LNCrawler

66. ตอนที่ 65

คุณชายอย่างผม มีระบบยิ่งลำบากยิ่งร่ำรวย — novel.dek d.com · All chapters

ตอนที่ 65

“ป๋า มึงมาคอนโดกูไหม” พันไมล์โทรศัพท์ชักชวนเพื่อนมาที่คอนโดมิเนียมของตัวเอง น้ำเสียงมีเลศนัยกรุ้มกริ่ม

“ไปทำไม เบื่อหน้ามึง” ปฐพีก็ปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย

“ไม่มาจริงดิ วันนี้กูจ้างพนักงานทำความสะอาดจากมาสเตอร์คลีนมาทำความสะอาดคอนโดกูเลยนะ” พันไมล์ยังคงยั่วยุต่อไป

“แล้วเกี่ยวอะไรกับกู” ปฐพีขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจว่าพันไมล์กำลังเล่นอะไรกันแน่

“ไม่เกี่ยวกับมึงจริงดิ แต่ว่าคนที่กูจ้างมาคือน้องดินนะ มึงจะ...” พันไมล์พูดได้แค่ถึงตรงนี้ เสียงของปฐพีก็ดังขึ้นก่อน

“อีกสิบห้านาทีกูไปถึง” พูดจบก็ตัดสายทิ้งไปทันที ทิ้งให้พันไมล์เบ้ปากอย่างเยาะเย้ย

เฮอะ ตอนแรกทำเป็นปฏิเสธ พอรู้ว่าน้องดินจะมาเท่านั้นแหละ รีบมาเลยนะ

พันไมล์ค่อนขอดเพื่อนสนิทของตัวเองอยู่ในใจ ก่อนที่จะโทรศัพท์ไปหาพสุธาอีกครั้ง เพื่อขอให้เจ้าตัวชวนนะโมมาด้วย

ถ้านะโมมาด้วย อย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องนั่งดูคนจีบกันตามลำพัง

แต่ถ้านะโมมาด้วย อย่างนั้นศิลาก็ต้องมาด้วย เมื่อคิดแบบนี้แล้ว พันไมล์จึงโทรศัพท์ชวนเฮียโก้มาด้วย

ไป ๆ มา ๆ พวกเขาหกคนก็จะได้รวมตัวกันอีกแล้ว

 

พสุธาขับรถพาศิลา และนะโมมายังคอนโดมิเนียมของพันไมล์ ซึ่งก็อยู่ไม่ไกลจากบ้านของเขา และคอนโดมิเนียมของปฐพีสักเท่าไร ใช้เวลาเดินทางไม่ถึงสิบห้านาทีก็ถึงแล้ว

พันไมล์ลงมารอรับพสุธาด้วยตัวเอง

“ห้องพี่อยู่ชั้นยี่สิบเก้า” พันไมล์พูดบอก ขณะที่กดลิฟต์

“พี่อยู่ที่นี่มานานแล้วหรือยังครับ” พสุธาถามพันไมล์ เขาทำเป็นไม่เห็นผีผู้หญิงที่นั่งคุดคู้อยู่มุมลิฟต์

“ก็ตั้งแต่เข้าเรียนมหาวิทยาลัยนั่นแหละครับ แต่ช่วงแรกก็ไป ๆ มา ๆ ระหว่างที่นี่กับบ้าน ตอนนี้แทบจะนอนที่นี่เป็นหลักแล้ว” แม้ว่าตอนนี้พ่อแม่ของเขาจะหันมาเอาใจใส่เขา พูดจาหวานหูกับเขา แต่พันไมล์กลับรู้สึกไม่อยากอยู่บ้านยิ่งกว่าเดิม

อาจจะเป็นเพราะเขารู้สึกว่าการเปลี่ยนแปลงของผู้เป็นบิดามารดา สาเหตุไม่ใช่เพราะตัวเขาเอง แต่เป็นเพราะเขารู้จักกับพสุธา

“ถึงแล้ว” เมื่อลิฟต์เปิดออกมา ก็มาถึงชั้นยี่สิบเก้า คอนโดมิเนียมที่พันไมล์อาศัยอยู่นี้ ลูกบ้านจะกดได้แค่ชั้นที่ตัวเองอาศัยอยู่เท่านั้น โดยจะเข้าลิฟต์ก็ต้องใช้คีย์การ์ด ซึ่งจะระบุข้อมูลชั้นที่ลูกบ้านอยู่

เมื่อเดินออกมาจากลิฟต์ พสุธาก็เห็นว่าในชั้นนี้ถูกแบ่งออกเป็นสี่ยูนิตเท่านั้น และเป็นออกเป็นฝั่งละสองยูนิต

พันไมล์เดินนำพสุธา ศิลา และนะโมไปยังห้องของเขา แต่ตอนที่เดินไปถึง สายตาของพสุธาก็จับจ้องอยู่ที่ฝั่งตรงข้าม

พสุธามองเห็นหมอกสีดำที่วนเวียนอยู่ในห้องนั้น และเขายังสัมผัสได้ถึงความอาฆาตแค้น

“พี่รู้ไหมครับว่าใครเป็นเจ้าของห้องนั้น” พสุธาถาม

เดิมทีเขาไม่อยากยุ่ง แต่เมื่อคิดว่าพันไมล์อาศัยอยู่ฝั่งตรงข้าม นานวันเข้าจะได้รับผลกระทบจากกลิ่นอายความอาฆาตแค้นในห้องนั้น จนเกิดเรื่องร้ายกับเจ้าตัวได้ เขาจึงอยากจะลงมือจัดการสักหน่อย

ที่สุดแล้ว พันไมล์ก็เป็นทั้งพี่ชาย และอาจจะได้เป็นเพื่อนเขยของเขาด้วย

“ห้องนั้นเหรอ เจ้าของห้องเป็นชาวต่างชาตินะ แต่เหมือนว่าจะไม่ได้กลับมาสักพักใหญ่ ๆ แล้วล่ะ” พันไมล์เคยทักทายกับเพื่อนบ้านฝั่งตรงข้ามอยู่บ้าง ซึ่งเป็นชาวต่างชาติที่ดูอารมณ์ดี หน้าที่การงานก็ดี แต่ว่าราว ๆ หนึ่งเดือนมานี้ เขาไม่ได้เห็นอีกฝ่ายเลย

“เขาอยู่คนเดียวเหรอครับ” พสุธาถาม

พันไมล์มองพสุธาอย่างแปลกใจ แต่สุดท้ายก็ตอบออกไป

“ไม่นะ อยู่กับสองสามีภรรยา สามีดูเป็นคนอารมณ์ดี แต่ภรรยาจะไม่ค่อยพูดสักเท่าไร”

“มีอะไรหรือเปล่า” พันไมล์ถามพสุธาอย่างสงสัย

“อ้อ ไม่มีอะไรครับ แค่คิดว่าที่นี่ทำเลดีไม่เลว น่าจะซื้อห้องเก็บเอาไว้สักหน่อย” พสุธาหาข้ออ้างเอ่ยออกไป

“จริงเหรอ แต่ตอนนี้เหมือนจะขายออกไปหมดแล้วนะ ถ้าน้องดินจะซื้อจริง ๆ อาจจะต้องเป็นห้องมือสอง”

“ไม่เป็นไรครับ ค่อย ๆ ดูไปก็ได้ ยังไงผมก็ไม่รีบ แต่ตอนนี้ผมรีบเข้าไปทำงานก่อนดีกว่า” พสุธาเปลี่ยนเรื่องอย่างรวดเร็ว

พันไมล์ก็รีบเปิดประตูให้พสุธาในทันที

ยังไม่ทันจะปิดประตูห้อง ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังขึ้น พันไมล์ชะโงกหน้าออกมาดู ก็เห็นว่าเป็นปฐพีและเฮียโก้ที่มาพร้อมกัน พันไมล์จึงเปิดประตูรอ

ปฐพีเดินเข้าห้องมาได้ ก็ไม่ทักทายเพื่อนสนิท เขาทักทายศิลา และนะโม ก่อนจะหันไปหาพสุธา ที่ตอนนี้ยืนนิ่งอยู่

ที่พสุธายืนนิ่งไม่ใช่อะไร แต่เป็นเพราะระบบมอบภารกิจพิเศษให้เขา นั่นก็คือทำความสะอาดห้องตรงข้ามของพันไมล์ เมื่อทำภารกิจสำเร็จ เขาจะได้รับคะแนนสองพันคะแนน และกล่องสุ่มรางวัลระดับทองคำหนึ่งกล่อง

“เปลี่ยนอาชีพแล้ว?” เสียงของปฐพีทำให้พสุธาหลุดจากระบบ เขาชะงักไปชั่วครู่หนึ่ง แล้วพูดตอบ

“ใช่แล้วครับ แต่ที่จริงก็เหมือนอาชีพเก่านะ ยังเคยเป็นพ่อบ้านให้คุณป๋าตั้งหนึ่งสัปดาห์นี่นา” พสุธาพูดยิ้ม ๆ

“อ้าว แบบนี้พี่ก็ไม่นับว่าเป็นคนแรกของนายน่ะสิ” พันไมล์แกล้งพูดอย่างงอแง แต่ถูกสายตาเย็นชาจากเพื่อนสนิท

“พูดจาอะไรของมึง”

“อะไร อ้อ นี่มึงคิดลึกไปถึงไหน กูหมายถึงว่าไม่ได้เป็นลูกค้าคนแรก” พันไมล์เพิ่งรู้ตัวว่าตอนแรกเขาพูดจากำกวมไปอยู่บ้าง แต่หมอนี่ก็ชอบจับผิดเขามากเกินไป!

ปฐพีจ้องเพื่อนสนิท ก่อนจะพูดกับพสุธา

“ทำไมถึงเปลี่ยนใจมาทำงานนี้ล่ะ”

“แค่อยากเปลี่ยนน่ะครับ อย่างไรผมก็แค่หางานทำแก้เบื่อ” พสุธาก็ได้แต่อ้างไปอย่างนี้ ก่อนที่จะพูดว่า

“เดี๋ยวค่อยคุยกันนะครับ ผมทำงานก่อน” เมื่อถึงเวลางาน พสุธาก็ต้องทำงานอย่างจริงจัง ไม่อย่างนั้นระบบจะหักคะแนนของเขาเอาได้

พูดจบแล้วพสุธาก็เปิดกระเป๋าที่เขาเอามาด้วย มันเป็นอุปกรณ์ทำความสะอาด ซึ่งไม่ใช่อุปกรณ์ทำความสะอาดจากร้านค้าทั่วไป แต่เป็นอุปกรณ์ทำความสะอาดที่ได้มาจากระบบ ได้รับมาพร้อมกับทักษะ ‘ทำความสะอาดขั้นเทพ’

เห็นพสุธาพกอุปกรณ์มาเองอย่างครบครัน คนอื่นก็รู้สึกว่าพสุธานั้นมีความเป็นมืออาชีพมาก เตรียมพร้อมมาอย่างดี

“พี่พันไมล์ห้องสะอาดกว่าที่คิดนะครับ” พสุธาพูดขึ้นมา หลังจากที่เขากวาดมองไปทั่วห้องแล้ว

“สะอาดแปลก ๆ ปกติห้องมันซกมกจะตาย” เฮียโก้ที่ดูจะยังไม่สร่างเหล้าเต็มร้อย ก็พูดเสียงเนือย

พันไมล์มุมปากกระตุกที่ถูกเพื่อนเปิดโปง เขารีบพูด

“ไม่ได้ซกมกนะ แค่บางครั้งก็ยุ่งจนไม่มีเวลาเก็บของให้เข้าที่เข้าทาง”

“อ้อ งั้นวันนี้มึงมีเวลาสินะ ห้องถึงได้เรียบร้อยเชียว” เฮียโก้ยังไม่หยุดไล่ต้อนเพื่อน

“ใช่น่ะสิ ระหว่างรอน้องดินมา กูก็ทำความสะอาดไปพลาง ๆ บ้างแล้ว เป็นยังไงน้องดิน พี่ดีไหม ช่วยแบ่งเบาภาระ” พันไมล์อวดความดีความชอบของตัวเอง แต่พสุธานั้นก็

“ถ้าคราวหน้าพี่จ้างผมอีก ไม่ต้องทำแล้วนะครับ ทิ้งเอาไว้ให้ผมทำก็พอ” พสุธาตอบกลับไป เขากลัวระบบจะถือว่าเขาทำงานสบายเกินไป แล้วหักค่าแรงของเขา

ฝั่งพันไมล์เมื่อได้ยินพสุธาพูด เขาก็ยิ้มแข็งค้างไปจังหวะหนึ่ง ก่อนจะถามเสียงอ่อย ๆ

“พี่ทำได้ไม่ดีเหรอครับ”

“ไม่ใช่ครับ พี่ทำได้ดีแล้ว แต่ว่ายังไงก็จ้างมาแล้วนี่นา ก็ต้องให้ผมทำให้คุ้มค่าจ้างสิครับ” พสุธาอ้างออกไป

พันไมล์หัวเราะออกมาเมื่อได้ยินอย่างนั้น

“ได้มหาเศรษฐีมาทำความสะอาดห้องให้ ยังมีอะไรที่ไม่คุ้มอีกเหรอ”

พสุธาหัวเราะในลำคอ ก่อนจะพูด

“พี่รอชมฝีมือการทำความสะอาดของผมก่อน แล้วพี่จะรู้ว่าที่คุ้ม ไม่ใช่เพราะฐานะของผม” พสุธายิ้มบาง ๆ ส่งให้พันไมล์ ก่อนจะเริ่มงานอย่างจริงจัง

“พี่ช่วย..” ปฐพีเสนอตัว

“พี่ด้วย” ศิลาก็เช่นกัน แต่ว่าทั้งคู่ก็ถูกพสุธาปฏิเสธอย่งเด็ดขาด

“นั่งเฉย ๆ หรือไม่ก็หาอะไรเล่นกันไปเลย อย่ามายุ่งกับงานของผม โอเคไหม”

ปฐพี และศิลาทำหน้าสลด เมื่อรู้สึกว่าโดนพสุธาดุ

“พี่แค่อยากช่วย” ศิลาพูดเสียงเบา

“เอาสิ หินมาช่วยดินทำงาน แล้วเดี๋ยวดินจะไปช่วยหินทำงานบ้าง” พสุธาพยักเพยิดให้ศิลามาช่วยงาน

ศิลายิ้มแหยทันที เข้าใจแล้วว่าพสุธาต้องการอะไร

ก็คือไม่ต้องการให้คนอื่นมาก้าวก่ายงานของตัวเอง เหมือนอย่างที่เวลาเขาทำบัญชี เขาก็ไม่ชอบให้ใครมาช่วยเหมือนกัน

“ไปเถอะ ไปเล่นเกมกัน มีเกมเศรษฐี มาเล่นเกมเศรษฐีรอมหาเศรษฐีกันเถอะ” พันไมล์พูดชักชวน แล้วเดินไปหยิบกล่องเกมเศรษฐีมา

พสุธาได้ยินก็มุมปากกระตุก คนอื่นก็หัวเราะเบา ๆ ก่อนที่พวกเขาจะตกลงเล่มเกมกัน

เมื่ออีกห้าคนนั่งเล่นเกมกันไปแล้ว พสุธาก็ก้มหน้าก้มตาทำงานของตัวเอง มือเขาทำงานอย่างคล่องแคล่ว ราวกับกล้ามเนื้อได้จดจำการเคลื่อนไหวทุกขั้นตอนไว้หมดแล้ว จึงไม่จำเป็นต้องให้สมองสั่งการ ก็เคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วลื่นไหล

ส่วนสมองนั้น พสุธาก็เอาไปคิดว่าจะทำภารกิจพิเศษอย่างไรดี

ห้องฝั่งตรงข้ามของพันไมล์ เขามองดูแล้ว มีความเป็นไปได้ว่ามีคนตายอยู่ในห้องนั้น และอาจจะเป็นการฆาตกรรมด้วย พสุธามั่นใจเจ็ดแปดส่วนเลยทีเดียว

ความอาฆาตแค้นที่เขาสัมผัสได้ ก็ดูจะรุนแรงมากด้วย หากปล่อยเอาไว้นาน พลังอาฆาตก็จะยิ่งรุนแรงยิ่งกว่าเดิม

ทำยังไงถึงจะเข้าไปในห้องนั้นได้ แล้วยังต้องเข้าไปอย่างถูกต้องด้วย ไม่อย่างนั้นหากถูกจับได้ และหากมีคดีฆาตกรรมจริง ๆ เขาก็อาจจะถูกตั้งข้อสงสัยว่ามีส่วนพัวพันด้วย

พี่พันไมล์บอกว่าเจ้าของห้องไม่ได้กลับมาเป็นเดือนแล้ว ถ้าพี่พันไมล์ไม่ได้มองพลาดไป อย่างนั้นก็หมายความว่าการตายน่าจะเกิดขึ้นมาเป็นเดือนแล้ว

ร่างไม่ได้อยู่ในห้องหรือ ถึงได้ไม่มีกลิ่นออกมาเลย แต่เขาสัมผัสได้ว่ามีร่างอยู่ในห้องนั้นนะ

พสุธาคิดอย่างสับสน ก่อนที่เขาจะนึกวิธีการขึ้นมาได้

อยากเข้าไปอย่างถูกต้อง ถ้าอย่างนั้นก็ต้องให้ตำรวจเป็นคนมาเปิดทางสิ

หากที่เขาคาดการว่าเป็นการฆาตกรรมจริง ๆ อย่างนั้นก็ต้องมีร่องรอยความเคลื่อนไหวที่พอจะสืบได้บ้าง เขาแค่ต้องสืบว่าที่ผ่านมา เจ้าของห้องมีการติดต่อใครบ้าง และเคยพาคนอื่นมาที่ห้องบ้างหรือเปล่า ส่วนที่ว่าจะสืบอย่างไร

อืม ก็ให้แฟรงค์ไปสืบสิ ง่ายจะตาย

พสุธามีความหวังในแววตา เมื่อเขามีหนทางในการทำภารกิจพิเศษแล้ว แม้จะยังไม่รู้ว่าจะประสบผลสำเร็จหรือเปล่า แต่ก็ถือว่ามีทิศทางการลงมือแล้ว

หากเขาทำสำเร็จ นอกจากจะได้รางวัลภารกิจแล้ว บางทีผู้ตายอาจจะมีคนที่กำลังรออยู่ก็ได้ ก็ถือว่าได้ช่วยญาติของผู้ตายได้รู้ความจริง

 

ขณะที่พสุธากำลังวางแผนไป ทำความสะอาดไป พวกปฐพีที่กำลังเล่นเกมเศรษฐีกันอยู่ ตอนนี้ก็มีพันไมล์ดึงแขนเสื้อปฐพี

“อะไร” ปฐพีส่งเสียง พร้อมกับดึงแขนเสื้อตัวเองออกจากมือเพื่อนสนิท

“น้องดินเหมือนจะสนใจห้องฝั่งตรงข้าม บอกว่าอยากซื้อไว้ลงทุน” พันไมล์บอกกับปฐพี

ทำไมถึงต้องบอกปฐพี เพราะคอนโดมิเนียมโครงการนี้ เป็นโครงการที่พัฒนาขึ้นโดยธรุกิจของครอบครัวปฐพีน่ะสิ

นอกจากสายการบิน และโรงพยาบาลแล้ว อาร์พีกรุ๊ปของรัศมีภาณุมาศก็ยังทำอสังหาริมทรัพย์ด้วย นั่นทำให้ครอบครัวปฐพีมีทรัพย์สินหลายแสนล้าน

ปฐพีฟังเพื่อนพูดแล้วก็ไม่ได้พูดตอบอะไร แต่แววตาของเขาก็ทำให้พันไมล์รู้ว่าปฐพีเก็บเรื่องนี้เอาไปใส่ใจแล้ว

พันไมล์คาดหวังจริง ๆ ว่าพสุธาจะสามารถกลายเป็นเจ้าของคนใหม่ห้องฝั่งตรงข้ามเขาได้ และยิ่งคาดหวังมากยิ่งขึ้นว่าพสุธาจะมาอาศัยอยู่ที่นี่

ถ้าเป็นอย่างที่เขาคาดหวัง เขาก็สามารถทำตัวหน้าหนา ไปขออาหารพสุธากินได้บ่อย ๆ น่ะสิ

นี่ก็คือจุดประสงค์ที่แท้จริงของพันไมล์

แต่ว่าพันไมล์ก็รู้ว่าโอกาสสมปรารถนานั้นมีน้อยมาก เพราะต่อให้พสุธาซื้อคอนโดมิเนียมห้องฝั่งตรงข้ามไปได้ แต่ว่าโอกาสที่เจ้าตัวจะย้ายมาอยู่นั้นแทบจะไม่มีเลย ด้วยบ้านของพสุธาก็อยู่ไม่ไกลจากที่นี่ อีกทั้งด้วยจำนวนรถที่เจ้าตัวมี คอนโดมิเนียมแห่งนี้ก็ไม่มีที่จอดรถให้พอจอด หนึ่งห้องกำหนดให้มีที่จอดรถสูงสุดได้แค่ห้าคันเท่านั้น ซึ่งจะจอดรถห้าคันได้ ต้องซื้อห้องที่แพงที่สุดในโครงการนี้ โดยมีมูลค่ามากกว่าสิบห้าล้านบาท

ห้องของพันไมล์ยังมีที่จอดรถแค่สามคันเท่านั้นเอง

แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีหวังเลยเสียทีเดียว สิ่งที่พสุธามีมากที่สุดคืออะไรล่ะ ก็คือเงินอย่างไรล่ะ ส่วนโครงการนี้ก็เป็นโครงการของบ้านปฐพี เมื่อทั้งคู่มาเจอกัน ให้สร้างที่จอดรถใหม่ก็ยังได้เลย

อย่างไรการใช้เงินแก้ปัญหา ก็เป็นวิธีการที่ง่ายที่สุดแล้ว

หมายถึงสำหรับคู่นี้น่ะนะ

 

พสุธาไม่รู้ว่าพันไมล์คิดไปไกลถึงไหนแล้ว เขาตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ ด้วยทักษะจากระบบ เพียงแค่สามชั่วโมงเท่านั้น เขาก็ทำความสะอาดห้องที่มีพื้นที่ใช้สอยรวมหนึ่งร้อยตารางเมตรได้สำเร็จ ท่ามกลางพันไมล์ที่อ้าปากค้าง

“น้องดิน ทำได้ยังไงเนี่ย รอยเขียนตรงนี้ลบไปหมดเลย รู้ไหมพี่หาวิธีมาตั้งนาน นอกจากต้องทาสีทับใหม่ ก็ไม่มีวิธีอื่นเลย พี่ไม่อยากทาสี เพราะทนกลิ่นสีไม่ไหวจริง ๆ ก็ได้แต่ปล่อยให้รอยมันอยู่อย่างนั้น ไม่คิดว่าน้องดินจะทำให้มันหายไปได้” พันไมล์พูดอย่างตื่นเต้น รอยเขียนที่ผนัง เป็นฝีมือของหลานเขา ซึ่งพ่อแม่ของเจ้าตัวพามาเยี่ยมเขาเมื่อปีก่อน เจ้าหนูนั่นก็ซนเหลือหลาย ไม่ยอมวาดภาพบนกระดาษ แต่ไปวาดที่ผนังห้องของเขาเสียได้ ทำเอาเขาหัวเสียแทบตาย ที่แย่ไปกว่านั้น ยังดุเด็กไม่ลงอีกด้วย

“กระจกใสกิ๊งเลย ห้องก็มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ให้ความรู้สึกผ่อนคลายดีจริง ๆ เลย” ศิลาพูดขึ้นบ้าง เขามองน้องชายด้วยความชื่นชม

น้องชายของเขาเก่งไปหมดทุกอย่างเลย ไม่ว่าเจ้าตัวจะทำอะไร ก็ทำได้ดีกว่าคนอื่นเสมอเลย ในโลกนี้ต้องไม่มีใครเก่งเกินกว่าน้องชายคนนี้ของเขาแน่ ๆ

ศิลาคนคลั่งรักน้องชายปรากฏตัวอีกแล้ว

“เออ หอมจริงว่ะ กลิ่นโคตรสดชื่น ทำกูสร่างสนิทเลย” เฮียโก้ที่เมื่อคืนดื่มหนักที่สุด จนถึงไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ก็ยังมีอาการเมาค้างอยู่ แต่พอได้กลิ่นห้องหอม ๆ เขาก็รู้สึกว่าสมองตื่นตัวขึ้นมา อาการเมาค้างก็หายไปหมด

“กลิ่นนี้เหมือนจะหอมกว่าตอนที่นายทำให้พี่อีกนะ” ปฐพีพูดขึ้นมา

เฮียโก้ และพันไมล์มองปฐพีด้วยสายตาเหยียดหยาม

ก่อนหน้านี้ทำเป็นต่อว่าคนอื่น หาว่าคนอื่นพูดจากำกวม แต่ตอนนี้ตัวเองก็พูดจากำกวมเหมือนกัน!

“ตอนนั้นฝีมือผมยังไม่พัฒนาน่ะครับ แต่ตอนนี้ฝีมือพัฒนาขึ้นแล้ว” พสุธาพูดตอบไป

“ว่าแต่กลิ่นห้องนี่มันมาจากไหน น้ำมันหอมระเหย หรือว่าสเปรย์ หรือว่ากลิ่นน้ำยาถูพื้นเหรอครับ” พันไมล์ถามอย่างสนอกสนใจ เขากลัวว่ากลิ่นหอมจะอยู่ได้ไม่นาน เลยคิดอยากจะซื้อสิ่งที่ทำให้กลิ่นหอม ๆ นี่คงอยู่ตลอด

“เป็นกลิ่นน้ำยาถูพื้น น้ำยาเช็ดกระจก และน้ำยาดับกลิ่นอับรวมกันน่ะครับ” ขอเพียงแค่คำนวณปริมาณการใช้สามสิ่งนี้อย่างเหมาะสม ก็จะได้กลิ่นที่หอมสดชื่น และไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์และสัตว์ด้วย เพราะว่าน้ำยาพวกนี้ ทำมาจากวัตถุดิบธรรมชาติ

แน่นอนว่าไม่มีขายข้างนอก ล้วนแล้วแต่เป็นระบบจัดหาให้ทั้งนั้น

“แบบนี้เอามาผสมกัน แล้วทำเป็นน้ำหอมโดยเฉพาะได้ไหมครับ”

“ไม่ได้ครับ นอกจากปริมาณการใช้ต้องเหมาะสมด้วย ยังมีตัวแปรอื่น ๆ อีกด้วย เช่นน้ำยาถูพื้น เมื่อสัมผัสกับพื้นผิวกระเบื้อง ก็จะมีกลิ่นที่แตกต่างออกไปจากน้ำยาที่อยู่ในขวด หรือน้ำยาที่เอาไปใส่ภาชนะอื่นครับ” พสุธาอธิบายออกไป

คนอื่น ๆ อ้าปากค้าง

“ศาสตร์การทำความสะอาดมันพัฒนาไปถึงขั้นนี้แล้วเหรอ ให้ตายเถอะ แน่ใจนะว่านี่คือการทำความสะอาด ไม่ใช่การผสมเคมี”

“น้ำยาที่ผมใช้พวกนี้ สกัดจากวัตถุดิบธรรมชาติทั้งหมด รับรองว่าปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ” พสุธาพูดให้ความมั่นใจ

“พี่เชื่อใจน้องดิน ว่าแล้วพี่ก็จองตัวน้องดินอีกรอบดีกว่า เอาเป็นสามวันข้างหน้าแล้วกันนะ” พันไมล์พูดแล้วก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดแอปพลิเคชันมาสเตอร์คลีน ทว่าเมื่อเขาเข้าไปจะเลือกพสุธา ก็พบว่ามีการแจ้งเตือนว่าพสุธานั้นถูกเลือกจากลูกค้าอีกหลายคน ซึ่งคิวยาวไปถึงปีหน้า หากว่าเขายืนยันที่จะเลือกพสุธา ก็ต้องไปแข่งกับลูกค้าคนอื่น ๆ ว่าพสุธาจะเลือกลูกค้าคนไหน

ปกติแล้วอำนาจในการเลือกมักจะเป็นของลูกค้า แต่ตอนนี้อำนาจในการเลือกกลับมาอยู่ในมือของผู้ให้บริการ เรื่องนี้ทำเอาเจ้าหน้าที่ที่ดูแลระบบมาสเตอร์คลีน ถึงกับตาค้างไปเลย แอปพลิเคชันเปิดให้บริการมาหลายปี นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้เห็นเหตุการณ์แบบนี้

ฝั่งพสุธาก็ไม่รู้เลยว่าตัวเองทำให้มีคนตื่นตะลึงไปมากแค่ไหนแล้ว เขาพูดกับพันไมล์ว่า

“ถ้าพี่พันไมล์พอใจกับผลงาน อย่าลืมให้คะแนนห้าดาวผมด้วยนะครับ”

“คะแนนเต็มแค่ห้าดาวเองเหรอครับ ทำไมไม่มีล้านดาว พี่จะยกให้น้องดินทั้งหมดเลย” พันไมล์พูดอย่างเสียดาย แต่แล้วก็ถูกเพื่อนสนิทมองแรง

“หน้าที่คว้าดาวทั้งหมดในโลกมาให้ดิน ให้มันเป็นหน้าที่ของกูก็พอมึง มึงไม่ต้องทำเกินหน้าที่”

“โทษนะ แล้วมึงอยู่ตำแหน่งไหน ถึงได้มีหน้าที่แบบนั้น” พันไมล์ถามอย่างไม่ยอมแพ้

“ตำแหน่งคนที่กำลังจีบดิน”

“ก็แค่คนที่กำลังจีบ ยังไม่ได้เป็นแฟนสักหน่อย” พันไมล์ยั่วโมโหเพื่อน

ปฐพีมองพันไมล์ ก่อนจะหันไปหาพสุธา

“พี่จองคิวนายได้ไหม”

“พี่มีพ่อบ้านแล้วนี่ครับ”

“พี่ไม่ได้หมายถึงคิวทำความสะอาดครับ หมายถึงคิวเป็นแฟน”

“แล้วจะจองกี่วันครับ”

“ก็จนกว่าจะได้คิวเป็นสามีครับ”