61. ตอนที่ 60
ตอนที่ 60
“ไม่เป็นไรครับ ผมไม่โกรธ แต่นึกได้ว่าที่สำนักงานของบริษัทผม เหมือนว่าจะขาดพนักงานทำความสะอาดไปหนึ่งคน”
“ขาดเหรอครับ พอดีเลย ช่วงเย็นลูกชายคนเล็กของผมว่าง เดี๋ยวผมจะให้ไปช่วยนะครับ”
ด้วยเหตุนี้เอง สำนักงานของพสุธาที่ตึกเกรซ ก็ได้มีนักศึกษาปีสองจากมหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของประเทศ มาเป็นพนักงานทำความสะอาดช่วงเย็น
เมื่อคุณวินิจรู้ว่าเปรมปรีดิ์ถูกส่งตัวมา เพราะทำให้พสุธาโกรธ เขาจึงมอบหมายหน้าที่อันสำคัญให้กับเปรมปรีดิ์
“ตอนนี้พนักงานคนอื่นทำความสะอาดจุดต่าง ๆ หมดแล้ว เหลือแค่ห้องน้ำเท่านั้น นายก็รับหน้าที่นั้นไปก็แล้วกันนะ”
เมื่อเปรมปรีดิ์ได้ยินคำพูดของคุณวินิจ เขาก็แทบจะเข่าทรุด ตั้งแต่เกิดมา เขาไม่เคยล้างห้องน้ำในห้องนอนของตัวเองด้วยซ้ำ แล้วจะให้เขามาล้างห้องน้ำของคนอื่นเนี่ยนะ
เปรมปรีดิ์อยากปฏิเสธ แต่เมื่อนึกถึงใบหน้าของพสุธา เขาก็ได้แต่กัดฟันอดทน
วันนี้ทำไปก่อน วันพรุ่งนี้เขาจะต้องไปขอให้คุณพสุธายกโทษให้ได้
“มึงไม่มีอะไรจะบอกกูหน่อยเหรอ” เสียงห้าว ๆ ของเฮียโก้ ดังพร้อมกับสายตาที่จับจ้องมองมาที่เขาเขม็ง
ไม่ใช่แค่เฮียโก้ แต่ปฐพี และพันไมล์ก็มองพสุธาด้วย
สายตาของปฐพียากที่จะอ่านออก ว่าเจ้าตัวกำลังคิดอะไรอยู่ แต่สายตาของพันไมล์นั้นมีความตื่นตะลึง สับสน และสงสัยใคร่รู้
พสุธาถอนหายใจ ตั้งแต่ที่รู้ว่าตัวเองถูกขุดคุ้ยเรื่องหุ้นที่เขาถืออยู่ในมือ พสุธาก็รู้แล้วว่าตัวเองต้องโดนซักฟอกเป็นแน่
คิดแล้วก็รู้สึกว่าการให้เปรมปรีดิ์ไปทำความสะอาดสำนักงาน เป็นการลงโทษที่เบาเกินไป
อย่างเปรมปรีดิ์สมควรทำความสะอาดตึกเกรซทั้งตึก รวมถึงสมควรถูกจับมัดเชือก แล้วให้ออกไปเช็ดกระจกหน้าต่างแต่ละชั้นด้วย!
“เงียบ มึงเงียบทำไม ทำไมกูไม่เคยรู้มาก่อนเลย ว่ามึงรวยล้นฟ้าขนาดนี้ นี่ถ้าในคนในเว็บบอร์ดไม่ขุดขึ้นมา มึงก็จะปิดบังกูต่อไปสินะ” เฮียโก้พูดอย่างโกรธเคือง เขารู้สึกว่าการที่พสุธาปิดบังเขาเรื่องนี้ เป็นเพราะเจ้าตัวเห็นเขาเป็นคนนอก ทั้ง ๆ ที่เขามองเจ้าตัวเป็นน้องชายแท้ ๆ
พสุธาถอนหายใจอีกรอบ ก่อนจะพูดตอบ
“ก็ไม่ได้ตั้งใจปิดนะเฮีย แต่ว่ามันก็อธิบายยากนี่นา ตอนนั้นเฮียยังไม่รู้เรื่องพ่อบุญธรรมสักหน่อย” พสุธาไม่อยากโกหกอีกครั้ง จึงได้แต่พูดจากำกวมออกไปแบบนี้
“แสดงว่าหุ้นที่มึงมีอยู่ในมือ เป็นหุ้นที่พ่อบุญธรรมมึงให้มาสินะ พ่อบุญธรรมมึงรวยขนาดนี้เลยเหรอ ยังไม่ทันไรก็ให้ทรัพย์สินมูลค่าเป็นล้านล้านกับมึงเนี่ยนะ” เฮียโก้แปลกใจ ขณะที่พันไมล์ทำตาโต
ยืนยันอีกครั้ง เขาจะไปหาพ่อบุญธรรมอย่างลูคัสได้จากที่ไหนบ้าง
พันไมล์ไม่รู้ว่าลูคัสกว้านซื้อหุ้นให้พสุธาจริง ๆ แต่เป็นหุ้นของบริษัทรถยนต์ และเทคโนโลยีทาร์เลส ซึ่งตอนนี้ยังไม่ได้ส่งมอบให้กับพสุธา
“ก็รวยแหละเฮีย รวยเหนือจินตนาการ” ที่พสุธาบอกว่ารวยเหนือจินตนาการ เขาไม่ได้หมายถึงลูคัส แต่หมายถึงระบบ
จนถึงตอนนี้พสุธายังไม่รู้เลยว่า ระบบทำได้อย่างไร ถึงได้สามารถทำให้เขาครอบครองสินทรัพย์เหล่านั้นได้อย่างถูกกฎหมาย และไม่ถูกตรวจสอบขั้นตอนการครอบครอง
“ขนาดพ่อแท้ ๆ กูยังไม่ให้สมบัติกูมากขนาดนี้เลย ลูคัสเป็นแค่พ่อบุญธรรมมึง ทำให้เขาให้สมบัติมึงมหาศาลขนาดนี้ ดูจากท่าทางแล้ว ก็ไม่ใช่คนใกล้ตาย หุ้นพวกนั้นจะเรียกว่าเป็นมรดกที่ให้มึงล่วงหน้าก็ไม่ได้ เขาไม่กลัวว่าวันหน้าตัวเองมีลูกแท้ ๆ แล้วจะไม่เหลือสมบัติไว้ให้เหรอ” เฮียโก้พูดถาม เขายากจะเชื่อว่าจะมีใครมอบสมบัติให้กับคนที่ไม่เกี่ยวข้องกันทางสายเลือดมากมายมหาศาลขนาดนี้ ถึงจะมีบุญคุณช่วยชีวิตกันไว้ก็ตาม
เฮียโก้กลัวว่าพสุธาจะถูกลูคัสหลอกใช้ บางทีอาจจะใช้พสุธาเป็นหน้าม้า ฟอกเงินที่ได้มาอย่างผิดกฎหมาย
“ตอนนั้นที่เขาได้รับบาดเจ็บ มีแผลตรงใกล้ ๆ ส่วนนั้นด้วย คิดว่าน่าจะกระทบต่อการมีลูก ชาตินี้เขาน่าจะไม่มีลูกเป็นของตัวเองแล้ว” พสุธาไม่ได้โกหก ตอนนั้นใกล้ ๆ จุดสำคัญของลูกผู้ชาย ลูคัสได้รับแผลฉกรรจ์มาจริง ๆ จนพสุธายังอดคิดไม่ได้เลยว่า ศัตรูของลูคัสจะต้องเกลียดลูคัสขนาดไหนกัน ถึงขั้นลงมือแบบว่าถ้าฆ่าไม่ตาย ก็ต้องให้สิ้นลูกสิ้นหลาน แต่ว่าเรื่องที่จะสิ้นลูกสิ้นหลานจริง ๆ หรือไม่นั้น พสุธาก็ไม่รู้เหมือนกัน
บางทีอาจจะรักษาได้ หรือบางทีอาจจะเป็นอย่างที่เขาพูดจริง ๆ ไม่อย่างนั้นทำไมลูคัสถึงดึงดันที่จะรับเด็กโต ๆ อย่างเขาเป็นลูก แทนที่จะแต่งงานแล้วมีลูกเป็นของตัวเองล่ะ
“มึงแน่ใจใช่ไหมว่าลูคัสจริงใจกับมึงจริง ๆ ไม่ได้ใช้มึงเป็นหมาก” เฮียโก้ยังอดไม่ได้ที่จะเป็นห่วง เพราะเขารู้ว่าถ้าเกิดลูคัสต้องการจะเล่นงานพสุธาขึ้นมาจริง ๆ อำนาจที่เขามีก็ไม่พอจะปกป้องพสุธาได้
“ตอนนี้แน่ใจมาก” พสุธาพูดตอบ แต่เขาก็เผื่อเอาไว้ด้วย วันหน้าจะเป็นอย่างไรไม่มีใครบอกได้ แต่ตอนนี้เขามั่นใจมากว่าลูคัสไม่ได้มีความคิดจะทำร้ายเขาจริง ๆ
มีแต่เขาเนี่ยแหละ ที่อยากจะจับเจ้าตัวมาซ้อมสักวันละสิบรอบ เอาให้ลูกน้องจำหน้าไม่ได้เลย
“งั้นพักเรื่องพ่อบุญธรรมมึงเอาไว้ก่อน ตอนนี้มาเรื่องพ่อแม่จริงพ่อแม่ปลอมของมึง ครอบครัวกิจอนันต์ตอนนี้วิ่งวุ่นหายืมเงินไปทั่ว สองผัวเมียปรสิตนั่นก็วิ่งไปรีดไถเงินจากเด็กชาเขียวนั่นทุกวัน ตอนนี้เรื่องที่มึงเป็นมหาเศรษฐีล้านล้านหลุดออกไปแล้ว สองบ้านนั้นต้องมาวุ่นวายกับมึงไม่หยุดแน่ กูพนันได้เลยว่าจะต้องยกศีลธรรมความกตัญญูมาบังคับมึงแน่ มึงมีแผนการรับมือแล้วหรือยัง” เฮียโก้ถามต่อ
พสุธายักไหล่
“พวกเขาลงนามในหนังสือสัญญาตัดขาดความเกี่ยวข้องกับผมแล้ว ดังนั้นผมกับพวกเขาตอนนี้ก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกัน อ้อ ใช่ นอกจากเรื่องที่ผมกลายเป็นเจ้าหนี้ของตระกูลกิจอนันต์” พสุธาตอบเสียงเนิบช้า
“หนังสือสัญญาตัดความสัมพันธ์? มึงไปให้เซ็นตั้งแต่ตอนไหน แล้วคนพวกนั้นยอมเซ็นได้ยังไง” เฮียโก้ถามอย่างแปลกใจ
“สักพักหนึ่งแล้ว เรื่องวิธีการ ผมก็มีวิธีการอยู่นั่นแหละ ไม่ยากอะไร ก็แค่ทำให้พวกเขาคิดว่าการมีความเกี่ยวข้องกับผม จะทำให้เขาเดือดร้อนมาก ๆ แค่นั้นพวกเขาก็รีบเซ็นสัญญาตัดขาดกับผมแทบไม่ทันแล้ว” พสุธาพูดเสียงกลั้วหัวเราะ ทั้ง ๆ ที่มันเป็นเรื่องที่ชวนให้ขมขื่นใจ
เฮียโก้ไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรดี สุดท้ายก็พูดขึ้นว่า
“ถือเป็นเรื่องดีแล้ว ครอบครัวแบบนั้น ไม่มีเสียยังดีกว่า จริงสิ มึงรอดแล้ว แต่หินล่ะ” เฮียโก้ถาม
“ของหินก็ตัดขาดกับสองผัวเมียนั่นด้วยเหมือนกัน เซ็นพร้อมกับของผมเนี่ยแหละ”
“มึงเป็นคนจัดการ โดยที่หินไม่รู้เรื่องสินะ” เฮียโก้พูดอย่างรู้ทัน
“ใช่แล้ว” พสุธาก็ยอมรับอย่างเต็มภาคภูมิ
“น้องดินปกป้องพี่ชายดีจริง ๆ อยากเป็นพี่ชายน้องดินอีกคนเลย” พันไมล์พูดกึ่งจริงกึ่งเล่น
“เป็นได้นะครับ เป็นได้ทั้งพี่ชายของผม และนะโมเลย ผมกับนะโนจะนับถือพี่เป็นพี่ชายแท้ ๆ เลย” พสุธาพูดแล้วส่งยิ้มให้กับพันไมล์อย่างกระตือรือร้น
พันไมล์สับสนกับความกระตือรือร้นของพสุธา แต่ปฐพียิ้มอย่างเอ็นดู
เด็กแสบ หวงเพื่อนจนยอมรับเพื่อนของเขาเป็นพี่ชายง่าย ๆ เพื่อให้เพื่อนของเขาติดอยู่ในบราเทอร์โซน
ว่าแต่เขาควรจะเตือนเพื่อนดีไหม เพื่อที่วันหน้าเจ้าตัวจะได้ไม่ต้องลำบาก ทว่าเมื่อคิดว่าถ้าเขาเตือนออกไปแล้ว แล้วพสุธาโกรธเขาล่ะ
งั้นไม่ต้องเตือนดีกว่า ถึงอย่างไรคนที่ลำบากก็ไม่ใช่เขา
เมื่อคิดแบบนี้ ปฐพีก็นั่งมองเพื่อนตัวเองที่ตอบอึก ๆ อัก ๆ อย่างใจเย็น
“น้องดินยอมรับพี่เป็นพี่ชาย พี่ควรจะดีใจ แต่ไม่รู้ทำไม พี่คิดว่ามีอะไรไม่ชอบมาพากล” พันไมล์ก็พาซื่อ เขาเกาหัวตัวเอง แล้วพูดความรู้สึกออกมาตรง ๆ
พสุธาที่ยิ้มอยู่ ก็กลายเป็นชะงักไป
เขาถูกระแวงแล้วเหรอ
“พี่คิดมากเกินไปหรือเปล่าครับ ไม่เชื่อใจผมเหรอ” พสุธาพูดถามออกไป
“จะเป็นแบบนั้นได้ยังไงล่ะครับ พี่เชื่อใจน้องดินยิ่งกว่าเชื่อใจตัวเองอีก” พันไมล์รีบพูดในทันที
พสุธาอยากจะไล่ต้อนพันไมล์ต่อไป แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้พูดอะไร ลูกค้าก็เข้ามาเต็มร้านแล้ว พันไมล์ก็ฉวยโอกาสนี้ออกไปต้อนรับลูกค้า พสุธาเลยเดินเข้าห้องล้างจาน ไปทำงานของตัวเองต่อ
หลังจากที่พสุธาเข้าไปทำงานของตัวเองแล้ว ปฐพีก็ลุกขึ้นยืน
“จะไปไหน” เฮียโก้รีบถาม
“กลับบ้าน” ปฐพีตอบสั้น ๆ
“เอ๊ะ แปลก ไอ้ไมล์บอกว่าตั้งแต่ไอ้ดินมาทำงานที่นี่ มึงมานั่งจนร้านปิดทุกวัน ทำไมวันนี้ถึงจะกลับบ้านได้” เฮียโก้มองเพื่อนอย่างสงสัย
“เดี๋ยวใกล้เลิกงานแล้วกูกลับมา” ปฐพีไม่ตอบ แต่พูดออกไปแบบนี้แทน
เขาจะกลับมาก่อนที่พสุธาจะเลิกงาน เพื่อที่จะได้ไปส่งเจ้าตัวกลับบ้าน ส่วนตอนนี้ เขาต้องรีบไปทำอะไรที่มีประโยชน์กว่า
เช่นการไปเรียนรู้งานที่บริษัทของพ่อแม่อย่างจริงจัง
ขณะที่พสุธาเป็นมหาเศรษฐีล้านล้านแล้ว เขาอย่างดีก็ยังเป็นแค่ทายาทมหาเศรษฐี มันห่างชั้นกันเกินไป!
ปฐพีไม่ได้อยากเอาชนะพสุธา แต่เขาอยากคู่ควรกับพสุธา
“บอกดินให้กูด้วยนะ ว่ากูจะมารับ”
“เออ แต่มึงก็มาให้ทันพ่อบุญธรรมของมันแล้วกัน กูสังหรณ์ใจว่าอีกฝ่ายก็จะมารับไอ้ดิน”
เมื่อปฐพีได้ยินคำพูดนี้ของเพื่อน เขาก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมาทันทีเลย
ว่าที่พ่อตาของเขา ดูแล้วไม่น่าจะใช่คนที่รับมือง่ายเสียด้วย ยกเว้นก็แต่จะทำให้พสุธาเข้าข้างเขาได้ เพราะอีกฝ่ายนั้นดูจะยอมแพ้เพียงแค่พสุธาเท่านั้น
“มึงคิดไหมว่าถ้าไอ้ดินไม่มีพ่อบุญธรรมแบบนี้ มึงคงจะจีบมันได้ง่ายขึ้น”
“ไม่เคย จีบง่ายหรือยาก ขึ้นอยู่กับดินแค่คนเดียว ถ้าเขาไม่ชอบกู ต่อให้ไม่มีพ่อบุญธรรม กูก็จีบไม่ติดอยู่ดี แต่ถ้าเขาชอบกู มีสิบพ่อบุญธรรม กูก็ยังได้คบกับเขาอยู่ดี”
ปฐพีตอบเพื่อน ก่อนที่จะเดินทางกลับบ้าน
เมื่อปฐพีกลับมาถึงบ้านใหญ่ เขาก็พบว่าทั้งพ่อแม่ คุณปู่ และพี่ชายของเขา ได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา ทั้งยังมีสีหน้าเคร่งเครียดด้วย
นานแล้วที่ไม่ได้เห็นพวกเขามีสีหน้าเคร่งเครียดแบบนี้ ทำให้ปฐพีรู้สึกว่าบ้านเขาเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นหรือเปล่า
“มีอะไรหรือเปล่าครับ ทำไมทุกคนทำหน้าเครียดแบบนี้” ปฐพีถามออกไป
แต่สิ่งที่ได้ตอบกลับมาคือแววตาหนักใจ สงสาร และเห็นใจ
ปฐพีผงะไปชั่วแวบหนึ่ง อยู่ ๆ ทำไมทุกคนถึงส่งสายตาแบบนี้มาให้เขา ทำเหมือนว่าเขาป่วยเป็นโรคร้ายแรง รักษาไม่หาย
ขณะที่ปฐพีกำลังคิดอยู่นั้น เสียงของพี่ชายของเขาก็ดังขึ้นว่า
“โถ ๆ น้องชายของพี่ ช่างน่าสงสารอะไรขนาดนี้ เกิดมายี่สิบปี จะมีความรักกับเขาทั้งที ดันคิดจะไปเด็ดดอกฟ้าเข้าเสียได้”
เมื่อปฐพีได้ยินปฐวีพูดเช่นนี้ เขาก็รู้แล้วว่าเรื่องฐานะของพสุธา ดังมาถึงหูของขอบครัวเขาแล้ว
แต่ว่าทำไมถึงต้องเคร่งเครียดกันขนาดนี้ด้วย
“ลูกชาย ตอนแรกแม่ก็เชียร์ให้ลูกจีบน้องดิน แต่ตอนนี้แม่หนักใจมาก น้องดินรวยขนาดนั้น ตอนไปสู่ขอ สินสอดของเราจะมีพอหรือเปล่า นี่แม่คิดว่าจะให้พ่อหาลงทุนเพิ่มแล้วนะ”
“หรือว่าเสี่ยจะไม่ต้องเอาสมบัติดี ยกให้ป๋าทั้งหมดเลย เอาไปเป็นสินสอดสู่ขอน้องดิน” คุณเวหาพูดขึ้นมาบ้าง
“ถ้าอย่างนั้นผมจะไปเปลี่ยนชื่อจากเสี่ย เป็นยาจก แล้วก็จะคอยเกาะไอ้ป๋ากินจนกว่าจะตาย” ปฐวีพูดแย้งขึ้นมา
คุณมาธาวีหัวเราะกับลูกชายคนโต ก่อนจะกวักมือเรียกลูกชายคนเล็กไปนั่งข้าง ๆ
“ลูกรู้เรื่องฐานะน้องดินมาก่อนหรือเปล่า ตอนแม่รู้แม่ตกใจมากนะ ไม่คิดว่าน้องดินจะรวยขนาดนี้ มูลค่าหุ้นทั้งหมดที่น้องดินมีอยู่ มากกว่าทรัพย์สินทั้งหมดของตระกูลเราเสียอีก” คุณมาธาวีพูดพลางทอดถอนใจ
พวกเขามีทรัพย์สินหลายแสนล้าน นึกว่าชีวิตนี้ไม่ต้องกังวลเรื่องสินสอดไปสู่ขอลูกสะใภ้แล้ว ใครจะคิดว่าลูกชายเธอช่างดีนัก หมายตามหาเศรษฐีระดับล้านล้านเข้าให้
“ผมเพิ่งรู้นี่แหละ ว่าแต่ข่าวมาไวดีนะครับ” ปฐพีพูดอย่างจนใจ ในเว็บบอร์ดมหาวิทยาลัย เขาได้สั่งลบกระทู้ที่พูดถึงพสุธาไปแล้ว ถึงขั้นให้บล็อกคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องกับพสุธาไปทั้งหมดเลยด้วย รอให้เรื่องซาลงก่อน แล้วค่อยปลดบล็อก
ที่ปฐพีทำแบบนี้ ก็เพราะเขารู้ว่าพสุธาไม่ต้องการเปิดเผยเรื่องนี้มากเกินไป ไม่อย่างนั้นเจ้าตัวคงไม่ทำตัวเรียบง่ายแบบทุกวันนี้
ทางฝั่งของคนฟัง เมื่อได้ยินคำพูดของปฐพี ก็พูดออกมา
“เรื่องนี้ ใครที่ตอนนี้มีลูกหลานเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยสยามปราชญ์ ก็รู้เรื่องนี้กันทั้งนั้นแหละ พวกลูกหลานนักธุรกิจ เห็นบางคนไม่เอาการเอางาน ดูเกเร แต่ที่จริงก็รู้กันดีว่าตัวเองมีเงินไปทำตัวเสเพลได้ เพราะที่บ้านมีสมบัติ ดังนั้นจึงไม่ใช่คนโง่หรอก เมื่อเรื่องนี้อาจจะสร้างผลกระทบได้ทั้งเชิงบวกและเชิงลบต่อธุรกิจของครอบครัวตัวเอง ก็ส่งข่าวบอกที่บ้านกันหมดแล้ว เรื่องนี้เลยแพร่กระจายในวงสังคมอย่างเงียบ ๆ แล้ว”
“แบบนี้พวกครอบครัวกิจอนันต์ได้ไปวุ่นวายกับน้องดินแน่” ปฐวีพูดขึ้นมาบ้าง แต่คุณเวหาผู้เป็นพ่อกลับส่ายหน้า
“ยังไม่ใช่เร็ว ๆ นี้หรอก ถึงเรื่องนี้จะแพร่กระจายอย่างเงียบ ๆ ในวงสังคมนักธุรกิจ แต่ว่าครอบครัวกิจอนันต์น่ะ ได้ถูกผลักไสออกจากวงสังคมไปแล้ว ตอนนี้มีงานเลี้ยงไหนเชิญครอบครัวนั้นบ้างล่ะ บางงานกระเสือกกระสนดิ้นรนเข้าไป เจ้าภาพถึงขั้นเชิญออกด้วยซ้ำ พวกกิจอนันต์น่ะ ทุกคนส่ายหน้าให้ตั้งแต่ข่าวลือรังเกียจลูกจริง เอ็นดูลูกปลอมแล้ว ยิ่งตอนนี้ใกล้จะล้มละลาย ลูกชายฝาแฝดก็อยู่โรงพยาบาล ลูกชายตัวปลอมก็ถูกพ่อแม่ที่แท้จริงตามราวี มีแต่ปัญหา ไม่มีใครอยากเข้าใกล้ให้ตัวเองเดือดร้อนหรอก”
“อีกอย่างหนึ่ง ลูกคิดว่าพวกนักธุรกิจอย่างเรา ๆ มีคนโง่เยอะเหรอ ที่บอกว่าข่าวเรื่องของน้องดินแพร่กระจายในวงสังคม ก็แค่สำหรับคนที่มีลูกหลานเรียนในสยามปราชญ์เท่านั้นแหละ เพราะว่าคนที่รู้เรื่อง ก็ไม่อยากเพิ่มคู่แข่งให้ตัวเอง คนที่มีลูกวัยเดียวกับน้องดิน ตอนนี้ก็หาวิธีส่งลูกของตัวเองไปพิชิตใจน้องดินแล้ว คนที่ไม่มี ก็พยายามหาวิธีเอาใจน้องดิน เพื่อที่จะได้ร่วมงาน หรือได้เงินลงทุนจากน้องดิน ไม่มีใครกล้าทำให้น้องดินไม่พอใจ เพราะแบบนี้ พวกเขาก็รู้ว่าถ้าครอบครัวกิจอนันต์ไปราวีน้องดิน เพราะได้รับข่าวจากปากของตัวเอง จะต้องถูกน้องดินขุ่นเคืองใจ เสี่ยงต่อการล้มละลายแน่ ๆ แบบนั้นใครจะอยากหาเรื่องใส่ตัวกัน” คุณมาธาวีพูดขึ้นบ้าง
ปฐพีพยักหน้ารับ คำพูดของพ่อแม่เขา ถือว่าวิเคราะห์ได้อย่างมีเหตุผลจริง ๆ
“แต่จะว่าไป ตอนนี้ชื่อน้องดินแพร่กระจายในวงสังคมแล้ว แต่ทุกคนรู้จักแค่ชื่อ ไม่รู้จักหน้าตาเลย มีคนโทรศัพท์มาหาแม่หลายคนแล้ว พวกเขาได้ยินว่าน้องดินสนิทกับป๋า ก็เลยอยากถามพวกเราว่ามีรูปน้องดินไหม พวกเขากลัวว่าตอนเจอน้องดินโดยบังเอิญ แล้วไม่รู้ว่าน้องดินคือ พสุธา กัมปนาท พวกเขาจะเผลอสร้างความขุ่นเคืองให้โดยไม่ตั้งใจ”
“แล้วแม่ได้ให้ไปหรือเปล่า” ปฐพีถามออกไป
คุณมาธาวีมองค้อนลูกชาย
“ถึงอยากจะให้ ก็จะเอาที่ไหนให้ล่ะ แม่ลองหาในอินเทอร์เน็ตแล้ว ก็ไม่มีรูปน้องดินเลย ในเว็บบอร์ดของมหาวิทยาลัยลูก ก็ไม่มี” คุณมาธาวีพูด
“กระทู้ที่พูดถึงดิน ผมสั่งลบไปหมดแล้ว บล็อกคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องด้วย แต่รูปภาพคิดว่าน่าจะมีคนเซฟเอาไว้ แล้วเอาไปโพสต่ออยู่นะครับ”
“ไม่มีจริง ๆ นี่ฉันก็หาอยู่เหมือนกัน” ปฐวีพูด แล้วเลื่อนหน้าจอโทรศัพท์
เขาไม่ได้อยากได้รูปของพสุธาไปอวดใคร หรือให้ใครดู แต่เขาแค่อยากพิสูจน์ว่าไม่มีรูปของพสุธาอยู่ในอินเทอร์เน็ตเลยจริงหรือเปล่า
พวกเขาไม่รู้เลยว่า รูปภาพของพสุธา ได้ถูกคนของลูคัสลบทิ้งหมดแล้ว และต่อให้มีคนโพสลงไปใหม่ ก็จะถูกลบทิ้งภายในไม่กี่วินาทีอยู่ดี
ผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีของลูคัส ก็เก่งกาจไม่แพ้นักฆ่าในแก๊งของเขาหรอก
“นั่นน่ะเหรอ พ่อแม่ที่ไม่ได้เรื่องของลูกรักกู” ลูคัสถามเสียงห้วน แววตาเย็นเยียบ หงุดหงิดในใจที่พสุธามีพ่อแม่เป็นคนแบบนี้
คนแบบนี้กล้ามาแย่งตำแหน่งพ่อที่ควรจะเป็นของเขาคนเดียวไปได้ยังไง
“ใช่ครับ” แฟรงค์ตอบผู้เป็นนายใหญ่ของตัวเอง ก่อนจะถาม
“นายใหญ่จะให้จัดการเลยไหมครับ”
“ไม่ต้อง เดี๋ยวลูกรักกูจะโกรธเอา เขาวางแผนจัดการเอาไว้แล้วนี่ ใช่ไหม”
“ครับ แต่ดูแล้วนายน้อยไม่คิดจะจัดการให้เด็ดขาด” เด็ดขาดของแฟรงค์ คือการทำให้หายไปจากโลกนี้
“คงเพราะลูกรักเห็นว่าความผิดพวกมันไม่ถึงขั้นตาย แต่สำหรับกู แค่การจะให้ลูกรักกูไปกราบขอโทษคนอื่น ก็สมควรตายแล้ว”