LNCrawler

5. ตอนที่ 4

คุณชายอย่างผม มีระบบยิ่งลำบากยิ่งร่ำรวย — novel.dek d.com · All chapters

ตอนที่ 4

พสุธารู้สึกว่าวันนี้ตัวเองดวงไม่ค่อยจะดีเท่าไรนัก นึกว่าจะได้นั่งซูเปอร์คาร์หรูกลับบ้าน แต่กลายเป็นรถจักรยานยนต์เก่า ๆ โทรม ๆ

ผิดหวังแค่นี้ยังไม่พอ ระหว่างทางยังมีพายุฝนกระหน่ำลงมา เขาและเจ้านายล้วนเปียกโชก ดั่งลูกหมาตกน้ำ

“เจ้านายโดนน้ำฝนได้หรือเปล่า” พสุธาถามปฐพีฝ่าเสียงฝน และเสียงลม ทว่าอีกฝ่ายได้ยินไม่ชัดเจน เขาถามไปสามรอบ ก็ส่งเสียงร้อง ‘ฮะ’ กลับมาทั้งสามรอบ

พสุธากลัวว่าเจ้านายจะป่วยจนไม่มีคนจ่ายค่าแรงให้เขา อีกทั้งยังกลายเป็นว่าเขาทำภารกิจไม่สำเร็จ ดังนั้นจึงได้ยื่นปากไปข้างหูของปฐพี

“คุณโดนฝนได้หรือเปล่า แพ้เหมือนที่แพ้น้ำประปาไหม”

ปฐพีได้ยินคำถามของพสุธา แต่เขาไม่ได้ตอบในทันที เพราะรู้สึกแปลก ๆ กับการที่พสุธายื่นปากมาใกล้หูของเขา

แต่ความรู้สึกแปลก ๆ นี้ ไม่ใช่ความรังเกียจเหมือนที่มีกับคนอื่น

“ไม่ ไม่แพ้” ปฐพีตอบ หลังจากที่เขานิ่งอึ้งไปชั่วอึดใจหนึ่ง

พสุธาถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่ก็ยังแนะนำให้ปฐพีแวะรอดรถหลบฝนก่อน

“ไม่เป็นไร อีกไม่นานก็จะถึงค่ายไอ้โก้แล้ว” ปฐพีปฏิเสธ

อ้อ พสุธาไม่ได้ให้ปฐพีไปส่งที่บ้าน แต่ให้ไปส่งที่ค่ายมวยของเสี่ยก้อน พ่อของเฮียโก้แทน

เขาจอดรถจักรยานเอาไว้ที่นั่น ยังต้องใช้ปั่นกลับบ้าน และพรุ่งนี้ยังต้องใช้ปั่นไปทำงานที่คอนโดมิเนียมของปฐพี

ความจริงจากคอนโดมิเนียมของปฐพีไปถึงค่ายมวยเสี่ยก้อน ใช้เวลาไม่ถึงสิบห้านาที แต่เพราะว่าฝนตกหนัก ทำให้รถติด แม้ว่ารถจักรยานยนต์จะคล่องตัวกว่ารถยนต์ ก็ยังใช้เวลาถึงครึ่งชั่วโมง

เมื่อมาถึงค่ายมวย พุสุธาก็ได้รับความสงเคราะห์จากเฮียโก้ รีบให้เขาไปอาบน้ำอุ่น ส่วนปฐพีนั้นน่าสงสารยิ่งกว่า เพราะเจ้าตัวแพ้น้ำประปา และค่ายมวยของเสี่ยก้อนก็ไม่มีท่อน้ำแร่ ปฐพีจึงทำได้แค่ยืมเสื้อผ้าของเฮียโก้เพื่อเปลี่ยน

“มึงนึกยังไงถึงได้ขับมอ’ไซต์เก่า ๆ นี่มา รถมึงพังหมดแล้วหรือไง” เฮียโก้ถามเพื่อนสนิท พลางยื่นน้ำขิงอุ่น ๆ ให้เพื่อนได้ดื่มคลายหนาว

“ตอนไปคอนโด น้องมึงนั่งเกร็จจนกูกลัวว่าจะเป็นตะคริว ขากลับกูเลยยืมมอ’ไซต์ลุงยามมา” ปฐพีพูดตอบ เขาไม่รู้เลยว่าที่พสุธานั่งเกร็ง ไม่ใช่เพราะกลัวว่าจะทำรถเขาเสียหาย หรือว่าไม่คุ้นชินกับการนั่งซูเปอร์คาร์ แต่เป็นเพราะกลัวระบบจะทำตัวโหดร้าย หักคะแนนของเขา เพราะการนั่งซูเปอร์คาร์ ขัดแย้งกับข้อกำหนด

โฮสต์ที่ผูกระบบต้องลำบาก แล้วคนลำบากที่ไหนสามารถนั่งซูเปอร์คาร์ได้

พสุธาระแวงระบบ จึงได้นั่งตัวเกร็งไปตลอดทาง ต่อมาพบว่าระบบไม่ได้หักคะแนน เขาจึงกล้าคาดหวังเล็กน้อย แต่ไม่คิดเลยว่าความกลัวโดนหักคะแนนของเขา จะทำให้ปฐพีเข้าใจผิด และทำให้เขาพลาดโอกาสนั่งบนซูเปอร์คาร์อีกครั้งไปทั้งอย่างนี้

ฝั่งเฮียโก้เมื่อได้ยินคำตอบของเพื่อน เขาก็เลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ

“แปลก ๆ นะ เพิ่งเคยเห็นมึงใส่ใจคนที่เพิ่งเจอกันได้ไม่ถึงวันแบบนี้” เฮียโก้หรี่ตาลง

“กูยังต้องการพ่อครัวส่วนตัวอยู่” ปฐพีพูดเสียงเรียบ แสดงเจตนาของตัวเอง

เฮียโก้เมื่อได้ยินคำตอบของเพื่อน ก็เชื่ออย่างสนิทใจ เพราะตัวเองได้ลิ้มรสชาติอาหารฝีมือของพสุธาแล้ว ตัวเองเป็นคนกินง่าย ไม่เรื่องมาก ยังติดใจรสมือของพสุธา จนแทบจะกินอาหารที่อื่นไม่ได้ แล้วเพื่อนของเขาที่กินยาก อาหารที่เจ้าตัวชมว่าอะไรมีอยู่แค่นับนิ้วได้ นับแล้วยังเหลือข้างที่ไม่ได้นับด้วยซ้ำ ดังนั้นเมื่อเจอคนที่ทำอาหารได้ถูกปากตัวเองเป็นอย่างยิ่ง ก็เป็นเรื่องปกติที่คิดจะรั้งตัวเอาไว้ เมื่อตัวเองมีเงินมากพอที่จะจ้างได้

แต่น่าเสียดาย เพราะพสุธาถูกระบบควบคุมอยู่ ต่อให้ปฐพีจ่ายเงินเดือนเยอะกว่านี้เป็นสิบเท่า พสุธาก็ไม่สามารถตอบตกลงได้

“แล้วเรื่องอื่นเป็นไง ทำงานดีไหม” เฮียโก้มั่นใจในตัวพสุธาอยู่แล้ว แต่ว่าเขาก็รู้ดีว่าเพื่อนของเขานั้นเรื่องมาก และจู้จี้ขนาดไหน ดังนั้นจึงคิดว่าต่อให้เป็นเทพเซียนลงมารับใช้ เพื่อนของเขาก็มีข้อตำหนิอยู่ดี

“ดี มีความสามารถ ไม่พูดมาก”

“หึ กูแนะนำได้ดีใช่ไหมล่ะ” เฮียโก้ยืดอก พอดีกับที่ประตูห้องนอนของเขาถูกเคาะ

“เข้ามา” เฮียโก้ตะโกนบอก ไม่นานประตูก็เปิดออก และมีพสุธาที่อยู่ในชุดเสื้อผ้าตัวโคร่งเดินเข้ามา

ชุดที่พสุธาสวมอยู่ เป็นเสื้อผ้าของเฮียโก้เนี่ยแหละ อีกฝ่ายใจดีให้ยืม แต่ขนาดตัวที่แตกต่างกัน ทำให้เหมือนเด็กยืมเสื้อพ่อมาใส่

“อาบเสร็จแล้ว? มากินน้ำขิงนี่ จะได้อบอุ่น” เฮียโก้ชี้ไปยังแก้วน้ำขิงที่ตัวเองชงเผื่อเอาไว้ให้พสุธา

“ขอบคุณเฮีย” พสุธาก็ไม่ได้อิดออด หยิบแก้วขึ้นมากระดกดื่มลงคออย่างรวดเร็ว

“ช้า ๆ เถอะมึง เดี๋ยวสำลักขึ้นมา” เฮียโก้เตือน

“รีบกินรีบกลับน่ะเฮีย” พสุธาพูด

“คืนนี้มึงค้างที่นี่เถอะ ดึกแล้วจะกลับยังไง ฝนก็ยังไม่หยุดตก”

“กลับได้ ดึกกว่านี้ก็เคยกลับมาแล้ว เฮียก็รู้ เรื่องฝน เฮียให้ผมยืมเสื้อกันฝนสักตัวก็พอแล้ว” พสุธาส่ายหน้าปฏิเสธที่เฮียโก้ชวนให้เขานอนค้างคืนที่ค่ายมวย

“มึงจะรีบกลับไปทำไม วันนี้อยู่เล่นเกมกับกูก่อน” เฮียโก้หาเหตุผลมารั้งไว้ เพราะไม่อยากให้พสุธากลับบ้านคนเดียวมืด ๆ ค่ำ ๆ แบบนี้ อีกทั้งเขายังได้ยินมาว่าพ่อ (ตัวปลอม) ของพสุธา เสียพนันมาอีกแล้ว ตอนนี้น่าจะไปดักอยู่ที่ห้องเช่าของพสุธา เพื่อรีดไถเงินอีกแล้วแน่ ๆ

“ไม่ได้เฮีย ต้องไปดูหินซื่อบื้อสักหน่อย ว่าพี่มันกินข้าวเย็นกับอะไร” พสุธาพูดแล้วถอนหายใจ พี่ชายของเขา หากไม่มีเขาคอยควบคุม จะชอบกินแต่ผัก แล้วเก็บพวกเนื้อสัตว์หรือของดี ๆ เอาไว้ให้เขา

หินซื่อบื้อมัวแต่ห่วงคนอื่น ไม่ห่วงตัวเองบ้างเลย

“เฮ้อ ถ้างั้นกูไปส่งเองแล้วกัน” เฮียโก้รู้ว่าพสุธายึดถือพี่ชายเป็นครอบครัวคนเดียวของตัวเองที่มีอยู่ ดังนั้นจึงไม่ได้รั้งไว้อีกต่อไป แต่เสนอตัวไปส่งแทน

“ไม่เป็นไรเฮีย ปั่นจักรยานกลับไปสะดวกกว่า เพราะพรุ่งนี้ยังไงก็ต้องปั่นจักรยานไปทำงาน” พสุธาปฏิเสธพร้อมกับเหตุผล

“เดี๋ยวกูเอากระบะไป เอาจักรยานมึงใส่ไว้ท้ายกระบะ ก็ได้แล้ว” เฮียโก้มีวิธีการแก้ปัญหาง่าย ๆ

‘ระบบ ถ้าฉันรับความช่วยเหลือนี้ จะโดนหักคะแนนไหม’ พสุธาถามระบบอย่างหวาดระแวง

‘ไม่หัก’ ระบบตอบกลับสั้น ๆ แสนเย็นชา แต่พสุธาลอบยิ้มอย่างดีใจ

“งั้นก็รบกวนเฮียแล้วนะ” พสุธาพูดอย่างยินดี

เขาไม่ต้องลำบากปั่นจักรยานตากฝนกลับบ้านแล้ว ดีจริง ๆ ในที่สุดระบบก็เริ่มมีมนุษยธรรมขึ้นมาบ้างแล้วใช่ไหม!

“กูไปด้วย เอามอ’ไซต์ขึ้นท้ายรถ มึงไปส่งที่คอนโด” ปฐพีที่นั่งเงียบมาตลอด ตั้งแต่ที่พสุธาเข้ามา ก็พูดขึ้น

“เฮ้ย รถกระบะกูมันตอนเดียว ข้างในนั่งได้แค่สองคน กูคน ข้างคนขับอีกคน” เฮียโก้บอกเพื่อน

“ไม่เป็นไรเฮีย ผมนั่งท้ายกระบะก็ได้”

“นั่งท้ายกระบะ มึงก็เปียกสิวะ งั้นกูจะไปส่งมึงทำไมล่ะ” เฮียโก้ไม่เห็นด้วย

“เบียดกันไป” ปฐพีพูดขึ้นมา

คราวนี้เฮียโก้มองเพื่อนด้วยสีหน้าเหมือนเห็นผี

“มึงรู้ไหมว่ามึงพูดอะไรออกมา” เฮียโก้ถาม

“กูไม่ได้โง่ จะไม่รู้ได้ยังไง”

“นั่งเบียดนะ มึงเข้าใจคำว่านั่งเบียดไหม เนื้อทองคำแบบมึง ให้คนอื่นเบียดได้หรือไง” เฮียโก้แซะเพื่อน ขณะเดียวกันก็ห่วงเพื่อนด้วย

เพราะว่าเพื่อนของเขาถ้าถูกแตะโดนเนื้อตัวเข้า หมอนี่จะเช็ดจนผิวถลอกไปหมด

“กูใส่แขนขายาว ใส่ถุงเท้า ถุงมือ” ปฐพีพูด ส่วนพสุธานิ่วหน้าเล็กน้อย

ต้องเล่นใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอ ตอนซ้อนท้ายรถมา มีช่วงที่รถเบรกกะทันหัน เขาเผลอกอดเข้าที่เอวของปฐพี ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรนี่

“ถ้ามึงโอเค งั้นก็โอเค” เฮียโก้คิดว่าปฐพีคงไม่หาเรื่องให้ตัวเองลำบาก ดังนั้นจึงไม่ได้โต้แย้งอะไรอีก คว้ากุญแจรถมา พาคนที่เขาถือเป็นน้องชาย และเป็นเพื่อนสนิทไปส่ง

เฮียโก้ไปส่งพสุธาก่อน ดังนั้นจึงทำให้ปฐพีเห็นที่อยู่อาศัยของพสุธา

ห้องเช่าแถวเดียว เก่า ๆ โทรม ๆ ประตูไม้ที่ผุจนไม่แน่ใจว่าสามารถป้องกันอะไรได้หรือเปล่า ถัดจากห้องของพสุธาไป ยังมีกลุ่มคนตั้งวงเหล้า ดูแล้วดิบเถื่อนไม่น้อย

ปฐพีขมวดคิ้ว แววตามีประกายบางอย่าง แต่เพียงแค่แวบเดียวเท่านั้น ก็จางหายไป

“ขอบคุณนะเฮีย ไปก่อนนะครับคุณป๋า” พสุธาพูดกับเฮียโก้ ก่อนจะมาพูดกับปฐพี

น้ำเสียงตอนที่พูดกับเฮียโก้ เต็มไปด้วยความเป็นกันเอง แต่เมื่อพูดกับปฐพี ก็มีความมากมารยาทอยู่หลายส่วน

ปฐพีพยักหน้าเบา ๆ ขณะที่เฮียโก้ก็พูดไล่

“รีบเข้าไปพักผ่อน”

“รู้แล้วน่าเฮีย” พสุธาพูด ก่อนจะโบกมือ แล้วเดินหันหลังเข้าห้องไป

เมื่อพสุธาเข้าห้องไปแล้ว ประตูก็ปิดสนิทแล้ว รถกระบะจึงได้เคลื่อนตัวจากไป

“กลับมาแล้วเหรอ” เมื่อพสุธาเข้ามาในห้อง ก็ถูกชายหนุ่มตัวผอมแห้งพูดถาม น้ำเสียงมีความเป็นห่วงและกังวล

“กลับมาแล้ว กินอะไรหรือยัง ให้ไอ้โมมันเอาของมาให้ มันเอามาให้หรือยัง แล้วทำอะไรกิน วันนี้ไม่โดนโกงค่าแรงอีกใช่ไหม” พสุธาถามรัว ทำให้คนเป็นพี่ชายนั้นไม่รู้ว่าจะตอบคำถามไหนก่อนดี ได้แต่ค่อย ๆ ตอบไป

“กินแล้ว เอามาให้แล้ว กินบะหมี่ ไม่โดนโกง” ศิลาตอบทีละคำถาม

“บะหมี่อะไร” พสุธาจี้ถามต่อ

“ก็นั่น” ศิลาชี้ไปยังห่อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ยังเหลืออีกสองห่อ

พสุธาสีหน้ามืดครึ้ม กลั้นใจถามต่อว่า

“แล้วใส่อะไรบ้าง”

“ใส่ผัก แล้วก็ไข่”

“แค่นี้ แล้วเนื้อสัตว์ หมู ไก่ ลูกชงลูกชิ้น ไม่ใส่เลย?” น้ำเสียงของพสุธาเย็นขึ้นเรื่อย ๆ

ศิลาที่รับรู้ว่าน้องชายกำลังโกรธแล้ว ก็เกาแก้มเบา ๆ

“อย่าโกรธ เก็บไว้ให้ดินกิน” ศิลาก้มหน้า

พสุธาสูดลมหายใจลึก เขาโกรธ แต่ก็เจ็บปวดด้วย

พี่ชายของเขาเป็นแบบนี้เสมอมา ถ้ามีของอร่อย ก็ต้องเก็บเอาไว้ให้เขา หรือถ้ามีไข่ต้มหนึ่งฟอง เจ้าตัวก็ยอมอด แล้วเอาให้เขากิน

“ไม่โกรธได้หรือไง ให้ไอ้โมเอาเนื้อสัตว์มาให้ ทำไมไม่เอาไปทำกิน กินแต่ของไม่มีประโยชน์ ถ้าป่วยขึ้นมา ดินจะทำยังไง” พสุธาพูดเสียงโมโห

“ไม่ป่วย พี่แข็งแรงดี” ศิลาส่ายหน้า พูดเสียงอ่อนโยน

“แข็งแรงกับผีน่ะสิ หมอบอกว่าหินขาดสารอาหารนะ ลืมแล้วเหรอ อยากไปนอนให้น้ำเกลืออีกใช่ไหม” พสุธาพูดขู่

“พี่ใส่ไข่ มีโปรตีน” ศิลาพูดอย่างใจเย็น

“มันพอที่ไหนล่ะ นั่งลงเลย เดี๋ยวจะทำกับข้าวให้กิน ถ้ากินไม่หมด พรุ่งนี้ดินจะหนีออกจากบ้าน ไม่อยู่เป็นภาระหินแล้ว” พสุธาพูดขู่ ทำเอาพี่ชายสีหน้าตื่นตระหนก

“ไม่ให้ไป ดินไม่เป็นภาระ พี่ดูแลดินได้ พวกเราอยู่ด้วยกัน” ศิลากล่าวเสียงลนลาน

“งั้นก็เชื่อฟังนะ ถ้ายังดื้อ ไม่ยอมกินของดี ๆ เอาแต่จะเก็บไว้ให้ดินอีก ดินจะไม่อยู่กับหินแล้วนะ” พสุธาพูดเสียงจริงจัง ก่อนจะเดินไปเปิดตู้เย็น หยิบวัตถุดิบออกมา จะทำอาหารให้พี่ชาย

ไม่นานนัก กลิ่นหอม ๆ ของผัดผักหมู และต้มซุปไก่ก็โชยไปทั่วห้อง

ศิลารีบเข้ามาช่วยน้องชายตักข้าว

“ดินกินมาจากข้างนอกบ้างแล้ว หินกินเยอะ ๆ เถอะ” พสุธารีบห้าม เมื่อเห็นว่าศิลาตักข้าวให้เขาเยอะเกินไป เขาแบ่งใส่จานข้าวพี่ชายไปสามในสี่ส่วน

“จริงเหรอ” ศิลาถามอย่างไม่ค่อยเชื่อ กลัวว่าน้องชายจะกินน้อย เพราะกลัวเขาไม่พอกิน

“แน่นอนสิ ยังไม่ได้บอกหินเลยใช่ไหม ป้าเพ็ญปิดร้านสัปดาห์นึง เฮียโก้เลยหางานเป็นพ่อบ้านให้ นี่ไปเป็นพ่อบ้านของเพื่อนเฮียโก้ ทำเจ็ดวัน เขาให้ห้าพัน ถึงตอนนั้นจะพาหินไปซื้อเสื้อผ้าใหม่นะ”

“ไม่เอา ดินซื้อใส่เองเถอะ พี่มีเสื้อผ้าเยอะแล้ว แต่ว่างานน่ะ ทำไมเขาให้เงินเยอะ” ศิลาถามอย่างเป็นห่วง ห้าพันสำหรับพวกเขามันเป็นจำนวนที่เยอะมาก

“ให้เยอะเพราะงานยากไง เพื่อนเฮียโก้คนนี้ รวย แต่ก็เรื่องเยอะเหมือนกัน...” พสุธาเล่าสิ่งที่ตัวเองเจอมาในวันนี้ให้พี่ชายฟัง ศิลาฟังแล้วก็ผ่อนคลายขึ้น

“น่าสงสารจัง” ศิลาพูดอย่างสงสาร เมื่อได้ยินว่าปฐพีแพ้น้ำประปา ทั้งยังแพ้อาหารทะเลทุกชนิด รวมถึงไม่สามารถให้ใครแตะเนื้อต้องตัวได้

พสุธาเบ้ปาก

“คนจน ๆ อย่างพวกเรา มีอะไรไปสงสารคนรวยกัน รวยขนาดนั้น ก็แค่ใช้ชีวิตยุ่งยากขึ้นมาเล็กน้อย แต่ก็ยังสะดวกสบายกว่าพวกเรา” พสุธาไม่ได้ตั้งแง่รังเกียจคนรวย แต่ก็ไม่คิดว่าคนที่ต้องดิ้นรนถึงจะมีชีวิตรอดไปวัน ๆ แบบพวกเขา จะมีสิทธิ์อะไรไปสงสารคนรวย

คนรวยน่ะ ต่อให้มีเรื่องเศร้าเสียใจ เวลาร้องไห้ยังร้องไห้ในรถหรู หรือในคฤหาสน์

ส่วนคนจน ๆ อย่างพวกเขา ไม่แน่ว่าจะมีเวลาร้องไห้เสียด้วยซ้ำ