75. ตอนที่ 74
ตอนที่ 74
“คุณป๋าไม่ไปหาคุณน้าเหรอครับ” พสุธาถามปฐพี เมื่อเห็นว่าเจ้าตัวเดินตามเขามา
“พี่ให้คนพาน้าเขยไปส่งที่ห้องคุณน้าแล้วครับ สองสามีภรรยาน่าจะต้องมีเรื่องให้เคลียร์กัน” ปฐพีพูดตอบ ก่อนจะพูดต่อว่า
“ดินจะไปกินเลี้ยงกับพนักงานต่อใช่ไหม พี่ไปด้วยได้หรือเปล่า พี่ยังไม่ได้กินอะไรเลย” ปฐพีลูบท้องตัวเอง
“ได้ครับ แต่คุณป๋าถือแก้วน้ำนี้เป็นค่าอาหารแทนได้ไหมครับ” พสุธาแกล้งแหย่ปฐพี เขาชูแก้วน้ำในมือขึ้น
เมื่อออกมาจากห้องส่วนตัวของพวกลิลลี่อยู่ พสุธาก็รับแก้วน้ำมาถือเอาไว้เอง ถ้าปล่อยให้แก้วน้ำลอยตามหลังเขา คนได้แตกตื่นกันพอดี
“ได้ครับ” ปฐพีก็ตอบตกลงอย่างรวดเร็ว แม้จะรู้ว่าในแก้วน้ำนั่น มีอะไรอยู่
“ไม่กลัวเหรอครับ”
“ไม่กลัวหรอก ยังไงก็มีนายนี่” ปฐพีตอบอย่างสบาย ๆ
พสุธาหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะพูด
“คุณป๋าดูจะยอมรับเรื่องพวกนี้ได้เร็วนะครับ” พสุธาค่อนข้างแปลกใจกับเรื่องนี้จริง ๆ
“นายเล่นแสดงให้เห็นกับตาแบบนี้ พี่จะไม่ยอมรับได้เหรอ” ปฐพีทำน้ำเสียงจนใจ
“แล้วไม่สงสัยเหรอครับ ว่าผมไปได้วิชาพวกนี้มาได้อย่างไร”
“นายอยากเล่าเหรอ” ปฐพีไม่ตอบ แต่ถามกลับ
“ไม่อยากครับ” พสุธาก็ปฏิเสธ เขาจะบอกได้ยังไงล่ะว่าเขาได้เป็นรางวัลมาจากระบบ
“ถ้าอย่างนั้นพี่ก็ไม่ถาม แต่ถ้าวันไหนนายเปลี่ยนใจอยากเล่าขึ้นมา พี่ก็พร้อมฟังตลอด” ปฐพีพูด ก่อนจะพูดต่ออย่างนึกขึ้นได้
“จริงสิ พี่ไม่มีเรื่องจะถาม แต่มีเรื่องจะขอ ผี เอ่อ บริวารของนายน่ะ อย่าให้ยืนใกล้นายมากได้ไหม เผื่อว่าพี่เข้าใกล้นาย แล้วไปทับที่พวกเขาโดยไม่รู้ตัว”
ได้ยินคำขอนี้ของปฐพี พสุธาก็เกือบสำลักออกมา ก่อนที่เขาจะหัวเราะเบา ๆ แล้วพยักหน้าตอบตกลง
“ได้ครับ แต่ผมไม่ต้องบอกหรอก พวกเขาได้ยิน ตอนนี้ก็ถอยห่างออกไปหลายก้าวแล้ว” พสุธาพูด นั่นทำให้ปฐพีชะงักไป
ปฐพีแม้ในใจจะยอมรับเรื่องลี้ลับนี้ได้อย่างรวดเร็ว แต่พอได้ยินว่ามีผีอยู่ไม่ไกลจากตัวเอง เขาก็รู้สึกแปลก ๆ อยู่บ้าง
“ยังอยากเห็นผีอยู่ไหมครับ” พสุธาถามอีกครั้ง
“อยากเห็นในสิ่งที่นายเห็น”
“ผมว่าอย่าเลยดีกว่าครับ เห็นพวกนี้ไม่ดีหรอก พี่จะจิตตกเอาได้ อีกอย่างถ้าพวกเขารู้ว่าพี่เห็นพวกเขา พวกเขาจะเข้ามาตอแยพี่ รังควาญพี่ เรียกร้องบุญกุศลจากพี่ หรือขอให้พี่ทำบางสิ่งบางอย่างที่พวกเขาทำไม่สำเร็จก่อนตาย ถึงตอนนั้นพี่จะลำบากมาก” พสุธาพูดอย่างจริงจัง
“แล้วนายล่ะ แบบนี้นายก็ลำบากด้วยใช่ไหม” ปฐพีพูดอย่างเป็นห่วง
“ก็นิดหน่อยครับ แต่ผมมีวิชาพวกนี้นี่นา ผมเอาตัวรอดได้ วิญญาณพวกนั้นทำอะไรผมไม่ได้หรอกครับ” พสุธาพูดอย่างมั่นใจ
“ถ้าอย่างนั้นก็ดีแล้ว” ปฐพีพูด แต่ก็ไม่ได้โล่งใจสักเท่าไร ทว่าก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป
เขาค่อยกลับไปหาวิธีศึกษาดู
“อ้าว ป๋า มาได้ยังไงครับ” ศิลาทักทายปฐพี เมื่อเห็นว่าเจ้าตัวเดินตามหลังน้องชายเข้ามา
“แหม บอกว่าไปคุยธุระ ธุระที่ว่าคือไปรับพี่ป๋าใช่ไหม” นะโมก็พูดแซว
“คุณปฐพี สวัสดีครับครับ” คุณวินิจก็รีบทักทาย ขณะที่คนอื่น ๆ ที่เหลือก็มองด้วยความสงสัยว่าปฐพีเป็นใคร
“ทุกคน นี่คือคุณปฐพี” พสุธาแนะนำปฐพีให้พนักงานได้รู้จัก แต่ไม่ได้บอกสถานะของเจ้าตัว ว่าเป็นอะไรกับเขา
เขาจะบอกได้ยังไงล่ะ ว่าอีกฝ่ายเป็นคนที่กำลังตามจีบเขาอยู่
“สวัสดีครับคุณปฐพี”
“สวัสดีค่ะคุณปฐพี”
พนักงานทั้งชาย และหญิง ต่างก็ทักทายปฐพีกันอย่างกระตือรือร้น ไม่ว่าจะด้วยรูปร่างหน้าตา หรือกลิ่นอาย และบุคลิก ก็ทำให้พวกเขารู้ว่าปฐพีต้องไม่ใช่หนุ่มหล่อธรรมดา ๆ เป็นแน่
คุณกรเทพมองปฐพีอย่างรู้สึกคุ้นตา ก่อนที่เขาจะนึกออกว่าเคยเห็นปฐพีที่ไหน
“คุณคือคุณปฐพี รัศมีภาณุมาศใช่ไหมครับ ลูกชายของคุณเวหา และคุณมาธาวี” คุณกรเทพถามอย่างตื่นเต้น
“คุณรู้จักผม?” ปฐพีถามออกไป
“เคยเจอคุณตอนที่มาใช้บริการโรงแรมของเรา พร้อมกับครอบครัวน่ะครับ” คุณกรเทพพูดตอบ ก่อนจะลอบวิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างปฐพี และพสุธา
เขานึกย้อนไปถึงตอนที่ปฐพีเดินเข้ามา ก็นึกได้ถึงประโยคที่นะโมพูดแซวพสุธา
หรือว่าท่านประธาน และคุณปฐพีจะเป็นแฟนกัน
ขณะที่คุณกรเทพคิด ก็เห็นว่าปฐพีนั่งลงข้าง ๆ พสุธา พสุธาก็ถามอย่างใส่ใจว่าเจ้าตัวจะกินอะไร จะสั่งให้ครัวทำมาเสิร์ฟให้
“ดินเลือกให้พี่หน่อย”
“นี่โยนงานยากให้กันนี่ครับ ทุกวันนี้แค่ผมต้องนึกเมนูที่ทำให้คุณป๋าทานแต่ละวัน ก็ลำบากพอแล้วนะ” พสุธาแกล้งพูดโอดครวญ แต่ทำให้คนฟังนั้นหูผึ่งกันเป็นแถว
คุณวินิจรู้เรื่องอยู่แล้ว จึงไม่ได้คิดอะไรมาก แต่คุณกรเทพ และพนักงานคนอื่น ๆ ต่างก็ลอบสบตากัน
ท่านประธานทำอาหารให้คุณปฐพีกินทุกวัน คนอย่างท่านประธานเข้าครัวทำอาหารให้ใครกิน คนคนนั้นก็ต้องเป็นคนที่สำคัญมากแน่ ๆ
ไม่ผิดแน่แล้ว คุณปฐพีต้องเป็นคนรักของท่านประธานแน่ ๆ ช่างเป็นคู่ที่เหมาะสมอะไรกันขนาดนี้ เขาควรจะจองห้องสำหรับจัดงานแต่งเลยหรือเปล่า
พสุธาไม่รู้เลยว่าคำพูดประโยคเดียวของตัวเอง จะทำให้คุณกรเทพคิดไปไกลจนกู่ไม่กลับแล้ว
ฝั่งปฐพีได้ยินพสุธาพูดแบบนั้น เขาก็หัวเราะเบา ๆ แล้วสั่งอาหารเอง
“ดินเอาอะไรเพิ่มไหม” ปฐพีถามพสุธา
“ไม่เอาแล้วครับ ก่อนที่จะลุกไป ผมก็กินไปเยอะแล้ว” พสุธาส่ายหน้าปฏิเสธ
ปฐพีพยักหน้าอย่างรับรู้ ก่อนจะกดส่งยืนยันรายการอาหาร
“ทำไมสร้อยเส้นนั้นไปอยู่ในแก้วน้ำล่ะ” ศิลาที่สังเกตเห็นตั้งแต่ปฐพีเดินถือเข้ามาแล้ว เขาจึงพูดถามออกมาอย่างสงสัย
“อ้อ มันสกปรกน่ะ เลยเอาแช่น้ำทำความสะอาดสักหน่อย” พสุธาตอบพี่ชายของตัวเอง ก่อนจะยกแก้วไปตั้งไว้ทางด้านหลัง กำชังบริวารของตัวเองให้ดูแลให้ดี อย่าให้มีใครมาถูกชนแตก ประเดี๋ยววิญญาณร้ายในนั้นจะหลบนี้เอาได้
“ที่โรงแรมมีเครื่องทำความสะอาดเครื่องประดับอยู่นะครับ ท่านประธานให้ผมนำสร้อยไปทำความสะอาดดีไหมครับ” คุณกรเทพเห็นโอกาสโชว์ฝีมือแล้ว เขาจึงเสนอตัวอย่างรวดเร็ว
“ขอบคุณครับ แต่ว่าสร้อยเส้นนั้นต้องใช้วิธีการทำความสะอาดแบบพิเศษ ผมจัดการเองดีกว่า” พสุธาปฏิเสธไปอย่างละมุนละม่อม ทำเอากรเทพผิดหวังเล็กน้อย แต่ต่อมาก็ประจบได้ต่อ
“ท่านประธานเก่งจังเลยครับ เรื่องทำความสะอาดเครื่องประดับ ท่านก็เชี่ยวชาญด้วย”
พสุธาหัวเราะในลำคอ ก่อนจะพูด
“ผมเชี่ยวชาญด้านทำความสะอาดทุกอย่าง จริงสิ ผมรับงานเสริมรับจ้างทำความสะอาดในแอปฯ มาสเตอร์คลีนด้วยนะ ถ้ามีใครสนใจจ้างผมไปทำความสะอาดก็ได้”
คำพูดนี้ของพสุธา เหมือนปุ่มกดหยุดเวลา พนักงานทั้งหลายที่ได้ยินก็หยุดชะงักไปในทันที บางคนกำลังเคี้ยวอาหารอยู่ ก็เผลอกลืนจนอาหารติดคอ
“ท่านประธานหมายถึงท่านประธานซื้อแอปฯ มาสเตอร์คลีนมาแล้วใช่ไหมครับ” คุณกรเทพถามอย่างไม่แน่ใจ แต่เขาคิดว่าเรื่องนี้ดูจะเป็นไปได้มากกว่าที่เขาได้ยิน
เมื่อครู่เขาได้ยินอะไร ท่านประธานบอกว่าท่านรับจ้างทำความสะอาดในแอปพลิเคชันมาสเตอร์คลีน
เขาต้องหูแว่วไปเองแน่ ๆ ท่านประธานที่มีทรัพย์สินมหาศาล จะไปเป็นพนักงานทำความสะอาดได้ยังไง
คุณกรเทพปฏิเสธที่จะเชื่อเรื่องนี้
“ไม่ใช่ ผมหมายถึงผมเป็นผู้รับจ้างทำความสะอาด ถ้าพวกคุณสนใจ ก็เข้าไปจ้างผมในแอปมาสเตอร์คลีนได้” พสุธาพูดตอบ
ครั้งนี้ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถหลอกตัวเองได้อีกแล้ว
ท่านประธานไปรับจ้างทำความสะอาด หรือว่าบริษัทของพวกเขาใกล้จะล้มละลายแล้ว
ไม่ เป็นไปไม่ได้ บริษัทที่นายท่านถือหุ้นอยู่ ล้วนแล้วแต่ทำกำไรได้มหาศาล ไม่มีทางที่จะล้มละลายได้ง่าย ๆ แน่
แต่ถ้าไม่ได้ล้มละลาย แล้วท่านประธานไปรับจ้างทำความสะอาดทำไมล่ะ
หรือว่านี่คือกิจกรรมแก้เบื่อของคนรวยกัน
ขณะที่ทางฝั่งของพสุธากำลังกินเลี้ยงกันอย่างครึกครื้น เมื่อวริศได้เห็นข้อความจากพสุธา เขาก็นิ่งอึ้งไป ไม่คิดว่าพสุธาจะจัดการเรื่องนี้ให้เขาจริง ๆ ทั้งยังจัดการอย่างรวดเร็วมาก
นี่ผ่านไปแค่กี่ชั่วโมงเอง
ว่าแต่เขาบอกเลิกเธอได้แล้วจริง ๆ เหรอ
วริศไม่ใช่ว่าไม่เชื่อใจพสุธา แต่เรื่องที่เขาล้มเหลวมาแล้วสิบครั้ง ก็ทำให้เขายากจะเชื่อจริง ๆ ว่ามันจะสำเร็จได้อย่างง่ายดาย
ด้วยความสงสัย วริศจึงอดทนไม่ไหวที่จะพิสูจน์ เขากดต่อสายหาแฟนสาวของเขา
ลิลลี่ตอนนี้ยังคงนั่งอยู่ในห้องรับรอง เธออยู่ในห้องนี้คนเดียว บุรุษสองคนที่ก่อนหน้านี้โดนเธอควบคุมจิตใจ ได้ถูกคนของปฐพีพาออกไปแล้ว
ลิลลี่มองเช็กเงินสดที่อยู่ในมือ นี่เป็นของสิ่งเดียวที่เธอได้มา โดยไม่ต้องใช้คาถาควบคุมจิตใจ นี่เป็นของที่มีคนคิดริเริ่มที่จะให้เธอเองด้วยความเต็มใจ แม้ว่าอีกฝ่ายจะบอกว่าเป็นค่าสร้อยก็ตาม
ที่แท้แล้ว ความรู้สึกที่ได้รับของบางอย่าง โดยที่ไม่ต้องร้องขอ ไม่ต้องฝืนบังคับ มันก็เป็นเช่นนี้นี่เอง น่าขำที่เธอได้รับมันจากคนที่เธอเพิ่งเคยเจอเป็นครั้งแรก
ลิลลี่หัวเราะออกมา ก่อนที่เสียงโทรศัพท์ของเธอจะทำให้เธอหันความสนใจไปมองมันได้
ลิลลี่มองชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์ คนคนนี้ก็คือหนึ่งในคนที่เธอปอกลอก ใช้คาถาบังคับจิตใจ
ก่อนหน้านี้เธอพยายามจะติดต่ออีกฝ่ายไปหลายครั้ง วันนี้ก็โทรศัพท์ไปหลายสาย แต่อีกฝ่ายไม่เคยรับเลย ทว่าตอนนี้ได้เป็นฝ่ายติดต่อมาหาเธอเอง
ลิลลี่แค่นยิ้ม ก่อนจะกดรับสายโทรศัพท์
“ลิลลี่ เราเลิกกันเถอะ” ลิลลี่ยังไม่ทันจะกรอกเสียงลงไป เสียงของวริศก็ดังขึ้นทันที
ลิลลี่หัวเราะในลำคอ
“คุณอดทนที่จะบอกเลิกฉันไม่ไหว ถึงขนาดที่คำทักทายยังไม่มีให้เลยเหรอ” ลิลลี่ถามออกไป
วริศเมื่อได้ยินคำถามของลิลลี่ เขาก็รู้สึกแปลกประหลาดใจเล็กน้อย บางทีอาจจะไม่ใช่เพราะคำถาม แต่เป็นเพราะน้ำเสียง น้ำเสียงของเธอมีความสงบนิ่ง แต่ก็แฝงความประชดประชันเล็กน้อย ทว่าวริศกลับรู้สึกว่า ที่เธอประชดประชันไม่ใช่เขา แต่เป็นตัวเธอเอง
“ฉันแค่อยากเลิกกับเธอ ฉันไม่ได้รักเธอ เธออย่ายื้อเลย เธอไปหาคนที่รักเธอจริง ๆ เถอะ” วริศพูดเสียงขรึม เขาอยากให้ลิลลี่เข้าใจ และเลิกดื้อรั้น เลิกอ้อนวอน ให้เธอรักษาศักดิ์ศรีเอาไว้บ้าง
หลังจากที่วริศพูดออกไปแล้ว เขาก็เตรียมที่จะได้ยินคำปฏิเสธ และคำขอร้องอ้อนวอน จากนั้นเขาก็จะใจอ่อนอีกครั้ง
แต่ว่าครั้งนี้ไม่เหมือนสิบครั้งที่ผ่านมา
“ตกลง พวกเราเลิกกัน” ลิลลี่ตอบรับด้วยน้ำเสียงสงบ สายตาเธอมองจ้องไปยังเช็กที่อยู่ในมือ แล้วหวนนึกถึงคำพูดของพสุธา
พสุธาบอกว่าเงินก้อนนี้จะเปลี่ยนชีวิตของเธอได้ แต่เธอไม่เชื่อ เพราะว่าสิ่งที่จะเปลี่ยนชีวิตของเธอได้ ไม่ใช่เงินก้อนนี้ แต่เป็นความหวังดีจากคนแปลกหน้าอย่างพสุธาต่างหาก
ฝั่งวริศเมื่อได้ยินคำพูดตอบตกลงการเลิกราอย่างง่ายดายของลิลลี่ เขาก็ตื่นตะลึงไปเลย
“เธอ เธอตกลงเหรอ” วริศถามอย่างไม่อยากจะเชื่อ
“ใช่ ฉันตกลง แล้วก็ขอโทษสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา ของที่คุณเคยให้ฉัน ฉันจะส่งคืนกลับไปให้คุณ อาจจะไม่ครบทุกอย่าง แต่หลังจากนี้ฉันจะพยายามหามาคืน” ลิลลี่พูดตอบกลับไป
วริศยิ่งงงเข้าไปใหญ่ เขาไม่รู้ว่าทำไมลิลลี่ถึงได้เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือขนาดนี้ มันทำให้เขาสงสัยมากว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับพสุธาหรือเปล่า ถ้าเกี่ยวข้องกันจริง ๆ พสุธาทำอะไรลงไปกันแน่ ถึงทำให้ลิลลี่กลายเป็นแบบนี้ไปได้
“ไม่ต้องหรอก ของที่ฉันให้เธอไปแล้ว ก็คือให้ไปแล้ว ถ้าคนอื่นรู้เข้าว่าฉันเรียกคืนมา ฉันเสียหน้าแย่” วริศปฏิเสธ ก่อนหน้านี้เขาอยากจะได้ของคืน แต่พอลิลลี่ตอบตกลงที่จะเลิกราอย่างง่ายดาย และเป็นฝ่ายเอ่ยปากที่จะคืนของเอง เขาก็ไม่อยากจะได้ของคืนแล้ว
“เอาคืนไปเถอะ พรุ่งนี้ฉันจะให้คนเอาไปส่งคืนให้คุณ” ลิลลี่พูดแล้วก็กดวางสาย จากนั้นเธอก็ส่งข้อความไปหาเหยื่อคนอื่น ๆ บอกว่าจะส่งของกลับคืนไปให้
ลิลลี่ชอบเรียกร้องให้เหยื่อของเธอซื้อของขวัญราคาแพงมากมายให้เธอ แต่ที่เธอใช้ไปจริง ๆ นั้นมีไม่มาก ส่วนใหญ่เธอเก็บเอาไว้ชื่นชม และหลอกตัวเองว่าเธอไม่ได้ไร้ค่า เธอมีคุณค่าจนมีคนมากมายพร้อมที่จะมอบของล้ำค่าพวกนี้ให้เธอ
แต่วันนี้เธอหลอกตัวเองต่อไปไม่ได้แล้ว เพราะมีคนปลุกเธอขึ้นมา บอกเธอว่าสิ่งที่เธอทำอยู่นั้นมันไม่มีประโยชน์ ของพวกนี้เธอไม่ได้ได้มาฟรี ๆ แต่เธอใช้ชีวิตของตัวเองแลกมา ทั้งยังได้มาพร้อมกับความน่าสมเพชด้วย
หลังจากที่ส่งข้อความให้ครบทุกคนแล้ว เธอก็ลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล และเดินจากไปอย่างซวนเซ ทว่าถึงแม้ว่าจะเดินอย่างไม่มั่นคงขนาดไหน แต่เธอก็ไม่หยุดเดิน ขณะที่จิตใจของเธอก็มั่นคงขึ้นเรื่อย ๆ
ที่แท้แล้ว แม้ว่าเธอจะเดินได้อย่างไม่มั่นคง ต้องล้มลุกคลุกคลาน แต่เธอก็ยังสามารถไปถึงจุดหมายของเธอได้
พสุธาไม่รู้ว่าการกระทำของตัวเอง สามารถเปลี่ยนชีวิตของคนคนหนึ่งได้จริง ๆ จนกระทั่งเขาได้ยินเสียงของระบบ
‘ติ๊ง ยินดีด้วย ภารกิจพิเศษช่วยให้วริศเลิกรากับแฟนสาวได้สำเร็จ ภารกิจได้สำเร็จแล้ว โฮสต์ได้คะแนน หนึ่งพันสี่ร้อยคะแนน และกล่องสุ่มรางวัลระดับเงินหนึ่งกล่อง และกล่องสุ่มรางวัลระดับทองคำหนึ่งกล่อง’
พสุธาดีใจที่ภารกิจสำเร็จสักที ทว่าต่อมาเขาก็งุนงง
‘รางวัลภารกิจไม่ใช่แค่คะแนนหนึ่งพันสี่ร้อยคะแนน กับกล่องสุ่มระดับเงินเหรอ แล้วกล่องสุ่มระดับทองคำมาได้ยังไง’ พสุธาถามอย่างสงสัย
‘เพราะว่าโฮสต์ทำภารกิจได้สำเร็จเหนือความคาดหมาย ไม่เพียงทำให้วริศเลิกรากับแฟนสาวได้ ยังช่วยชำระล้างจิตใจของลิลลี่ ช่วยให้เธอกลับตัวกลับใจ หันกลับมาเดินในเส้นทางที่ถูกต้องได้ ระบบจึงได้มอบรางวัลเพิ่มเติม’
เมื่อพสุธาได้ยินอย่างนี้ เขาก็ดีใจ ดีใจที่ตัวเองได้รางวัลเพิ่ม และดีใจที่ลิลลี่สามารถเปลี่ยนความคิดของเจ้าตัวได้สำเร็จ
เธอควรจะละทิ้งอดีตที่โหดร้ายนั่นไป แล้วเริ่มต้นชีวิตใหม่ ส่วนเรื่องบทลงโทษที่เธอควรจะได้รับ ก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของกฎหมาย และผู้เสียหายเธอ เขาเป็นแค่คนที่ผ่านทางมา และช่วยส่งไม้เท้าให้เธอเท่านั้น
‘ระบบ ตอนนี้ฉันมีกล่องสุ่มรางวัลระดับทองคำสองกล่อง และระดับเงินหนึ่งกล่องใช่ไหม’ พสุธาถาม เขานึกขึ้นได้ว่าก่อนหน้านี้เขายังมีกล่องสุ่มรางวัลระดับทองคำที่ยังไม่ได้เปิดอีกหนึ่งกล่อง
‘ใช่แล้ว โฮสต์ต้องการเปิดเลยหรือไม่’ ระบบตอบ และถามกลับ
พสุธามองไปยังปฐพีที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ครั้งที่แล้วเขาอยู่กับปฐพี ทำให้เปิดกล่องสุ่มได้ทักษะกายาทองคำมา ซึ่งทักษะนี้ก็ช่วยชีวิตเขาเอาไว้ได้ ดังนั้นแล้ว ปฐพีอาจจะเป็นดาวนำโชคของเขา
‘เปิดเลย เปิดกล่องสุ่มระดับเงินก่อน แล้วก็ตามด้วยกล่อมสุ่มระดับทองคำอีกสองกล่อง’ พสุธาตอบอย่างรวดเร็ว
‘ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับเกาะส่วนตัวพร้อมบ้านพักตากอากาศ มูลค่าสามพันล้านบาท’
‘ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับหุ้นสิบเปอร์เซ็นต์ของแพลตฟอร์มไลฟ์สตรีมมิ่งพิกพ็อก มูลค่าสามหมื่นล้านดอลล์สหรัฐ’
‘ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับทักษะเสียงสวรรค์’
พสุธามีสีหน้าไม่พอใจ เมื่อได้ยินของรางวัลที่สุ่มได้จากสองกล่องแรก ทว่าเมื่อได้รับรางวัลที่สุ่มได้จากกล่องสุดท้าย เขาก็ฉีกยิ้มออกมา
แม้จะไม่รู้ว่าทักษะเสียงสวรรค์ทำอะไรได้ แต่เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นทักษะ ย่อมดีเสมอ
คนอื่น ๆ เห็นพสุธาฉีกยิ้มกว้างออกมา ก็พากันมองอย่างสงสัย
“ท่านประธาน มีข่าวดีอะไรที่ทำให้ท่านประธานดูมีความสุขขนาดนี้ครับ” คุณวินิจพูดถามออกมา
พสุธาก็ยิ้ม แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่ปลอบประโลมหัวใจคน แต่เป็นประโยคที่โหดร้ายเหลือเกินในใจคุณวินิจ
“อ้อ มีข่าวดีจริง ๆ ผมเพิ่งจะซื้อหุ้นของพิกพ็อกได้สำเร็จ หลังจากนี้ก็ฝากคุณวินิจดูแลจัดการเหมือนเดิมนะ”
คุณวินิจ : ท่านประธานสามารถพูดเรื่องที่โหดร้าย ด้วยน้ำเสียงอันอ่อนโยนแบบนั้นได้ยังไง!