44. ตอนที่ 43
ตอนที่ 43
พสุธาที่อยู่ในครัว ก็ไม่ได้รู้เลยวังหลัง แค่ก หมายถึงห้องรับแขกของเขานั้น ศึกชิงตำแหน่ง ‘เบอร์หนึ่ง’ นั้นได้ปะทุขึ้นแล้ว เขายังคงตั้งใจทำอาหารอย่างมีความสุข จนกระทั่งเฮียโก้เดินกลับเข้ามา แล้วตั้งท่าจะช่วยเสียบบาร์บีคิวต่อ พสุธาก็พูดขึ้นมาว่า
“เฮีย ไปช่วยรับแขกหน่อยสิ ให้แขกนั่งรอตามลำพัง เหมือนจะไม่ค่อยดีเท่าไร” พสุธาไม่กลัวว่าเฮียโก้จะรู้ความจริง เพราะเชื่อว่าพวกคุณวินิจ จะต้องรู้ดีว่าอะไรที่พูดได้ อะไรที่พูดไม่ได้
เฮียโก้เมื่อได้ยินว่าต้องไปต้อนรับแขก เขาก็มีสีหน้าเหมือนคนอึไม่ออก
“หน้ากูเหมือนพนักงานต้อนรับเหรอ”
“เฮียไม่อยากทำก็ไม่ต้องทำ แต่ไปบอกหินให้หน่อย ให้หินมาต้อนรับแขก”
“ไม่ต้องหรอก หินพูดไม่เก่ง เดี๋ยวกูไปต้อนรับแขกเอง” เฮียโก้พูดจบก็เดินออกไปอีกรอบทันที
พสุธาหันไปหรี่ตามองเฮียโก้ เขารู้สึกได้กลิ่นอะไรบางอย่าง
“แก๊งคุณป๋าตอนอยู่ที่มหา’ลัยคงจะฮอตมากเลยใช่ไหมครับ ว่าแต่ใครขายดีที่สุดเหรอครับ” พสุธาส่งเสียงถาม เขาเหมือนถามไปเรื่อย ราวกับต้องการชวนคุยมากกว่าจะได้คำตอบจริงจัง แต่ปฐพีกลับรู้สึกว่า ถ้าคำตอบของเขาไม่ดี ต้องมีคนซวยอย่างแน่นอน
“ไม่รู้สิครับ พวกพี่ไม่ค่อยสนใจเรื่องนี้ ปกติถ้าไม่อยู่ห้องเรียน ก็ไปห้องแลป”
“แล้วปกติไม่มีคนเข้ามาขอเบอร์ ขอไลน์บ้างเหรอครับ” พสุธาไม่เชื่อหรอกว่าจะไม่มี
“ก็มีบ้าง แต่พี่ไม่ให้เบอร์หรือพวกไลน์กับคนที่ไม่สนิทอยู่แล้ว” ปฐพีตอบแค่เฉพาะของตัวเอง
อืม ใครตอบคนนั้นก็รอด
“อ้อ ครับ” พสุธาก็ไม่ได้ถามต่อ กลับไปตั้งใจทำอาหารเหมือนเดิม
“แล้วนายล่ะ ปกติมีคนมาจีบเยอะไหม” ปฐพีถามกลับบ้าง
“ใครจะมาจีบเด็กล้างจานแบบผมล่ะครับ” พสุธาตอบติดตลก
“ทำไมล่ะ เด็กล้างจานก็คนนี่” ปฐพีคัดค้าน
“ก็คนครับ แต่เป็นคนจน ดูไม่มีอนาคต”
“จะไม่มีอนาคตได้ยังไง นายก็สอบเข้ามหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของประเทศได้ เป็นว่าที่ทนายความ ต่อไปอาจจะได้เป็นถึงอธิการบดีศาลด้วยซ้ำ”
“คุณป๋าเชื่อมั่นในตัวผมเกินไปหรือเปล่าครับ อธิการบดีศาลเลยเหรอ” พสุธาอดไม่ได้ที่จะมองปฐพี อีกฝ่ายเชื่อมั่นในตัวเขา ยิ่งกว่าที่เขาเชื่อมั่นในตัวเองอีกนะเนี่ย เขายังไม่มั่นใจเลยว่าจะไปถึงตำแหน่งนั้นได้จริง ๆ หรือเปล่า
หลัก ๆ คืองานราชการไม่เหมาะกับเขา
“ไม่หรอก นายมีศักยภาพที่จะไปถึงจุดนั้น แต่ก็อยู่ที่ความเต็มใจของนายด้วย ว่าจะยอมเดินไปถึงจุดนั้นหรือเปล่า”
“ปล่อยให้เป็นเรื่องของอนาคตเถอะครับ ตอนนี้ผมยังไม่ได้เรียนปีหนึ่งเลยด้วยซ้ำ” พสุธาตอบกลั้วหัวเราะ
“พอนายเข้าเรียน นายก็คงจะฮอตมากแน่ อย่าเพิ่งรีบมีแฟนนะ ตั้งใจเรียนก่อน”
“อันนี้บอกในฐานะอะไรเหรอครับ” พสุธาหันไปมองปฐพี มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย
“ถือเสียว่าขอในฐานะคนที่สนใจนายก็แล้วกัน”
“เหมือนว่ารองประธานบริษัทที่พี่ทำงานอยู่จะมาถึงแล้ว พี่ขอไปต้อนรับก่อนได้ไหม โมทำตรงนี้ไปคนเดียวก่อนได้หรือเปล่า ไม่อย่างนั้นนั่งพักรอพี่กลับมาก่อนก็ได้” ศิลาพูดกับนะโม
“ไม่เป็นไร พี่ไปเถอะ ไม่สิ พี่อยู่ต้อนรับแขกที่นั่นเลยก็ได้ ถ้าไม่นับพวกเฮียโก้ ก็มีแขกมาแล้วสามคนนี่ใช่ไหม คงจะไม่ดีถ้าไม่มีใครไปต้อนรับเลย”
“ก็จริงนะ แต่ว่างานตรงนี้..” ศิลาพูดอย่างลำบากใจ และเกรงใจมาก เขารู้สึกว่าทำให้น้อง ๆ ต้องเหนื่อย
“โอ๊ย แค่จัดสถานที่ ไม่เกินมือไอ้โมคนนี้หรอก พี่ไปต้อนรับแขกเถอะ”
“ใช่ หินไปต้อนรับแขกเถอะ ตรงนี้เดี๋ยวฉันช่วยน้องโมจัดการเอง” พันไมล์ที่นั่งมองอยู่สักพักแล้ว ก็เสนอตัวขึ้นมาทันที
“เกรงใจแย่ คุณพันไมล์ก็เป็นแขก” ศิลาพูดอย่างเกรงใจ
“แขกเขิกที่ไหนกันล่ะ พวกเราคนกันเองนะ จริงไหมน้องโม” ไม่เพียงแค่พูดเท่านั้น แต่พันไมล์ยังยกแขนพาดบ่านะโมด้วย
นะโมสะดุ้งเบา ๆ แล้วก็เหลือบสายตามองเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าให้ศิลาเลิกกังวลใจ
เมื่อเห็นนะโมยืนยันแบบนั้น ศิลาก็ยอมเดินเข้าบ้านไปต้อนรับแขก
เมื่อศิลาหันหลังไปแล้ว นะโมก็ดึงตัวเองออกมาจากแขนของพันไมล์ทันที
“เนียนเลยนะครับ” นะโมเม้มริมฝีปากใส่พันไมล์
“หมายถึงผิวพี่เหรอ ปกติแหละ ก็ใช้ครีมบำรุงบ้าง”
“ผมหมายถึงมือน่ะครับ มีใครเคยบอกไหมว่าพี่เป็นคนมือไว” นะโมเท้าเอวพูด
พันไมล์ชะงักไป ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเมื่อครู่นี้เขาเอามือพาดบ่านะโม
“แหะ ๆ พี่ขอโทษนะ เคยชินน่ะ ปกติเวลาอยู่กับพวกรุ่นน้องที่มอ พี่ก็พาดบ่าพวกมันแบบนี้นี่แหละ ไม่ได้ตั้งใจจะแต๊ะอั๋งนะ สาบานเลย” พันไมล์ชูสามนิ้วสาบาน ก่อนจะพูดต่อว่า
“จริงสิ เมื่อกี๊นี้ตอนที่พี่วางแขนพาดบ่านาย ดูเหมือนนายจะสะดุ้ง เพราะแค่ตกใจเฉย ๆ หรือไม่ชอบให้ใครโดนตัว” พันไมล์คิดว่าบางทีนะโมอาจจะเป็นเหมือนปฐพี ที่ใครโดนตัวไม่ได้ แต่อาการของนะโมนั้นไม่ร้ายแรงเท่า
นะโมได้ยินคำถามของพันไมล์ เขาก็เม้มริมฝีปาก เขาจะบอกได้ยังไงว่าตั้งแต่ที่โดนลวนลามคราวนั้น เขาก็ไม่ชอบให้ใครโดนตัวง่าย ๆ อีก โดยเฉพาะผู้ชาย
แต่ตอนที่พันไมล์วางแขนบนบ่าเขา ตอนแรกเขาสะดุ้ง แต่พริบตาต่อมาเขาก็ไม่ได้รู้สึกต่อต้านอะไร ไม่ใช่เพราะชอบใจอะไรในตัวพันไมล์ แต่เพราะเขาสัมผัสได้ถึงความเป็นมิตรและความเป็นกันเองจากพันไมล์เท่านั้น ไร้ซึ่งความคิดอกุศลลามกใด ๆ ดังนั้นเขาจึงผ่อนคลายลง
“ผมแค่ตกใจเฉย ๆ น่ะครับ แต่จริง ๆ ก็ไม่ค่อยชอบให้ใครคนอื่นแตะตัวเท่าไร” นะโมตอบกลับไป
“โอเค ต่อไปนี้พี่จะระวังนะ มา เดี๋ยวพี่ช่วยทำงานไถ่โทษเอง” พันไมล์พูดอย่างกระตือรือร้น
นะโมหัวเราะเบา ๆ ก่อนที่จะเริ่มทำงานต่อ
ทางฝั่งของศิลา เมื่อเขาเดินเข้ามาในห้องรับแขก ก็เห็นว่านอกจากแขกทั้งสามคนแล้ว ยังมีเฮียโก้นั่งอยู่ด้วยอีกคนหนึ่ง
ศิลาทักทายแขกทั้งสามคน
“ขอบคุณนะครับที่มาร่วมงานในวันนี้ ผมเกรงใจมาก ๆ ที่ทุกคนต้องสละเวลาอันมีค่ามา” ศิลาพูดจากใจจริง เขารู้ว่าแต่ละคนตำแหน่งงานไม่ธรรมดา ซึ่งคนแบบนี้ แต่ละวินาทีล้วนเป็นเงินเป็นทองทั้งนั้น แต่ก็ยังให้เกียรติเดินทางมาร่วมงานวันเกิดเล็ก ๆ ของเขา
“ไม่ได้เสียเวลาอะไรเลยครับ คุณหินถือว่าพวกเรามาหาของกินฟรีก็ได้ครับ” เป็นพีรวิชญ์ที่พูดตอบขึ้นมาก่อน เขาเรียกชื่อเล่นของศิลาราวกับสนิทสนมกันดี
“หิน ไม่ใช่ว่าจัดสถานที่อยู่หรือไง” เฮียโก้ถามศิลา แล้วหันไปยักคิ้วให้กับพีรวิชญ์ อีกฝ่ายก็หรี่ตามองกลับมา
“คุณพันไมล์ช่วยนะโม หินมาต้อนรับแขก” ศิลาพูดตอบ
“ไม่เป็นไรนะครับ คุณศิลาไม่ต้องเกรงใจพวกเรา พวกเรานั่งรอกันอยู่เงียบ ๆ ได้ครับ” คุณวินิจรีบพูดทันที ถึงเขาอยากจะประจบเจ้านาย แต่จะให้พี่ชายของเจ้านายมานั่งคุยเป็นเพื่อนของเขาก็ไม่ได้
เขายังไม่มีเกียรติถึงขั้นนั้น!
“ได้ยังไงล่ะครับ เอาแบบนี้ไหมครับ มีห้องสำหรับเล่นพลูอยู่ ทุกคนไปเล่นแก้เบื่อดีไหมครับ” ศิลาเสนอขึ้น ห้องสำหรับเล่นพลูนี้ ก็เป็นห้องที่เจ้าของบ้านจัดเตรียมเอาไว้
ศิลาคิดถึงตรงนี้ ก็นึกได้ว่าแขกทั้งสองคนเป็นคนสนิทของเจ้าของบ้าน น่าจะรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว
แต่ศิลาไม่รู้ ไม่มีใครรู้เรื่องนี้เลย เพราะว่าตอนตรวจบ้าน คุณวินิจก็ไม่ได้ตรวจครบทุกห้อง เนื่องจากเวลากระชั้นชิด ส่วนพสุธาก็ไม่ได้บอกใคร
“น่าสนใจดีนะครับ พวกเรามาเล่นสนุกกันสักตาสองตาดีไหมครับ” พีรวิชญ์พูดตอบ แต่สายตาจ้องมองไปยังเฮียโก้อย่างท้าทาย
“พวกคุณเล่นกันตามสบาย ผมไม่ค่อยถนัดเล่นพลู ถนัดแต่ต่อยคน ไม่ใช่ ผมหมายถึงต่อยมวย” เฮียโก้พูดตอบกลับไป จ้องมองไปยังพีรวิชญ์อย่างท้าทางกลับไปเช่นกัน
แต่ศิลาไม่รู้เลยว่าทั้งสองคนกำลังเปิดศึกกันอยู่ เขาพูดอย่างไร้เดียงสาว่า
“บ้านของโกโก้มีค่ายมวยน่ะครับท่านรอง”
“โธ่ ทำไมเรียกท่านรองอีกแล้วล่ะครับ ผมบอกแล้วนี่นาว่านอกเวลางาน เรียกผมว่าพีเฉย ๆ ก็ได้” พีรวิชญ์พูดกับศิลา โดยเมินเฉยประเด็นของเฮียโก้ไปอย่างสิ้นเชิง
“ขอโทษครับ ผมลืมตัวไปหน่อย” ศิลาพูดแล้วยิ้มแห้งส่งให้กับพีรวิชญ์
เฮียโก้มองรอยยิ้มของศิลาแล้วรู้สึกขัดหูขัดตามาก พอดีกับที่ได้ยินเสียงกริ่งดังขึ้นอีกครั้ง เขาจึงพูดกับศิลาว่า
“ครั้งนี้น่าจะเป็นเพื่อนร่วมงานของหินนะ ไปต้อนรับสิ”
“น่าจะเป็นอย่างนั้นนะ ผมขอตัวไปต้อนรับเพื่อน ๆ ก่อนนะครับ” ศิลาพูดกับแขกทั้งสามคน ก่อนจะพูดกับเฮียโก้ว่า
“โกโก้ดูแลแขกแทนเราด้วยนะ”
“ได้ จะดูแลให้เหมือนเป็นแขกของเราเองเลย” เฮียโก้ก็รับปากอย่างรวดเร็ว ศิลาถึงได้ออกไปต้อนรับเพื่อนร่วมงานอย่างสบายใจ
เมื่อประตูรั้วเปิดออก เห็นรถยนต์แล่นเข้ามาห้าคัน ศิลาก็รู้ได้ว่าเพื่อนร่วมงานของเขา นัดกันมา
เขาเช็คจำนวนเพื่อนร่วมงานที่จะมาร่วมงานแล้ว มีทั้งหมดสิบห้าคน อันที่จริงมีมากกว่านี้ที่ต้องการจะมา แต่ศิลาก็ได้ปฏิเสธไปอย่างเกรงใจ และเลือกเฉพาะคนที่เขาเคยคุยด้วยบ่อยที่สุด ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมแผนกของเขาสิบคน อีกห้าคนมาจากแผนกอื่น ๆ
ฝั่งเพื่อนร่วมงานของศิลา ตั้งแต่พวกเขาเห็นรั้วที่สูงตระหง่าน และยาวมาก กินพื้นที่จนสุดสายตา พวกเขาก็รู้สึกทึ่งมากแล้ว และเมื่อประตูรั้วเปิดออก ได้เห็นภาพคฤหาสน์เต็มตา พวกเขาก็สูดลมหายใจลึก
“รู้มาตลอดว่าคุณหินรวยมาก แต่เพิ่งได้สัมผัสถึงความรวยจริง ๆ ของคุณหินก็วันนี้”
“ใช่ เพราะคุณหินติดดินเกินไป”
“ไม่ใช่คุณหินติดดินเกินไป แต่เพราะคุณพสุธาปิดบังพี่ชายได้ดีเกินไปต่างหาก ฉันไม่เข้าใจเลย ทั้ง ๆ ที่คุณพสุธาก็ดูรักพี่ชายมาก แต่ทำไมถึงปิดบังเรื่องฐานะล่ะ”
“ใครจะคาดเดาความคิดของคนระดับนั้นได้ล่ะ ว่ากันว่าความคิดของพวกมหาเศรษฐีน่ะ ล้ำหน้าคนธรรมดาอย่างเรา ๆ ไปพันก้าวหมื่นก้าวเลยทีเดียว”
บทสนทนาคล้าย ๆ กันนี้ดังขึ้นในรถทั้งห้าคัน เพราะทุกคนต่างก็สงสัยถึงเหตุผลในการปิดบังฐานะของพสุธา และพวกเขาก็คาดเดาไปต่าง ๆ นานา แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าเหตุผลที่แท้จริง เป็นเพราะว่าพสุธาได้ทรัพย์สินเหล่านี้มาจากระบบ ดังนั้นมันจึงเป็นการยากที่จะบอกคนที่โตมาด้วยกัน รู้ทุกเรื่องของกันและกัน ว่าเขาได้ทรัพย์สินเหล่านี้มาได้อย่างไร
พสุธาตั้งใจว่าจะค่อย ๆ แกล้งทำเป็นว่าเขาเอาเงินที่ได้จากลูคัสไปเล่นหุ้น แล้วได้เงินจากการหุ้นจำนวนมาก จากนั้นก็เอาไปลงทุนต่าง ๆ เพื่อต่อยอดเงิน และด้วยความเป็นอัจฉริยะของเขา ก็สามารถทำเงินได้เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ
เขาไม่จำเป็นต้องเปิดเผยฐานะทั้งหมด แค่เปิดเผยบางส่วนก็พอ ให้ศิลา และนะโมวางใจ ว่าพวกเขาจะไม่ต้องกลับไปใช้ชีวิตอย่างกระเสือกกระสนดิ้นรนกันอีกแล้ว
“คุณหิน สุขสันต์วันเกิดนะคะ ขอให้มีความสุขมาก ๆ นะคะ เฮง ๆ รวย ๆ นะคะ” เพื่อนร่วมงานของศิลาคนหนึ่งเริ่มพูดขึ้นก่อน เมื่อพวกเขาและศิลาเดินมาบรรจบกัน พร้อมกับยื่นของขวัญวันเกิดให้ศิลา
หลังจากที่เธออวยพรแล้ว ก็ถูกคนอื่นมองอย่างขำขัน
กล้าที่จะอวยพรพี่ชายของเศรษฐีล้านล้านบาทใมห้เฮง ๆ รวย ๆ เก็บพรนี้ไว้ให้ตัวเองดีกว่าไหม!
ศิลาไม่รู้ว่าแต่ละคนคิดอะไร เขาพูดขอบคุณสำหรับคำอวยพรและของขวัญ จากนั้นเขาก็ได้รับของขวัญและคำอวยพรจากเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ อีก
“คุณหิน สุขสันต์วันเกิดนะครับ ขอให้สุขภาพแข็งแรง มีความสุข และสมปรารถนาในทุกสิ่งนะครับ”
โอ๊ย มีน้องชายอย่างคุณพสุธาอยู่ คุณหินจะมีเรื่องไม่สมหวังได้ยังไงล่ะ ต่อให้มี คุณพสุธาก็ต้องทำให้ไม่มีจนได้นั่นแหละ
“คุณหิน สุขสันต์วันเกิดนะครับ ขอให้เป็นปีที่ดีและราบรื่นนะครับ”
โอ๊ย แค่มีน้องชายอย่างคุณพสุธา คุณหินไม่ว่าจะปีไหน ๆ ก็เป็นปีที่ดี และราบรื่นทั้งนั้นแหละ
จากนั้นพวกเขาก็พบว่าไม่ว่าคนอื่นจะอวยพรอย่างไร พวกเขาก็จะมีคำโต้แย้งในใจอยู่เสมอ แล้วก็ตระหนักได้ว่า พวกเขาสามารถอวยพรให้ศิลาได้ แต่คนที่สามารถทำให้พรเหล่านี้เป็นจริงได้ ก็คือพสุธา ไม่จำเป็นต้องพึ่งสิ่งศักดิ์เลยแม้แต่น้อย
คิดแล้วก็อดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจ
เคยได้ยินแต่ว่ามีวาสนาเพราะเกิดเป็นลูกคนรวย วันนี้พวกเขาได้เห็นว่า นอกจากเกิดเป็นลูกคนรวยเพราะมีวาสนาแล้ว คนมีวาสนาก็ยังเกิดเป็นพี่ชายของคนรวยได้อีกด้วย
ทำไมคนคนนั้นถึงไม่เป็นพวกเขาบ้างนะ!
ศิลาไม่รู้ว่าเขาเป็นที่อิจฉาของทุกคนขนาดไหน หลังจากที่รับของขวัญจนมือไม่พอถือแล้ว เขาก็พาทุกคนไปยังสระว่ายน้ำ ระหว่างทางก็พูดขอโทษไปด้วย ที่อาหารยังเตรียมไม่ทัน แต่ทุกคนสามารถเล่นน้ำรอไปก่อนได้
ก่อนที่ทุกคนจะมา ศิลาได้ส่งข้อความเข้าไปในกลุ่มแล้ว บอกให้ทุกคนเตรียมชุดว่ายน้ำ และเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนมาด้วย ถ้าเกิดว่าใครที่อยากเล่นน้ำ
เมื่อศิลาส่งข้อความนี้เข้าไปในกลุ่ม ทุกคนก็ตื่นเต้นกันทันที และก็บอกว่าพวกเขาจะเล่นน้ำกันทุกคน
ตอนที่ศิลาส่งข้อความไป พวกเขาอยู่บนรถกันแล้วด้วยซ้ำ แต่พวกเขาก็ไม่ได้โกรธที่ศิลาบอกช้าไป พวกเขาเลี้ยงรถเข้าห้างอย่างกระตือรือร้น แล้วซื้อชุดว่ายน้ำ ซื้อเสื้อผ้า และผ้าขนหนู โดยไม่เสียดายเงินเลยแม้แต่น้อย
นี่มันเป็นโอกาสหายากนะ ได้เล่นน้ำในสระที่คฤหาสน์หรูน่ะ
“ทุกคน นี่นะโม เป็นน้องชายของผม แล้วก็เป็นเพื่อนสนิทของดินครับ” ศิลาแนะนำให้เพื่อน ๆ ของเขารู้จักนะโม
เมื่อได้ยินว่านะโมเป็นเพื่อนสนิทของพสุธา เพื่อนร่วมงานของศิลา ที่ตอนแรกสายตาจับจ้องไปยังพันไมล์เป็นส่วนใหญ่ ก็เปลี่ยนทิศทางไปยังนะโมอย่างพร้อมเพรียง และกระตือรื้นที่จะแนะนำตัวกันมาก ทำให้นะโมถึงกับงุนงง และตั้งรับไม่ทัน
เพื่อนร่วมงานของพี่หินนี่กระตือรือร้นเกินไปหรือเปล่านะ
นะโมอดไม่ได้ที่จะสงสัยอยู่ในใจ
“อ้อ แล้วนี่ก็คือคุณพันไมล์เป็น..” ศิลากำลังจะพูดว่าเป็นเจ้านายของพสุธา แต่พันไมล์ก็พูดแทรกขึ้นมาก่อนว่า
“เป็นหุ้นส่วนของน้องดินครับ”
เป็นอีกครั้งที่เพื่อนร่วมงานของศิลาต้องกระตือรือร้นในการแนะนำตัว แม้ว่าพวกเขาจะเพิ่งแนะนำตัวกันไปหมาด ๆ แต่ใครจะรังเกียจที่ต้องพูดชื่อตัวเองบ่อย ๆ ต่อหน้าคนที่คบหากับมหาเศรษฐีล่ะ โดยเฉพาะคนที่สามารถเป็นหุ้นส่วนกับมหาเศรษฐีล้านล้านได้ จะต้องไม่ใช่คนที่มีฐานะธรรมดาแน่
แต่ละคนไม่รู้เลยว่า พันไมล์มาจากครอบครัวที่ร่ำรวยจริง ๆ นั่นแหละ แต่เจ้าตัวเป็นหุ้นส่วนกับพสุธา ไม่ใช่มหาเศรษฐีล้านล้าน
อืม ถึงพสุธาจะเป็นมหาเศรษฐีล้านล้าน แต่พันไมล์ก็ไม่รู้นี่
“เดี๋ยวโมไปเอาเครื่องดื่มมาให้” นะโมพูดเสนอขึ้นมา
ศิลาก็อ้าปากว่าจะไปด้วย แต่พันไมล์พูดขึ้นมาก่อน
“เดี๋ยวพี่ไปช่วยนายด้วย”
“ให้พวกเราช่วยไหมครับ” เพื่อนร่วมงานของศิลาเสนอตัวอย่างกระตือรือร้น และจริงใจมาก ๆ ไม่มีความเสแสร้งเลยแม้แต่น้อย ความจริงที่พวกเขาพากันมาเร็วขนาดนี้ ก็เพื่อที่จะมาช่วยนี่แหละ
“ได้ยังไงล่ะครับ วันนี้ทุกคนมาเป็นแขก ต้องรอรับบริการจากเจ้าภาพอย่างพวกเราสิ” นะโมพูดก่อนจะลากพันไมล์ไปห้องครัว
พันไมล์มองข้อมือของตัวเองที่โดนนะโมลาก เขาก็อดไม่ได้ที่จะคิดขำ ๆ ในใจว่า
เจ้าเด็กน้อยนี่ช่างเอาเปรียบคนอื่นเก่งจริง ๆ ไม่ชอบให้คนอื่นโดนตัว แต่ตัวเองก็จับเนื้อต้องตัวคนอื่นอย่างตามใจ!
ทางฝั่งของศิลา เพื่อนร่วมงานของเขาก็มีท่าทางอึกอักชั่วครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดถามขึ้นมา
“คุณหิน คุณพะ หมายถึงน้องชายของคุณหินไม่อยู่หรือครับ” พวกเขาจะเรียกพสุธาว่า ‘คุณพสุธา’ อย่างเคยชิน แต่กลัวศิลาจะสงสัย จึงได้แต่ต้องใช้คำเรียกว่า ‘น้องชายของคุณหิน’ แทน
และพวกเขาถามหา ก็เพราะตื่นเต้นที่จะได้พบกับมหาเศรษฐีที่เป็นกึ่งเจ้านายของพวกเขาด้วย แต่ต่อมาพวกเขาก็ได้ยินคำตอบที่ทำให้พวกเขารู้ว่า ที่จริงแล้วการจะได้พบกับมหาเศรษฐีระดับล้านล้านนั้น ยังไม่ใช่เรื่องที่น่าตื่นเต้นที่สุด เพราะมีเรื่องที่ทำให้พวกเขาตื่นเต้นจนแทบช็อคอยู่อีกหนึ่งเรื่อง
“อ้อ ดินเหรอครับ ทำอาหารอยู่ในครัวน่ะครับ เขารับหน้าที่เป็นพ่อครัวสำหรับงานวันนี้ ทุกคนต้องลองชิมฝีมือของดินนะครับ รับรองว่าจะไม่ผิดหวังแน่นอน เพราะผมไม่เคยกินอาหารที่ไหนอร่อยเท่ากับที่ดินทำเลย” ศิลาอวดน้องชาย ไม่ทันได้สังเกตว่าเพื่อนร่วมงานของเขาตัวแข็งทื่อเป็นหินไปแล้ว
พระเจ้า พวกเราได้ยินอะไรเนี่ย อาหารในงานเลี้ยงของวันนี้ เป็นฝีมือของคุณพสุธา ผู้ที่มีทรัพย์สินระดับล้านล้านบาทน่ะนะ พวกเขามีบุญถึงขนาดนั้นเลยเหรอ
นี่มันวันเมษาหน้าโง่หรือเปล่า อย่าโกหกพวกเขานะ พวกเขามันคนซื่อ เชื่อคนง่าย!