52. ตอนที่ 51
ตอนที่ 51
“หืม คุณป๋าทำงานรวดเร็วดีจริง ๆ” พสุธาพึมพำ เมื่อได้เห็นคลิปวิดีโอที่พ่อแม่ของดุจฝันนั้นไปอาละวาดถึงหน้าตึกเกรซ
‘ลูก ลูกชายของแม่ ที่แท้แล้วลูกชายของแม่หน้าตาเป็นแบบนี้นี่เอง หนูเหมือนพ่อกับแม่จริง ๆ น่าเสียใจที่แม่ได้เห็นหนูตั้งแต่เด็ก ๆ เพราะถูกถูกอุ้มผิดตัวไป’ มือหยาบกร้านคว้าจับที่แขนของดุจฝัน ริมฝีปากพร่ำพูดคร่ำครวญถึงความเสียใจ ใบหน้าก็มีน้ำตานอง ข้าง ๆ หล่อนก็มีชายในชุดขาด ๆ โทรม ๆ นั่งคุกเข่าอยู่แทบเท้าดุจฝัน สีหน้าแววตาเจ็บปวดทรมานมาก
ขณะที่สองสามีภรรยาแสดงท่าทางเป็นพ่อแม่รักใคร่เอ็นดูบุตร ฝั่งดุจฝันก็ท่าทางแตกตื่นลนลาน รีบปฏิเสธว่าตัวเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสองผัวเมียคู่นี้ แต่นั่นยิ่งทำให้สถานการณ์ของตัวเองแย่ยิ่งขึ้นไปอีก
‘ทำไมลูกถึงไม่ยอมรับแม่ล่ะ พ่อแม่เศรษฐีของลูกเขาตามตัวลูกชายตัวจริงแล้ว วันที่ไปหาลูกชายตัวจริงของเขา ลูกก็ไปด้วยไม่ใช่เหรอ คนบ้านนั้นช่างเห็นแก่ตัวนัก ตัวเองจะทวงคืนลูกชายตัวจริงไป แต่เขาก็ไม่ยอมคืนลูกให้พ่อแม่ แม่อุ้มท้องลูกมาเกือบสิบเดือนนะ ตอนเด็กลูกถูกอุ้มผิดตัวไป ตอนโตความจริงเปิดเผยแล้ว ทำไมลูกถึงไม่เคยมาหาแม่บ้างเลยล่ะลูก’ ราตรียิ่งพูดก็ยิ่งแสดงออกถึงความเจ็บช้ำน้ำใจ
แน่นอนว่าคำพูดเหล่านี้ หล่อนไม่ได้เป็นคนคิดเอง แต่พูดตามบทที่ได้รับมาต่างหาก
หากไม่มีบทที่ได้รับมา ราตรีจะด่ากราดไปแล้ว
ลูกอกตัญญู ได้ดีมีพ่อแม่รวย ก็ไม่รู้จักตอบแทนพ่อแม่แท้ ๆ บ้าง ไม่คิดบ้างว่าใครที่ทำให้แกเกิดมา
นี่คือประโยคที่ราตรีจะพูดกับดุจฝัน หากไม่ถูกยัดบทมาให้
ฝั่งดุจฝันได้ยินคำพูดของราตรีก็สีหน้าซีดเผือด ยิ่งเห็นคนมองมา ทั้งยังมีคนถ่ายคลิปวิดีโอด้วย ดุจฝันก็ยกมือขึ้นบังใบหน้า ราวกับว่ามันจะปิดได้มิด
‘อย่ามาพูดจาไร้สาระ ฉันไม่ใช่ลูกของพวกคุณ ฉันเป็นลูกชายของครอบครัวกิจอนันต์’
‘ใช่ ๆ หนูเติบโตมาที่ครอบครัวดุจอนันต์ แต่นั่นเพราะเขาอุ้มลูกผิดไป ทำให้แม่ไม่ได้อยู่กับลูก ดุจฝัน หนูจะผูกพันกับพ่อแม่เศรษฐีของหนูก็ไม่ผิด เพราะอย่างไรพวกเขาก็เลี้ยงดูหนูให้สุขสบาย เป็นคุณหนูที่ใคร ๆ ก็อิจฉา แต่หนูจะทอดทิ้งพ่อแม่แท้ ๆ อย่างพวกเราไม่ได้นะ พวกเราไม่ได้ทอดทิ้งหนู แต่เป็นพ่อแม่เศรษฐีของหนูที่อุ้มลูกผิดไป’ ราตรียังคงพูดเสียงสั่นเครือ
‘นี่มันฉากน้ำเน่าในซีรีส์แนวตั้งหรือเปล่า อะไรจะพล็อตละครขนาดนี้’
‘เรื่องจริงยิ่งกว่านิยายอีก ฉันรู้จักครอบครัวกิจอนันต์ เคยเจอที่งานสังคม คุณชายน้อยนั่นวางตัวเป็นคุณหนูใสซื่อบริสุทธิ์ แต่ที่แท้แล้วเป็นแค่ตัวปลอม อีกทั้งยังไม่อยากยอมรับพ่อแม่ที่แท้จริงอีก’
‘เขาไม่รู้หรือเปล่า อาจจะยังไม่ทันตั้งตัว’
‘ไม่รู้อะไร ไม่ได้ยินที่ผู้หญิงคนนั้นพูดเหรอ พ่อแม่อีกคู่เขาหาลูกชายตัวจริงเจอแล้ว ตอนที่เจอลูกชายตัวจริง ลูกชายตัวปลอมอย่างหมอนั่นก็ไปด้วย แบบนั้นจะไม่รู้ได้ยังไงว่าตัวเองเป็นลูกที่ถูกอุ้มผิดตัว ต้องรู้อยู่แล้ว แต่ก็แค่ไม่อยากยอมรับพ่อแม่จน ๆ ของตัวเองไม่ใช่หรือไง’
‘ก็พูดยากนะ อยู่สุขสบายมาตั้งแต่เกิด อยู่ ๆ ก็มีพ่อแม่จน ๆ โผล่มา ใครมันจะไปยอมรับได้’
‘ยอมรับไม่ได้ แต่ก็ไม่ควรจะไม่ติดต่อพ่อแม่ที่แท้จริงของตัวเองเลยไหม ถึงจะไม่ได้เลี้ยงดูมา แต่ก็มีบุญคุณให้กำเนิดนะ’
พสุธาได้ยินประโยคหลังในวิดีโอ เขาก็หัวเราะออกมา เพราะคำพูดนี้ ดันตรงกับที่ดุจฝันพูดเมื่อวันที่มาเจอเขาวันแรก
ตอนนั้นอีกฝ่ายใช้เรื่องนี้มาพูดให้เขากลายเป็นคนอกตัญญู วันนี้ตัวเองมาเจอคำพูดแบบเดียวกัน ไม่รู้ว่าจะอับอายมากแค่ไหน
พสุธาดูคลิปต่อ ก็เห็นว่าราตรี และธีรดล ช่างทำงานประสานกันได้ดีเหลือเกิน คนหนึ่งดึงแขนเอาไว้ อีกคนก็กอดขา
ขณะที่ธีรดลกอดขาดุจฝัน เจ้าตัวก็ไอออกมาเป็นเลือด ไม่รู้ว่าของจริงหรือของปลอม แต่นั่นทำให้ภาพลักษณ์ของดุจฝันดูแย่ยิ่งกว่าเดิม
ทุกคนในเหตุการณ์รุมประณามเจ้าตัว บอกว่าอกตัญญู พ่อแม่แท้ ๆ ไม่ยอมรับ ปล่อยให้พ่อที่ป่วยหนักต้องมากอดขาอ้อนวอน
พสุธายิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะเลิกสนใจ ทว่าต่อมาเขาก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นได้
คลิปวิดีโอเผยแพร่ในโซเชียลแบบนี้แล้ว ถ้าเกิดว่าศิลามาเห็นเข้า แล้วจะเป็นอย่างไร
เจ้าหินซื่อบื้อนั่นต้องเสียใจมากแน่
พสุธาถอนหายใจ คิดว่าจะสั่งลบคลิปวิดีโอนี้ดีหรือเปล่า
ขณะที่พสุธากำลังคิดอยู่นั้น ก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น พสุธาชำเลืองมองดู ก็เห็นว่าเป็นเฮียโก้นั่นเองที่โทรศัพท์มา
“ฮัลโหล ว่าไงเฮีย” พสุธากดรับสาย แล้วกรอกเสียงของตัวเองลงไป
“ไอ้ดิน เตี่ยกูเห็นคลิปวิดีโอที่พ่อแม่มึงไปหาลูกปลอมคนนั้นแล้ว” เสียงของเฮียโก้ฟังดูตื่นเต้นไม่น้อย
พสุธาขมวดคิ้ว เสี่ยก้อนเห็นคลิปแล้วทำไมเฮียโก้ต้องตื่นเต้นด้วย
“แล้วมันทำไมเหรอเฮีย” พสุธาถามอย่างสงสัย
“เตี่ยกูดูจบ ก็หลุดปากมาว่าสองผัวเมียนี่เพราะเลี้ยงลูกคนอื่นไม่ดีสักคน ลูกจริงตัวเองเลยไม่กตัญญู ถือเป็นเวรกรรม ตอนแรกกูคิดว่าเขาหมายถึงมึง แต่สะดุดใจตรงคำที่ว่าไม่ดีสักคน ไม่ดีสักคน หมายถึงมีหลายคนเหรอ งั้นเป็นไปได้ไหมว่าหินก็ไม่ใช่ลูกที่แท้จริงของผัวเมียคู่นั้นเหมือนกัน” ยิ่งพูดเฮียโก้ก็ยิ่งตื่นเต้น
พสุธาใจเต้นรัวตั้งแต่ตอนที่ได้ยินเฮียโก้พูดตอนต้น ๆ แล้ว
“เฮียมั่นใจใช่ไหมว่าเสี่ยก้อนพูดอย่างนั้นจริง ๆ” พสุธาหอบหายใจแรงขึ้นอย่างตื่นเต้น และคาดหวัง เขาหวังว่าศิลาก็จะไม่ใช่ลูกของสองผัวเมียคู่นั้น แบบนั้นแล้วเขาจะทำอะไรก็สะดวกขึ้นกว่าเดิม
ไม่มีบุญคุณให้กำเนิด บุญคุณเลี้ยงดูก็ไม่มี ไม่ต้องถูกกล่าวหาว่าเป็นลูกอกตัญญู
“มั่นใจสิ กูได้ยินเต็มสองรูหู แต่พอถามแล้ว พ่อกูก็ไม่บอกอะไร”
“ไม่เป็นไรเฮีย เสี่ยก้อนไม่บอก อาจจะมีเหตุผลของตัวเอง เดี๋ยวผมแอบไปตรวจดีเอ็นเอ เดี๋ยวก็รู้เอง”
“ใช่สิ ต้องไปตรวจดีเอ็นเอ มึงไปขอให้ไอ้ป๋าช่วย จะได้รู้ผลเร็ว ๆ ถ้ามึงทำตามขั้นตอนเอง รอผลอย่างน้อยเจ็ดวัน แต่ถ้าไอ้ป๋าช่วย วันเดียวก็รู้ผลแล้ว”
“ตกลง ผมต้องไปรบกวนคุณป๋าอีกสักครั้งแล้ว” พสุธาคิด ก่อนที่เขาจะคิดว่าควรทำอย่างไร ถึงจะได้ตัวอย่างเลือด หรือรากผมของสองผัวเมียไปตรวจดีเอ็นเอ ส่วนของศิลาน่ะไม่ยาก เดี๋ยวเขาไปดูหวีที่เจ้าตัวใช้เป็นประจำ ดูว่ามีรากผมติดเส้นผมมาด้วยไหม ถ้าไม่ได้จริง ๆ เขาหลอกพาหินซื่อบื้อไปตรวจสุขภาพสักรอบก็ได้
พสุธาคิดแล้วก็ลงมือทำอย่างรวดเร็ว อันดับแรกเขาโทรศัพท์ไปขอความช่วยเหลือจากปฐพีก่อน
“ได้ เรื่องนี้วางใจได้ พี่จะจัดการให้เอง เรื่องตัวอย่างเลือดของสองผัวเมีย พี่ก็จะจัดการให้” ปฐพีอาสา
“คุณป๋าจะจัดการยังไงครับ” พสุธาหมายถึงจะเอาตัวอย่างของสองผัวเมียมาได้อย่างไร
“พี่แค่ออกคำสั่งไป ส่วนคนของพี่จะใช้วิธีการไหน พี่ก็ไม่ยุ่ง พี่ต้องการแค่ผลลัพธ์” ปฐพีตอบเสียงเนิบช้า
พสุธาฟังแล้วก็อดไม่ได้ที่จะชม
สมกับเป็นคุณชายจากตระกูลใหญ่ดีจริง ๆ เกิดมาเพื่อเป็นเจ้านายโดยแท้
เจ้านายเพียงแค่ต้องเลือกใช้คนให้ถูกกับงาน ส่วนคนที่ถูกเลือกจะใช้วิธีอะไร ก็ไม่สำคัญเท่ากับว่าผลลัพธ์นั้นได้ตามที่ต้องการหรือเปล่า
“อันที่จริงเรื่องของสองคนนั้น ผมจัดการเองก็ได้ครับ รบกวนคุณป๋าแค่เรื่องขั้นตอนการตรวจ และการออกผลลัพธ์ก็พอ” พสุธาพูดออกไป
“นายจะไปให้แฟรงค์ช่วยใช่ไหม ไม่ต้องหรอก พี่จัดการเอง เรื่องง่าย ๆ แค่นี้” ปฐพีพูด ก่อนจะพูดต่อ
“เรื่องผลลัพธ์ จะให้พี่จัดการให้ไหม แบบที่ผลออกมาตรงกับใจนาย” ปฐพีพูด
ความหมายของเขาก็คือ ถ้าตรวจออกมาแล้วไม่ใช่พ่อแม่ลูกกันจริง ๆ นั่นก็ไม่ต้องทำอะไร แต่ผลตรวจออกมาว่ามีความสัมพันธ์ทางสายเลือด เขาก็จะทำให้มันไม่มีได้
พสุธานิ่งคิด ก่อนที่จะถาม
“แล้วถ้าเกิดว่าวันหน้าความจริงหลุดออกไป จะไม่เสียไปถึงโรงพยาบาลของคุณป๋าหรือครับ” พสุธาถาม
“ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้หรอก” ปฐพีพูดให้พสุธาสบายใจได้
พสุธาก็ลังเลเล็กน้อย ก่อนจะตอบตกลง
“รอฟังข่าวดีจากพี่ได้เลย”
“หิน” พสุธาเรียกพี่ชาย ขณะที่พวกเขากำลังจะนอนกันแล้ว
วันนี้ตอนราว ๆ เที่ยง ปฐพีก็มาเอาตัวอย่างเส้นผมที่มีรากผมของศิลาไป และเมื่อไม่กี่นาทีนี้นี่เอง ที่เจ้าตัวส่งผลตรวจมาให้ แสดงให้เห็นว่าเจ้าตัวนั้นเร่งงานให้ขนาดไหน ทำเอาพสุธาเกรงใจทั้งปฐพี และเจ้าหน้าที่เลยทีเดียว
แต่ว่าเมื่อเขาเห็นผลตรวจ ความเกรงใจก็ถูกทิ้งไว้ชั่วคราว ตามด้วยความดีใจ
ใช่ ผลออกมาว่าศิลาก็ไม่ใช่ลูกที่แท้จริงสองผัวเมียคู่นั้น พสุธาถามย้ำกับปฐพีแล้ว ปฐพีบอกว่านี่เป็นผลตรวจจริง ๆ ไม่ได้ปลอมแปลง
เมื่อได้รับคำยืนยัน พสุธาก็ดีใจยิ่งกว่าเดิม แต่ต่อมาเขาก็คิดว่าเขาจะบอกเรื่องนี้กับศิลาอย่างไรดี
ไม่แน่ว่าศิลาอาจจะไม่ได้ดีใจเหมือนกับเขา
“หืม มีอะไรเหรอ” ศิลาถามถามน้องชายเสียงเบา ขณะที่นะโมก็มองอย่างอยากรู้ด้วย
การที่พสุธาไม่ได้หลบเลี่ยงนะโม ก็เพราะเขาไม่ต้องการให้นะโมรู้สึกว่าตัวเองถูกแบ่งแยก
“ถ้าเกิดว่าวันหนึ่งมีคนมาบอกหินว่า คนที่หินคิดว่าเป็นพ่อแม่มาตลอด ที่จริงแล้วไม่ใช่พ่อแม่ที่แท้จริงของหิน หินจะเสียใจไหม” พสุธาลองถามออกไป
นะโมเบิกตากว้าง เพราะเริ่มคาดเดาอะไรบางอย่าง ส่วนศิลานั้นหน้าซีดไป
“แล้ว พี่กับดินยังเป็นพี่น้องกันไหม” ศิลาถามขึ้นมา หลังจากที่นิ่งเงียบไปชั่วขณะหนึ่ง
พสุธาชะงัก ไม่คิดว่าประโยคแรกของศิลาจะเป็นคำถามนี้ ก่อนที่เขาจะยิ้มแล้วตอบเสียงหนักแน่น
“แน่นอนสิ หินคือพี่ชายของดิน เมื่อก่อนก็ใช่ ตอนนี้ก็ใช่ อนาคตก็ใช่อีกเหมือนกัน ไม่ว่าพ่อแม่ของหินและดินจะเป็นใคร แต่หินก็จะเป็นพี่ชายของดิน และดินก็จะเป็นน้องชายของหินตลอดไป”
“ถ้าอย่างนั้นพี่ก็ไม่เสียใจ” ศิลาพูดตอบ ก่อนจะเม้มริมฝีปาก แล้วพูดอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ว่า
“ถ้าพี่บอกว่าจะดีใจมากกว่า พี่จะเป็นลูกกตัญญูไหม”
“ไม่หรอก ใครที่มีพ่อแม่อย่างนั้น ก็ต้องอยากให้ตัวเองเกิดมาเป็นเด็กกำพร้ามากกว่าอยู่แล้ว มีพ่อแม่แบบนั้น สู้ไม่มีเลยยังดีกว่า อย่างน้อยก็ไม่ถูกทุบตี แล้วก็ไม่มีคนคอยรีดไถเงินที่พวกเราหามาได้อย่างยากลำบากด้วย” พสุธาพูด
“มึงพูดแบบนี้ หมายความว่าพี่หินไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของป้าราตรีกับลุงธีเหรอ” นะโมถามขึ้นมา น้ำเสียงเต็มไปด้วยความแปลกใจ
พสุธาไม่ได้ตอบในทันที เขามองศิลา เมื่อเห็นแววตาคาดหวังของศิลา พสุธาก็ค่อยพยักหน้าตอบ
“ใช่ หมายถึงหินไม่ใช่ลูกชายของสองคนนั้น” พสุธาอธิบายต่อ เมื่อเห็นศิลา และนะโมสับสนกับคำตอบของเขา
“จริงเหรอ แล้วมึงรู้เรื่องนี้ได้ยังไง” นะโมถามอย่างตื่นเต้น ส่วนศิลาก็นิ่งงันไป เขาดีใจ แต่ในความดีใจก็มีความสับสนด้วย
เขาไม่ใช่ลูกของพ่อกับแม่เหรอ แล้วถ้าเป็นอย่างนั้น พ่อกับแม่ที่แท้จริงของเขาเป็นใคร แล้วอยู่ที่ไหน ทำไมเขาถึงมาอยู่กับพ่อแม่คู่นี้ได้
ศิลาเต็มไปด้วยความสับสนมากมาย
พสุธาก็เล่าสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ให้กับศิลา และนะโมได้ฟัง
“ถ้าอย่างนั้นเสี่ยก้อนก็อาจจะรู้หรือเปล่า ว่าพ่อแม่ที่แท้จริงของพี่หินเป็นใคร”
“ก็อาจจะรู้ เดี๋ยวกูจะลองไปถามดู” พสุธาก็คิดว่าเสี่ยก้อนน่าจะรู้เหมือนกัน แต่เขาก็ไม่เข้าใจว่าในเมื่อเจ้าตัวรู้ว่าศิลาไม่ใช่ลูกชายที่แท้จริงของสองผัวเมียคู่นั้น ทำไมเจ้าตัวถึงไม่เคยพูดออกมาเลย แล้วดูเหมือนจะไม่อยากพูดด้วย พวกเขาคงไม่รู้เรื่องนี้ หากว่าเจ้าตัวไม่เผลอหลุดปากออกมา
จะว่าไปก็ต้องขอบคุณปฐพี ที่ส่งสองผัวเมียนั่นไปอาละวาดที่ตึกเกรซ ทำให้คลิปวิดีโอแพร่กระจาย จนเสี่ยก้อนได้ดู แล้วหลุดพูดความจริงเรื่องนี้ออกมา
“พี่อยากไปถามเอง” ศิลาพูดขึ้นมา แววตาของเขามีความเข้มแข็ง และกล้าหาญ
กล้าที่จะเผชิญหน้ากับความจริงเรื่องชาติกำเนิดของตัวเอง
“ก็ได้ แต่ดินจะไปด้วย” พสุธาไม่ห้าม แต่ไม่ทีทางยอมปล่อยให้พี่ชายของเขากลับไปแถวนั้นคนเดียว
หากบังเอิญเจอสองผัวเมียนั่นเข้าล่ะ ต่อให้ช่วงนี้สองผัวเมียนั่นยุ่งอยู่กับการไปรีดไถเงินดุจฝัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าหากเจอพวกเขา จะไม่เข้ามารีดไถเงิน
อย่างไรคนโลภก็คือคนโลภ รีดไถใครได้ ก็รีดไถทั้งหมด
“ตกลง งั้นพวกเราไปกันวันเสาร์นะ” ศิลาก็ไม่ได้ดื้อจะไปคนเดียว
“เอาล่ะ ตอนนี้ก็รีบนอนเถอะ นี่ก็เข้าสู่วันศุกร์แล้วนะ” พสุธาพูด แต่ว่าพอเอาเข้าจริง เขาก็นอนไม่หลับ
ไม่ใช่พสุธาที่นอนไม่หลับ แต่ศิลา และนะโมก็นอนไม่หลับเหมือนกัน เรื่องที่ได้รู้ในวันนี้ มันกะทันหันเกินไป จนพวกเขาตั้งตัวไม่ทัน
“เฮีย พรุ่งนี้เสี่ยก้อนว่างหรือเปล่าครับ ผมจะขอนัดเจอได้หรือเปล่า” พสุธาโทรศัพท์หาเฮียโก้ เขารู้ว่าเสี่ยก้อนค่อนข้างยุ่ง เจ้าตัวมีทั้งค่ายมวย ทั้งร้านทอง โดยเฉพาะค่ายมวยที่ยุ่งมาก ด้วยมีนักมวยที่ต้องขึ้นสังเวียนแข่งขันทั้งในและนอกประเทศ พสุธาจึงอยากจะทำการนัดเอาไว้ก่อน เพื่อที่จะได้ไม่ต้องไปเสียเที่ยว
“เพราะเรื่องหินเหรอ สรุปว่าผลเป็นยังไงบ้าง” เฮียโก้ไม่ได้ตอบคำถาม แต่ถามกลับอย่างตื่นเต้น
“เฮียไม่ได้ถามคุณป๋ามาก่อนแล้วเหรอ” พสุธาแปลกใจ
“ไม่ได้ถาม กูเพิ่งตื่นเนี่ย ว่าจะโทรฯไปถามมึงอย่าพอดี แต่มึงก็โทรฯมาก่อน”
“อ้อ เป็นอย่างที่หวังกันนั่นแหละเฮีย หินไม่ได้เป็นลูกชายของสองผัวเมียคู่นั้น” พสุธาพูดตอบกลับไป
“จริง ๆ เหรอเนี่ย แล้วหินเป็นยังไงบ้าง เสียใจไหม รับได้หรือเปล่า คงไม่ได้ร้องไห้จนตาบวมไปหมดแล้วหรอกนะ”
“หินบอกว่าไม่เสียใจนะ ไม่ได้ร้องไห้ด้วย แต่ก็คงจะสับสนอยู่บ้างนั่นแหละ คนที่ตัวเองเรียกว่าพ่อแม่มาทั้งชีวิต จริง ๆ แล้วไม่ใช่พ่อแม่ของตัวเอง ต่อให้อีกฝ่ายเป็นพ่อแม่ที่แย่มากแค่ไหน ก็ยังต้องทำใจลำบากอยู่บ้าง”
“ไม่ร้องไห้ก็ดีแล้ว ความจริงเรื่องนี้จะว่าไปก็เป็นข่าวดี ระหว่างไม่รู้ว่าพ่อแม่เป็นใคร กับมีพ่อแม่เป็นปรสิต อย่างแรกน่ะดีกว่าเห็น ๆ”
“เห็นด้วยกับเฮีย ว่าแต่สรุปว่าพรุ่งนี้เสี่ยก้อนว่างไหม ผมเข้าไปพบได้หรือเปล่า”
“เตี่ยพานักมวยขึ้นเครื่องบินไปตั้งแต่เช้าแล้ว รอบนี้มีแข่งที่ซานฟรานฯ กลับกลางเดือนหน้านู่น” เฮียโก้พูดตอบ
พสุธามีสีหน้าผิดหวังทันทีเมื่อได้ยินอย่างนั้น
“ว่าแต่เฮียได้ลองถามเสี่ยเรื่องของหินหรือยัง ทำไมเสี่ยถึงไม่อยากพูดถึงล่ะ ไม่สิ ไม่ใช่แค่ไม่อยากพูดถึง เหมือนตั้งใจปิดบังด้วยซ้ำ”
“กูถามแล้ว แต่เตี่ยไม่ตอบ กูก็ไม่กล้าเค้นมาก” เฮียโก้ถอนหายใจเฮือกใหญ่
“อ้อ งั้นก็ไม่เป็นไรเฮีย รอเสี่ยก้อนกลับมา ผมค่อยไปถามเอง”
“ตามใจมึงแล้วกัน”
พสุธาพูดคุยกับเฮียโก้อีกสองสามประโยค ก่อนที่จะวางสาย
หลังวางสายจากเฮียโก้ พสุธาก็ครุ่นคิดเล็กน้อย ก่อนจะกดโทรศัพท์ต่อสายหาปลื้มปีติ
“พอจะมีเวลาว่างคุยหรือเปล่าครับ” เมื่อปลื้มปีติรับสาย พสุธาก็ถามออกไป
“มีครับ มีอยู่แล้วครับ” ปลื้มปีตีที่งานกองอยู่เต็มโต๊ะ เพิ่งจะบ่นกับผู้ช่วยไปว่าไม่มีเวลาจะหายใจแล้ว ตอนนี้ตอบพสุธาอย่างกระตือรือร้น
“งั้นก็ขอรบกวนเวลาคุณสักครู่นะครับ พอดีว่าผมมีเรื่องอยากจะให้ช่วยสักหน่อย”
“ด้วยความยินดีเลยครับ คุณพสุธามีเรื่องอะไร สั่งมาได้เลยครับ”
“ผมอยากให้พวกคุณสืบดูให้หน่อย ว่ายี่สิบเอ็ด ถึงยี่สิบปีก่อน ราตรีกับธีรดลทำอะไร หรือติดต่อใครบ้าง มุ่งเน้นไปที่เรื่องการตั้งท้องของราตรีด้วยนะครับ”
ปลื้มปีติแปลกใจกับคำสั่งของพสุธา แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็รับคำสั่งอย่างแข็งขัน
“ได้เลยครับ รับรองว่าจะไม่ทำให้คุณพสุธาผิดหวัง แต่ว่าเวลามันผ่านไปค่อนข้างนานแล้ว อาจจะต้องใช้เวลาสักหน่อยนะครับ”
“ไม่เป็นไรครับ ขอแค่ได้ความจริงก็พอ ส่วนเรื่องค่าใช้จ่าย ไม่ต้องกังวลนะครับ ผมทุ่มไม่อั้น” พสุธาใช้เงินแก้ปัญหาอีกครั้ง
“ผมไม่เคยกังวลเรื่องเงินกับคุณพสุธาเลยครับ” ปลื้มปีติรีบพูดต่อ
เขาคงจะบ้าไปแล้ว ถ้าไปกังวลเรื่องเงินกับคนที่มีทรัพย์สินส่วนตัวมากกว่าหนึ่งล้านล้าน นอกจากนี้ยังมีพ่อบุญธรรมที่ซื้อซูเปอร์คาร์เป็นของขวัญรวดเดียวห้าสิบหกคัน แล้วยังซื้อคฤหาสน์มูลค่าเป็นพันล้านให้ลูกบุญธรรมใช้จอดรถ
คนแบบนี้เขายังต้องกังวลเรื่องเงินด้วยเหรอ
ถ้าจะกลัว ก็กลัวว่าเจ้าตัวจะถูกเงินทับตายนั่นแหละ