47. ตอนที่ 46
ตอนที่ 46
“นายน้อยครับ นายใหญ่ทราบว่าวันนี้เป็นวันเกิดของพี่ชายนายน้อย ในฐานะที่ท่านเป็นพ่อบุญธรรมของนายน้อย จึงได้ให้ผมมามอบของขวัญให้ครับ”
พสุธามุมปากกระตุก เขารู้สึกอยากจะทุบใครสักคนขึ้นมา
บางทีอาจจะเป็นคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขา หรือบางทีอาจจะเป็นคนที่ส่งเจ้าตัวมาก็ได้
“คุณจำคนผิดหรือเปล่า” พสุธายังอดไม่ได้ที่จะพูดออกไปแบบนี้ เผื่อว่าจะรอดพ้นไปได้
“นายน้อย พวกเราเพิ่งเจอกันเมื่อเช้า ผมจะจำผิดคนได้ยังไงล่ะครับ นายน้อยช่วยเปิดประตูรั้วให้หน่อยสิครับ ผมจะได้ให้คนเอาของขวัญเข้ามา”
แฟรงค์พูดตอบอย่างหน้าตาย
ใช่แล้ว คนที่เพิ่งเข้ามาถึง ก็โยนระเบิดตู้มลงกลางงาน ก็คือแฟรงค์นั่นเอง
ตอนนี้สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่พสุธา ใช่แล้ว ทุกคู่ เพราะว่าเสียงของแฟรงค์ไม่ได้เบาเลย มันทำให้คนที่อยู่ในสระน้ำก็ได้ยินด้วย
พวกพนักงานของบริษัทเท็นซีนั้นมองอย่างอยากรู้อยากเห็น แต่ไม่ได้ตื่นตะลึงอะไร อย่างไรพวกเขาก็รู้อยู่แล้วว่าพสุธารวยมาก ๆ รวยแบบไม่น่าเชื่อ แต่ศิลา นะโม เฮียโก้ และพันไมล์ที่อยู่ในสระว่ายน้ำเหมือนกัน ก็รู้สึกตื่นตะลึง
นายน้อย? นายใหญ่? คนที่มาเป็นใครกันแน่ ทำไมถึงได้เรียกพสุธาแบบนั้น เหมือนแก๊งมาเฟียแบบในหนังเลย
พสุธากัดฟันกรอด จ้องมองแฟรงค์เขม็ง เขาอยากจะเอาแฟรงค์ไปย่างแทนบาร์บีคิวที่อยู่บนเตา
เจ้าหมอนี่เปิดโปงเขา!
พสุธาไม่รู้ว่าแฟรงค์ไม่ได้คิดจะเปิดโปงอะไรพสุธาเลย เพราะตั้งแต่ที่สืบหาตัวตนของพสุธาเมื่อสามปีก่อน ก็ไม่ได้มีการสืบหาตัวตนของพสุธาอีก เป็นข้อห้ามจากลูคัส เพราะลูคัสกลัวว่าพสุธาจะไม่พอใจ คิดว่าเขาไม่ไว้ใจเจ้าตัว และที่แฟรงค์มาปรากฏตัวในวันนี้ ก็เพียงแค่นายใหญ่ของแฟรงค์อยากจะถือโอกาสนี้มัดมือชก ให้พสุธาเป็นลูกบุญธรรมของเจ้าตัวเท่านั้นแหละ
พสุธาโกรธมากทีเดียว แต่พริบตาต่อมาเขาก็ถอนหายใจ มองหาข้อดีในเรื่องนี้
ช่างเถอะ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ฉวยโอกาสนี้บอกศิลา และนะโม รวมถึงเฮียโก้ว่า เขามีเงิน เพราะถูกมหาเศรษฐีที่เคยช่วยชีวิตเอาไว้ รับเป็นบุตรบุญธรรม
“ของขวัญอะไร ทำไมนายไม่เอาเข้ามาเลย” พสุธาถามอย่างเหนื่อยใจ
“ผมยกไม่ไหวครับ” แฟรงค์ก็ตอบเสียงเรียบ
พสุธาพยักหน้า ก่อนจะหยิบรีโมทควบคุมรั้ว มาเปิดประตูรั้วให้แฟรงค์นำของขวัญเข้ามา ขณะเดียวกันก็สงสัยว่าลูคัสส่งของขวัญชิ้นใหญ่อะไรมากันแน่
พสุธาสงสัยได้ไม่ทันไร เขาก็ได้ยินเสียงรถยนต์ที่แล่นเข้ามา และเหมือนว่าจะไม่ได้มีแค่คันเดียว
พสุธาหันไปมองแฟรงค์
“นายเอาอะไรมากันแน่” พสุธาถามออกไป
“นายน้อยต้องออกไปดูด้วยตัวเองครับ” แฟรงค์พูดตอบ
พสุธาอยากบอกว่าไม่ไป เพราะเขามีลางสังหรณ์ที่ไม่ดีอีกแล้ว
ลูคัสคงไม่ได้เล่นใหญ่เกินไปหรอกนะ ถ้าเล่นใหญ่เกินไป เจอหน้ากันเขาจะทุบให้ลูกน้องเจ้าตัวจำหน้าไม่ได้เลยทีเดียว
ทว่าถึงจะคิดเช่นนั้น แต่สุดท้ายพสุธาก็ต้องไปอยู่ดี เขาหันไปเรียกศิลาด้วย
“หิน มีคนเอาของขวัญมาให้ รีบไปดูเร็ว”
พสุธาชวนพี่ชายไปดูของขวัญวันเกิดของเจ้าตัว ที่ถูกส่งมาโดยมาเฟียวัยสามสิบปี ทว่าสุดท้ายแล้ว ก็ไม่ได้มีแค่ศิลาเท่านั้นที่ตามพสุธาไปด้วย เพราะทุกคนที่อยู่ในงาน ต่างก็พากันเดินออกไปดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น ไม่เว้นแม้แต่คุณจันทิมา และคุณพันแสง
อันที่จริงคุณจันทิมา และคุณพันแสงรู้สึกอิจฉาอยู่ในใจ พวกเขาก็อยากได้พสุธาเป็นลูกบุญธรรม แต่พสุธาปฏิเสธ ที่แท้แล้วเพราะว่าเจ้าตัวมีพ่อบุญธรรมอยู่แล้วคนหนึ่งนี่เอง ใครกันที่มาตัดหน้าพวกเขานะ!
คุณจันทิมา และคุณพันแสงไม่รู้ว่าพสุธาไม่มีหรอก พ่อบุญธรรมน่ะ มีแต่คนที่แต่งตั้งตัวเองเป็นพ่อบุญธรรมของพสุธา โดยที่เจ้าตัวไม่ได้ตกลงปลงใจด้วยเลยสักนิด
เมื่อพวกเขาเดินไปถึงหน้าบ้าน ก็เห็นของขวัญที่จอดเรียงรายอยู่ที่ลานกว้าง
ใช่ จอดเรียงรายอยู่ เพราะมันคือซูเปอร์คาร์ยังไงล่ะ
พสุธาหลับตากำหมัดแน่น เมื่อเห็นซูเปอร์คาร์หลายสิบคันจอดอยู่ บางคันนั้นเป็นรุ่นเดียวกัน แต่คนละสีก็มี
ขณะที่คนอื่น ๆ อ้าปากค้างกันเป็นแถว
“เชี่ย แน่ใจนะว่าไม่ได้กำลังถ่ายหนังกันอยู่ เรื่องจริงมีคนให้ซูเปอร์คาร์หลายสิบคันเป็นของขวัญจริง ๆ เหรอ”
“อลังการงานสร้างสุด ๆ ไม่คิดว่าจะได้เห็นฉากแบบนี้”
“เชี่ย ไอ้ดิน พ่อบุญธรรมของมึงเพิ่งจะให้รถราคาสามร้อยกว่าล้านมาแล้วไม่ใช่เหรอ” นะโมพูดกับพสุธา แล้วนั่นทำให้คนอื่นมองพสุธาด้วยสายตาตื่นตะลึงมากยิ่งขึ้น ขณะที่แฟรงค์มองอย่างแปลกใจ
นายใหญ่ของเขาส่งรถมาให้นายน้อยอีกคันตั้งแต่เมื่อไร ทำไมเขาไม่รู้เรื่องนี้เลย
พสุธารู้สึกเหมือนวันนี้เป็นวันเปิดโปงเขา ไม่ใช่วันเกิดของศิลา
อะไรกันเนี่ย นี่คือบทลงโทษของคนที่ปิดบังความจริงอย่างเขาเหรอ
พสุธาอยากจะตะโกนว่า ‘ถ้าผมทำผิด ก็ให้กฎหมายจัดการผมเถอะ อย่าเปิดโปงผมแบบนี้เลย’
แฟรงค์ไม่รู้ว่าเพราะได้ยินคำอธิษฐานของพสุธาหรือเปล่า เขาถึงไม่ได้ถามเรื่องที่เขาสงสัยออกไป แต่พูดกับพสุธาว่า
“รถยี่สิบคันแรก เป็นของขวัญวันเกิดของคุณศิลา ที่มาอายุครบยี่สิบปีพอดีอีกสิบแปดคันต่อมา เป็นของขวัญย้อนหลังวันเกิดปีที่สิบแปดของคุณนะโม และสิบแปดคันสุดท้าย เป็นของขวัญย้อนหลังวันเกิดปีที่สิบแปดของนายน้อย รวมทั้งสิ้นห้าสิบหกคันครับ” แฟรงค์พูดจบ ก็มีคนถือกล่องกุญแจรถสามกล่องมายืนตรงหน้าพสุธา กล่องหนึ่งคือกุญแจรถยี่สิบคันของศิลา อีกสองกล่องคือกุญแจรถสิบแปดคันของพสุธา และนะโม
พสุธาสีหน้ามืดครึ้ม
ซูเปอร์คาร์ห้าสิบหกคน ลูคัสคิดว่าเขาจะเปิดโชว์รูมขายรถหรือไง!
“พวกนายเอารถกลับไปเถอะ บ้านฉันไม่มีที่จอดรถพอสำหรับรถห้าสิบหกสิบคันหรอก” พสุธาเอามือไขว้หลัง ไม่ยอมรับกุญแจรถจากลูกน้องของแฟรงค์
“นายใหญ่คิดไว้แล้วว่าจะต้องมีปัญหานี้ นายน้อยไม่ต้องกังวลใจไปนะครับ นายใหญ่ได้ซื้อคฤหาสน์หลังข้าง ๆ ไว้แล้ว เป็นชื่อของนายน้อย ให้นายน้อยเอาไว้จอดรถครับ” แฟรงค์พูดแล้วก็หันไปมองลูกน้อง จากนั้นหนังสือกรรมสิทธิ์บ้านและที่ดิน รวมถึงกรรมสิทธิ์รถทั้งห้าสิบหกคันก็ถูกยกมาไว้ตรงหน้าพสุธา
คำพูดของแฟรงค์ทำให้คนอื่น ๆ อ้าปากค้างอีกครั้ง
พสุธารู้สึกอยากจะหายตัวไปจากโลกนี้ ไม่สิ เขาจะหายตัวไปทำไม คนที่สมควรหายตัวไปคือลูคัสต่างหาก!
แฟรงค์เห็นพสุธาไม่ยอมรับ เขาก็ส่งสายตาให้ลูกน้อง จากนั้นก็มีลูกน้องคนอื่นเอาโต๊ะพับมากางไว้ จากนั้นก็วางของทั้งหมดลงบนโต๊ะ แล้วก็รีบพากันกลับขึ้นรถ ขับออกไปทันที ทิ้งพสุธาเอาไว้ให้มองอย่างเคืองแค้น
สักวันเขาจะต้องเล่นงานคนพวกนี้ให้หนัก!
เมื่อพวกแฟรงค์ไปแล้ว สายตาทุกคู่ก็จับจ้องมองมาที่พสุธาเป็นตาเดียว ไม่เว้นแม้แต่ปฐพีที่เจ้าตัวคิดว่าตัวเองพอจะเดาอะไรออกบ้างแล้ว แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ยังอึ้งกับเหตุการณ์ที่เพิ่งจะเกิดขึ้นอยู่ดี
ขณะที่ทุกคนสงสัย และอยากจะถามอะไรออกไป ทว่าก็มีความเกรงใจพสุธาอยู่มาก ก็มีคนหนึ่งที่เปิดปากขึ้นมาก่อน
“น้องดินไปได้พ่อบุญธรรมคนนี้มาจากที่ไหน พาพี่ไปบ้างสิ” พันไมล์มองซูเปอร์คาร์ห้าสิบหกคันตรงหน้าอย่างน้ำลายไหล มีรถบางรุ่นที่เขาอยากจะได้มาตลอด ทว่าไม่สามารถซื้อได้ เพราะไม่มีใครขายให้
ถ้าเขาขอซื้อต่อจากน้องดิน จะได้หรือเปล่านะ
พันไมล์คิดอย่างตื่นเต้น แต่สุดท้ายก็ตัดใจ เพราะคิดว่าไม่มีใครขายของขวัญวันเกิดที่ได้รับมาหรอก เพราะนั่นเป็นน้ำใจจากคนที่ให้ความสำคัญเจ้าตัว
ฝั่งพสุธาเมื่อได้ยินคำพูดของพันไมล์ เขาก็มุมปากกระตุก อยากถามว่าพ่อบุญธรรมคนนี้ เขายกให้เอาไหม
พสุธาไม่รู้ว่าถ้าเขาถามออกไป พันไมล์จะต้องตอบตกลงอย่างแน่นอน
“ไอ้ดิน มึงมีอะไรจะบอกกูไหม” เฮียโก้พูดขึ้นมาบ้าง หลังจากที่เขาตื่นตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว ต่อมาสิ่งที่เขาสนใจก็ไม่ใช่ซูเปอร์คาร์พวกนี้ แต่เป็นเรื่องอื่น
พสุธาถอนหายใจ รู้สึกว่าวันนี้ตัวเองคงจะรอดตัวได้ยากแล้ว ถ้าไม่มีคำอธิบายอะไร
“ทุกคนไปร่วมสนุกกันต่อเถอะครับ ผมขอตัวจัดการเรื่องบางอย่างก่อน” พสุธาเชิญแขกกลับเข้าไปด้านใน
คุณพันแสง มองคุณจันทิมา ก่อนจะออกตัวขอกลับก่อน คิดว่าพสุธามีเรื่องที่ต้องให้จัดการมากมาย
คุณวินิจ ปลื้มปีติ และพีรวิชญ์ก็ออกตัวขอกลับก่อนเช่นกัน
พนักงานบริษัทเท็นซีมีความอาลัยอาวรณ์ไม่อยากกลับ แต่ก็เอ่ยปากขอตัวกลับอย่างเกรงใจ ทว่าสุดท้ายศิลาก็รั้งตัวเอาไว้ บอกว่าอาหารที่พสุธาทำยังเหลืออีกตั้งมาก ทุกคนอยู่กินให้หมดก่อนค่อยกลับสิ นั่นทำให้พนักงานทั้งหลายรีบกลับไปที่สระว่ายน้ำ แล้วสนุกสนานกันต่อในทันที
เมื่อคนนอกออกไปเกือบหมดแล้ว พสุธาก็ถูกพวกเฮียโก้จ้องมอง
“ความจริงรู้ตัวว่าเวลานี้ควรจะออกไปก่อน แต่เพราะความอยากรู้อยากเห็น พี่ขออยู่ด้วยนะครับน้องดิน” พันไมล์ก็ไม่ปิดบังอาการสนใจเรื่องชาวบ้านเลยสักนิด เขาพูดออกมาตรง ๆ เลย
พสุธาทอดถอนหายใจ เอาเถอะ อยากอยู่ก็อยู่ ยังไงก็ถือว่าเป็นคนกันเองไปแล้ว
ขณะที่คิดเช่นนี้ พสุธาก็เหลือบสายตามองปฐพี ที่ไม่ได้พูดอะไร แต่ก็ไม่ได้ขยับตัวไปไหน ราวกับว่าการที่เจ้าตัวอยู่ตรงนี้ด้วย เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลทุกอย่าง
หน้ามึนจริง ๆ
“มึงมีอะไรจะอธิบายไหม” เฮียโก้ถามเสียงเครียด เขามองซูเปอร์คาร์เกือบหกสิบคัน ที่มูลค่ารวมกันแล้วไม่ต่ำกว่าพันล้าน เพราะคันที่ราคาถูกที่สุด ก็อยู่ที่ยี่สิบล้านกว่าแล้ว
“ก็อย่างที่ได้ยินกันนั่นแหละ พ่อบุญธรรมของผมเขาส่งมา” พสุธากัดฟันพูดคำว่าพ่อบุญธรรม
“พ่อบุญธรรมของมึงเป็นใคร แล้วมึงไปได้พ่อบุญธรรมมาตั้งแต่เมื่อไร ทำไมกูไม่เห็นรู้เรื่องนี้เลย” เฮียโก้ถามต่อ
เขาสงสัยว่าพ่อบุญธรรมของพสุธาเป็นใครกันแน่ ถึงสามารถมอบของขวัญมูลค่ามหาศาลขนาดนี้ให้พสุธาได้ แล้วยังซื้อคฤหาสน์หลังข้าง ๆ ให้พสุธาเอาไว้จอดรถอีก คฤหาสน์หลังนั้นก็มีราคาไม่ต่ำกว่าหนึ่งพันล้านหรอกนะ
“เมื่อสามปีก่อน ผมบังเอิญช่วยชีวิตคนคนหนึ่งเอาไว้ ต่อมาเขาก็รับผมเป็นลูกบุญธรรม ผมเองก็เพิ่งรู้ไม่นานมานี้ว่าเขาเป็นทายาทมหาเศรษฐี ตอนนี้รับสืบทอดสมบัติทั้งหมดแล้ว ของพวกนี้เห็นว่ามูลค่าสูง แต่จริง ๆ ก็แค่ขนเส้นเดียวบนตัววัวนั่นแหละเฮีย” พสุธาตอบ
“พ่อบุญธรรมน้องดินรวยขนาดนั้นเลยเหรอ เขาสนใจรับลูกบุญธรรมเพิ่มไหม” พันไมล์ถาม แต่ก็ถูกเฮียโก้มองตาขวางใส่ หันหนีสายตาเฮียโก้ ก็เจอสายตาเย็นชาจากปฐพี
“นี่ใช่เวลาที่มึงจะมาพูดเล่นเหรอ” เฮียโก้ด่าเพื่อน ก่อนจะหันไปซักฟอกพสุธาต่อ
“ต่อให้เป็นบุญคุณช่วยชีวิต แต่ของพวกนี้ก็แพงเกินไปหรือเปล่า คิดจะให้ก็ให้กันง่าย ๆ เลยหรือไง”
“ก็บอกแล้วไงเฮีย ว่ามูลค่ารวม ๆ แล้วก็แค่ขนเส้นเดียวบนตัววัวของเขานั่นแหละ อีกอย่างผมช่วยชีวิตเขาเอาไว้ ถ้าวันนั้นไม่มีผม เขาก็ไม่มีชีวิตกลับไปสืบทอดสมบัติพวกนั้นหรอก ตอบแทนผมเล็กน้อย ก็ไม่เกินไปหรอกมั้ง” พสุธาพูดเสียงเนิบ
“ตอนที่มึงเห็นรถพวกนี้ มึงดูไม่ตื่นตะลึงเลยนะ ไม่แปลกใจด้วย สีหน้าเหมือนนแค่จนใจ กับเหนื่อยใจ” เฮียโก้ยังเค้นต่อ
พสุธาไม่คิดเลยว่าเฮียโก้จะจับสังเกตสีหน้าตัวเองได้ละเอียดแบบนี้
“เขาคงไม่ได้เพิ่งให้รถพวกนี้กับมึงเป็นครั้งแรกหรอกใช่ไหม กูเดาว่าคฤหาสน์หลังนี้ ที่จริงค่าเช่าสองพันอะไรนั่น ก็แค่เรื่องโกหกที่มึงสร้างขึ้นมา จริง ๆ แล้วพ่อบุญธรรมของมึงเขาซื้อให้มึงสินะ” เฮียโก้พูดต่อ
พสุธาไม่รู้ว่าจะปรบมือให้เฮียโก้ดีหรือเปล่า เขายังไม่ทันได้แต่งเรื่องออกไป เฮียโก้ก็เขียนบทให้เขาเรียบร้อยแล้ว
“ก็อย่างที่เฮียพูดนั่นแหละ” มีบทมาเสิร์ฟถึงที่ นักแสดงอย่างเขาจะไม่รับบทได้ยังไงล่ะ
รางวัลออสก้าต้องเข้าเขาแล้วนะ
พสุธาทอดถอนใจ
“จริงเหรอ งั้นคฤหาสน์หลังนี้ก็เป็นของมึงแล้วน่ะสิ” นะโมพูดอย่างตื่นเต้น
พสุธาพยักหน้าเนิบ ๆ
“เขาจะพาดินไปไหม” ศิลาถามอย่างกังวล กลัวว่าน้องชายจะถูกพ่อบุญธรรมของเจ้าตัวพาตัวไป แล้วทิ้งเขาเอาไว้คนเดียว
ถ้าไม่มีดิน เขาจะอยู่ได้ยังไง
ศิลากังวลใจมาก
“ไม่หรอก ต่อให้อยากพาไป ดินก็ไม่ไป หรือถ้าจะไป ก็ต้องพาหินกับนะโมไปด้วยอยู่แล้ว” พสุธาพูดตอบพี่ชาย และนั่นทำให้ศิลายิ้มออกมาได้
สำหรับศิลาแล้ว คำพูดของพสุธาเชื่อถือได้เสมอ
ศิลาเหมือนลืมไป ว่าเรื่องคฤหาสน์หลังนี้ เพิ่งจะถูกเปิดโปงไปหมาด ๆ เรื่องค่าเช่าเดือนละสองพันบาทนั่น
“มึงแน่ใจไหมว่าเขาดีกับมึงอย่างบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้คาดหวังอะไรจากมึง” เฮียโก้ยังคงเป็นห่วงพสุธา
“เฮียไม่ต้องห่วงหรอก เขาไว้ใจได้” แม้ไม่อยากจะยอมรับ แต่พ่อบุญธรรมที่ยัดเยียดตัวเองคนนั้น ก็ไว้ใจได้จริง ๆ
“แล้วเขาทำงานอะไร ทำไมถึงรวยขนาดนั้น”
“ก็ธุรกิจส่วนตัวนั่นแหละเฮีย แต่ธุรกิจเขาอยู่ต่างประเทศ ตัวเขาก็อยู่ต่างประเทศเหมือนกัน เขาเป็นลูกครึ่งน่ะ” พสุธาตอบอย่างลื่นไหล
“พ่อน้องดินรวยขนาดนี้ ทำไมยังมาทำงานให้เหนื่อยอยู่อีกล่ะ” พันไมล์อดที่จะถามบ้างไม่ได้
“ก็เขารวย ผมไม่ได้รวยไงครับ” พสุธาตอบเสียงเนิบ
พันไมล์มองของขวัญที่พ่อบุญธรรมของพสุธาให้มาอีกครั้ง
ได้ทั้งรถทั้งคฤหาสน์ แบบนี้ถ้าเรียกว่าไม่รวย แล้วแบบเขาเรียกว่าอะไร ยาจกเหรอ หรือว่าขอทาน
“พ่อบุญธรรมมึงทำธุรกิจอะไร” เฮียโก้ดึงบทสนากลับไปอย่างจริงจัง
พสุธาลอบถอนหายใจ แต่ไม่ได้รำคาญใจ เพราะรู้ว่าเฮียโก้เป็นห่วง กลับกัน ถ้าศิลาเกิดมีพ่อบุญธรรมแบบนี้บ้าง เขาคงซักฟอกยิ่งกว่าที่เฮียโก้ทำ
“ก็มีธุรกิจเดินเรือล่ะมั้ง แล้วก็พวกคาสิโน” พสุธาเปิดเผยความจริงบางส่วน แต่ไม่ได้พูดเรื่องค้าอาวุธสงคราม
“สรุปคือเป็นมาเฟียใช่ไหม ไม่น่าล่ะ พวกที่เอารถมาส่งเมื่อกี๊ กูเห็นว่าไม่เหมือนพวกลูกน้องทั่วไป แล้วไหนจะที่มึงช่วยชีวิตเอาไว้อีก” เสียงของเฮียโก้เครียดกว่าเดิม ศิลาก็มองน้องชายอย่างกังวล ดวงตาแดงเรื่อขึ้นมาแล้ว เขายอมอดมื้อกินมื้อ ดีกว่าให้น้องชายไปพัวพันกับคนอันตรายแบบนั้น
“จะเรียกแบบนั้นก็ไม่ผิด แต่ก็ไม่ได้เหมือนในหนังหรอกนะเฮีย ที่เอะอะสั่งฆ่ากันน่ะ ยังไงก็เป็นบุคคลที่เคารพกฎหมายอยู่พอสมควร” หมายถึงเรื่องไหนทำได้ ก็เคารพ เรื่องไหนทำไม่ได้ ก็ไม่เคารพ
“ถ้าไม่จำเป็น มึงก็อย่าเอาตัวเข้าไปพัวพันมาก มาเฟียแบบนั้น ถ้าเกิดอะไรขึ้น กูจะมีกำลังพอปกป้องมึงไหม” เฮียโก้พูดอย่างกังวลใจ แต่พสุธารู้สึกอบอุ่นหัวใจมาก ก่อนจะได้ยินเสียงทุ้มต่ำของปฐพี
“กำลังมึงไม่พอปกป้อง ก็ยังมีกู”
พสุธาหันไปมองปฐพี แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้พูดอะไร เสียงของพันไมล์ก็ดังขึ้นก่อน
“กูว่ามึงควรจะทำประกันชีวิตเพิ่ม คิดจะรักลูกชายมาเฟีย มึงโดนพ่อเขาเล่นแน่ ว่าแต่แค่วันเกิด พ่อเขายังให้ของขวัญขนาดนี้ มึงคิดไว้หรือยัง ว่ามรดกที่มึงจะได้ พอค่าสินสอดลูกเขาหรือเปล่า”
พสุธามุมปากกระตุก ส่วนปฐพียิ้มเย็นส่งให้เพื่อน
“ประกันชีวิตกูไม่จำเป็น แต่ประกันชีวิตมึงน่าจะต้องใช้เร็ว ๆ นี้ จะว่าไป ของขวัญวันเกิดที่ส่งมาวันนี้ ก็มีของนะโมด้วยนี่นะ เขาว่าพวกเจ้าชู้ มักจะได้กินลูกปืนของพ่อตา”