65. ตอนที่ 64
ตอนที่ 64
งานเลี้ยงวันคล้ายวันเกิดปีที่ยี่สิบของปฐพี ดำเนินไปอย่างสนุกสนาน นอกจากเจ้าภาพของงานแล้ว คนที่มีคนเดินมาชนแก้วด้วยมากที่สุด ก็คือพสุธา ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยสยามปราชญ์ และบางส่วนเป็นคนที่อยากรู้ว่าพสุธาเป็นใครกันแน่ ทำไมหลายคนถึงได้ดูระมัดระวังเวลาคุยกับเจ้าตัวนัก
นอกจากพสุธา ศิลา และนะโมที่เพิ่มเข้ามา คนอื่น ๆ ล้วนก็เคยเจอหน้ากันมาหลายครั้งแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงค่อนข้างจะรู้จักกันดี พวกเขาอาจจะสุภาพกับปฐพี และปฐพี รวมถึงเพื่อนสนิทสองคนของเจ้าตัว แต่นอกนั้นแล้ว พวกเขาก็ปฏิบัติต่อกันอย่างหยิ่งผยอง มักจะพูดจาโอ้อวดกันอยู่หลายครั้ง ภายใต้หน้ากากที่เป็นมิตรต่อกัน แต่คนที่เคยเย่อหยิ่งเหล่านั้น กลับปฏิบัติตัวอย่างสุภาพกับพสุธา นี่ทำให้หลายคนรู้สึกสับสน และอยากรู้มากยิ่งขึ้นว่าพสุธาเป็นใครกันแน่
หลายคนพยายามจะถามกับนักศึกษามหาวิทยาลัยสยามปราชญ์ แต่ทุกคนล้วนปิดปากเงียบ ไม่ปริปากออกมาแม้แต่คำเดียว นี่ยิ่งทำให้พวกเขาอยู่ไม่สุขมากยิ่งขึ้น เหมือนมีเล็บคม ๆ มาข่วนอยู่ในใจ
พสุธาไม่รู้ว่าคนอื่นคิดอย่างไร ตอนนี้เขากำลังถ่ายคลิปวิดีโอเฮียโก้ปรับทุกข์กับถังน้ำแข็งอย่างสนุกสนาน และมีศิลาคอยบ่นเฮียโก้อีกทีหนึ่ง
โต๊ะแปดคน มีเพียงแค่เฮียโก้ พันไมล์ และปฐวีเท่านั้นที่ดื่มแอลกอฮอล์ พสุธาไม่ดื่ม ศิลาและนะโมก็ไม่ดื่ม แม้กระทั่งเจ้าของวันเกิดอย่างปฐพีก็ไม่ดื่มเหมือนกัน
พสุธาไม่ดื่ม เพราะเขาต้องขับรถกลับบ้าน ศิลาและนะโมก็ไม่อยากดื่ม ปฐพีไม่ดื่ม เพราะกลัวว่าถ้าตัวเองเมา จะไม่มีสติดูแลพสุธา
ถ้าเขาเมาแล้วมีคนมาเข้าหาพสุธา เขาขัดขวางได้ยังไง
นั่นคือความคิดของปฐพี
“บอกว่าให้ดื่มได้ แต่ไม่ได้ให้ดื่มจนเมาไม่มีสติแบบนี้นะโกโก้” ศิลาบ่นเสียงขึ้นจมูก กับคนที่ผิดสัญญากับเขาอีกแล้ว
แต่จะบอกว่าผิดสัญญาก็ไม่ได้ เพราะว่าก่อนจะดื่ม เฮียโก้ก็ได้ถามแล้ว ถามว่าเขาเมาได้ไหม ซึ่งศิลาก็พยักหน้าอนุญาต ดังนั้นจึงเรียกว่าไม่ได้ผิดสัญญาล่ะมั้ง
แค่เกินความคาดหมายของศิลาไปสักหน่อย
“โกโก้ขี้เมา ดื่มเหล้ามากขนาดนี้ ทำไมไม่เอาตัวไปแช่ในถังเหล้าเลยล่ะ” ศิลายังคงบ่นต่อ
“อารายน้า มีหล้าวเปนถางเลยเหรอ อาวมาห้ายโก้ หินห้ายโก้ดื่มด้าย” เฮียโก้ที่เมาจนกอดถังน้ำแข็งปรับทุกข์ ก็เงยหน้าขึ้นมาเรียกร้องหาเหล้า
“โกโก้ ให้ดื่ม แต่ไม่ได้ให้ดื่มจนเมาไม่มีสติขนาดนี้ ดื่มมากไม่ดีต่อสุขภาพ ตับจะแข็งเอานะ ไม่อยากเก็บตับไว้แล้วใช่ไหม” ศิลาโกรธมาก แก้มเขาพองลมจนพสุธากลัวว่าพี่ชายจะแก้มแตกก็ตอนนี้
“ตาบ อาวตาบไปผาด อายดินผาดตับอาร่อย”
“ได้เลย ผ่าเอาตับโก้ไปผัดเลยนะ” ศิลาพูดอย่างขุ่นเคือง
พสุธารีบโบกมือ
“ไม่เอา ๆ ตับเฮียโก้แข็งแล้วมั้ง ไม่อร่อยหรอก”
“อย่ามาดูถูกกานน้า คายบอกว่าโก้ม่ายอาร่อย โก้อาร่อยมาก คายกินรับรองว่าติดจาย” คนเมายังคงพยายามพูดพิสูจน์ตัวเอง แม้ว่าลิ้นจะพันกันแล้วก็ตาม
“อ้อ เคยมีคนได้กินแล้วเหรอ” พสุธาหรี่ตาถาม ขณะที่ศิลาก็จ้องเขม็ง
ปฐพีมองเพื่อน แล้วคิดว่าควรจะช่วยเหลือเพื่อนดีหรือเปล่า แต่เมื่อเห็นสายตาของพสุธา เขาก็คิดว่าเขาควรจะเงียบเอาไว้ดีกว่า
เพื่อน ระหว่างมึงลำบาก กับกูลำบาก ยังเป็นมึงที่ลำบากดีกว่า
ปฐพีคิดในใจ แล้วทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น
ส่วนคนที่ถูกเพื่อนลอยแพแล้ว ก็ยังทุบอกตัวเองอย่างโอ้อวด
“แน่นอนซี มีหลายโคน ด้ายกินแล้วน้า บอกว่าโก้อาร่อยมากกกก”
“หืม หลายคนเลยเหรอ มีใครบ้างล่ะ” พสุธายังถามต่อ ขณะที่ศิลานั้นหันหน้าหนีแล้ว
“อืม มีน้องกี๊บบบ เชอร์รี่ น้องวายย” เฮียโก้ตอบ
พสุธาชะงักไป รู้สึกว่าชื่อนี้คุ้น ๆ ส่วนนะโมหัวเราะจนตัวงอแล้ว
“เฮีย อย่าบอกนะว่ามี น้องแอน น้องอัน น้องโบว์ น้องฮัน น้องขวัญก็ด้วย” เมื่อนะโมถามประโยคนี้ออกมา พสุธาถึงได้รู้ว่าทำไมเขาถึงได้คุ้น ๆ กับชื่อที่ออกมาจากปากเฮียโก้
“รู้ด้ายงาย ยางมีน้องเมย์ น้องแฟร์ น้องฟี น้องเฟิร์นด้วยน้า”
พสุธากุมขมับ ก่อนจะหัวเราะออกมา ส่วนศิลาก็หันหน้ากลับมามองเฮียโก้แล้ว ใบหน้าเล็ก ๆ นั่นมีรอยยิ้มที่เผยให้เห็นลักยิ้มที่มุมปากสองข้าง
พสุธามองพี่ชาย ก่อนจะถอนหายใจ
เฮ้อ มีพี่ชายนี่ก็เลี้ยงได้แต่ตัวจริง ๆ เลยนะ
พสุธาคิด ก่อนจะเอาโทรศัพท์ลง
“ดินส่งคลิปให้พี่ด้วยนะ เดี๋ยวพอวันเกิดวัน พี่จะเอาไปทำคลิปอวยพรวันเกิด” ปฐพีพูดกับพสุธา ใบหน้าหล่อเหลามีรอยยิ้มร้ายกาจ
พสุธาหัวเราะในลำคอ ก่อนจะกดส่งคลิปวิดีโอให้ตอนนี้เลย
ขณะที่รอส่งวิดีโอเสร็จ โทรศัพท์ของพสุธาก็มีข้อความส่งมา เมื่อพสุธามองดู หัวคิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากัน เพราะคนที่ส่งข้อความมาคือเด่นชัย อีกฝ่ายต้องการพบเขา
พสุธาปัดข้อความนั้นทิ้งอย่างไม่ใยดี แต่ก็สงสัยด้วยเช่นกัน ว่าอยู่ดี ๆ ทำไมเด่นชัยจึงนึกถึงเขาขึ้นมาได้
ไม่สิ ตอนนี้ครอบครัวกิจอนันต์ เรียกว่า ‘อยู่ดี ๆ’ ไม่ได้แล้ว ธนาคารเร่งรัดให้คืนหนี้แล้ว
หรือว่ารู้แล้วว่าเขามีเงินเยอะ ก็เลยจะมาขอเงินเขาไปใช้หนี้
พสุธาคาดเดา แต่ครั้งนี้เขาคาดเดาผิด ไม่ใช่เพราะว่าเด่นชัยรู้ว่าพสุธามีเงินมากมาย แต่เป็นเพราะดุจฝันเห็นโพสจากคนที่มาร่วมงานวันเกิดปฐพี ซึ่งรูปที่คนคนนั้นโพสลงไปนั้น ติดพสุธาที่นั่งอยู่ข้างปฐพี และปฐพีเช็ดปากให้พสุธา ตอนเจ้าตัวกินข้าวเลอะอีกด้วย นั่นทำให้ดุจฝันอิจฉาจนแทบบ้า ส่วนเด่นชัย และดาวิกาก็ตาลุกวาว
พวกเขาเห็นภาพนี้ ก็จินตนาการไปไกลแล้วว่าพสุธาจับปฐพีได้อยู่หมัด ตัวเองจะได้เป็นพ่อตาแม่ยายของลูกเขยแสนล้าน ดังนั้นจึงคิดที่จะรับพสุธากลับมา แล้วให้พสุธาเอาเงินจากปฐพีมาให้ตัวเองใช้หนี้ รวมถึงเงินลงทุนก้อนใหม่ด้วย
เด่นชัยและดาวิกาฝันหวาน จนถึงขั้นเรียกว่าฝันกลางวันเลยทีเดียว ทั้งคู่จ้องหน้าจอรอการตอบกลับของพสุธา ทว่ารอแล้วรอเล่า ก็ยังไม่มีการตอบกลับใด ๆ เด่นชัยก็ร้อนใจจนหงุดหงิดขึ้นมา
“ทำไมไอ้เด็กอกตัญญูนั่นมันถึงยังไม่ตอบข้อความกลับมาอีก หรือว่ามันได้ดีจนลืมพ่อลืมแม่มันแล้ว อกตัญญูจริง ๆ อกตัญญูเกินไปแล้ว” เด่นชัยโมโหจนเขี้ยวแก้วแตกไปหลายใบ
ดาวิกาเห็นสามีโมโห ก็ขยับถอยหนี เพราะกลัวถูกทำร้ายร่างกาย ก่อนจะเสนอออกมา
“ถ้ามันไม่ตอบ เราก็ไปหามันที่งานเลยสิ ดุจฝัน แกดูซิว่างานเลี้ยงคุณปฐพีจัดที่ไหน” ตอนนี้ดาวิกาไม่เรียกดุจฝันว่าน้องดุจอีกแล้ว เพราะรังเกียจที่พ่อแม่ของดุจฝันคอยตามรังควานเรียกร้องเงิน จนทำให้ตัวเองกลายเป็นตัวตลกของวงสังคม
ดาวิกาไม่ยอมรับความจริงว่า ต่อให้ไม่มีพ่อแม่แท้ ๆ ของดุจฝัน ครอบครัวตัวเองก็กลายเป็นตัวตลกของสังคมอยู่ดี
ยิ่งตอนนี้เหล่าแวดวงนักธุรกิจที่มีลูกหลานเรียนที่สยามปราชญ์ รู้ว่าพสุธาคือลูกชายแท้ ๆ ของเด่นชัย และดาวิกา พวกเขายิ่งลอบหัวเราะเยาะเด่นชัย และดาวิกา
‘พวกโง่ มีเหมืองเพชรอยู่ในมือแท้ ๆ ดันไปประคบประหงมก้อนกรวดเสียได้’
ใช่ สำหรับพวกเขาแล้ว พสุธาไม่ใช่แค่เพชร แต่เป็นเหมืองเพชรเลยทีเดียว
ทางฝั่งของดุจฝัน เมื่อได้ยินคำสั่งของดาวิกา ก็เผยรอยยิ้มสาสมใจขึ้นมาทันที
ดีเลย บุกไปอาละวาดถึงงาน ให้คนเขารู้กันให้ทั่ว ว่าพสุธาทอดทิ้งไม่ใยดีพ่อแม่แท้ ๆ ของเจ้าตัว ให้พสุธาต้องอับอาย เหมือนตอนที่เขาถูกพ่อแม่แท้ ๆ ตามรังควาญ
บางที ถ้าคุณปฐพีได้รู้ว่าพสุธาเป็นคนอกตัญญูแค่ไหน เจ้าตัวอาจจะเขี่ยพสุธาทิ้งก็ได้
ใช่ ปฐพีจะต้องเขี่ยพสุธาทิ้งแน่ ๆ ขอแค่เขากระชากหน้ากากของพสุธาออกมาก็พอ
ดุจฝันนั้นก็สมชื่อของเจ้าตัวจริง ๆ ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความฝันลม ๆ แล้ง ๆ ที่ไม่มีทางเป็นจริง
“พี่แฟรงค์ รถของสองผัวเมียนี่ออกจากบ้านแล้ว พวกมันจะไปหานายน้อย ไปอาละวาดเรียกร้องเงิน” สายลับที่ส่งเข้าไปแฝงตัวในบ้านกิจอนันต์ แจ้งข่าวกับหัวหน้าของตัวเอง
แฟรงค์เมื่อได้ยินข่าว ใบหน้าของเขาก็เผยรอยยิ้มขึ้นมา เขาหันไปพูดกับลูกน้องที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ว่า
“มีของเล่นมาให้เล่นแก้เบื่อแล้ว”
“นายน้อยจะไม่โกรธเหรอพี่” ลูกน้องของแฟรงค์ถามอย่างกังวลใจเล็กน้อย
“ไม่โกรธหรอกน่า พวกเราช่วยรักษาความสงบสุขให้นายน้อยนะ” แฟรงค์ที่อยากอัดพ่อแม่แท้ ๆ ของพสุธามานานแล้ว ก็พูดอย่างมั่นใจ
“งั้นเราเล่นอะไรดีล่ะพี่”
“พวกมันจะทำให้นายน้อยอับอายไม่ใช่เหรอ ก็ทำให้พวกมันอับอายสักหน่อยก็พอ” แฟรงค์คลี่ยิ้มอย่างใสซื่อ แต่ความคิดของเขานั้น ไม่สอดคล้องกับคำว่าใสซื่อเลยสักนิดเดียว
พสุธาไม่รู้ว่าพ่อแม่ที่แท้จริงของเขา จะมาสร้างความวุ่นวายรำคาญใจแก่เขา แต่ถูกคนของพ่อบุญธรรม (ที่ยัดเยียดตัวเอง) วางแผนจัดการเรียบร้อยแล้ว กว่าที่เขาจะรู้ ก็ตอนเห็นข่าวทั้งสามคนถูกจับแขวนไว้บนต้นไม้ หน้าหมู่บ้านที่ครอบครัวกิจอนันต์อาศัยอยู่แล้ว
ซึ่งหมู่บ้านนี้ เป็นหมู่บ้านของคนมีเงิน ส่วนใหญ่แล้วเป็นเจ้าของธุรกิจที่มีมูลค่าไม่ต่ำกว่าหนึ่งพันล้าน ดังนั้นเมื่อคนในหมู่บ้านเห็นว่าพวกเด่นชัยถูกจับมัดแล้วแขวนไว้กับต้นไม้ ก็ตื่นตะลึงไปชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะตามมาด้วยความเย้ยหยัน
ไม่มีใครสักคนที่คิดจะไปช่วยปลดพวกเด่นชัยลงมาจากต้นไม้ ทำให้พวกเด่นชัยที่ฟื้นขึ้นมาจากอาการถูกตีจนสลบ ก็อับอายจนแทบอยากจะผูกคอตายไปเลย
“มึงว่าฝีมือใคร” นะโมพูดถามขึ้นมา เขาเองก็เห็นข่าวแล้วเหมือนกัน
“ไม่รู้ อาจจะพวกเจ้าหนี้ล่ะมั้ง” พสุธาคาดเดา เขาคิดว่าพวกเจ้าหนี้นอกระบบ มักจะชอบใช้วิธีการสร้างความอับอายให้กับลูกหนี้แบบนี้
เป็นอีกครั้งที่พสุธาเดาพลาด
“เมื่อคืนพวกนี้ส่งข้อความหามึงไม่ใช่เหรอ งั้นก็หมายความว่าถูกจับมัดไปแขวน หลังส่งข้อความหามึงใช่ไหม” นะโมถามต่อ
คำถามของนะโมทำให้พสุธาฉุกคิดขึ้นมา
หรือว่าเรื่องนี้จะเกี่ยวข้องกับเขา ซึ่งถ้าเกี่ยวข้องกับเขาจริง ๆ ก็คงหนีไม่พ้นฝีมือแฟรงค์
“กูจะโทรศัพท์ถามแฟรงค์ก่อน” พสุธาพูดแล้วเดินไปหยิบโทรศัพท์อีกเครื่องมาต่อสายหาแฟรงค์
“ฝีมือนายใช่ไหม” เมื่อแฟรงค์รับสาย พสุธาก็ถามออกไปทันที
“นายน้อยเก่งจริง ๆ เห็นข่าวแล้วก็รู้เลยใช่ไหม ว่าเป็นความดีความชอบของพวกผม” แฟรงค์พูดอย่างเบิกบานใจ ราวกับว่าได้รับคำชมจากพสุธาแล้ว
พสุธาก็มุมปากกระตุก แต่ก็พูดชมออกไป
“ทำได้ดีมาก ว่าแต่ทำทำไม” ความหมายของพสุธาก็คือ สามคนนั้นสร้างเรื่องอะไรอีก ทำไมแฟรงค์ถึงจับมัดแล้วเอาไปแขวนกับต้นไม้แบบนั้น
แฟรงค์ก็เล่าเรื่องที่พวกเด่นชัยจะทำเมื่อคืนนี้ แต่ถูกพวกเขาดักซุ่มเล่นงานเสียก่อน ทำให้แผนการของคนพวกนี้ล้มเหลว
พสุธาเมื่อได้ยินคำตอบของแฟรงค์ เขาก็ถอนหายใจ
“คืนนี้หาพวกมือเท้าเบาย่องเข้าไปหน่อย ไปโกนผมสามคนนั้นให้หมด” บางทีเส้นผมอาจจะแย่งสารอาหารไปจนหมด ทำให้สมองของคนพวกนั้นไม่ทำงาน ถึงได้กล้ามาหาเรื่องเขาอีก
แฟรงค์เมื่อได้ยินคำสั่งของพสุธา ก็รับคำในทันที หมายมาดว่าจะลงมือด้วยตัวเอง
พสุธาหลังจากสั่งแฟรงค์แล้ว เขาก็ไม่ได้หยุดแค่นี้ แต่โทรศัพท์ไปหาคุณวินิจ ให้คุณวินิจประสานงานกับทีมทนายความเกษม ดูว่าตอนนี้สามารถบังคับยึดทรัพย์ครอบครัวกิจอนันต์ได้แล้วหรือยัง ถ้าได้ ก็ให้ดำเนินการในทันที
พสุธาเคาะโต๊ะ เขาไม่ได้แค้นครอบครัวกิจอนันต์ เขาแค่อยากตัดขาด ไม่อยากวุ่นวายด้วย แต่อีกฝ่ายมักจะโยนความผิดมาที่เขาเสมอ และคิดที่จะใช้เขาเป็นเครื่องสังเวยอยู่ตลอด เขาจึงต้องจัดการอีกฝ่าย ไม่ให้สามารถมาสร้างความวุ่นวายให้เขาได้อีก
แต่ดูจากรูปการณ์แล้ว ตราบใดที่อีกฝ่ายยังมีชีวิตอยู่ ก็จะดิ้นรนมาก่อความวุ่นวายให้เขาจนได้
ทำยังไงดีนะ
พสุธาครุ่นคิด จากนั้นเขาก็มีแค่คำตอบเดียว คือทำให้อีกฝ่ายไม่มีชีวิตอยู่ แต่ว่าระหว่างพวกเขา ก็ไม่ได้มีความแค้นล้ำลึกอะไร เขาลงมือทำอย่างนั้นไม่ลง
รู้แล้ว ลูคัสมีกิจการเรือสำราญนี่นา ส่งพวกนั้นไปทำงานในเรือสำราญ แค่นี้ก็มาสร้างความวุ่นวายให้เขาไม่ได้แล้ว ทั้งยังช่วยให้พวกนั้นมีงาน มีเงินเลี้ยงชีวิตด้วย
อืม เอาแบบนี้นี่แหละ เขานี่ทั้งฉลาด ทั้งแสนดีจริง ๆ
พสุธายิ้มอย่างภูมิใจในตัวเอง ก่อนที่เขาจะหุบยิ้ม เมื่อมองเห็นบางสิ่งในบ้าน
อืม เป็นวิญญาณคู่รักคู่หนึ่ง ทั้งคู่กำลังมองมาที่เขาอย่างสงสัย
‘เขาเห็นเราแล้วหรือ’
‘ดูเหมือนว่าเขาจะเห็นเราแล้วจริง ๆ’
‘เห็นได้อย่างไรเล่า ก่อนหน้านี้เขาไม่เห็นพวกเรามิใช่หรือ คุณพร้อมคิดว่าเขาจะกลัวพวกเราหรือไม่’ วิญญาณในชุดสุภาพบุรุษยุคเก่า ถามวิญญาณคนรักที่อยู่ในชุดทหาร
‘ดูแล้วคงจักไม่กลัวพวกเรานะ ดูซี ยังจ้องมองมาอยู่เลย’
พสุธาฟังสองวิญญาณสนทนากันแล้ว เขาก็อยากจะบอกว่าเขาได้ยิน ถ้าอยากรู้ให้มาถามต่อหน้าเขานี่ เขาจะได้ถามทั้งคู่ด้วยว่า ตำนานความรักของทั้งคู่ที่เล่าขานกันมาน่ะ เป็นเรื่องจริงหรือเปล่า
แต่พสุธาก็ไม่ได้พูดออกไป เพราะว่านอกจากเขาแล้ว ยังมีศิลา และนะโมนั่งอยู่ตรงนี้ด้วย
ถ้าเกิดสองคนนี้รู้เข้าว่าในบ้านหลังนี้ไม่ได้มีแค่พวกเขาสามคน คงจะกลัวจนอยู่กันไม่ได้
แล้วถ้าถามว่าทำไมอยู่ ๆ เขาถึงเห็นวิญญาณคู่รักนี้ขึ้นมา ก็เพราะว่าทักษะ ‘ทำความสะอาดขั้นเทพ’ จากระบบน่ะสิ
ตั้งแต่เมื่อคืนวานที่เขาได้รับทักษะนี้มาจากระบบ เขาก็มองเห็นสิ่งที่คนทั่วไปมองไม่เห็นกัน ตลอดทางที่นั่งรถกลับบ้านกับปฐพี พสุธาก็ใช้วิธีการพูดคุยกับปฐพีเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของตัวเอง ไม่ให้ตัวเองสนใจวิญญาณที่อยู่ข้างทาง ซึ่งมีทั้งมาแบบปกติ และแบบที่เละเทะจนดูไม่ได้
พสุธาเคยได้ยินว่าถ้าวิญญาณพวกนี้รู้ว่าเขามองเห็น วิญญาณเหล่านั้นจะต้องตามติดเขา เรียกร้องให้เขาทำอะไรบางอย่างเพื่อเจ้าตัว
พสุธาไม่ใช่คนใจบุญ เขาไม่คิดจะแส่เข้าไปยุ่งในเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องของตัวเอง แต่ละคนล้วนมีกรรมของตัวเองทั้งนั้น
แน่นอนว่าถ้าเป็นภารกิจจากระบบนั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง เพราะนั่นก็นับว่าเป็นเรื่องของเขาด้วยแล้ว
พูดถึงภารกิจ พสุธาก็เพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าเขายังไม่ได้โหลดแอปพลิเคชันมาสเตอร์คลีนมาเลย
แอปพลิเคชันมาสเตอร์คลีน เป็นแอปพลิเคชันยอดฮิตสำหรับคนที่ต้องการพนักงานทำความสะอาดแบบครั้งคราวยิ่ง ซึ่งคนที่สมัครเป็นพนักงานทำความสะอาดในแอปพลิเคชันนี้ จะต้องได้รับการตรวจสอบอย่างเข้มงวด ดังนั้นจึงเป็นที่ไว้วางใจของเหล่าผู้ใช้
พสุธาไม่จำเป็นต้องรับการตรวจสอบอย่างเข้มงวดของแอผพลิเคชัน เพราะว่าระบบได้จัดการให้เขาเรียบร้อยแล้ว พสุธาแค่ต้องโหลดแอปพลิเคชัน และใช้ไอดี และพาสเวิร์ดที่ระบบส่งมาให้ก็เท่านั้น
เมื่อนึกขึ้นได้ พสุธาก็ทำการดาวน์โหลดแอปพลิเคชันมาสเตอร์คลีนในทันที
เมื่อพสุธาดาวน์โหลดเสร็จเรียบร้อยแล้ว และทำการล็อคอินเข้าไปในระบบ ก็มีการแจ้งเตือนรัว ๆ มาทันที
“ใครส่งข้อความหามึงรัวขนาดนั้นน่ะ” นะโมถามอย่างสงสัยขึ้นมา เพราะเสียง ‘ติ๊ง’ มันดังรัวมากจริง ๆ
“ข้อความแจ้งเตือนจ้างงานน่ะ”
“งาน งานอะไร มึงเพิ่งลาออกจากงานไม่ใช่เหรอ”
“กูได้งานใหม่แล้ว สมัครเป็นพนักงานทำความสะอาดในแอปมาสเตอร์คลีน ถ้ามีลูกค้าเลือกกูไปทำความสะอาด กูก็ค่อยรับงาน” พสุธาอธิบาย
นะโม และศิลามองพสุธาด้วยสายตาไม่เข้าใจ
“ก่อนหน้านี้ทำงานเพราะไม่มีเงินก็ช่างเถอะ ตอนนี้มึงมีเงินเยอะแยะ ทำไมไม่ตั้งใจเรียนอย่างเดียว จะทำงานหนักเพื่ออะไรกัน” นะโมถามอย่างไม่เข้าใจ
“นั่นสิ ดินเรียนอย่างเดียวก็เหนื่อยแล้ว ยังจะต้องทำงานอีกทำไมกัน” ศิลาก็พูดอย่างสับสน
“คิดเสียว่าดินแค่อยากหาอะไรทำแก้เบื่อก็พอ งานนี้ก็แก้เบื่อได้ แถมยังได้เงินอีก ดีจะตาย”
“เบื่อก็ไปเที่ยว ไปเล่นกีฬา ไปขับรถเล่นก็ได้นี่” นะโมยังคงไม่เข้าใจความคิดของเพื่อนสนิท
“แต่กูไม่ได้อย่างทำพวกนั้นไง กูแค่อยากทำงาน” พสุธาพูดเสียงเนิบ แต่ในใจน้ำตาไหล ที่เพื่อนพูดมา เขาก็อยากทำทั้งหมดเลย แต่ระบบไม่เอื้ออำนวยให้เขาทำแบบนั้น
เขาต้องทำงาน ทำงาน และทำงาน เพื่อที่จะได้ทำภารกิจหลักให้สำเร็จ
“งั้นก็เอาที่มึงมีความสุขก็แล้วกัน” นะโมไม่ได้ประชด แต่เขาหมายความตามนี้จริง ๆ เมื่อคิดว่าถ้าพสุธาให้เขาออกจากงานซ่อมรถ มาเรียนบ้าง เขาก็ไม่อยากทำอย่างนั้น เขาอยากเรียน แต่ยังอยากทำงานต่อไปอีกสักพักด้วยเหมือนกัน
ศิลาเองก็คิดเหมือนนะโม ดังนั้นจึงไม่มีใครเกลี้ยกล่อมพสุธาอีก
พสุธาก็จดจ่อดูที่แจ้งเตือน มีลูกค้าหลายคนกดเลือกเขาให้ไปทำความสะอาดบ้าน มีทั้งกำหนดวันวันนี้ หรือวันอื่น ๆ ด้วย
เมื่อมีลูกค้าเลือกเข้ามา พสุธาก็สามารถเลือกได้ว่าจะรับงานหรือไม่รับ แต่การปฏิเสธงานบ่อย ๆ ก็มีผลต่อคะแนนด้วยเช่นกัน ถ้าคะแนนต่ำ ก็จะส่งผลต่อการขึ้นแนะนำ ลูกค้าก็อาจจะไม่ค่อยเลือก
แต่ว่าพสุธาที่เป็นหน้าใหม่ในมาสเตอร์คลีน ยังไม่มีรีวิว ยังไม่มีคะแนน กลับถูกเลือกจนพสุธาเลือกไม่ถูกว่าจะรับงานไหนดี
พสุธากดเข้าไปดูลูกค้าแต่ละคน ก็เห็นว่าส่วนใหญ่เป็นคอนโดมิเนียมขนาดราว ๆ ห้าสิบถึงเจ็ดสิบตารางเมตร ย่านใจกลางเมือง
จัดว่ามีขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ ซึ่งส่วนมากคนที่อยู่คอนโดมิเนียมขนาดประมาณนี้ จะเป็นพวกชนชั้นกลางค่อนไปทางสูง โดยเฉพาะย่านใจกลางเมืองที่มีราคาแพงกว่าพื้นที่อื่น ๆ
อืม เลือกรับงานไหนดี
พสุธาครุ่นคิด เพราะมีตัวเลือกเข้ามาเยอะ เขาเลยต้องคิดหนัก แต่หลัก ๆ แล้วพสุธาพยายามเลือกลูกค้าสูงอายุ หรือคนที่อยู่กันเป็นครอบครัว เพราะดูจะปลอดภัยต่อตัวเองมากกว่า
แอปพลิเคชันคัดกรองแต่ผู้รับจ้าง ทว่าไม่ได้คัดกรองลูกค้า
ทว่าขณะที่พสุธากำลังเลือกงานอยู่นั้น โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นมา มีคนโทรศัพท์มาหาเขา และคนคนนั้นก็คือพันไมล์
พสุธาเลิกคิ้วเล็กน้อย แปลกใจที่พันไมล์โทรศัพท์มาหาเขา หรือว่าจะเป็นเพราะเรื่องอาหารจานพิเศษ
“ฮัลโหลครับ” พสุธากดรับสายแล้วกรอกเสียงตัวเองลงไป
“น้องดิน ตอนนี้น้องดินเปลี่ยนงานไปเป็นพนักงานทำความสะอาดเหรอ” พันไมล์พูดถามทันที น้ำเสียงมีความแปลกใจ ความสับสน และความไม่เข้าใจ
ความรู้สึกของพันไมล์ก็เหมือนศิลา และนะโมนั่นแหละ ไม่เข้าใจว่าทำไมพสุธายังต้องทำงานแบบนี้อยู่ ก่อนหน้านี้เขาคิดว่าที่เจ้าตัวลาออก เพราะไม่อยากทำงานแล้ว แต่กลายเป็นว่าเจ้าตัวเปลี่ยนงานเสียอย่างนั้น
หรือว่ามีคนเอารูป และชื่อของน้องดินไปแอบอ้าง
พันไมล์คิด แล้วก็คิดว่าความคิดนี้ของตัวเองมีความเป็นไปได้สูงมากทีเดียว
ทว่า
“ใช่ครับ ว่าแต่พี่พันไมล์รู้ได้อย่างไรครับ” พสุธาถามออกไปอย่างสงสัยเช่นกัน
“เป็นน้องดินจริง ๆ เหรอ พี่เห็นแล้วนึกว่าคนอื่นแอบอ้างเสียอีก”
“เป็นผมจริง ๆ ครับ ว่าแต่พี่ก็ใช้บริการมาสเตอร์คลีนเหมือนกันเหรอครับ” พสุธาถามออกไป เพราะเข้าใจแล้วว่าพันไมล์เห็นเขาจากในมาสเตอร์คลีนนั่นเอง
“ใช่ พี่อยู่คอนโด ปกติก็จ้างคนจากในแอปนั่นแหละมาทำความสะอาดให้ สามสี่วันก็จ้างครั้งหนึ่ง”
“งั้นพี่เลือกผมสิครับ รับรองว่าฝีมือการทำความสะอาดของผมระดับมืออาชีพแน่นอน” พสุธาเสนออย่างกระตือรือร้น เขาได้ยินว่าคอนโดมิเนียมของพันไมล์นั้นขนาดไม่เล็กเลย อยู่ที่ราว ๆ หนึ่งร้อยตารางเมตร เพราะแบบนี้ เขาก็จะได้แล้วสามร้อยคะแนนความลำบาก อีกทั้งพันไมล์ยังไว้ใจได้ด้วย เขาก็ทำงานได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องระแวง
“จะดีเหรอ พี่จะให้มหาเศรษฐีล้านล้านมาทำความสะอาดให้เนี่ยนะ” พันไมล์พูดอย่างไม่มั่นใจ
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะครับ ล้างจานก็จ้างผมมาแล้วไม่ใช่หรือไง” พสุธาพูดเสียงกลั้วหัวเราะ
พันไมล์มุมปากกระตุก เขาอยากเถียงเหลือเกินว่า ถ้ารู้ตั้งแต่แรก เขาก็ไม่จ้างหรอก!
แต่สุดท้ายพันไมล์ก็เลือกพสุธาไปทำความสะอาดคอนโดมิเนียมของเขาก่อนอยู่ดี ทว่าหลังวางสายจากพสุธา พันไมล์ก็รีบทำความสะอาดคอนโดมิเนียมของตัวเองยกใหญ่ เพื่อไม่ให้พสุธาต้องงานหนักมากเกินไป
ไม่เพียงแค่พันไมล์เท่านั้นที่เห็นพสุธาจากในมาสเตอร์คลีน นักศึกษามหาวิทยาลัยสยามปราชญ์คนอื่น ๆ ที่บ้านฐานะดี และอาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียมคนเดียว ต่างก็ใช้บริการมาสเตอร์คลีนกันทั้งนั้น ดังนั้นพวกเขาจึงสังเกตเห็นพสุธา แต่ละคนอ้าปากค้าง จากนั้นก็คิดเหมือนกับพันไมล์ ว่ามีคนเอารูป และชื่อของพสุธามาแอบอ้าง ถึงกระทั่งทำการร้องเรียนไปยังแอปพลิเคชัน ทำให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของแอปพลิเคชันได้รับคำร้องเรียนในเรื่องเดียวกัน เป็นร้อย ๆ ครั้งเลยทีเดียว
แต่ข้อมูลของพสุธา เจ้าหน้าที่ทั่วไปไม่สามารถดูได้ คนที่ดูได้มีแค่ประธานบริษัทของแอปพลิเคชันมาสเตอร์คลีนเท่านั้น เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถาม ท่านประธานก็บอกเพียงว่าพสุธาไม่มีปัญหาอะไร ไม่ได้ถูกแอบอ้าง
เมื่อเจ้านายให้คำตอบมาแบบนี้ เจ้าหน้าที่ก็นำคำตอบไปให้กับลูกค้าที่ร้องเรียนเข้ามา
ฝั่งคนที่ร้องเรียน เมื่อได้รับการยืนยันแล้วว่าไม่ใช่การแอบอ้าง แต่เป็นพสุธาคนนั้น พสุธาที่มีสินทรัพย์นับล้านล้านบาทจริง ๆ พวกเขาก็ตื่นตะลึง
นี่มันเรื่องอะไรกัน คนที่มีทรัพย์สินมหาศาลจนใช้สิบชาติก็ไม่หมด ไปทำงานเป็นพนักงานทำความสะอาดทำไม หรือว่าชีวิตสบายเกินไป จนต้องแสวงหาความลำบากอย่างนั้นหรือ
ถ้าพสุธารู้ถึงข้อสงสัยนี้ เขาก็จะตอบว่า
เขาไม่ได้แสวงหาความลำบาก แต่ระบบความลำบากต่างหาก ที่มาหาเขาเองถึงที่!