4. ตอนที่ 3
ตอนที่ 3
“ฉันหิว” เข้ามาถึงคอนโดมิเนียมของปฐพียังไม่ทันได้มองสำรวจ พสุธาก็ได้ยินคำพูดนี้ของนายจ้างเจ็ดวันแล้ว
“นอกจากอาหารทะเลที่คุณไม่ได้แล้ว ยังมีอะไรที่ทานไม่ได้อีกไหมครับ” พสุธาถามออกไป สวมบทพ่อบ้านมืออาชีพอย่างเต็มตัว
เมื่อพสุธาถามคำถามนี้ออกมา ปฐพีก็มีสีหน้าพอใจขึ้นมาเล็กน้อย
อันที่จริงนี่ก็เป็นบททดสอบของเขา เพื่อนของเขาอวดอ้างว่าพ่อบ้านที่หามาให้ ทำอาหารอร่อยยิ่งกว่าเชฟจากภัตตาคาร ดังนั้นเขาจะลองดู ถ้าไม่อร่อยจริงสมดั่งคำเยินยอ เขาจะเลิกจ้างในทันที
“ไม่มี” ปฐพีให้คำตอบ
“แล้วชอบอาหารสัญชาติไหนครับ” พสุธาถามต่อ
“นายถามเหมือนว่านายทำอาหารได้ทุกสัญชาติ” ปฐพีเลิกคิ้ว รู้สึกว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าตัวเอง โอ้อวดเกินไปสักหน่อย
“คุณลองสั่งมาก่อนก็ได้ครับ ลองดูว่าผมจะทำได้หรือเปล่า” อย่าดูถูกสกิลอาหารระดับเทพของเขานะ นี่เป็นของรางวัลที่เขาทำงานเป็นคนเก็บขยะขายกว่าหนึ่งปี ถึงจะได้มันมา
“ถ้าฉันบอกว่าฉันอยากกินบีฟเวลลิงตัน” ปฐพีเลิกคิ้ว
พสุธารู้ว่าตัวเองกำลังโดนท้าทายอย่างรุนแรง เมื่ออีกฝ่ายนั้นให้โจทย์ยากมา
แน่นอนว่าเป็นโจทย์ยากจากคนอื่น ส่วนเขาที่มีสกิลทำอาหารระดับเทพ การทำบีฟเวลลิงตัน ก็ไม่ต่างอะไรจากการทอดไข่ดาวหรอก!
“ต้องใช้เวลาทำสักหน่อย คุณทนหิวรอได้ใช่ไหมครับ”
“ทำอาหารง่าย ๆ มาให้ฉันรองท้องก่อน”
“ได้ครับ” พสุธารับคำสั่ง ก่อนจะเดินเข้าครัวไปเปิดตู้เย็นดู ดูว่ามีอะไรบ้างที่เขาจะใช้ทำอาหารได้
แล้วก็พบว่าในตู้เย็น ล้วนอัดแน่นไปด้วยของดีมากมาย มีแม้กระทั่งหูฉลาม
พสุธาลอบเบ้ปาก ยุคนี้แล้ว ยังมีคนกินหูฉลามอยู่อีกหรือ?
ค่อนขอดในใจประโยคหนึ่ง ก่อนจะเลือกวัตถุดิบออกมาทำอาหารสองอย่าง อย่างแรกคือสลัดผักกาดหอมยุโรปสูตรปาสคาลกับเฟต้าชีส พริก และมะเขือเทศ และวัตถุดิบสำหรับทำบีฟเวลลิงตัน
ใช้เวลาไม่นานนัก พสุธาก็ทำสลัดผักกาดหอมเสร็จเรียบร้อย แล้วนำไปเสิร์ฟให้กับปฐพี
“รับเครื่องดื่มอะไรดีครับ” พสุธาถาม ขณะที่วางจานสลัดลงตรงหน้าอีกฝ่าย พร้อมด้วยผ้าสำหรับเช็ดมือ
ปฐพีมองการกระทำอันเป็นมืออาชีพของเจ้าตัว ก็ลอบเพิ่มคะแนนให้ในใจ อันที่จริงเขาก็สังเกตตั้งแต่พสุธาทำอาหารแล้ว ก็รู้สึกว่าเจ้าตัวคล่องแคล่ว ไม่มีการเคลื่อนไหวที่ดูเกินจำเป็นเลยสักนิดเดียว
“น้ำแร่ที่อุณหภูมิยี่สิบห้าองศาเซลเซียส” ปฐพีสั่งแล้วก็ลอบมองสีหน้าของพสุธา ดูว่าเจ้าตัวจะมีสีหน้าอย่างไร
ซึ่งพสุธาก็ไม่ได้เปลี่ยนสีหน้าเลยสักนิดเดียว เจ้าตัวรับคำแล้วเดินกลับเข้าครับ ไม่นานก็เดินออกมาพร้อมแก้วน้ำ และแท่งปรอทวัดอุณหภูมิ
“นี่ครับ ถ้าอุณหภูมิมีการเปลี่ยนแปลง คุณสามารถเทน้ำจากแก้วนี้ลงไป มันจะช่วยปรับอุณหภูมิให้กลับมาได้” พสุธาพูดก่อนจะถอยกลับไปที่ครัว
ปฐพีมองน้ำสองแก้วที่วางอยู่ตรงหน้า และแท่งปรอทที่ถูกเตรียมมาให้ด้วย
เขาใช้แท่งปรอทใส่ลงไปในแก้วน้ำ ก็พบว่ามันมีอุณหภูมิยี่สิบห้าองศาเซลเซียสจริง ๆ
เจ้าเด็กนี่ หรือว่าจะมีของจริง ๆ
ปฐพีพึมพำอยู่ในใจ นึกพิศวงในใจขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งต่อมา ได้ชิมบีฟเวลลิงตันที่พสุธาทำเสร็จแล้ว และหั่นเป็นชิ้น ๆ อย่างดี
เพียงแค่ได้ลิ้มรสคำแรก ปฐพีก็นิ่งงันไป สีหน้าเคลิบเคลิ้มเหมือนได้ขึ้นสวรรค์ และต่อมาบีฟเวลลิงตันชิ้นโต ก็ถูกส่งเข้าท้องเขาภายในเวลาไม่ถึงสิบนาที
หลังจากที่กินจนหมดแล้ว ปฐพีก็มีสีหน้าเหมือนเห็นผี เพิ่งรู้สึกตัวว่าตัวเองนั้นกินอย่างเสียมาดไปขนาดไหน
เขาไม่เคยเป็นเช่นนี้มาก่อน คุณชายอย่างเขามีอาหารรสเลิศอร่อยบ้างที่ไม่เคยกิน แต่คราวนี้พสุธาทำให้เขาลืมตัวอย่างสิ้นเชิง เพราะว่าบีฟเวลลิงตันฝีมือของเจ้าตัว อร่อยอย่างไม่น่าเชื่อ อร่อยยิ่งกว่าบีฟเวลลิงตันจากเชฟระดับห้าดาวเสียอีก
ที่แท้แล้ว เพื่อนของเขาก็พูดความจริง ฝีมือการทำอาหารของพสุธา ดีกว่าเชฟจากภัตตาคาร
ไม่สิ ต้องบอกว่าดีกว่าเชฟระดับห้าดาวเสียอีก
“นาย สนใจมาเป็นพ่อครัวให้ฉันไหม” ปฐพีชักชวนอย่างกระตือรือร้น ท่าทางไม่เหมือนก่อนหน้า ที่ดูไม่ค่อยเชื่อมั่นในฝีมือของพสุธา
“ไม่ครับ ผมชอบเป็นเด็กล้างจานมากกว่า” พสุธาพูดปฏิเสธ แต่ในใจกรีดร้อง
ถ้าระบบไม่สั่งให้เขาเป็นเด็กล้างจาน เขาจะต้องตอบตกลงแล้ว ยังไงการทำอาหารในคอนโดมิเนียมหรูหราแบบนี้ ก็สบายกว่าการล้านจานในร้านร้อน ๆ นะ!
ฝั่งปฐพีที่ถูกปฏิเสธก็นิ่งอึ้งไป ไม่สิ พูดให้ถูก ก็คือเขาอึ้งกับเหตุผลที่พสุธาใช้ปฏิเสธเขามากกว่า
ชอบเป็นเด็กล้างจาน มากกว่าเป็นพ่อครัวส่วนตัวให้คุณชายอย่างเขาเนี่ยนะ!
“ฉันได้ยินจากโก้ ว่านายล้างจานได้วันละสองร้อย ถ้านายมาเป็นพ่อครัวส่วนตัวให้ฉัน ฉันจะให้นายเดือนละสองแสน” ปฐพีพูดอย่างมั่นใจ เขาคิดว่าถ้าพสุธาได้ยินตัวเลขเงินเดือน เจ้าตัวจะต้องตอบตกลงอย่างแน่นอน
พสุธาเมื่อได้ยินว่าได้เงินเดือนละสองแสน เขาก็ไม่ได้เปลี่ยนสีหน้า แต่ในใจลอบคร่ำครวญ
เงินที่ได้จากรางวัลของระบบ เขาก็ยังใช้ไม่ได้ นี่มีคนเสนอเงินเดือนสองแสนมาให้ เขาก็ยังตอบรับไม่ได้อีก
ระบบเฮงซวย ระบบโหดร้ายเลือดเย็น ต้องให้เขาลำบากให้ได้
“ไม่ว่าจะเงินเดือนสองแสน หรือสองล้าน ผมก็ตอบตกลงไม่ได้ครับ” พสุธาปฏิเสธเสียงเรียบ แต่ในใจร่ำไห้
ถ้าน้ำท่วมเมืองหลวง ให้รู้ไว้ว่าเป็นน้ำตาของเขาเอง
“นายอย่าเพิ่งปฏิเสธ ฉันให้เวลานายได้กลับไปคิดก่อน” ปฐพีพูด เขาติดใจรสมือการทำอาหารของพสุธาจริง ๆ รวมทั้งวิธีการที่เจ้าตัวใช้รับมือกับเขา มีความเป็นมืออาชีพไม่น้อย หากได้มาเป็นพ่อครัวส่วนตัว เขาคงมีความอยากอาหารเพิ่มมากขึ้น
พสุธาอ้าปากจะปฏิเสธอย่างเด็ดขาด แต่เมื่อนึกถึงว่าตัวเองยังต้องทำงานให้อีกฝ่ายถึงเจ็ดวัน ก็กลืนคำพูดพวกนั้นลงคอ
ไว้ได้เงินค่าจ้างก่อน แล้วค่อยปฏิเสธทีหลัง
“ได้ครับ ผมจะลองเก็บไปคิดดูให้ดี ๆ” พสุธาพูด ก่อนจะขอตัวเอาจานไปล้าง
“ที่นี่มีเครื่องล้างจาน นายใช้เป็นหรือเปล่า”
“เป็นครับ” พสุธาพยักหน้าพลางตอบกลับ
ถึงเขาจะเป็นลูกจ้างล้างจานที่ร้านก๋วยเตี๋ยว แต่เขาก็ใช้เครื่องล้างจานของคนรวยเป็นนะ
“อืม งั้นก็ไปเถอะ ล้างจานเสร็จแล้ว ก็ชงกาแฟมาให้ฉันที่ห้องหนังสือด้วย”
“ต้องการกาแฟรสชาติไหนครับ แล้วที่อุณหภูมิเท่าไร” พสุธาถามออกไปทันที
ปฐพีมองหน้าพสุธา ดูว่าเจ้าตัวกำลังประชดประชันเขาหรือเปล่า สำหรับคำถามสุดท้ายนั่น แต่ก็ไม่พบร่องรอยของความประชดประชันแต่อย่างใด
“กาแฟดำ อุณภูมิที่แปดสิบองศาเซลเซียส”
“ได้ครับ” พสุธารับคำอย่างเรียบง่าย แล้วก็ไปทำงานของตัวเองต่อ
ปฐพีมองพสุธาอยู่ชั่วครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินไปห้องหนังสือของตัวเอง เขาอ่านหนังสือทบทวนบทเรียนอยู่ไม่นานนัก พสุธาก็เดินเข้ามาพร้อมกับแก้วกาแฟที่วางอยู่บนถาดรอง พร้อมกับแท่งปรอทวัดอุณหภูมิเช่นเคย
“ขอบใจ แล้วก็นั่น หนังสือที่ฉันอ่านไว้ แล้วบางส่วนก็เพิ่งซื้อมา ยังไม่ได้จัดเก็บ นายเอาไปเก็บเข้าชั้นให้เรียบร้อย” ปฐพีมอบหมายงานใหม่ให้กับพสุธา
พสุธามองไปยังหนังสือที่กองอยู่บนพื้น มีจำนวนไม่น้อยเลย น่าจะร้อยกว่าเล่มได้ เขาสงสัยว่าอีกฝ่ายซื้อมาแล้วอ่านทั้งหมด หรือว่าแค่ซื้อมาสะสมเอาไว้
ทว่าไม่ว่าจะซื้อมาอ่าน หรือซื้อมาสะสม ก็ไม่ใช่เรื่องของเขา ตอนนี้เขามีหน้าที่แค่เก็บมันก็พอ
พสุธากวาดตามองชั้นหนังสือ ก็พบว่ามีการจัดเรียงตามหมวดหมู่อย่างชัดเจน มีหนังสืงสำหรับความรู้ทางการแพทย์ มีหนังสือสำหรับความรู้ทางดาราศาสตร์ หนังสือสำหรับความรู้ทางเทคโนโลยีการบิน และอื่น ๆ อีกมากมาย
พสุธาพบว่าหนังสือพวกนี้ หลากหลายด้านมาก ถ้าปฐพีอ่านหนังสือพวกนี้เข้าใจทั้งหมด ก็ต้องบอกว่าเจ้าตัวเป็นอัจฉริยะจริง ๆ
พสุธาคิดอยู่ชั่วครู่หนึ่ง ก่อนจะนำหนังสือจัดเรียงให้เข้าที่ตามหมวดหมู่ของพวกมัน ทั้งยังจัดเรียงตามขนาดเล่มด้วย
ปฐพีมองพสุธาที่จัดหนังสืออย่างคล่องแคล่ว แววตาเต็มไปด้วยความแปลกใจ
เพื่อนของเขาบอกว่าพสุธาจบการศึกษาแค่ชั้นประถมไม่ใช่หรือ ทำไมถึงได้รู้ว่าหนังสือแต่ละเล่มนั้นเกี่ยวกับเรื่องใด เพราะว่าหนังสือทั้งหมดของเขา ไม่มีเล่มไหนเลยที่เป็นภาษาสยาม มีทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาฝรั่งเศส และภาษาเยอรมัน ยังมีภาษาจีน และภาษาญี่ปุ่นด้วย
แน่นอนว่าเขาไม่ได้เข้าใจภาษาทั้งหมด แต่บางเล่มก็ซื้อมาเพื่อเป็นภาษาต้นฉบับเป็นที่ระลึก
ปฐพีไม่เข้าใจทุกภาษา แต่พสุธาเข้าใจทุกภาษาที่ปรากฏอยู่บนหนังสือพวกนี้จริง ๆ แต่ว่าไม่ใช่เพราะเขาเป็นอัจฉริยะ แต่แลกมาด้วยการที่เขาเป็นเด็กส่งหนังสือพิมพ์อยู่ครึ่งปีเต็ม ๆ
ใช่ เป็นรางวัลจากระบบนั่นแหละ รางวัลจากระบบ ไม่ใช่แค่หุ้นจากบริษัทต่าง ๆ หรืออสังหาริมทรัพย์หรูหราเท่านั้น แต่ยังมีทักษะต่าง ๆ ด้วย ซึ่งตอนนี้พสุธาได้มาสามทักษะ หนึ่งคือทักษะด้านอาหารที่เขาแสดงไปแล้ว สองคือทักษะด้านภาษา ที่เขากำลังแสดงฝีมืออยู่ และสุดท้าย ทักษะด้านการขับขี่ ไม่ว่าจะรถยนต์ เรือ เครื่องบิน หรือแม้กระทั่งจรวดอวกาศ เขาก็สามารถขับได้ทั้งนั้น
แน่นอนว่าตอนนี้เขาทำได้แค่ปั่นจักรยาน ทั้งหมดเป็นเพราะระบบโหดร้ายนี่!
ให้ครอบครอง แต่ไม่ยอมให้เขาใช้งาน!
ขณะที่พสุธากำลังทำงานของตัวเองอย่างตั้งใจ ปฐพีก็มองพสุธาอย่างสงสัยมากขึ้นเรื่อย ๆ
เขาพบว่าพสุธาไม่เหมือนคนที่โตมาอย่างดิ้นรน ไม่เหมือนคนที่โตมาอย่างไร้การศึกษา
คิดอย่างสงสัย ก่อนจะไขข้อข้องใจของตัวเอง ด้วยการโทรศัพท์หาเพื่อนที่แนะนำพสุธามาให้ตนเอง
ปฐพีลุกออกไปคุยโทรศัพท์ที่ข้างนอก เพราะเขาคงไม่ไร้สติขนาดถามเรื่องของพสุธาต่อหน้าเจ้าตัว
“ไอ้ดินน่ะเหรอ ก็บอกไปแล้วไงว่ารู้จักกันเมื่อสามปีก่อน หมอนั่นเป็นเด็กที่โตมาในละแวกบ้านกูนี่แหละ พ่อติดพนัน แม่ติดเหล้า ยังดีที่มีพี่ชายที่พอจะพึ่งพาได้ แต่ซื่อบื้อไปหน่อย ยังดีที่ไอ้ดินมันสู้คน ไม่งั้นคงไม่โตมาถึงขนาดนี้ นอกจากสู้คนแล้ว มันยังสู้ชีวิตด้วย งานอะไรมันก็ทำหมด เก็บของเก่าขาย ส่งหนังสือพิมพ์ เข็นผัก กวาดถนน ล้างจาน” เฮียโก้พูดเสียงสะทกสะท้อนใจ เห็นใจ และเวทนาในชีวิตที่ต้องดินรนของคนที่เขาเห็นเป็นน้องชายคนหนึ่ง
“เด็กนั่นทำบีฟเวลลิงตันได้ และดูเหมือนจะรู้ภาษาต่างประเทศ ฝีมือการชงกาแฟระดับบาริสต้า นี่ไม่ใช่สิ่งที่คนแบบมึงพูดออกมา จะทำได้นะ” ปฐพีหรี่ตาลง
“แต่มันก็ทำให้มึงเห็นแล้วไม่ใช่เหรอ อันที่จริงกูก็สงสัย แต่คิดว่ามันคงจะพยายามเรียนรู้พัฒนาตัวเอง มันเกิดมาจนก็จริง แต่มันก็ไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้เพราะชาติกำเนิดของตัวเองหรอก” คราวนี้น้ำเสียงของเฮียโก้เต็มไปด้วยความชื่นชม
“กูชวนเด็กนั่นมาเป็นพ่อครัว ให้เดือนละสองแสน เด็กนั่นปฏิเสธ” ปฐพีพูดบอกไป
“ก่อนหน้านี้มีแมวมองมาทาบทามมันเข้าวงการบันเทิง มันก็ปฏิเสธเหมือนกัน พ่อกูชวนมันมาเป็นเด็กในค่ายมวย มันก็ปฏิเสธ กูก็ไม่รู้เหตุผลเหมือนกัน บางทีอาจจะคิดว่าชวนเพราะเวทนาสงสาร เลยอยากจะดิ้นรนด้วยตัวเองล่ะมั้ง” เฮียโก้พูดอย่างทอดถอนใจ
ถ้าพสุธารู้ว่าตัวเองถูกมองในแง่ดีขนาดนี้ เขาคงไม่รู้ว่าจะร้องไห้ หรือหัวเราะดี
เขาอยากดิ้นรนด้วยตัวเอง? เห็นได้ชัดว่าเป็นเพราะเขาถูกระบบตัวร้ายบังคับ!
“กูไม่ได้สงสาร” ปฐพีตอบกลับคำพูดของเพื่อน
“คนใจหมาอย่างมึง ต้องไม่สงสารอยู่แล้ว”
“มึงปากหมา” ปฐพีตอบโต้กลับ ได้ยินเสียงหัวเราะดังลั่นของเพื่อนสนิท
“เมื่อก่อนกูสงสารมัน แต่เห็นมันเติบโตมาได้ดีขนาดนี้ ทั้ง ๆ ที่มีแต่เรื่องห่าเหวในชีวิต กูก็เปลี่ยนเป็นชื่นชมมัน อดคิดไม่ได้ว่าถ้ากูเกิดเป็นมัน บางทีตอนนี้กูอาจจะเป็นนักโทษในคุก หรือไม่ก็เมายาอยู่ที่ไหนสักที่”
ปฐพีเงียบ ไม่ได้ตอบกลับอะไรกับคำพูดของเพื่อน
“ความจริงกูเพิ่งรู้มาอีกเรื่องนึง มึงรู้จักตระกูลกิจอนันต์ไหม” เฮียโก้เป็นฝ่ายถามขึ้นมา
“กิจอนันต์? เด่นการช่าง?” ปฐพีพูด หลังจากที่ใช้เวลาครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่หนึ่ง
“ใช่ กูเพิ่งรู้ว่าจริง ๆ แล้ว ไอ้ดินกับลูกชายคนเล็กของบ้านนั้นถูกอุ้มสลับตัวกัน เมื่อวานคนพวกนั้นขนกันมาทั้งบ้าน บอกว่าจะรับมันกลับไป แต่สองแฝดบอกว่าพวกมันนับน้องชายตัวปลอมของมันเป็นน้องแค่คนเดียว พ่อแม่ก็ไม่ยอมรับมันจากใจจริง รังเกียจว่ามันโตมาในสลัม” ยิ่งพูด น้ำเสียงของเฮียโก้ก็ยิ่งหงุดหงิดขึ้นเรื่อย ๆ
ปฐพีขมวดคิ้วเล็กน้อย เมื่อได้ยินอย่างนั้น
“แล้วเด็กนั่นทำยังไง”
“เห็นว่าด่ากลับไปจนคนพวกนั้นกลับไปอย่างหัวร้อน” เฮียโก้พูดแล้วก็หัวเราะออกมา
“แต่ว่าไม่น่าแปลกใจเลย ระหว่างปากไอ้ดิน กับมีดในห้องผ่าตัด กูก็ไม่รู้ว่าอะไรคมกว่ากัน”
“ถือว่าเด็กนั่นเข้มแข็ง” ปฐพีน้อยครั้งที่จะชมใครสักคน แต่ยังอดไม่ได้ที่จะชมพสุธาจากใจจริง
ถ้าเป็นคนอื่นเจอเรื่องแบบนี้ ได้รู้ว่าจริง ๆ ตัวเองควรจะเติบโตมาในครอบครัวร่ำรวย มีพ่อแม่รักถนอม มีพี่ชายตามอกตามใจ แต่กลับต้องมาลำบาก ใช้ชีวิตอย่างปากกัดตีนถีบ พอความจริงเปิดเผย ตัวเองก็ไม่ได้รับการยอมรับจากครอบครัวที่แท้จริงอีก ถ้าเป็นคนอื่นคงจะพังทลายไปแล้ว
“ใช่ มันเข้มแข็งมาก” เฮียโก้เห็นด้วยกับคำพูดของเพื่อน เขาคิดว่าพสุธาเป็นคนที่เข้มแข็งที่สุดที่เขาเคยเจอมา
“ถ้ามึงคิดว่ามันทำงานดี ก็เพิ่มเงินให้มันได้นะ” เฮียโก้พูดเสียงกลั้วหัวเราะ ไม่ลืมตอนที่พสุธาถามว่าสามารถเพิ่มเงินค่าตอบแทนได้หรือเปล่า
“ต้องดูผลงานมากกว่านี้ก่อน” พูดจบก็ตัดสายทิ้งทันที ทิ้งให้เพื่อนสบถหยาบคายตามหลัง
ถึงจะคบหาสนิทสนมกันมานาน แต่โก้ก็ยังไม่ชินกับพฤติกรรมตัดสายทิ้งของเพื่อนอยู่ดี
หลังจากที่ปฐพีวางสาย ก็พอดีกับที่พสุธาเดินออกมาจากห้องหนังสือ
“ผมจัดเรียงหนังสือเสร็จแล้ว จะไปทำความสามารถที่ห้องนั่งเล่นนะครับ” พสุธาบอกแก่เจ้าของห้อง
“ไปซักผ้าก่อน” ปฐพีสั่ง
“ได้ครับ” พสุธาก็ไม่ได้คัดค้านคำสั่ง
ถึงยังไงคนจ่ายค่าจ้างก็มีอำนาจเป็นใหญ่อยู่แล้ว
แต่เมื่อพสุธาเห็นกางเกงในที่ม้วนเป็นเลขแปดในตะกร้าผ้า เขาก็คิ้วกระตุก
คุณชายคนนี้ คะแนนรูปร่างหน้าตาเต็มร้อยได้พัน แต่ถูกหักข้อหามีหูฉลามในครอบครองไปห้าสิบคะแนน ถูกหักเรื่องถอดกางเกงในเป็นเลขแปดอีกห้าคะแนน
พสุธาส่ายหัว ก่อนจะจัดแยกเสื้อผ้าไปซัก
ทำงานบ้านทั้งหมดจนกระทั่งถึงเวลามื้อเย็น พสุธาก็ไปทำอาหารเย็นให้กับเจ้านาย แล้วค่อยเลิกงานกลับบ้าน
“นายจะกลับยังไง” ปฐพีถาม
“ผมสังเกตว่ามีรถเมลสายที่ผ่านซอยบ้านผม ผมจะนั่งรถเมลครับ”
“ดึกแล้ว รถเมลน่าจะหมด ฉันจะไปส่งก็แล้วกัน” ปฐพีนึกถึงที่เพื่อนเล่าให้ฟัง ก็อดไม่ได้ที่จะใจดีขึ้นมา
“ไม่เป็นไรครับ ผมกลับเองได้” ไม่ใช่ว่าหยิ่งอะไรหรอก แต่พสุธากลัวระบบเป็นผีบ้าขึ้นมา ตัดสินว่าการที่เขานั่งรถเจ้านายกลับบ้าน จะเป็นการใช้ชีวิตหรูหรา ขัดกับระบบ
“ไม่ต้องเกรงใจ” ปฐพีคิดว่าพสุธาเกรงใจ จึงได้พูดบอก
เป็นไปได้ไหมว่าฉันไม่ได้เกรงใจ แค่กลัวจะซวย?
พสุธาปวดหัว แต่สุดท้ายก็ตอบตกลง
ช่างเถอะ การไม่สร้างความขุ่นเคืองให้กับนายจ้าง ก็ถือเป็นข้อพึงปฏิบัติต่อลูกจ้าง ระบบจะมาโทษว่าเป็นความผิดของเขาไม่ได้
ว่าแต่เจ้านายจะเอารถอะไรไปส่งเขานะ แอสตันมาตินเหมือนตอนขามาหรือเปล่า
พสุธาคิดอย่างตื่นเต้น แต่เมื่อมาถึงรถ เขาก็มุมปากกระตุก
ใครบอกเขาได้บ้างว่าจักรยานยนต์เก่า ๆ ตรงหน้าเขานี่ มาอยู่ที่คอนโดมิเนียมหรู ๆ ท่ามกลางรถซูเปอร์คาร์ทั้งหลายได้อย่างไร
“ฉันกลัวนายจะเกร็ง ก็เลยยืมมอ’ไซต์ของลุงยามมา”
พสุธา : ก็ขอบคุณนะ แต่ทีหลังไม่ต้องก็ได้!