LNCrawler

3. ตอนที่ 2

คุณชายอย่างผม มีระบบยิ่งลำบากยิ่งร่ำรวย — novel.dek d.com · All chapters

ตอนที่ 2

“อะไรนะ มึงปฏิเสธที่จะกลับไปอยู่กับพ่อแม่เศรษฐีของมึงเหรอ!” เสียงตะโกนดังลั่นของเด็กหนุ่มที่อยู่ใกล้ ๆ ทำให้พสุธามองตาขวาง

“ตะโกนอะไรของมึงเนี่ย พูดเบา ๆ ก็ได้มั้ง หูกูไม่ได้หนวกสักหน่อย”

“ยังจะพูดเบา ๆ อะไรอีก มึงนะมึง เจอพ่อแม่เศรษฐีของมึงทั้งที ทำไมไม่กลับไปอยู่กับพวกเขาวะ ชีวิตสบาย ๆ มึงไม่ชอบหรือไง จะต้องอยู่ในนรกให้ได้” นโม เด็กหนุ่มผู้เป็นเพื่อนตั้งแต่สมัยเด็กของพสุธา พูดอย่างไม่เข้าใจ

เขาเติบโตมาในวัด เป็นเด็กวัด ไม่รู้ว่าพ่อแม่เป็นใคร เมื่อรู้ว่าพสุธามีพ่อแม่ที่แท้จริงเป็นเศรษฐี เขาก็อดที่จะอิจฉาไม่ได้ ขณะเดียวกันก็ยินดีด้วย ที่พสุธาจะได้หลุดออกจากวงจรนรกสักที

วงจรที่ถูกพ่อผีพนัน แม่ขี้เหล้า โขกสับขูดเลือดขูดเนื้อ

หาเงินได้เท่าไร ก็ถูกสองคนนั้นเอาไปถลุงจนหมด

ฝั่งพสุธา เมื่อได้ยินคำพูดของนะโม เขาก็แค่นรอยยิ้ม

“แล้วมึงแน่ใจได้ยังไงว่า ที่นั่นก็ไม่ใช่นรกเหมือนกัน มันอาจจะเป็นนรกเวอร์ชันหรูหราก็ได้”

จากปฏิกิริยาของครอบครัวกิจอนันต์ที่เขาได้เจอในวันนี้ พสุธาคาดเดาได้เลยว่า ถ้าเขายอมตามคนเหล่านั้นกลับไป เขาจะเจอกับความลำเอียงแบบไหน ไม่แน่อาจจะถึงขั้นโดนทารุณก็ได้

“กูเห็นพวกเขาวันนี้ รักตัวปลอมคนนั้นมาก มากกว่าลูกแท้ ๆ อย่างสองแฝดนั่นเสียอีก หมอนั่นก็ท่าทางอมโรค ดีไม่ดีที่อยากให้กูกลับไป จะบังคับให้กูบริจาคอวัยวะให้ลูกปลอมหรือเปล่าก็ไม่รู้” พสุธาพูดเสียงรังเกียจ

“กูบอกแล้วใช่ไหม ว่าให้ดูซีรีส์แนวตั้งให้น้อยลง” นะโมถอนหายใจ เขารู้สึกว่าเพื่อนของเขาเพ้อเจ้อ และมองโลกในแง่ร้ายเกินไปหน่อย

“เลิกดู ทำไมกูต้องเลิกดูด้วย ก็ต้องดูไว้สิ เพื่อที่จะได้รู้ว่าควรจะป้องกันอะไรบ้าง อีกอย่าง สองแฝดนั่นก็เหมือนจะดูซีรีส์แนวตั้งเหมือนกัน”

“ไม่มั้ง พวกเขาทำงานรับช่วงต่อบริหารบริษัทแล้วไม่ใช่เหรอ จะดูซีรีส์เพ้อเจ้อแบบมึงได้ยังไง” นะโมไม่ค่อยอยากจะเชื่อนัก

“ทำไมจะไม่ดู มึงรู้ไหมว่าวันนี้แฝดผีนั่นพูดอะไรกับกู”

“พูดอะไร” นะโมตั้งใจฟัง

พสุธากระแอมไอในลำคอ แล้วเลียนเสียงของเด่นหล้า

“พวกเรายอมรับน้องดุจเป็นน้องชายแค่คนเดียว” พูดแล้วพสุธาก็กลอกตาจนแทบจะเป็นเลขแปด

“มึงว่าหมอนี่ดูซีรีส์แนวตั้งมากเกินไปไหม”

นะโมหัวเราะออกมา เมื่อได้ยินอย่างนั้น ก่อนจะตบไหล่พสุธาแปะ ๆ

“มึงอาภัพจังว้า เกิดมาเป็นคุณชายทั้งที ดันถูกอุ้มสลับตัว พอความจริงเปิดเผย ยังไม่ได้รับการยอมรับอีก”

“เฮ้อ นั่นสิ ทำไมกูถึงโชคร้ายแบบนี้วะ หรือว่าสวรรค์จะอิจฉาในความหน้าตาดีของกู เลยส่งโชคร้ายมาให้กู”

คำพูดนี้ของพสุธา ทำให้นะโมอดไม่ได้ที่จะพึมพำ

“สวรรค์น่าจะชังกูมากกว่านะ ถึงได้ส่งเพื่อนเพี้ยน ๆ แบบมึงมาให้เนี่ย”

“ได้ยินเนอะ” พสุธาพูดเสียงขุ่นเคือง

มาหาว่าชายผู้สง่างามอย่างเขาเป็นคนเพี้ยน ๆ ได้ยังไง

“ก็ตั้งใจให้มึงได้ยินเนี่ยแหละ” นะโมไม่ได้สลดเลยสักนิด เขาพูดแล้วก็มองหน้าเพื่อน

“แล้ววันนี้มึงไม่ไปล้างจานที่ร้านป้าเพ็ญเหรอ” นะโมถาม เพราะว่าปกติแล้ว พสุธาจะไปล้างถ้วยชามที่ร้านก๋วยเตี๋ยวป้าเพ็ญ

“วันนี้ป้าเขาหยุดร้านหนึ่งวัน เห็นว่าท้องเสีย” พสุธาพูดอย่างเสียดาย

ไม่ใช่เสียดายที่ไม่ได้เงิน แต่เป็นเพราะถ้าเขาได้หยุด ก็หมายความว่าความยากลำบากของเขาลดลงเกินครึ่ง นั่นทำให้คะแนนของเขาลดลงด้วยเช่นกัน

เขาขาดหลายร้อยคะแนน กว่าจะได้อัปเป็นเลเวลสาม

ล้างจานสามสิบวัน เขาได้คะแนนห้าสิบคะแนน ตอนนี้เขาขาดอีกสองร้อยห้าสิบคะแนน นั่นหมายความว่าเขายังต้องล้านจานไปอีกหนึ่งร้อยห้าสิบวัน ไม่สิ นับรวมที่หยุดวันนี้ด้วยแล้ว เขายังต้องล้างจานไปอีกหนึ่งร้อยห้าสิบเอ็ดวัน

เฮ้อ ได้อัปเลเวลช้าไปอีกหนึ่งวันแล้ว

‘ระบบ ฉันทำงานเสริมไม่ได้เหรอ ยังเหลืออีกตั้งร้อยกว่าวัน ถึงจะอัปเลเวลได้’ พสุธาเรียกหาระบบ เมื่อคำนวนแล้วว่าตัวเองยังตั้งล้างจานกว่าอีกหนึ่งร้อยห้าสิบเอ็ดวัน ถึงจะอัปเลเวลได้

‘ระบบตรวจพบว่าโฮสต์มีแนวโน้มที่ชอบความลำบาก กระตุ้นภารกิจพิเศษ เป็นพ่อบ้านชั่วคราว หนึ่งสัปดาห์ เมื่อภารกิจสำเร็จ โฮสต์จะได้รับห้าสิบแต้ม’

‘แต่ฉันยังต้องล้างจาน ถ้าฉันไปเป็นพ่อบ้าน แล้วงานล้างจานของฉันล่ะ’ พสุธาถามระบบ

‘เมื่อโฮสต์รับภารกิจ โฮสต์ก็จะได้คำตอบเอง’ เสียงอิเล็กทรอนิกส์ของระบบดังอย่างเย็นชืด

‘ได้ ฉันรับภารกิจ’ พสุธาตอบรับภารกิจพิเศษนี้ เพราะว่าเขาคิดแล้ว ระบบไม่ได้บังคับให้เขาล้างชามที่ร้ายก๋วยเตี๋ยวป้าเพ็ญ ถ้าเขาลางานแล้วถูกไล่ออก เขาก็เปลี่ยนไปล้างจานที่ร้านอื่นได้

แต่ว่าเขาต้องหาคนมาทำงานแทนเขาที่ร้านก๋วยเตี๋ยวก่อน เพื่อที่ป้าเพ็ญจะได้ไม่ขาดคนช่วยงาน

พสุธาหันมองนะโม ตั้งใจจะขอให้อีกฝ่ายช่วย ทว่าเขายังไม่ทันจะได้พูดออกไป เสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นเสียก่อน

พสุธาหยิบโทรศัพท์ที่หน้าจอแตกร้าวขึ้นมา ก่อนจะกดรับสาย

“สวัสดีครับป้าเพ็ญ” เจ้านายของเขานั่นเองที่โทรศัพท์มา

“ป้าเพ็ญอาการท้องเสียดีขึ้นไหมครับ” ท่าทางอ่อนโยน และสุภาพของพสุธาในตอนนี้ แตกต่างจากตอนอยู่ต่อหน้าคนที่มีสายเลือดเดียวกัน อย่างชัดเจน

“เจ้าดิน ป้าจะบอกว่าป้าจะปิดร้านสักหนึ่งสัปดาห์นะ ลูกชายป้าจะแต่งงานที่อเมริกา ป้าจะไปร่วมงานแต่ง” เสียงของป้าเพ็ญดังผ่านลำโพงโทรศัพท์

พสุธากะพริบตาปริบ ๆ เพราะว่าร้านปิดกะทันหันเกินไป แต่เหตุผลนั้นไม่ควรจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ร้านปิดกะทันหัน

ป้าเพ็ญเพิ่งจะรู้ว่าลูกชายจะแต่งงาน? ถ้าไม่ใช่ ทำไมป้าเพ็ญถึงไม่ได้กำหนดวันหยุดไว้ล่วงหน้า แต่เพิ่งจะโทรศัพท์มาบอกเขาเอาในตอนนี้

พสุธาสงสัย แต่ต่อมาเขาก็นึกได้

นี่ต้องเป็นเพราะระบบอย่างแน่นอน เขาไม่รู้ว่าระบบทำอย่างไร ถึงเข้าไปแทรกแซงเรื่องแบบนี้ได้ แต่เขามั่นใจว่าเป็นฝีมือของระบบ

“รับทราบขอรับเจ้านาย ว่าแต่ฝากคำอวยพรให้เจ้าบ่าวด้วยนะครับ ขอให้ชีวิตคู่หวานชื่นยืนยาวครับ” พสุธารู้จักป้าเพ็ญมาพอ ๆ กับอายุของเขา ดังนั้นจึงคุ้นเคยกับลูกชายของป้าเพ็ญอยู่บ้าง ตอนเด็ก ๆ อีกฝ่ายมาเล่นกับเขา แต่พอโตขึ้น ได้ทุนไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา ก็ไม่ค่อยได้กลับมา นี่ก็ไม่ได้กลับมาสามปีแล้ว

“ได้ ป้าจะบอกเจ้าเพชรให้” ป้าเพ็ญพูด ก่อนจะพูดต่อว่า

“ป้าลืมไปว่าต้องไปอเมริกา พวกของสดป้าก็ซื้อมาแล้ว เอ็งเอาไปกินแล้วกัน ป้าให้ฟรี” ป้าเพ็ญพูดอย่างใจดี

เป็นเพราะเวทนาสงสารพสุธาด้วย ดังนั้นจึงเมตตาเอ็นดูพสุธาเป็นพิเศษ

พสุธาก็ไม่ได้ปฏิเสธความใจดีนี้ เพราะเขารู้ว่าป้าเพ็ญไม่มีญาติคนอื่นอยู่ที่สยามเลย ดังนั้นถ้าเขาไม่เอามา มันก็จะเน่าเสียคาตู้แช่

“ป้าเพ็ญยกพวกวัตถุดิบให้ มึงเอาไปแบ่งน้อง ๆ ที่วัดเถอะ” พสุธาพูดกับนะโม

นอกจากนะโมแล้ว วัดที่นะโมอาศัยอยู่ ยังมีเด็กที่ถูกทอดทิ้งกว่าอีกสิบคน แต่ละคนอาศัยข้าวก้นบาตร ถึงเอาชีวิตรอดมาได้ รวมถึงพสุธาเองด้วย

ตอนเด็ก ๆ เขายังไม่มีระบบ ที่บ้านไม่มีข้าวกิน เขาก็ไปขอข้าววัดกิน ที่บ้านนอนไม่ได้ ถูกพ่อแม่ที่อารมณ์เสียไล่ตีออกจากบ้าน เขาก็ไปขอวัดนอน

พสุธาก็เหมือนจะเป็นเด็กวัดคนหนึ่งด้วยเหมือนกัน

และเพราะว่าเขาใช้ชีวิตอย่างดิ้นรนมาตั้งแต่เด็กเช่นนี้ เมื่อได้รับระบบยิ่งลำบาก ยิ่งร่ำรวย พสุธาจึงอยากจะรวมคำสบถทั่วโลกมาไว้ในปากของเขา แล้วพ่นมันออกมา

ตอนที่พระเจ้าสร้างเขาขึ้นมา ต้องเกลียดเขาแน่ ๆ ถึงได้ให้เขาโชคร้ายแบบนี้!

“แล้วมึงไม่เก็บไว้กินเองหรือไง จริง ๆ วันพรุ่งนี้จะมีคนมาทำโรงทานที่วัด คงมีอาหารอร่อย ๆ ให้กินไม่น้อย พวกนี้มึงเก็บเอาไว้กินเถอะ”

“ของที่ป้าเพ็ญซื้อมาขาย มีเยอะเกิน กูกับหินซื่อบื้อ กินได้ไม่หมดหรอก แบ่ง ๆ กันไปเหอะ อาหารโรงทานเลือกไม่ได้ว่าจะกินอะไร แต่วัตถุดิบพวกนี้ มึงเอาไปให้เด็ก ๆ เลือกได้ว่าจะทำอะไรกิน” พสุธาพูดเสียงเรียบ

“มึงยังเรียกพี่มึงว่าหินซื่อบื้ออยู่อีก พี่แกแค่ไม่เจ้าเล่ห์แบบมึง ไม่ใช่ซื่อบื้อสักหน่อย” นะโมอดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากปกป้องพี่ชายของเพื่อน ที่อายุมากกว่าพวกเขาอยู่สองปี

“พี่มันไปเข็นผักที่ตลาด เขาให้ผักเน่า ๆ มาแทนค่าแรง พี่มันก็ยังรับมา มึงว่าแบบนี้ไม่เรียกว่าซื่อบื้อเหรอ” ถ้าไม่ติดว่าเป็นพี่ชาย พสุธาจะใช้คำว่าที่ตรงไปตรงมายิ่งกว่านี้

“ตอนนั้นพี่มันยังเด็ก ยังไม่รู้เรื่อง โดนเอาเปรียบบ้างก็เป็นธรรมดา”

“แต่มึงกับกูอายุน้อยกว่าพี่มัน ยังบุกไปที่ร้านไปทวงคืนความยุติธรรมได้?” พสุธาโต้แย้งคำเพื่อน

“เออ เอาเป็นว่าพี่มึงแค่ไม่ทันคนนิดหน่อย”

พสุธาหรี่ตามองเพื่อนสนิท

“กูเห็นมึงเป็นเพื่อนสนิท มึงคงไม่คิดจะมาเป็นพี่สะใภ้กูหรอกใช่ไหม”

“เป็นกับผีมึงน่ะสิ มีมึงเป็นน้องผัว กูผูกคอตายดีกว่า”

“หึหึ สรุปว่ามึงไม่ติดที่จะมีผัวสินะ แค่ไม่อยากมีน้องผัวอย่างกูเท่านั้น” พสุธาแสยะยิ้ม

นะโมมุมปากกระตุก

“กูไม่ได้จะมีผัวโว้ย กูจะมีเมีย” นะโมพูดเสียงเสียงดัง

“เอาเลย กูจะรอดูว่ามึงจะมีเมีย หรือถูกคนอื่นจับทำเมีย” พสุธาพูดแล้วก็แสยะยิ้ม และก่อนที่เขาจะพูดอะไรอีก เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาก็ดังขึ้นอีกครั้ง

พสุธามองหน้าจอโทรศัพท์ ก่อนจะกดรับสาย

“มีอะไรเฮีย” เขากรอกเสียงลงไปอย่างสบาย ๆ

คนที่โทรศัพท์มาหาเขา ก็คือเฮียโก้ เป็นลูกชายเจ้าของค่ายมวยที่อยู่ในละแวกนี้ เขารู้จักกับอีกฝ่ายเมื่อสามปีก่อน ตอนที่เขาได้ระบบมาแล้ว และก็สนิทสนมกันมาเรื่อย ๆ จนตอนนี้อีกฝ่ายมองเขาเป็นน้องชายแท้ ๆ ไปแล้ว

“ได้ยินว่าร้านก๋วยเตี๋ยวป้าเพ็ญปิดอาทิตย์นึง มึงว่างแล้วก็ขาดรายได้ใช่ไหม” เพราะค่าแรงได้เป็นรายวัน เมื่อหยุดงาน พสุธาก็ไม่มีรายได้

“เฮียมีงานให้ผมทำเหรอ” พสุธารู้เหตุผลที่อีกฝ่ายติดต่อมา

“มึงมันแสนรู้จริง ๆ” ชายหนุ่มกล้ามโตที่อยู่ปลายสาย พูดชมเสียงกลั้วหัวเราะ

“เฮีย นี่ไม่ใช่หมา” พสุธามุมปากกระตุก

“ไอ้โก๋บอกมึงดุเหมือนหมา” เฮียโก้พูดตอบกลับ และ ‘ไอ้โก๋’ ที่เฮียโก้พูดถึง ก็คือน้องชายของเฮียโก้นั่นแหละ อีกฝ่ายมีอายุเท่ากับพสุธา แล้วก็นับได้ว่าเป็นทั้งเพื่อนและคู่กัด

“เหอะ ๆ เฮียบอกมันว่าอย่าห้าวมาก เดี๋ยวได้กินกำปั้นแทนข้าว”

“มึงห้าวยิ่งกว่ามันอีก” เฮียโก้พูดเสียงเหนื่อยใจ ก่อนจะพูดต่อ

“ไร้สาระพอแล้ว ที่กูโทรฯมา คือหางานให้มึงทำได้แล้ว อยู่ที่ว่ามึงจะทำไหม”

“งานอะไรเฮีย”

“งานพ่อบ้าน พ่อบ้านประจำของเพื่อนกูลางานอาทิตย์มึง มึงก็ว่างงานอาทิตย์นึงเหมือนกัน สนใจไปเป็นพ่อบ้านให้เพื่อนกูไหม ค่าตอบแทนดีนะโว้ย บ้านมันรวยจะตายห่า”

พสุธาขยับตัวอย่างกระตือรือร้น

เป็นพ่อบ้านหนึ่งสัปดาห์? นี่มันไม่ใช่ภารกิจที่ระบบเพิ่งจะมอบหมายให้เขาหรือไง นี่ก็น่าจะเป็นพลังของระบบด้วยสินะ

“ต้องทำอะไรบ้างเฮีย”

“ก็ทำความสะอาด ทำอาหาร ซักผ้ารีดผ้า อะไรแบบนี้แหละ มันให้ห้าพัน มึงจะเอาไม่เอา”

“เอาดิเฮีย” ล้างจานได้วันละสองร้อย เจ็ดวันเพิ่งจะได้แค่หนึ่งพันสี่ร้อย แต่เป็นพ่อบ้านได้ตั้งห้าพันนะ เขาไม่เอาก็โง่แล้ว

“ว่าแต่เพื่อนเฮียเป็นคนรวยไม่ใช่เหรอ เขาจะไม่รังเกียจนี่ใช่ไหม” พสุธาอดถามไม่ได้ ไม่ใช่ว่าเขากลัว หรือไม่มั่นใจในตัวเอง แต่บางคนก็เหยียดเด็กที่โตมาจากสลัม แล้วก็ไม่ได้เรียนโรงเรียนดี ๆ แบบเขา

พสุธาเรียนจบจากการศึกษานอกระบบ และเขากำลังรอเข้ามหาวิทยาลัย

“กูบอกเรื่องของมึงไปแล้ว มันก็ไม่ได้ต่อต้านอะไร แต่มันมีข้อแม้ คือมันไม่ชอบให้ใครเข้าห้องนอนมัน มึงไปคอนโดมัน ก็ไม่ต้องเข้าห้องนอนมัน แล้วมันก็ไม่ชอบให้ใครแตะตัวด้วย มึงอย่าไปแตะตัวมันล่ะ”

“นี่มันพระเอกซีรีส์ไม่ใช่เหรอเฮีย มีแฟนเก่าเป็นตัวร้ายปากแดงไหม” พสุธาถามเสียงกลั้วหัวเราะ

“มันไม่ชอบให้ใครถูกตัวมัน มึงว่าคนอย่างมันจะมีแฟนได้ไหมล่ะ”

“อะไร แม้แต่แฟนก็ยังไม่ให้จับเหรอ” พสุธาแปลกใจอย่างแท้จริง

ตอนแรกเขาคิดว่าเป็นพวกถือตัวเฉย ๆ แต่ถ้าขนาดที่แฟนยังไม่ยอมให้จับตัว น่าจะเป็นป่วยทางใจแล้วหรือเปล่า

“อย่าว่าแต่แฟนเลย พ่อแม่มัน มันยังไม่ยอมเลย”

“อ้อ แล้วมีข้อห้ามอะไรอีกไหม” แม้ว่าจะสงสัย แต่พสุธาก็ไม่คิดจะใส่ใจมากเกินไป

“มันแพ้น้ำประปานะ ถ้าโดนน้ำประปาจะผื่นขึ้น”

“โทษนะ แล้วใช้ชีวิตมายังไง”

“ก็อยู่บ้าน มันใช้น้ำแร่ทั้งหมด คอนโดมันเป็นโครงการของบ้านมัน ท่อน้ำแร่ต่อตรงถึงห้องมันเลย”

“แล้วเวลาอยู่ข้างนอกล่ะ” พสุธาสงสัยจริง ๆ

“มันมีรถห้องน้ำเคลื่อนที่ตามมันไป”

พสุธาพูดไม่ออกเมื่อได้ยินอย่างนั้น เขาเคยดูซีรีส์มาหลายเรื่อง พวกที่รวยเวอร์ ๆ เวลาไปไหนจะมีรถบอดี้การ์ดขับตามเป็นขบวน เพิ่งเคยเห็นคนรวยที่มีรถห้องน้ำเคลื่อนที่ขับตามนี่แหละ

ยังดีนะที่รวย ถ้าเกิดมาจนแบบเขา คงไม่ต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปแล้ว

“ต้องทำอาหารด้วย มีอาหารที่แพ้ไหมเฮีย” พสุธาถามต่อ เขารู้สึกว่างานพ่อบ้านนี้ยากกว่าที่เขาคิดเอาไว้

“แพ้อาหารทะเลทุกอย่าง”

“จบเห่แล้ว ดันแพ้ของอร่อย” พสุธาพูด

“มึงก็ระวัง ๆ หน่อยแล้วกัน เออ แล้วสรุปมึงรับงานนี้ใช่ไหม ถ้ารับก็มาหากูที่ค่าย เดี๋ยวกูจะพาไปส่งที่คอนโดมัน” เฮียโก้พูด

“รับดิเฮีย แต่รับใช้ยากขนาดนี้ ขอเพิ่มเงินได้ไหม” พสุธาถามติดตลก แต่ถ้าได้จริงก็เอา

“มึงก็ดูแลมันให้ดี ๆ มันใจป๋าสมชื่อมันจะตาย ถ้าเกิดมันถูกใจ จากห้าพัน มึงอาจจะได้ห้าหมื่น”

“เพื่อนเฮียชื่อป๋าเหรอ พ่อแม่ช่างตั้งจริง ๆ” พสุธากลั้วหัวเราะ

“มันมีพี่ชายนะมึง ชื่อเสี่ย”

“อยากเห็นหน้าพ่อแม่เลย ตั้งชื่อโคตรจะครีเอต นี่ตั้งใจจะให้ลูกเป็นสายเปย์ใช่ไหมเนี่ย” พสุธาพูดขำ ๆ ก่อนที่พวกเขาจะคุยกันอีกหลายประโยค แล้วค่อยวางสาย

“เฮียโก้หางานมาให้กูทำละ เรื่องอาหารฝากมึงจัดการด้วย แบ่งบางส่วนไปให้หินซื่อบื้อ ที่เหลือมึงก็เอาไปแบ่งกันกิน กูไปก่อน” พสุธาพูดก่อนจะรีบปั่นจักรยานไปยังค่ายมวยที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล

เมื่อพสุธาไปถึง ก็เห็นว่านอกจากคนที่คุ้นหน้าคุ้นตาดีอยู่แล้ว ก็มีอีกคนที่เขาไม่คุ้นหน้าเลย และมั่นใจมากว่าไม่เคยเจออีกฝ่าย

ก็คนที่มีใบหน้าหล่อเหลาอย่างร้ายกาจแบบนี้ เขาเคยได้เจอมาก่อน เขาจะลืมมันไปได้ยังไง

“มันมาพอดีเลย ไอ้ป๋า นี่ไงพ่อบ้านชั่วคราวที่กูหามาให้มึง ไอ้ดิน มานี่เร็วเข้า มาทักทายเจ้านายคนใหม่ของมึงหน่อย” เฮียโก้พูดกับเพื่อนสนิท ก่อนจะหันมาพูดกับพสุธา

“สวัสดีครับคุณป๋า” พสุธาเรียกแล้วก็รู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อย รู้สึกเหมือนว่าตัวเองเป็นเด็กนั่งดริงค์อย่างไรอย่างนั้น

ว่าที่เจ้านายคนใหม่ของพสุธา ก็หันมองพสุธา ก่อนจะขมวดคิ้ว แล้วหันไปพูดกับเพื่อน

“ไม่ใช้แรงงานเด็ก”

“มันอายุสิบแปดแล้ว ต่อให้มันอายุยังไม่ถึง ถ้ามึงให้มันทำงาน ก็ไม่ถือว่าเป็นการทารุณ แต่ถือว่าช่วยชีวิตมัน”

ปฐพีฟังคำพูดของเพื่อนแล้ว หัวคิ้วก็ไม่ได้คลายออกจากกัน

“บอกแล้วว่าต้องการมืออาชีพ”

“มึงอย่าดูถูกมันนะ เรื่องงานบ้านไม่มีใครมืออาชีพยิ่งกว่ามันหรอก โดยเฉพาะเรื่องอาหาร ฝีมือระดับเชฟภัตตาคารเลยนะ” เฮียโก้ที่ติดใจอาหารฝีมือของพสุธา พูดแล้วก็รู้สึกว่าน้ำลายจะไหล

พสุธาที่ได้ยินคำเยินยอ เขาก็ลอบยิ้มอยู่ในใจ

ฝีมือการทำอาหารของเขาจะไม่ดีได้ยังไงล่ะ ในเมื่อเขาได้รางวัลสกิลการทำอาหารระดับเทียบมาจากระบบ

“ถ้ามึงรับรอง ก็ตามนั้น” ปฐพีพูดกับเฮียโก้ ก่อนจะหันมาหาพสุธาอีกครั้ง

“นายชื่ออะไร ฉันจะให้คนทำสัญญามาให้นายเซ็น”

“พสุธา กัมปนาทครับ”

“เออ มันชื่อเล่นว่าดิน ชื่อจริงพสุธา จะว่าไป ชื่อจริงของมึงกับมันนี่ก็ความหมายเดียวกันเลยนี่หว่า ปฐพี พสุธา บังเอิญจริง ๆ” เฮียโก้พูดขำ ๆ แต่เกือบจะสำลักเพราะว่า

“หรืออาจจะเป็นพรหมลิขิตก็ได้นะเฮีย”