู้ พสุธาไม่ได้อยากจะฆ่าคน เขาแค่อยากสู้ตายกับระบบที่โหดร้าย ทั้งยังยั่วโมโหเก่ง
“อย่า อย่ามองกู กูมาพูดเรื่องดี ๆ กับน้องดิน ไม่ได้รังแกอะไรนะ” พันไมล์ก็งุนงงเหมือนกัน
“ขอโทษครับ เหมือนจะทำให้เข้าใจผิดกันแล้ว ผมบังเอิญคิดอะไรบางอย่างอยู่น่ะครับ” พสุธารีบชี้แจงในทันที
“อ้อ มีปัญหาอะไรที่พี่ช่วยได้หรือเปล่า” ปฐพีถาม
พันไมล์หันมองเพื่อนทันที
เมื่อไรกันที่เพื่อนคนนี้ของเขา มีน้ำใจขนาดนี้ ไม่ใช่ว่าเจ้าตัวเกลียดเรื่องยุ่งยากที่สุดเหรอ เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงได้เสนอตัวช่วยแก้ปัญหาของคนอื่นล่ะ
“ไม่มีอะไรครับ แค่คิดว่าเมนูกระดูกอ่อนหมูตุ๋นน้ำแดง ถ้าพรุ่งนี้ทำอีกวัน จะทำให้ลูกค้าเบื่อหรือเปล่า หรือว่าจะเปลี่ยนเป็นสตูว์เนื้อดี” พสุธาโกหกได้อย่างลื่นไหลอีกครั้ง แต่เขาก็คิดว่าน่าสนใจดีเหมือนกัน
“ลูกค้ายังไม่เบื่อหรอก คนที่ได้กิน ต่างก็ร่ำร้องว่าขอจองของวันพรุ่งนี้ด้วย คนที่ไม่ได้กิน ก็บอกว่าจะรีบมาให้เร็วกว่าเดิม”
คนที่ได้กิน เป็นเพราะติดใจรสชาติอาหาร จึงต้องการกลับมากินอีก ส่วนคนที่ยังไม่ได้กิน ก็ถูกความอยากรู้อยากเห็นครอบงำ อีกทั้งยังคิดจะถ่ายเป็นคอนเทนต์ไปลงโซเชียลด้วย จึงมุ่งมั่นกับอาหารจานนี้เป็นพิเศษ
“หรือไม่อย่างนั้นทำสองเมนูเลยดีไหม” พันไมล์เสนออย่างคาดหวัง เขาเองก็อยากกินสตูว์เนื้อด้วยเหมือนกัน
“งั้นวันพรุ่งนี้ผมทำสตูว์เนื้อมาให้ลองชิมดูก่อนดีกว่า ส่วนที่ขายให้ลูกค้า ยังเป็นเมนูเดิม” พสุธาพูด ก่อนจะหันไปหาปฐพี
“คุณป๋า พรุ่งนี้เป็นเมนูสตูว์เนื้อ คุณป๋าขัดข้องไหมครับ” พสุธายังแสดงออกว่าใส่ใจต่อความคิดเห็นของปฐพี
“ได้ ว่าแต่นายจะทำสไตล์ไหน ตะวันตก หรือไทยจีน”
“คุณป๋าอยากทานสไตล์ไหนครับ” พสุธาก็ให้ปฐพีเป็นคนเลือก
“ตะวันตก” ปฐพีตอบทันที
“ได้ครับ งั้นทานคู่กับขนมปังฝรั่งเศส แล้วก็เพิ่มสลัดแตงกวาราดซอสครีมเปรี้ยว แล้วก็ผักย่างอีกหนึ่งย่าง ดีไหมครับ” พสุธาเสนอรายการอาหารสำหรับวันพรุ่งนี้
“ดี เอาอันนี้นี่แหละ สตูว์เนื้อกินคู่กับขนมปังฝรั่งเศส เพิ่มความสดชื่นด้วยสลัดแตงกวาราดซอสครีมเปรี้ยว เสริมด้วยผักย่าง แค่คิดก็น้ำลายจะไหลแล้ว” ไม่ใช่ปฐพีที่พูดตอบ แต่เป็นพันไมล์
พสุธามองปฐพี อีกฝ่ายก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย
“ดังนั้นแล้วรายการอาหารก็เป็นของพวกนี้นะครับ แต่ผมต้องไปซื้อวัตถุดิบเพิ่ม อืม อย่างแรกต้องซื้อไวน์แดง” พสุธาพูด
“ไปตอนนี้เลยสิ พี่พาไปเอง ยังไงก็มีซูเปอร์มาเก็ตที่เปิดตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงอยู่แล้ว” ปฐพีพูดทันที
“นี่เพิ่งจะห้าทุ่มเองครับ ยังไม่ถึงเวลาเลิกงานเลย” พสุธาส่ายหน้าปฏิเสธ
“ไม่เป็นไรหรอก เลิกงานไปก่อนเลยก็ได้ ความจริงตอนนี้ครัวก็ปิดแล้ว ลูกค้าเหลืออีกแค่สองสามโต๊ะเท่านั้น ป้าแจ๋วจัดการได้” พันไมล์รีบพูดทันที
“ไม่ได้ครับ เหมือนเอาเปรียบป้าแจ๋ว” พสุธาส่ายหน้าทันที
“ไม่เอาเปรียบหรอกครับ ยังไงค่าแรงก็คิดเป็นรายชั่วโมงอยู่แล้ว น้องดินเลิกงานเร็วขึ้นหนึ่งชั่วโมง ก็หักค่าแรงไปหนึ่งชั่วโมง” พสุธามุมปากกระตุกทันทีที่ได้ยินประโยคนี้
พันไมล์เห็นสีหน้าของพสุธา เขาก็หลุดหัวเราะออกมา เขาไม่ได้คิดจะหักค่าแรงของพสุธาหรอก แค่พูดไปอย่างนั้นเอง ไม่คิดว่าจะทำให้พสุธาสีหน้ามืดครึ้มขึ้นมาได้
ค่าแรงแค่แปดสิบบาทเท่านั้นเอง ที่จะหายไป แต่ได้เงินจากค่าผูกกล่องข้าวของเขาและเฮียโก้ คนละสามหมื่นต่อเดือน นี่ก็เดือนละหกหมื่นไปแล้ว เจ้าตัวยังจะงกเงินแค่แปดสิบบาทอีกหรือ
พันไมล์อดไม่ได้ที่จะงุนงงเล็กน้อย
“ไปเถอะ แปดสิบบาทนี้พี่ชดเชยให้เอง ถือเป็นการทำงานล่วงเวลา” ปฐพีพูดขึ้นมา
“ตกลงครับ” พสุธาก็ตอบตกลงทันที ทำให้ปฐพีพูดไม่ออกไปชั่วครู่หนึ่ง
ถึงแม้ว่าเขาตั้งใจจะให้จริง ๆ แต่ลึก ๆ ก็คิดว่าพสุธาจะปฏิเสธ ไม่คิดว่าพสุธาจะตอบตกลงอย่างรวดเร็วขนาดนี้
เขาลืมไปได้ยังไงนะว่า เด็กคนนี้ นอกจากจะน่ารักแล้ว ยังหน้าเงินอีกด้วย!
เมื่อตกลงจะไปซื้อของกับปฐพี พสุธาก็โทรศัพท์หาพี่ชาย บอกว่าไม่ต้องมารับเขา ปฐพีจะไปส่งเขาเอง ซึ่งโชคดีมากที่พสุธาโทรศัพท์ไปไว เพราะว่าตอนที่เขาโทรศัพท์ไปบอก ทั้งศิลา และนะโม ต่างก็อยู่บนรถกันเรียบร้อยแล้ว
หลังวางสายโทรศัพท์ พสุธาก็หันไปพูดกับปฐพี
“ใกล้ ๆ บ้านที่ผมเช่าอยู่ มีซูเปอร์มาเก็ต เราไปซื้อกันที่นั่นแล้วกันนะครับ คุณป๋าขับรถไป ผมจะปั่นจักรยานตามไป” พสุธาพูดแล้วเดินไปยังรถจักรยานคันใหม่ของตัวเอง
“นายบอกพี่ชายว่าพี่จะไปส่ง ถ้าพี่ไม่ไปส่ง พี่ชายนายจะมองพี่ยังไง” ความหมายของปฐพีก็คือ พสุธาต้องขึ้นรถไปกับเขา แล้วต้องให้เขาไปส่งถึงหน้าประตูบ้านด้วย
“ถ้าผมไปรถคุณป๋า ผมก็ต้องทิ้งจักรยานไว้ที่นี่อีกน่ะสิครับ” พสุธามองไปยังจักรยานสองคันของตัวเอง ที่จอดอยู่คู่กัน
ปฐพีก็เพิ่งสังเกต และเขาก็รู้ได้ทันทีเลยว่าพสุธามีจักรยานคันใหม่ได้ยังไง
“ไม่ใช่เรื่องยากอะไร เดี๋ยวพี่ให้คนมาเอาไปส่งให้ที่บ้านนายเอง”
เมื่อปฐพีเสนอมาแบบนี้แล้ว พสุธาก็ไม่ได้ปฏิเสธ เขาพูดกับระบบว่า
‘ระบบ นายเห็นความลำบากของฉันไหม จะปฏิเสธก็ไม่ได้ จะไม่ปฏิเสธก็ลำบากใจอีก ฉันลำบากสมกับที่นายต้องการแล้วนะ’ พสุธาคิด แล้วเดินขึ้นรถหรูของปฐพีอย่างร่าเริง
ในที่สุดเขาก็ได้นั่งรถซูเปอร์คาร์อีกครั้งแล้ว
นั่งซูเปอร์คาร์ ไปซูเปอร์มาเก็ต หึหึ ช่างเข้ากันดีเหลือเกิน
“ไวน์แบบนี้ได้ไหม” ปฐพีหยิบไวน์แดงขวดหนึ่งขึ้นมา ถามพสุธา
ตอนนี้พวกเขาอยู่ในโซนเครื่องดื่ม ไม่ได้เลือกซื้อไวน์แดงสำหรับทำอาหาร เพราะพสุธาบอกว่าไวน์แดงสำหรับทำอาหารในซูเปอร์มาเก็ตแบบนี้ มักจะเติมเกลือลงไป ทำให้อาหารเสียรสชาติ
“ไวน์นี้มีรสหวาน ถ้าใช้ทำอาหาร จะทำให้อาหารหวานเลี่ยนจนเสียรสชาติครับ” พสุธาชำเลืองสายตามองขวดไวน์ในมือของปฐพี แล้วก็พูดตอบทันที
ปฐพีเลิกคิ้วมองพสุธา
“นายดูเหมือนจะรู้จักไวน์มากพอสมควร”
“ก็เรียนรู้เอาไว้บ้างครับ” พสุธาตอบออกไป
แต่ที่จริงแล้ว เขารู้จักไวน์ต่าง ๆ เพราะว่าเป็นความรู้ที่มากับทักษะทำอาหาร เนื่องด้วยอาหารอะไร ต้องดื่มคู่กับไวน์แบบไหน ก็ต้องให้ความสำคัญด้วยเหมือนกัน เพื่อให้ได้รับประสบการณ์การกินอาหารที่ดี
เขาเคยได้ยินมาประโยคหนึ่ง
คนจนกินอาหารเพื่อประทังชีวิต คนรวยกินอาหารเพื่อใช้ชีวิต
“งั้นเราต้องใช้ไวน์แบบไหน” ปฐพีก็มีความรู้เรื่องไวน์ดีเหมือนกัน แต่เขาไม่รู้ว่าไวน์แดงแบบไหน ที่เหมาะสำหรับทำอาหาร
เขาถนัดแค่กิน แต่ไม่ถนัดลงมือทำ
“สำหรับสตูว์เนื้อ ใช้กาแบร์เนต์ โซวิญง จะเหมาะสมครับ ด้วยความเป็นไวน์เนื้อแน่น จะช่วยทำให้เนื้อเปื่อยนุ่ม และหอมเครื่องเทศครับ” พสุธาพูดพร้อมกับหยิบไวน์ขึ้นมาขวดหนึ่ง แล้วชูให้ปฐพีดู
“งั้นเหรอ ได้ เชื่อใจพ่อครัวคนเก่งอย่างนาย” ปฐพีพูดแล้วรับขวดไวน์จากพสุธาไปใส่ไว้ในรสเข็น
“คราวนี้พวกเราก็ไปดูเนื้อกัน ถ้าใช้เนื้อสันคอที่มีมันแทรกกำลังพอดี หลังจากตุ๋นแล้ว จะได้รสสัมผัสที่นุ่มละลาย รสชาติเนื้อเข้มข้น ถ้าใช้ส่วนของเนื้อน่องลาย จะมีเอ็นแทรกอยู่ เวลาเคี้ยวจะมีความหนึบหนับของเอ็น ให้รสชาติไปอีกแบบหนึ่ง หรือจะใช้เนื้อร่องซี่โครง จะมีรสชาติล้ำลึก และหอมมันที่สุด เพราะอยู่ติดกับกระดูก คุณป๋าต้องการรสชาติแบบไหนครับ” พสุธาถามปฐพี ในเมื่อเจ้าตัวเป็นคนกิน ก็ให้เจ้าตัวเลือกเสียเองเลย
ปฐพีได้ยินแล้วก็เกิดความโลภ เขาอยากกินทุกแบบเลย
“เอาทุกส่วนเลยได้ไหม”
“เนื้อแต่ละส่วน ใช้เวลาในการตุ๋นที่แตกต่างกันครับ ถ้าจะให้รสชาติที่ดี ก็ต้องทำแยกหม้อกัน” พสุธาพูดตอบ
“งั้นเอาเนื้อสันคอก็แล้วกัน แล้ววันถัดไปก็เอาเนื้อน่องลาย วันถัดไปก็เอาเนื้อร่องซี่โครง”
พสุธาอ้าปากค้าง
“คุณป๋าจะทานสตูว์สามวันติดเลยเหรอครับ”
“ใช่สิ”
“จะไม่เบื่อเหรอครับ”
“ไม่เบื่อหรอกน่า นายก็เปลี่ยนเครื่องเคียงอย่างอื่นเอาก็ได้” ปฐพีพูดตอบ
“งั้นก็ได้ครับ แต่ถ้าเฮียโก้ หรือคุณพันไมล์บ่น คุณป๋าต้องรับผิดชอบเองนะครับ” พสุธาแกล้งแหย่
“พวกมันมีอะไรต้องบ่น ฉันยอมให้นายทำอาหารเผื่อพวกมันก็ดีแล้ว” ปฐพีพูดเสียงนิ่ง
พสุธามองปฐพีเล็กน้อย เขาเกิดความสงสัยอยู่ในใจ
คนทำอาหารก็คือเขา ทำไมปฐพีถึงต้องเป็นผู้ยินยอมล่ะ ไม่ได้เป็นผู้ปกครองของเขาเสียหน่อย
พสุธาสงสัย แต่ก็ไม่ได้ถามออกไป พอดีกับที่มีคนเข็นรถมาชนเขาจากทางด้านหลังด้วย
“เอ๊ะ ทำไมมายืนขวางทางตรงนี้ เกะกะจริง ๆ” คนที่ชนพูดโวยวาย
พสุธานิ่งชะงักไป ก่อนจะมีสีหน้าเย็นชา
“ผมยืนจนติดชั้นวางของอยู่แล้ว แต่คุณยังบอกว่าเกะกะอีกเหรอ” พสุธามถามอย่างอดทน
“ใช่น่ะสิ เห็นฉันมาแล้ว ทำไมแกไม่รีบหลีกทางล่ะ” ชายที่แต่งตัวฉูดฉาด พูดเสียงเย่อหยิ่ง ไม่คิดว่าเป็นความผิดของตัวเองเลยแม้แต่น้อย
“อ้อ ชีวิตนี้ผมจะหลีกทางให้ไม่กี่เหตุการณ์เท่านั้น หนึ่งคือรถพยาบาล สองคือขบวนแห่ศพ สามคือสิ่งแพร่เชื้อโรค คุณเข้าเงื่อนไขข้อไหนล่ะ” พสุธาเลิกคิ้วถามออกไป
สิ้นเสียงของเขา ก็มีเสียงหัวเราะดังขึ้นทันที
พสุธามองไป ก็เห็นว่าปฐพีกำลังหัวเราะอยู่ และนอกจากปฐพีแล้ว ยังมีคนอื่น ๆ ที่อยู่ใกล้ ๆ ก็หัวเราะด้วยเช่นกัน พวกเขาเห็นเหตุการณ์ตั้งแต่ที่ชายแต่งตัวฉูดฉาดเข็นรถไปขนพสุธาแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงมองอย่างสนใจ (ในเรื่องของชาวบ้าน)
ฝั่งคนที่ถูกถามว่าตัวเองจัดอยู่ในประเภทไหน ก็สีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธทันที
“แกด่าฉันเหรอ รู้ไหมว่าฉันเป็นใคร”
“ไม่รู้หรอก แต่ฉันเคยดูซีรีส์มาหลายเรื่อง ตัวร้ายเกรดต่ำชอบพูดประโยคนี้นี่แหละ สุดท้ายก็ลงเอยด้วยการถูกตบหน้าฉาดใหญ่ หลังจากนั้นชีวิตก็พังพินาจย่อยยับ ถ้าเป็นลูกจ้างก็ถูกไล่ออก ถ้าเป็นเจ้าของบริษัท บริษัทก็ล้มละลาย ถ้าเป็นทายาทตระกูลใหญ่ ตระกูลก็ล่มจมแตกสลาย นายเป็นแบบไหนล่ะ” พสุธาพูดจบ ก็มีเสียงหัวเราะดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เสียงหัวเราะดังขึ้นกว่าเดิมอีก สร้างความอับอายให้กับชายหนุ่มเป็นอย่างยิ่ง
“นี่แก..”
“โอ้ คำพูดนี้ก็ยิ่งเหมือน เสตปต่อไปคือจะพุ่งเข้ามาชกฉันสินะ ในฐานะว่าที่นักศึกษาขณะกฎหมาย ขอแจ้งให้นายทราบว่าคดีทำร้ายร่างกาย เป็นคดีอาญา ไม่สามารถยอมความได้” พสุธาพูดจบ ชายหนุ่มคนนั้นก็ชะงักไปเหมือนถูกกดปุ่มหยุด เขากำหมัดเตรียมจะชกออกไปแล้ว ถ้าชกออกไป จะต้องถูกจับ แต่ถ้าไม่ชก ก็ต้องขายหน้า
พสุธายังคงมองชายหนุ่มอย่างท้าทาย
คนถูกท้าทายก็ยิ่งโกรธ แต่ไม่กล้าลงมือ เพราะเห็นคนถือโทรศัพท์ถ่ายคลิปวิดีโอแล้ว
“ครั้งนี้ฉันจะปล่อยแกไปก่อน แต่แกระวังตัวให้ดีเถอะ ลุงของฉันเป็นเจ้าของเด่นการช่าง บริษัทที่มีมูลค่าหลายพันล้าน แกเตรียมตัวตายได้เลย”
พสุธาได้ยินวาจาข่มขู่นี้ เขาก็หลุดหัวเราะออกมา
“เด่นการช่างเหรอ เอาเวลามาหาเรื่องฉัน ไปหาทางให้เจ้าของตึกเกรซลดค่าเช่าให้ดีกว่าไหม หรือไม่ก็หาเวลาไปประมูลโครงการดี ๆ มาสักโครงการ ตอนนี้กำไรติดลบไปสามไตรมาส ถ้ายังมีเวลามายุ่งกับฉัน แล้วบริษัทล้มลาย ก็ไม่ต้องแปลกใจนะ” พสุธาพูดจบก็เดินออกไปทันที ไม่อยู่ต่อล่อต่อเถียงกับชายหนุ่มที่เป็นญาติทางสายเลือดคนนี้อีก
โลกกลมจนน่าโมโหจริง ๆ ไม่คิดว่าจะมาเจอคนตระกูลนี้อีก
“ดังนั้นคนคนนั้นจึงเป็นลูกพี่ลูกน้องของนาย” ปฐพีที่เข็นรถเดินตามมาก็พูดขึ้น
“ผมไม่มีลูกพี่ลูกน้อง มีหินเป็นพี่ชายคนเดียว” พสุธาตอบกลับอย่างรวดเร็ว น้ำเสียงแข็งขึ้นมาเล็กน้อย
ปฐพีสัมผัสได้อย่างชัดเจน ว่าพสุธาไม่พอใจคำพูดประโยคนี้ของเขา และนี่เป็นครั้งแรก ที่เขาเห็นพสุธาในหมวดปากร้ายแบบนี้
“แต่หมอนั่นสมแล้วที่เป็นครอบครัวกิจอนันต์ น่าสงสัยว่าตอนที่สองแฝดนั่นดูซีรีส์แนวตั้ง เจ้าหมอนั่นก็จะนั่งดูอยู่ด้วย” พสุธาพึมพำ
ปฐพีหลุดหัวเราะออกมาอีกครั้งหนึ่ง
“นายก็ดูบ่อยเหมือนกันไม่ใช่เหรอ” ปฐพีแซวยิ้ม ๆ
“ไม่เหมือนกัน ผมดูเพื่อเอามาใช้รับมือ แต่คนพวกนั้นดูแล้วซึมซับพฤติกรรมมา เห็นได้ชัดว่าเป็นพวกไม่มีสมอง” พสุธาปากร้ายยิ่ง
ปฐพียกยิ้ม
“เพราะอย่างนั้น นายอย่าอารมณ์เสียเพราะคนไม่มีสมองเลย ไปเลือกซื้อของต่อกันเถอะ”
“ผมไม่ได้อารมณ์เสียสักหน่อย คนแบบนั้นยังไม่มีค่าพอให้ผมต้องอารมณ์เสียหรอก” พสุธาพูดอย่างเย่อหยิ่ง แต่ไม่ได้ทำให้ปฐพีมีความรู้สึกแง่ลบต่อเจ้าตัวเลยสักนิดเดียว เขามีแต่ความแปลกใจ เพราะเกือบสิบวันที่รู้จักพสุธามา เจ้าตัวมักจะมีท่าทางสุภาพ และดูเป็นคนใจเย็นอยู่เสมอ
ขณะที่พสุธาและปฐพีกำลังเลือกซื้ออาหารกันต่อ คนที่วิ่งหนีไปเมื่อครู่นี้ ก็หยิบโทรศัพท์ออกมาฟ้องลูกพี่ลูกน้องของตัวเองอย่างเด่นหล้า
“พี่ เราต้องไม่ปล่อยมันไปนะ เห็นชัด ๆ ว่ามันเหยียดหยามบริษัทของคุณอา” ถ้อยคำที่พสุธาพูดถึงบริษัทกิจอนันต์ ดนุพัฒน์เล่าอย่างไม่ขาดตกบกพร่องสักคำเดียว กลับกัน ยังแต่งเติมเข้าไปไม่น้อยอีกด้วย ทำให้เด่นหล้าโมโหจนหน้ามืดตามัวไปหมด
“มันเป็นใคร มึงไปหาตัวมันมา กูจะทำให้มันว่าการกล้ามาเป็นศัตรูกับตระกูลของเรา ต้องเจอกับอะไรบ้าง”
“ได้ พี่รอแป๊บนะ” ดนุพัฒน์ ตาเป็นประกาย เมื่อได้ยินว่าลูกพี่ลูกน้องจะเล่นงานพสุธา เขารีบกลับเข้าไปในซูเปอร์มาเก็จอีกครั้ง แล้วถ่ายรูปพสุธาส่งไป ยังติดรูปปฐพีไปด้วย
เมื่อเด่นหล้าเห็นรูปภาพที่ดนุพัฒน์ส่งมา เขาก็ยิ่งโมโหมากกว่าเดิม
“นึกว่าเป็นไอ้โง่ตัวไหน ที่แท้ก็เป็นไอ้เด็กสกปรกนี่เอง!” เด่นหล้าพูดเสียงเหยียดหยาม ลมหายใจถี่กระชั้นจากความโกรธ
“แกพูดถึงใคร” เด่นชัยที่เพิ่งกลับมาถึงบ้าน ก็พูดถามลูกชายของตัวเอง
เด่นหล้าเห็นผู้เป็นพ่อกลับมา เขาก็รีบฟ้องทันที คำพูดของพสุธา ถูกแต่งเติมเข้าไปอีกรอบ
เด่นชัยฟังแล้วก็สีหน้ามืดครึ้มเรื่อย ๆ
“แกแน่ใจนะว่าเป็นเด็กนั่นจริง ๆ” เด่นชัยแม้ว่าจะโกรธมาก แต่ก็ยังเคลือบแคลงใจอยู่เล็กน้อย ไม่ใช่เพราะเชื่อมั่น หรือมองโลกในแง่ดีต่อพสุธา แต่เป็นเพราะเขาคิดว่าในฐานะที่เป็นลูกชายของเขา แต่ต้องไปเติบโตอย่างยากลำบากในสลัม เจ้าตัวสมควรที่จะประจบประแจงให้พวกเขารับตัวกลับมา มากกว่าที่จะหาเรื่องกันแบบนี้
“แน่ใจสิพ่อ นี่ไอ้นุมันส่งภาพมาเองเลย” เด่นหล้าพูดแล้วก็เปิดรูปที่ดนุพัฒน์ส่งมา ให้กับคนเป็นพ่อได้ดู
เด่นชัยรับรูปมาดู แบบแรกเมื่อเห็นว่าเป็นพสุธาจริง ๆ เขาก็หายใจหอบถี่ด้วยความโกรธ แต่เมื่อเห็นคนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ พสุธาในรูป เขาก็เปลี่ยนจากความโกรธ เป็นความตื่นตะลึง
“ทำไมเจ้าเด็กนั่นถึงไปอยู่กับคุณชายรองของตระกูลรัศมีภาณุมาศได้” เด่นชัยถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“อะไรนะ พ่อบอกว่าคนที่อยู่กับไอ้เด็กสกปรกนั่น คือคุณชายรองของตระกูลรัศมีภาณุมาศเหรอ” เด่นหล้าได้ยินคำพูดของผู้เป็นพ่อ เขาก็ลุกขึ้นพรวด แล้วดึงหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเองมาดูอีกรอบ
ก่อนหน้านี้เขาสนใจแต่ใบหน้าของพสุธา ทำให้ไม่ได้สนใจคนอีกคนที่อยู่ในรูปภาพ จนได้ยินผู้เป็นพ่อพูด เขาถึงได้ดูรูปอีกครั้ง แต่ะเมื่อเห็นอย่างชัดเจนแล้ว เขาก็ตัวแข็งทื่อไปในทันที
“ทำไมมันถึงไปอยู่กับคุณปฐพีได้ มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”
“ถ้าแกบอกว่าเด็กนุมันเพิ่งถ่ายรูปนี้ส่งมา ก็หมายความว่าตอนนี้สองคนนี้ เวลาห้าทุ่มกว่า มาเดินซื้อของในซูเปอร์มาเก็ตด้วยกัน ต้องมีความสัมพันธ์ระดับไหน ถึงมาเดินซื้อของด้วยกันตอนเกือบเที่ยงคืนแบบนี้ได้” เด่นชัยพึมพำ ก่อนที่เขาจะดวงตาสว่างวาบ
“หรือเจ้าเด็กนั่น จะเป็นคนรักของคุณชายปฐพี”
“ไม่มีทาง! เป็นไปไม่ได้ คุณชายปฐพีอยู่ระดับไหน จะไปชอบคนอย่างเด็กสกปรกนั่นได้ยังไงกัน” เด่นชัยหล้าเถียงอย่างไม่ยอม เขายอมรับเรื่องนี้ไม่ได้ คนที่พวกเขารังเกียจ แม้แต่จะมีสายเลือดเดียวกัน เขาก็ยังรังเกียจ และไม่ต้องการให้เจ้าตัวกลับมา คนแบบนี้ ถ้าได้ปีนขึ้นที่สูง ได้แต่งงานกับทายาทมหาเศรษฐี แล้วต่อไปพวกเขาจะมีที่ยืนในสังคมได้ยังไง
เด่นหล้ายิ่งคิดก็ไม่ยินยอม แต่ถูกผู้เป็นพ่อตบหน้าเข้าฉาดใหญ่
“ไอ้โง่ ทำไมฉันถึงได้ให้กำเนิดลูกชายโง่ ๆ อย่างแกมานะ ไม่ยอมอย่างนั้นเหรอ เป็นไปไม่ได้อย่างนั้นเหรอ แกดูถูกเด็กนั่นเกินไปแล้ว ด้วยรูปร่างหน้าตาอย่างนั้น จะเป็นที่ถูกใจของคุณชายปฐพีก็ไม่แปลก ที่สำคัญ เด็กนั่นเป็นคนของบ้านเรา ถ้ามันสามารถเกาะคุณชายปฐพีได้จริง ๆ ต่อไปครอบครัวของพวกเรา ก็ไม่ใช่ว่ามีที่พึ่งพิงที่ยิ่งใหญ่หรอกเหรอ ปัญหาเรื่องเงินลงทุนก็จะหมดไปด้วย” เด่นชัยไม่รู้หรอกว่า นอกจากเขาจะไม่ได้เงินลงทุนจากพสุธาแล้ว ถ้ายังไปสร้างความวุ่นวายกับเจ้าตัว บริษัทที่ใกล้จะล้มละลาย จะได้ล้มละลายลงจริง ๆ