LNCrawler

51. ตอนที่ 50

คุณชายอย่างผม มีระบบยิ่งลำบากยิ่งร่ำรวย — novel.dek d.com · All chapters

ตอนที่ 50

“แล้วคิดบ้างไหมว่าคนคนนั้นอาจจะเป็นนาย”

พสุธาชะงักไปชั่วครู่หนึ่ง เมื่อได้ยินประโยคนั้น ก่อนที่เขาจะถามเสียงกลั้วหัวเราะ

“อันนี้เรียกว่าจีบหรือยังครับ”

“แค่นี้ก็ถือเป็นการจีบแล้วเหรอ ถ้าพี่จะจีบนายจริง ๆ พี่จะทำยิ่งกว่านี้อีก” ปฐพีพูดตอบ เขาหัวเราะในลำคอเล็กน้อย

“โอเค ยังไม่ได้จีบนะครับ จะได้ยังไม่ให้คะแนน” พสุธาก็หยอกล้อกลับไป

ปฐพีได้ยินพสุธาพูดอย่างนั้น เขาก็หัวเราะเบา ๆ อีกครั้ง

“ถ้าอย่างนั้นสะสมคะแนนเอาไว้ก่อนได้ไหม ไม่แน่ว่าพอพี่เริ่มจีบเมื่อไร ก็อาจจะถึงร้อยคะแนนพอดี”

“ใครบอกว่าคะแนนเต็มหนึ่งร้อยครับ คะแนนเต็มหนึ่งล้านหรอก”

ปฐพีมุมปากกระตุก

“แบบนี้พี่ควรจะย้อนเวลาไปสักสามชาติ แล้วเริ่มจีบนายตั้งแต่ตอนนั้นดีไหม เผื่อว่าคะแนนจะเต็มพอได้คบกับนายในชาตินี้พอดี”

พสุธาหัวเราะร่วน เขาไม่คิดว่าปฐพีจะตลกขนาดนี้ได้เหมือนกัน

“หึหึ ล้อเล่นครับ ว่าแต่ทำไมอยู่ ๆ ถึงได้อยากทำอาหารขึ้นมาล่ะครับ” พสุธาถามอย่างอยากรู้อยากเห็น

“ใกล้จะวันเกิดพี่แล้วครับ พี่อยากจะทำอาหารให้คุณพ่อคุณแม่สักหน่อย” ปฐพีพูดตอบ

พสุธาคลี่ยิ้มออกมา เมื่อได้ยินคำตอบนี้

“ได้ครับ งั้นก็เลือกเมนูมาเลยแล้วกันครับ ผมจะได้สอนทำเมนูนั้นเป็นพิเศษไปเลย”

“ได้ ว่าแต่นายจะไม่ถามพี่หน่อยเหรอ ว่าพี่เกิดวันไหน” ปฐพีถามพสุธา น้ำเสียงมีความหดหู่ใจอยู่เล็กน้อย

“ก็กำลังจะถามนี่แหละครับ แต่คุณป๋าถามออกมาก่อนนี่นา”

“งั้นนายก็ถามสิ พี่รอตอบอยู่”

พสุธาหัวเราะอย่างจนใจ ถึงตอนนี้แล้วยังต้องรอให้เขาถามอยู่อีกเหรอ บอกมาเลยไม่ได้หรือไงกัน

“คุณป๋าเกิดวันไหนครับ”

“วันที่แปดเดือนแปด พี่จะอายุเต็มยี่สิบพอดี จะว่าไปแล้ว วันเกิดของนายก็ผ่านไปแล้วใช่ไหม แบบนี้ก็เท่ากับว่าพี่แก่กว่านายไม่ถึงสองปีด้วยซ้ำ” ปฐพีพูดอย่างอารมณ์ดี

พสุธาเลิกคิ้วเล็กน้อย มุมปากยกสูงขึ้น

“แก่กว่าสองปี หรือแก่กว่าไม่ถึงสองปี มีอะไรแตกต่างกันด้วยเหรอครับ” พสุธาสงสัยมาก

“ก็ไม่แตกต่างกันเท่าไรหรอก แต่พี่ก็อายุน้อยกว่าพี่ชายนายล่ะนะ ถึงจะแค่ไม่กี่วันก็เถอะ”

พสุธาไม่เข้าใจเลยว่าปฐพีต้องการจะสื่ออะไรกันแน่

“หรือว่าอยากจะเป็นเพื่อนกับผมเหรอครับ” พสุธาถาม เขาเคยเจอคนที่อายุมากกว่าเขาสองสามปี อีกฝ่ายก็ไม่ยอมให้เขาเรียกว่าพี่ ให้เรียกชื่อได้เลย บอกว่าไม่อยากแก่ เรียกชื่อแล้วยังเป็นเพื่อนกันได้อีกด้วย

พสุธาคาดเดาว่าบางทีปฐพีอาจจะคิดเหมือนคนคนนั้น

ปฐพีมุมปากกระตุกเมื่อได้ยินคำถามของพสุธา

“พี่ไม่เป็นเพื่อนกับนายหรอก”

“ทำไมล่ะครับ” พสุธาถามกลับไป

“เพราะว่าแม่พี่อยากได้นายเป็นลูกสะใภ้”

 

“มึงรู้เรื่องที่น้องดินจะลาออกจากงานแล้วหรือยัง” พันไมล์กระซิบถามปฐพี หลังจากที่พวกเขากินข้าวกล่องกันหมดแล้ว

“ลาออกเหรอ” ปฐพีมองพันไมล์อย่างสงสัย

“ใช่ น้องดินบอกกูเมื่อเช้านี้ บอกว่าจะทำงานถึงวันที่เจ็ดเดือนหน้า มึงว่าทำไมต้องเป็นวันที่เจ็ดเดือนหน้า เป็นวันที่หกไม่ได้เหรอ หรือไม่ก็วันที่แปด” พันไมล์สงสัย ถ้าพสุธาลาออกสิ้นเดือน หรือกระทั่งลาออกวันที่สอง ก่อนที่มหาวิทยาลัยจะเปิดหนึ่งวัน เขาก็จะไม่แปลกใจ แต่พสุธาเจาะจงวันที่เจ็ดมา ทำให้เขารู้สึกสงสัยอย่างห้ามไม่ได้

“เออ จะว่าไป วันที่แปดก็วันเกิดมึงแล้วนี่หว่า หรือว่าที่น้องดินลาออกวันที่เจ็ด เพื่อที่จะได้มีเวลาเตรียมตัวเซอร์ไพรส์วันเกิดมึง” พันไมล์พูดอย่างนึกขึ้นได้ เขามองเพื่อนสนิทด้วยสายตาประมาณว่า ‘ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว’

“มึงคิดว่ามันสมเหตุสมผลไหม ที่เขาจะลาออกจากงาน เพราะแค่วันเกิดคนที่เพิ่งรู้จักได้ไม่เท่าไรอย่างกู ขนาดวันเกิดพี่ชายของเขา เขายังไม่ลาออกจากงานเลย” ปฐพีรู้สึกว่าเพื่อนของเขาไม่ได้คิดก่อนจะพูดเลย ไม่อย่างนั้นคงไม่พูดเรื่องที่ความเป็นไปได้เท่ากับศูนย์ออกมาแบบนั้น

ไม่ต้องพูดถึงว่าตอนนี้พสุธาก็ไม่ได้มีใจให้เขา เพราะต่อให้พสุธามีใจให้เขาจริง ๆ อีกฝ่ายก็ไม่ใช่คนที่จะยอมทุ่มเทให้กับความรัก จนยอมทิ้งหน้าที่การงานหรอก

ปฐพีไม่รู้ว่าทำไมพสุธาถึงต้องเป็นพนักงานล้างจานให้ได้ ทั้ง ๆ ที่ความสามารถของเจ้าตัวนั้นมีมาก ไม่ว่าจะด้านภาษา หรือด้านการทำอาหาร ขอเพียงเจ้าตัวยินยอม ก็สามารถก้าวขึ้นเป็นระดับแนวหน้าในวงการนั้น ๆ ได้เลย แต่เจ้าตัวยังยืนยันที่จะเป็นพนักงานล้างจาน ปฐพีมั่นใจมากว่าพสุธาจะต้องมีเหตุผลที่มากกว่าแค่ ‘ชอบ’ อย่างที่เจ้าตัวกล่าวอ้าง เพียงแต่เขาไม่รู้ว่าเหตุผลนั้นคืออะไร รู้แค่ว่ามันต้องสำคัญมากแน่ ๆ

ขณะที่ปฐพีกำลังคิดอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงพันไมล์พูดว่า

“ก็จริง มึงจะไปสำคัญเท่าพี่ชายของเขาได้ยังไง”

ปฐพีมุมปากกระตุก แม้ว่ามันจะเป็นความจริง แต่ไม่ต้องพูดออกมาก็ได้!

“ว่าแต่งานวันเกิดมึงปีนี้ ยังจัดเหมือนทุกปีไหม” พันไมล์ถาม

ปกติแล้ววันคล้ายวันเกิดของปฐพี เจ้าตัวจะกินอาหารมื้อพิเศษพร้อมกับครอบครัว รอจนดึกหน่อยค่อยออกมาเลี้ยงสังสรรค์กับพวกเพื่อน

“ก็เหมือนทุกปีนั่นแหละ” ปฐพีตอบเสียงเรียบ

“แล้วน้องดิน? จะชวนมาด้วยไหม” พันไมล์เลิกคิ้ว มองปฐพี

“ไม่”

“ไม่ชวนเหรอ เฮ้ย ทำไมล่ะ” พันไมล์ตกใจกับคำตอบของปฐพี ทำไมถึงจะไม่ชวนพสุธาล่ะ

“หมายถึงมึงน่ะ ไม่ต้องเสือก”

 

พสุธาไม่รู้ว่าข้างนอกมีบทสนทนาที่เกี่ยวข้องกับเขา เขายังตั้งใจล้างจานของตัวเองไป อีกไม่กี่วันเขาก็ไม่ต้องทำงานนี้แล้ว พสุธาคาดหวังกับรางวัลที่จะได้รับหลังเลื่อนระดับเป็นระดับสาม

“น้องดิน ได้ยินว่าจะลาออกแล้วเหรอลูก” ป้าแจ๋วถามพสุธา

“ใช่ครับ” พสุธาตอบกลับไป แล้วก็แปลกใจนิดหน่อย ที่อีกฝ่ายได้ข่าวมาไวเหลือเกิน

“แบบนี้ป้า ๆ ก็เหงาแย่สิ” ป้าแจ๋วพูดอย่างเสียดาย ป้า ๆ คนอื่นก็ส่งเสียงเห็นด้วย

พสุธาหัวเราะเบา ๆ

“เดี๋ยวพี่พันไมล์ก็หาคนมาเพิ่มให้ครับ”

“จะมองแล้วเจริญหูเจริญตาเหมือนน้องดินไหมล่ะลูก”

“คิดว่าน่าจะได้เพื่อนร่วมวงเมาส์มากกว่านะครับ” พสุธาพูดกลั้วหัวเราะ

ปกติแล้วเขาทำงานในนี้ ก็ไม่ค่อยได้คุยอะไรมาก มีสี่ป้า ๆ นั่นแหละที่พูดคุยกันอย่างครึกครื้น แล้วก็ทำให้เขาได้รู้เรื่องชาวบ้านไปหลายเรื่องด้วย

“น้องดินว่าป้าขี้เมาส์เหรอลูก” หนึ่งในสี่ป้ามองค้อนพสุธา

“หมายถึงคุยเก่งน่ะครับ” พสุธายิ้มประจบให้อย่างน่ารัก ทำเอาป้า ๆ ยิ่งเอ็นดูมากยิ่งขึ้น

จากนั้นในห้องล้างจาน ก็มีเสียงพูดคุยไม่ขาด ป้า ๆ พูดกันเองบ้าง หันมาหยอกล้อพสุธาบ้าง เอาเป็นว่าบรรยากาศเต็มไปด้วยคามครึกครื้น

 

ขณะเดียวกัน ห้องพักผู้ป่วยวีไอดี โรงพยาบาลรัศมีอินเตอร์ บรรยากาศก็เต็มไปด้วยความอึมครึม เด่นชัยจ้องลูกชายทั้งสองคนที่ตอนนี้เข้าเฝือกแขนขา ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยฟกช้ำจนแทบจำไม่ได้ ที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือรอยเย็บที่มุมปากไปถึงเกือบใบหู ไม่รู้ว่าคนลงมือนั้นโกรธแค้นมาตั้งแต่ชาติปางไหน ถึงลงมือได้โหดร้ายขนาดนี้

สองฝาแฝดที่เคยเป็นหนุ่มเนื้อหอมในแวดวงสังคม ต่อไปจะกลายเป็นคนอัปลักษณ์แล้ว นี่คือสิ่งที่สองฝาแฝดทำใจไม่ได้ เด่นชัย และดาวิกาก็ยิ่งทำใจไม่ได้

ลูกชายสองคนของเธอ หน้าตาเป็นแบบนี้แล้ว จะแต่งงานกับลูกสาวเศรษฐีได้อย่างไร!

“พวกแกไปทำอะไรมากันแน่ ถึงได้โดนรุมทำร้ายแบบนี้” เด่นชัยถามเสียงเครียด และก็โกรธมาก แววตาเต็มไปด้วยความอาฆาต อยากจะจับคนที่ทำร้ายลูกชายของเขาจนเป็นแบบนี้ มาฉีกเป็นชิ้น ๆ แล้วโยนให้หมากิน!

สองแฝดอยากจะพูดตอบ แต่ปากที่ถูกฉีกนั้นยังขยับไม่ได้ มือก็ขยับไม่ได้เช่นกัน ทำได้แค่ส่งเสียงในลำคอราวกับคนที่พิการทางพูด และมีดวงตาที่แดงก่ำ ดูบ้าคลั่งอย่างน่ากลัว

เด่นหล้า และเด่นคุณรับไม่ได้กับสภาพในตอนนี้ของตัวเองเป็นที่สุด และต้องการที่จะทำลายทุกอย่างที่ขวางหน้า อยากจะแก้แค้น อยากจะลากคนที่เกี่ยวข้องมาสับเป็นชิ้น ๆ

ไอ้เด็กโสโครกนั่นด้วย ถ้าไม่ใช่เพราะมัน ถ้าไม่ใช่เพราะพวกเขาต้องไปดักมัน พวกเขาจะถูกรุมทำร้ายได้อย่างไร มันจะต้องชดใช้ให้สาสมกับความเจ็บปวดของพวกเขา

เด่นหล้า และเด่นคุณไม่คิดเลยว่าตัวเองจะไปลักพาตัวคนอื่น แต่ถูกรุมทำร้าย แล้วมันเกี่ยวอะไรกันกับพสุธาล่ะ

หรือว่าพสุธาเป็นคนสั่งให้ทั้งคู่ไปดักรอหรือไงกัน

ขณะที่สองฝาแฝดกับบ้าคลั่งอยู่นั้น ประตูห้องผู้ป่วยก็เปิดออก เป็นพยาบาลที่เดินเข้ามา แล้วส่งใบแจ้งยอดค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้กับเด่นชัย

“ญาตินำไปจ่ายที่ห้องการเงินนะคะ” พูดจบพยาบาลก็เดินออกไปทันที เรื่องที่คนพวกนี้ทำร้ายพยาบาลเมื่อช่วงเช้า เป็นที่รู้กันไปทั่วทั้งโรงพยาบาลแล้ว ครอบครัวกิจอนันต์จึงเป็นที่รังเกียจของบุคลากรในโรงพยาบาลนี้

“ชิ อีขี้ข้า จะทำหยิ่งอะไรนักหนา” ดาวิกาเบะปาก เย้ยหยันอย่างน่ารังเกียจ

เด่นชัยตวัดสายตามองภรรยา ก่อนจะมองตัวเลขในใบแจ้งยอดค่าใช้จ่าย จากนั้นสีหน้าของเขาก็มืดครึ้มขึ้นมา

“สามล้าน! นี่ไม่ปล้นกันไปเลยล่ะ!”

“ก็แค่สามล้านเท่านั้นเอง ตกใจอะไรกันคะ” ดาวิกาพูดอย่างไม่ใส่ใจ สามล้านพอที่จะทำให้เธอซื้อเครื่องเพชรมาใส่เล่น ๆ เท่านั้น

แต่ดาวิกาลืมไปว่า สามล้านนี้ ถ้าเป็นเมื่อหลายปีก่อน ก็จะไม่มากมายอะไรในสายตาของครอบครัวพวกเขา ทว่าตอนนี้กิจอนันต์ตกต่ำลงเรื่อย ๆ เด่นการช่างก็เสี่ยงที่จะถูกฟ้องล้มละลาย สามล้านในตอนนี้ จึงไม่จำนวนเงินที่เล็กน้อยเลย สำหรับคนที่มีหนี้อีกเป็นพันล้านให้ต้องจ่าย

“หน้าโง่ เธอไม่รู้หรือไงว่าตอนนี้ในบัญชีมีเงินอยู่เท่าไร ผู้หญิงสมองกลวง รู้จักแต่พูดอะไรโง่ ๆ” เด่นชัยด่ากราด

ดาวิการู้สึกอับอายเป็นอย่างมาก ก่อนที่ความอับอายจะเปลี่ยนเป็นความโกรธ เธอกระโจนเข้าหาเด่นชัย จากนั้นสองผัวเมียก็ลงมือตบตีกันอีกแล้ว

ดุจฝันมองสองสามีที่ตบตีกัน จากนั้นก็มองไปยังพี่ชายทั้งสองที่ตัวเองเคยภูมิใจ เพราะเพื่อน ๆ ต่างก็อิจฉาที่ตัวเองมีพี่ชายฝาแฝดหน้าตาดี ทั้งยังตามเอาใจ แต่ตอนนี้พี่ชายฝาแฝดที่เคยทำให้ตัวเองภูมิใจ ได้มีหน้าตากลายเป็นปีศาจไปแล้ว แบบนี้เพื่อน ๆ ต้องหัวเราะเยาะตัวเองแน่

ดุจฝันยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกรับไม่ได้กับสถานการณ์แบบนี้

ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้ บริษัทใกล้จะล้มละลาย คุณพ่อคุณแม่ที่เคยรักใคร่กันดี ตอนนี้ราวกับศัตรูคู่อาฆาต พี่ชายทั้งสองคนก็อาจจะกลายเป็นคนพิการ

แล้วต่อไปนี้เขาจะทำยังไงล่ะ เขายังจะเป็นคุณชายดุจฝัน ที่เพื่อน ๆ อิจฉาต่อไปได้ไหม

ไม่ได้ เขาจะยอมให้ครอบครัวล้มละลายไม่ได้ เขาจะต้องหาทาง เขาจะไม่ยอมตกจากสวรรค์หรอกนะ

แต่จะทำวิธีไหนดีล่ะ ดุจฝันขบริมฝีปาก สมองคิดหาหนทางอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะได้ยินเสียงลอดเข้ามาจากหน้าประตู

“รู้ไหม พยาบาลแผนกอีอาร์ถูกขอแต่งงานน่ะ”

“พยาบาลคนไหน”

“อะไร ไม่รู้เหรอ เขาพูดกันให้ทั่ว ก็ยัยน้องเมย์ไง ที่กลายเป็นซินเดอเรลาน่ะ ฉันล่ะอิจฉาจริง ๆ เลย ไปเที่ยวคลับครั้งเดียว ก็ไปถูกตาต้องใจคุณชาตระกูลเศรษฐีเข้า จากคนเดินดินกินข้าวแกงแบบเรา ก็ก้าวเดียวถึงสวรรค์เลยนะ”

คำพูดเหล่านี้ ดังเข้าหูดุจฝันอย่างรวดเร็ว แล้วมันก็ดังซ้ำไปซ้ำมาในหัวของเจ้าตัว ดวงตาสว่างวาบขึ้นมา ทำถามที่ไม่มีคำตอบก่อนหน้านี้ ตอนนี้ก็มีคำตอบแล้ว

ใช่สิ ถ้ายังอยากรักษาคุณภาพชีวิตแบบนี้เอาไว้ได้ ก็ต้องแต่งงานกับคนรวย ๆ ไม่ใช่เหรอ

เมื่อคิดเช่นนี้แล้ว ใบหน้าแรกที่แวบเข้ามาในสมองของดุจฝัน ก็คือใบหน้าหล่อเหลาของปฐพี

ดุจฝันหน้าแดงเรื่อขึ้นมาอย่างเขินอาย ในใจจินตนาการถึงฉากที่ปฐพีคุกเข่าขอตัวเองแต่งงาน

ดุจฝันลืมไปแล้วว่า เมื่อเช้านี้ปฐพีปฏิบัติต่อตัวเองเช่นไร แต่ต่อให้นึกได้ ดุจฝันก็จะบอกตัวเองว่า เป็นเพราะตัวเองถูกพสุธาใส่ร้าย ถ้าทำให้ปฐพีรู้ความจริงได้ ปฐพีจะต้องดีกับตัวเองอย่างแน่นอน

ดุจฝันคิดอย่างมั่นใจ ก่อนที่จะหาคนช่วยสืบหาดูว่าปกติแล้ว ปฐพีทำอะไร หรือชอบไปที่ไหนบ้าง เพื่อที่ตัวเองจะได้มีโอกาสเข้าหา

 

ปฐพีไม่รู้ว่ามีคนกำลังฝันหวานถึงตัวเอง ตอนนี้เขากำลังนั่งรอพสุธาเลิกงานอยู่ เมื่อวานเขาไม่ได้ไปส่งเจ้าตัว วันนี้เขาจะพลาดไม่ได้

ปฐพีไม่เคยถามตัวเองเลย ว่าเรื่องส่งพสุธากลับบ้านหลังเลิกงาน กลายเป็นหน้าที่ของเขาตั้งแต่เมื่อไร แล้วทำไมเขาถึงได้เต็มใจ จนถึงขั้นกระตือรือร้นกับหน้าที่นี้นัก

“ไป วันนี้พี่ไปส่งเหมือนเดิม” ปฐพีพูด เมื่อพสุธาเดินออกมาจากห้องล้างจานแล้ว

พสุธาก็เหนื่อยจะปฏิเสธแล้วเช่นกัน เขาจึงแค่พยักหน้า แล้วหันไปบอกลาพันไมล์

“ไปก่อนนะครับ”

“พรุ่งนี้เจอกันครับน้องดิน” พันไมล์ก็โบกมือให้อย่างสนิทสนม แล้วลอบลักคิ้วหลิ่วตาให้กับปฐพี

ปฐพีทำสีหน้าเย็นชาใส่เพื่อน แล้วเดินตามพสุธาออกไป ทำให้พันไมล์หมั่นไส้จนต่อยอากาศตามหลัง

“คุณป๋าจะเริ่มเรียนทำอาหารวันไหนดีครับ วันอาทิตย์ดีไหม ผมจะไปสอนที่คอนโดคุณป๋าเอง” พสุธาชวนคุย เมื่อพวกเขามาอยู่บนรถกันแล้ว

“พี่ไปเรียนที่บ้านนายได้นะ”

“ไม่ได้หรอกครับ ที่บ้านผมไม่มีท่อน้ำแร่ต่อตรงเหมือนคอนโดของคุณป๋า เรียนทำอาหาร ไม่เหมือนวันนั้นที่ช่วยผมเสียบบาร์บีคิวนะ นั่นไม่ต้องล้างมือบ่อย ๆ ใช้น้ำแร่ไม่กี่ขวด แต่ถ้าทำอาหารอย่างจริงจัง ต้องล้างมือบ่อยมาก มันจะลำบากเกินไปน่ะครับ” พสุธาให้เหตุผล

ปฐพีถอนหายใจ

“งั้นก็ไปที่คอนโดพี่ก็ได้ แต่เดี๋ยวพี่ไปรับนายที่บ้านเอง” ปฐพีพูดอย่างจนใจ

หมายถึงจนใจที่ตัวเองแพ้น้ำประปา จนใช้ชีวิตลำบากเนี่ยแหละ

“ไม่ต้องหรอกครับ ผมขับรถไปเองได้ จะว่าไปก็ยังไม่ได้ลองขับรถที่ได้มาเลยสักคันเดียว” พสุธาอ้างไปอย่างนั้นแหละ วันจริงเขาก็จะปั่นจักรยานไปอยู่ดี

ตอนที่ระบบห้าม พสุธาก็อยากจะขับรถหรู แต่พอระบบไม่ห้ามแล้ว พสุธาก็ไม่อยากขับแล้วเหมือนกัน เขาคิดว่าปั่นจักรยานมันคล่องตัวกว่า สามารถซิกแซกเข้าตรอกซอกซอยหรือทางลัดได้ ประหยัดเวลาได้มากทีเดียว

“นายมีใบขับขี่แล้วเหรอ” ปฐพีถามพสุธา

พสุธาชะงักไป เพราะเขายังไม่มีใบขับขี่

“ยังไม่มีสินะ เอาเป็นว่าวันอาทิตย์พี่จะไปรับนาย รอนายได้ใบขับขี่ก่อน แล้วค่อยว่ากันอีกที”

พสุธาอ้าปากจะคัดค้านการตัดสินใจนี้ ทว่าเขายังไม่ทันจะได้ส่งเสียงออกไป เสียงโทรศัพท์ของปฐพีก็ดังขึ้นก่อน

ปฐพีชำเลืองสายตามอง ก็เห็นว่าเป็นพงศ์ธร ผู้ช่วยของเขานั่นเอง

ปฐพีกดรับสาย แล้วเปิดลำโพง

“มีอะไร”

“คุณชาย มีคนกำลังสืบความเคลื่อนไหวของคุณชายครับ”

“ใคร” ปฐพีถามเสียงเย็น ใครมันกล้าสืบความเคลื่อนไหวของเขา

“ดุจฝัน ลูกชายตัวปลอมของครอบครัวกิจอนันต์ครับ”

ตั้งแต่ที่ได้ยินชื่อดุจฝัน พสุธาก็หันไปมองปฐพีแล้ว

“ฉันรู้แล้ว เดี๋ยวจะจัดการเอง” ปฐพีพูดก่อนจะตัดสายทิ้ง

“นายว่าหมอนั่นสืบความเคลื่อนไหวพี่ทำไม” ปฐพีถามพสุธา เขาเหลือบมองพสุธาเล็กน้อย แต่เก็บรายละเอียด อยากรู้ว่าพสุธาจะมีปฏิกิริยาอย่างไรกับเรื่องที่ได้ยิน แต่พสุธาแค่อมยิ้มบางเบาเท่านั้น

“จะเรื่องอะไรล่ะครับ ก็แค่ตกหลุมเสน่ห์คุณป๋าไม่ใช่เหรอ อยากจะเป็นเจ้าหญิงน้อยที่ได้รับการเอ็นดูจากเจ้าชาย” พสุธาตอบเสียงกลั้วหัวเราะ

“หมอนั่น? เจ้าหญิง? อย่างมากก็เป็นได้แค่บ่าวเลี้ยงม้าเท่านั้นแหละ”

พสุธาหัวเราะกับคำพูดของปฐพี

“คุณป๋าก็ปากร้ายแบบนี้เป็นด้วยเหรอ”

“แค่นี้ก็ปากร้ายแล้วเหรอ พี่พูดความจริงไม่ใช่หรือไง”

“นั่นคุณชายเล็กของกิจอนันต์เลยนะ” พสุธาพูดยิ้ม ๆ

“ตัวปลอมก็คือตัวปลอมนั่นแหละ แต่ที่จริงแล้ว จะตัวปลอมก็ไม่เป็นอะไร เพราะยังไงเรื่องอุ้มผิดตัว ก็ไม่ใช่ความผิดของหมอนั่น แต่หมอนั่นปลอมแค่ฐานะยังไม่พอ ยังจะปลอมนิสัยอีก น่าเหลือเชื่อจริง ๆ”

“หมอนั่นทำอะไรให้คุณป๋าไม่ชอบใจถึงขนาดนี้เลย” พสุธาถามอย่างสงสัย

“ก็แค่ไม่ชอบคนจอมปลอมเสแสร้ง” ปฐพีตอบอย่างไม่ใส่ใจเท่าไรนัก

พสุธาพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะถามต่อ

“แล้วที่คุณป๋าบอกว่าจะจัดการ จะจัดการยังไงครับ” พสุธาถาม

“พี่ได้ยินว่านายจะเอาเรื่องของดุจฝันไปบอกพ่อแม่ที่แท้จริงของเจ้าตัวไม่ใช่เหรอ แต่นายยังไม่ได้ลงมือใช่ไหม”

“ใช่ครับ ผมเกือบลืมไปแล้วนะเนี่ย” พสุธาพูดจริง ๆ ว่าเขาเกือบลืมเรื่องนี้ไปแล้ว

“นายเกือบลืมไปแล้วก็ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่ทำแทนเอง”

คิดจะมาตามรังควาญเขา ให้เอาตัวรอดจากพ่อแม่จริง ๆ ของเจ้าตัวให้ได้ก่อนเถอะ