85. ตอนที่ 84
ตอนที่ 84
เมื่อพสุธาต่อรองกับผู้ร้าย ขอให้เปลี่ยนตัวประกันเป็นตัวเอง เพื่อนของพสุธาอย่างพวกสีไม้ก็ร้องเสียงหลง บรรดาคนที่มุงดูอยู่ก็มองด้วยสายตาหลากหลาย บางคนก็ชื่นชม แต่บางคนก็มองว่าพสุธาเป็นคนโง่ ที่รนหาที่ตายด้วยตัวเอง
“มึงน่ะเหรอ เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอย่างมึงน่ะเหรอ ที่เป็นเจ้าของห้าง ถ้ามึงเป็นเจ้าของห้าง กูก็เป็นเจ้าของประเทศแล้ว” คนร้ายพูดเสียงเหยียดหยาม ก่อนจะหัวเราะออกมา
คำพูดของคนร้าย คนอื่น ๆ ก็เห็นด้วย พวกเขาไม่เชื่อว่าพสุธาจะเป็นเจ้าของห้าง ห้างนี้มีมูลค่ากว่าหนึ่งล้านสามแสนล้านบาทนะ เด็กอย่างนี้จะไปมีปัญญาครอบครองได้อย่างไร
ทว่าพวกเขาสงสัยกันได้ไม่นาน ก็มีเสียงฝีเท้าวิ่งเข้ามา พร้อมกับเสียงร้อนรน
“ท่านประธาน ท่านประธานเป็นอย่างไรบ้างครับ” เมื่อคุณพีรยุทธ์พูดประโยคนี้กับพสุธา คนอื่นก็นิ่งอึ้งไปในทันที แม้กระทั่งผู้ร้ายด้วย
พสุธาส่งสัญญาณให้กับบอดี้การ์ดที่อยู่ด้านหลังคนร้าย และเตรียมพร้อมที่จะลงมือทุกเมื่อ หากมีโอกาส ซึ่งอีกฝ่ายก็ฉวยโอกาสที่คนร้ายกำลังนิ่งอึ้ง พุ่งเข้าไปช่วยตัวประกัน และสับคอคนร้ายจนสลบ
ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ภายในเวลาไม่ถึงห้าวินาทีเสียด้วยซ้ำ ทำให้คนยังนิ่งอึ้งกันอยู่ ด้วยไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
“รีบเข้าไปปลอบผู้เสียหายสิ” พสุธาหันไปพูดกับคุณพีรยุทธ์ เรื่องนี้แม้ว่าจะยังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องเหตุจูงใจของคนร้าย แต่เรื่องเกิดขึ้นที่ห้างสรรพสินค้าของเขา ก็ถือว่าห้างของเขามีส่วนต้องรับผิดชอบอยู่เช่นกัน
อันดับแรกคือต้องปลอบขวัญผู้เสียหาย
เมื่อมีพนักงานระดับสูงเข้าไปปลอบผู้เสียหายที่ถูกจับเป็นตัวประกันแล้ว พสุธาก็สั่งงานต่อ
“ส่งคนร้ายไปที่สถานีตำรวจ ก็อปคลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิดส่งไปด้วย เชิญพนักงานที่เห็นเหตุการณ์ไปเป็นพยานสักสามสี่คน มอบบัตรส่วนลดเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ สำหรับลูกค้าที่อยู่ในห้างตอนนี้ บัตรส่วนลดนี้ ใช้ได้กับทุกร้านในห้าง และใช้ได้กับสินค้าทุกชิ้น รวมถึงทุกบริการด้วย” พสุธาสั่งทีละอย่าง
คุณพีรยุทธ์ก็เร่งจดตามคำสั่งของพสุธา ขณะที่ในใจก็รู้สึกอึ้งไม่ได้ เพราะว่าเจ้านายคนใหม่ของเขานี้ สั่งงานได้เฉียบขาดจริง ๆ เรื่องเพิ่งเกิดขึ้น แต่ไม่ร้อนรน ไม่หวาดกลัว ตั้งสติได้เร็วยิ่งกว่าเขาเสียอีก
ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะอายุเพียงแค่สิบแปดปีเท่านั้น แต่คิดอีกที คนอายุสิบแปดปี ที่สามารถครอบครองทรัพย์สินมากมายมหาศาลได้ ก็ไม่สามารถมองเป็นเด็กธรรมดาทั่วไปได้เลย
“หลังจากจัดการปลอบขวัญลูกค้าเสร็จแล้ว ให้เรียกประชุมผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคน สำหรับมาตรการรักษาความปลอดภัยของห้าง เราต้องทำให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าเหตุการณ์แบบนี้จะไม่เกิดขึ้นเป็นครั้งที่สอง และไม่ใช่แค่ทำให้ลูกค้ามั่นใจ แต่ต้องทำตามที่สัญญาเอาไว้ให้ได้” พสุธาสั่งเสียงขรึม มาดผู้นำแผ่ออกมาจนน่าเกรงขาม
พวกสีไม้มองพสุธาด้วยสายตาตื่นตะลึง พวกเขารู้สึกอยู่เสมอว่าเพื่อนคนนี้ของพวกเขา เป็นบุคคลไม่ธรรมดา แต่ตอนนี้นี่เอง ที่เขารู้ว่าพสุธาน่ากลัวกว่าที่พวกเขาคิดเอาไว้
เมื่อไรที่เจ้าตัวสวมหัวโขนผู้นำ กลิ่นอายบารมีก็แผ่ซ่านออกมาจนทำให้คนยำเกรง
“อ้อ เกือบลืมไป คนร้ายอ้างว่าเป็นเพราะถูกไล่ออก ทำให้ไม่มีเงินรักษาแม่ จนแม่ต้องตาย คุณตรวจสอบดูเรื่องนี้ ถ้าเกิดว่าเขาถูกไล่ออกโดยไม่ได้รับความเป็นธรรมจริง ๆ คนที่ไล่ออกต้องรับผิดชอบ แต่ถ้าเขามีความผิด และสมควรโดนไล่ออก นั่นก็แล้วไป แต่ไม่ว่าจะเป็นกรณีไหน อย่าลืมออกหนังสือแถลงการณ์ขอโทษลูกค้าด้วย” พสุธาสั่งงานต่อ
คุณพีรยุทธ์รับคำ ก่อนจะถาม
“ท่านประธานจะเข้าร่วมประชุมด้วยหรือเปล่าครับ”
พสุธานิ่งคิดไปเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้า
“ตกลง คุณจัดการปลอบขวัญลูกค้า ออกแถลงการณ์ให้เสร็จสิ้นก่อน แล้วเราค่อยมาประชุมกัน อีกสักครึ่งชั่วโมง น่าจะทันใช่ไหม” พสุธาถามออกไป
คุณพีรยุทธ์ยิ้มขื่น ลูกค้าที่มาใช้บริการห้างนี้ ส่วนใหญ่แล้วก็เป็นเศรษฐีพันล้านหมื่นล้านกันทั้งนั้น มีเงินเยอะ เรื่องก็เยอะ ไม่มีทางปลอบขวัญลูกค้าผู้มีเกียรติเหล่านี้ได้สำเร็จภายในครึ่งชั่วโมงหรอก แต่ว่าเมื่อนายใหญ่ออกคำสั่งมาแล้ว พวกเขาก็ต้องทำให้สำเร็จ
ถ้าทำไม่สำเร็จ รวมกับเรื่องที่เกิดขึ้น เห็นทีว่าตำแหน่งรองประธานของเขา จะรักษาเอาไว้ไม่ได้แล้ว
นายใหญ่ยิ่งเฉียบขาดอยู่ด้วย คนแบบนี้เขารู้ได้ทันทีเลยว่า ท้าทายอำนาจไม่ได้อย่างเด็ดขาด!
เรื่องที่เกิดขึ้น พสุธาไม่ได้มีคำสั่งให้ปิดข่าว ดังนั้นแทบจะทันที ก็แพร่กระจายไปทั่วโซเชียลแล้ว นักข่าวก็มาถึงห้าง คุณพีรยุทธ์ต้องจัดทีมรับมือ
และเมื่อข่าวแพร่กระจายออกไปเร็ว ปฐพีก็ย่อมได้เห็นข่าวนี้ด้วย
ในคลิปวิดีโอ แม้ว่าจะเบลอหน้าตัวประกัน และเบลอหน้าเด็กหนุ่มที่พูดเกลี้ยกล่อมคนร้าย แต่ปฐพีก็จำได้ทันทีเลยว่าเด็กหนุ่มที่เสนอตัวเป็นตัวประกันแทนนั้น ก็คือพสุธา
ใบหน้าหล่อเหลาของปฐพีเผือดสีลง เขาหยิบโทรศัพท์ต่อสายหาพสุธา แต่ไม่มีการตอบรับ เขาจึงได้โทรศัพท์หาสีไม้
“ดินอยู่ไหน อยู่กับพวกนายหรือเปล่า” ทันทีที่สีไม้กดรับสาย ปฐพีก็พูดถามทันที
“พี่ป๋าเหรอครับ ดินปลอดภัยดีครับ ไม่มีแม้แต่รอยข่วน ตอนนี้ดินกำลังปลอบขวัญผู้เสียหายอยู่ครับ ได้ยินว่าหลังจากนี้ก็จะเข้าประชุมกับคณะกรรมการบริหาร เพื่อวางแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำครับ” สีไม้ตอบปฐพีอย่างละเอียด
“นายส่งโลเคชันมาให้พี่ พี่จะไปหา” แม้จะได้ยินว่าพสุธาปลอดภัยดี แต่ปฐพีก็ยังอยากไปเห็นด้วยตัวเอง
“ได้ครับ”
ไม่ใช่แค่ปฐพีเท่านั้นที่เห็นข่าว แต่บรรดาลูกน้องคนอื่น ๆ ก็เห็นข่าวด้วยเช่นกัน พวกเขาต่างก็มีท่าทางเคร่งเครียด ติดต่อพูดคุยกันให้วุ่น เพื่อถามสถานการณ์ของพสุธา พวกเขาติดต่อหาคุณพีรยุทธ์ แต่คุณพีรยุทธ์มีหรือที่จะมีเวลาคุยกับพวกเขา ดังนั้นจึงได้แต่ให้ผู้ช่วยคอยตอบคำถามแทน
ฝั่งพสุธาก็ไม่รู้เลยว่าตอนนี้มีคนกระวนกระวายใจด้วยความเป็นห่วงขนาดไหน เขากำลังอยู่กับผู้เสียหาย ที่ถูกจับเป็นตัวประกัน
“เบื้องต้นไม่พบบาดแผล และอาการบาดเจ็บใด ๆ นะครับ แต่ผู้เสียหายมีอาการตกใจ และยังหวาดกลัวอยู่ หลังจากนี้อาจจะต้องพบจิตแพทย์เพื่อทำการประเมินสภาพจิตใจครับ”
“ขอบคุณครับคุณหมอ รบกวนแล้วครับ” พสุธาพูดอย่างสุภาพ ก่อนจะส่งคุณหมอเดินออกจากห้องไป ทำให้ในห้องเหลือเขา หญิงสาวผู้เสียหาย และผู้ช่วยคนหนึ่งที่คุณพีรยุทธ์ส่งมา
“เป็นความผิดพลาดเรื่องความปลอดภัยของทางเรา ทางเราขอน้อมรับความผิดนี้เอาไว้ คุณผู้หญิงมีข้อเรียกร้องอะไร สามารถเสนอมาได้เลยนะครับ เพื่อเป็นการปลอบขวัญคุณผู้หญิง ทางเราจะพยายามตอบสนองอย่างสุดความสามารถ” หลังจากที่หมอออกไปแล้ว พสุธาก็พูดเสียงนุ่มอ่อนโยน และสุขุม ตอนนี้เขาไม่เหมือนนักศึกษาปีหนึ่งเลย แต่เหมือนกับผู้บริหารระดับสูงมากกว่า
ผู้โชคร้ายที่ถูกจับเป็นตัวประกัน เป็นสตรีวัยยี่สิบสองปี เธอเป็นคนดังทางอินเทอร์เน็ต งานของเธอคือการรีวิวสินค้าหรูต่าง ๆ ก็มีทั้งที่ซื้อเองบ้าง หรือทางแบรนด์เป็นผู้มอบให้บ้าง และที่เธอมาห้างสรรพสินค้าในวันนี้ ก็มาเพื่อซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมใบหนึ่ง ไปทำคอนเทนท์วิดีโอ
หญิงสาวผู้โชคร้ายมองพสุธาอย่างพิจารณา เธอนึกถึงตอนที่พสุธาเสนอตัวเป็นตัวประกันแทนเธอ โดยบอกว่าเจ้าตัวเป็นเจ้าของห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ ตอนนั้นเธอหวาดกลัวเกินกว่าจะคิดอะไร แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ได้เชื่อว่าพสุธาเป็นเจ้าของห้างจริง ๆ จนกระทั่งมีกลุ่มคนเดินเข้ามา แล้วเรียกพสุธาว่าท่านประธาน ทำให้ทุกคนตกอยู่ในความตื่นตะลึง ไม่เว้นแม้แต่ผู้ร้าย และเธอก็ถูกช่วยเหลือออกมาในวินาทีนั้นนี่เอง
หลังจากถูกพามาปลอบขวัญ สติของเธอเริ่มกลับมา เธอคิดว่าที่บอกว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าเธอเป็นเจ้าของห้าง รวมถึงกลุ่มคนที่เรียกพสุธาว่าท่านประธาน เป็นการทำไปเพื่อสร้างความสับสน เบี่ยงเบนความสนใจจากโจร เพื่อหาโอกาสช่วยเหลือเธอ ดังนั้นเธอจึงเชื่อว่าพสุธาไม่ได้เป็นเจ้าของห้างจริง ๆ แค่พูดเพื่อช่วยเธอเท่านั้น นั่นทำให้เธอซาบซึ้งใจมาก
แต่ตอนนี้อีกฝ่ายมายืนพูดประโยคเหล่านั้นต่อหน้าเธอ ด้วยท่าทางที่สุขุมจริงจัง ไม่เหมือนการเล่นละครเลยสักนิด อีกทั้งด้วยสถานการณ์ในตอนนี้ ก็ไม่จำเป็นต้องเล่นละคร นั่นหมายความว่า
“คุณเป็นเจ้าของห้างจริง ๆ เหรอคะ” หญิงสาวถามเสียงสั่น เธอรู้ดีถึงมูลค่าของห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ มันมีมูลค่ามากกว่าล้านล้านบาท!
ถ้าเด็กหนุ่มตรงหน้าเธอเป็นเจ้าของจริง ๆ ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าเจ้าตัวเป็นมหาเศรษฐีล้านล้านหรอกเหรอ!
“ใช่ครับ” พสุธาไม่ได้โอ้อวด แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ การแสดงให้เห็นว่าระดับสูงของห้างสรรพสินค้า ไม่ได้เมินเฉยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และมีความจริงใจมากที่จะขอโทษ รวมถึงรับผิดชอบ ก็จะส่งผลกระทบในแง่ดีต่อความประทับใจของผู้เสียหาย
“คุณยังดูเด็กมาก น่าจะยังไม่ถึงยี่สิบปีใช่หรือเปล่าคะ” หญิงสาวพูดถาม
พสุธาชะงักไป ก่อนจะตอบ
“ใช่ครับ แต่ผมรับรองได้ว่าอายุของผม ไม่ส่งผลกระทบต่อความรับผิดชอบที่ทางห้างสรรพสินค้ามีอย่างแน่นอน” พสุธาพูดตอบด้วยน้ำเสียง และท่าทางสุขุมลุ่มลึก
“เพิ่งเคยเจอเจ้าของห้างที่เด็กขนาดนี้ ขนาดทายาทของห้างอื่น ยังดูโตกว่าคุณอีก” หญิงสาวยังคงสนใจประเด็นอายุของพสุธา และก็ดูจะสนใจจนลืมความกลัวไปแล้ว
พสุธาไม่ได้พูดตอบอะไรประเด็นนี้ เขาพูดถามอีกครั้ง
“คุณมีข้อเรียกร้องอย่างไรบ้างครับ”
“คุณเสนอมาสิคะ” หญิงสาวไม่ยอมเป็นฝ่ายเรียกร้องก่อน ต้องการให้พสุธาเป็นฝ่ายเสนอ
“ถ้าอย่างนั้นผมขอเสนอเรื่องการดูแลสุขภาพจิตใจของคุณผู้หญิงนับจากนี้ ผมจะติดต่อจิตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านนี้โดยเฉพาะ นอกจากนี้ผมมีข้อเสนอสองข้อให้คุณเลือก หนึ่งคือรับค่าปลอบขวัญเป็นเงินสดสิบล้านบาท หรือสอง รับค่าปลอบขวัญเป็นบัตรส่วนลดห้าสิบเปอร์เซ็นต์ ซึ่งบัตรใบนี้มีอายุหนึ่งปี ในหนึ่งปีนี้ ไม่ว่าคุณจะซื้ออะไร ก็ได้ลดห้าสิบเปอร์เซ็นต์ทุกครั้ง” พสุธาเสนอออกไป
บัตรส่วนลดห้าสิบเปอร์เซ็นต์ ที่พสุธาเสนอให้กับหญิงสาวคนนี้ ต่างจากบัตรส่วนลดเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ที่จะส่งมอบให้ลูกค้าคนอื่น ๆ เพราะอย่างหลังนั้นสามารถใช้ได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น แต่บัตรส่วนลดของผู้เสียหาย ใช้ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง แต่จำกัดเวลาหนึ่งปี
หญิงสาวนิ่งอึ้งไป ไม่คิดว่าตัวเองจะได้ค่าปลอบขวัญถึงสิบล้านบาท
ความจริงในตอนนี้ เมื่อคิดดูดี ๆ เธอถูกจับเป็นตัวประกันได้ไม่ถึงสามนาทีเสียด้วยซ้ำ เหตุการณ์ในตอนนั้น หลังเธอถูกมีดจี้คอได้ไม่นานนัก เด็กหนุ่มตรงหน้าเธอก็วิ่งเข้ามาเสนอข้อต่อรอง ให้แลกเปลี่ยนตัวประกัน ซึ่งหลังจากนั้นก็มีการโต้ตอบกันราว ๆ หนึ่งนาที จากนั้นเธอก็ถูกช่วยเหลือออกมาได้
นับรวมแล้วไม่ถึงสามนาทีจริง ๆ เป็นการช่วยเหลือที่รวดเร็วอย่างมาก
เงินปลอบขวัญสิบล้านนี้ ก็ดูเหมือนจะคุ้มค่าทีเดียว
หญิงสาวคิดโดยที่ลืมคิดไปว่า ถ้าเกิดตอนนั้นผู้ร้ายไม่ได้ต้องการจับตัวประกัน แต่ต้องการฆ่าอย่างไม่สนใจอะไร มันจะใช้เวลาแค่ไม่ถึงสามนาที และเธอก็ไม่มีเวลามานั่งคิดถึงความคุ้มค่า หรือไม่คุ้มค่าด้วย
“คุณยังไม่ต้องรีบตอบก็ได้นะครับ ค่อย ๆ เก็บไปพิจารณาดู” พสุธาพูด เมื่อเห็นว่าเธอนิ่งงันไป
ความจริงข้อเสนอของพสุธา ต่างก็มีข้อดีในตัวเอง เงินสดสิบล้าน รับเป็นเงินก้อนไป สามารถนำไปทำอะไรได้หลายอย่าง ซื้อบ้าน ซื้อรถ หรือกระทั่งเริ่มต้นทำธุรกิจ ส่วนบัตรลดราคาห้าสิบเปอร์เซ็นต์หนึ่งปี นั่นก็ถ้าปกติแล้วไม่เดือดร้อนเรื่องเงิน มีเงินเหลือกินเหลือใช้ ปกติปีหนึ่งใช้เงินชอปปิงมากกวาสิบล้านบาท การเลือกบัตรส่วนลดก็เป็นตัวเลือกที่ดี เพราะคุณสามารถชอปปิงจนได้ส่วนลดเกินสิบล้านบาทได้ จะชอปปิงจนได้ส่วนลดไปถึงหนึ่งร้อยล้านบาท ก็ยังทำได้เหมือนกัน ขอแค่คุณมีเงินหนึ่งร้อนล้านบาทอีกครึ่งหนึ่งมาจ่ายก็พอ
“ฉันเลือกรับเงินสดสิบล้านค่ะ” หญิงสาวพูดตอบอย่างตัดสินใจได้
แม้ว่าเธอจะมีชื่อเสียงในอินเทอร์เน็ต เป็นอินฟลูเอนเซอร์พวกของแบรนด์หรู แต่ว่าที่จริงแล้ว เธอก็ไม่ได้มีฐานะร่ำรวยอะไรนัก เงินสิบล้าน เธอพอมีอยู่ในบัญชี แต่ก็ต้องใช้เงินเก็บทั้งสิบล้านนั่น เพื่อชอปปิงให้ได้ส่วนลดที่มีมูลค่าสิบล้านบาทเท่ากัน เธอก็ทำใจไม่ลง
“แต่ว่าฉันยังมีเงื่อนไขอีกหนึ่งข้อ” หญิงสาวเรียกร้องขึ้นมา
“อะไรครับ”
“ฉันเป็นอินฟลูฯ ทำคอนเทนต์เกี่ยวกับพวกสินค้าหรูหรา ฉันอยากจะให้คุณมาร่วมถ่ายคอนเทนต์กับฉันหนึ่งคลิป ถ่ายที่ห้างสรรพสินค้าของคุณนี่แหละค่ะ คุณว่ายังไงคะ” เธอถามด้วยความคาดหวัง และไม่อยากให้โอกาสนี้หลุดลอย เธอจึงต้องรวบรวมความกล้าพูดขึ้นมา
นี่คือมหาเศรษฐีระดับล้านล้านบาทนะ หากไม่เกิดเรื่องครั้งนี้ขึ้น เธอคงไม่มีโอกาสแม้แต่จะเห็นเงาเจ้าตัว แต่ตอนนี้เธอได้พูดคุย และอาจจะมีโอกาสทำคอนเทนต์ด้วยกัน นี่มันราวกับฝันไปจริง ๆ
และคงจะยิ่งดี หากว่าในอนาคตเธอสามารถสานสัมพันธ์กับพสุธาได้
ฝั่งพสุธา เมื่อเขาได้ยินข้อเรียกร้องของเธอ หัวคิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากัน
“ผมไม่ชอบให้มีใบหน้าของผมในอินเทอร์เน็ต” พสุธาปฏิเสธอย่างละมุนละม่อม
“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เป็นไรเลยค่ะ คุณใส่หมวก ใส่หน้ากาก ใส่แว่นปิดบังใบหน้าได้เต็มที่เลย” หญิงสาวก็ไม่ยอมแพ้ ไม่ต้องเปิดเผยหน้าตาก็ได้ แค่เปิดเผยฐานะ แค่นั้นก็ทำให้คลิปวิดีโอของเธอเป็นที่ฮือฮาได้แล้ว
พสุธานิ่งคิดไปเล็กน้อย ก่อนจะตอบตกลง เพราะเรื่องนี้ ก็มีผลดีกับห้างสรรพสินค้าของเขาด้วย
ก็ถ้าตัวผู้เสียดายยังกล้าที่จะมาเดินในห้างสรรพสินค้านี้อีครั้ง คนอื่น ๆ ก็น่าจะลดความกังวลลงได้
“ถ้าอย่างนั้นก็ตกลงตามนี้ค่ะ ส่วนจะถ่ายทำวันไหน ฉันจะแจ้งไปอีกทีนะคะ จริงสิ ขอแนะนำตัวด้วย ฉันชื่อวิเวียน อายุยี่สิบสองปีค่ะ เพิ่งเรียนจบนิเทศในปีนี้ มีความฝันอยากเป็นนักแสดงค่ะ” หญิงสาวแนะนำตัวเองอย่างละเอียด ทำเอาพสุธาเกือบเข้าใจผิด คิดว่าตัวเองมานัดบอดเสียแล้ว
“พสุธาครับ อายุสิบแปด” พสุธาตอบสั้น ๆ
“คุณอายุยังน้อยอย่างที่คิดจริง ๆ ด้วย” วิเวียนพูดอย่างตื่นตะลึง
พสุธาไม่ได้พูดตอบอะไร เขาพูดเรื่องอื่น
“เดี๋ยวจะมีเอกสารมาให้คุณเซ็นรับทราบ และยินยอมรับค่าชดเชยที่ทางเราเยียวยาให้นะครับ” พสุธารอบคอบเสมอ เมื่ออีกฝ่ายลงชื่อแล้ว ภายหลังจะมาเรียกร้องอีกไม่ได้
“ได้ค่ะ” วิเวียนก็ไม่มีปัญหา ตอบตกลงอย่างรวดเร็ว
เมื่อคุยกันลงตัวแล้ว พสุธาก็ขอตัวออกมาก่อน ให้ผู้ช่วยดูแลวิเวียนต่อ
เมื่อพสุธาเดินออกมา ก็เห็นว่านอกจากเพื่อนสามคนที่รอเขายอยู่ ก็มีคนเพิ่มมาอีกหนึ่งคน
“คุณป๋า มาได้ยังไงครับ” พสุธาถามปฐพีเป็นเชิงทักทาย
“พี่เห็นข่าวในโซเชียล นายทำเอาพี่แทบบ้านะรู้ไหม คิดได้ยังไงที่เสนอให้อาตัวเองไปเป็นตัวประกันแทน”
“ก็คิดว่าจะต้องช่วยคนยังไงล่ะครับ และผมมั่นใจมากว่า ต่อให้มันจับผมเป็นตัวประกัน ผมก็จะไม่มีอันตรายอะไรอย่างแน่นอน” พสุธาพูดเสียงหนักแน่น
“ในโลกนี้มันไม่มีอะไรที่แน่นอนหรอกนะ หากเกิดว่ามันไม่เป็นไปตามที่นายมั่นใจ นายจะทำยังไง จะให้พี่ทำยังไง” เสียงของปฐพีเข้มขึ้นเรื่อย ๆ
พสุธามองปฐพี
“คุณป๋าจำเรื่องที่เกิดขึ้นในคลับที่โรงแรมไม่ได้เหรอครับ จำได้ไหมว่าตอนที่ลิลลี่ถือมีดพุ่งมาแทงผม ผลลัพธ์มันเป็นอย่างไร” พสุธาถามยิ้ม ๆ
ปฐพีชะงักไป เขาทบทวนความทรงจำ แล้วก็พบว่าที่พสุธาพูดน่ะ หมายความว่ายังไง
เจ้าตัวกำลังบอกว่ามีดไม่สามารถทำอะไรเจ้าตัวได้ เป็นพวกตีรันฟันแทงไม่เข้า
“นั่นไม่ใช้เรื่องบังเอิญเหรอ” ปฐพีถามอย่างไม่แน่ใจ
“โลกนี้ไม่มีเรื่องบังเอิญหรอกครับ หรือต่อให้ครั้งนั้นแค่โชคดี แต่คุณป๋าลืมไปหรือเปล่าครับ ว่าผู้ติดตามผม มีใครบ้าง”
ทั้งบอดี้การ์ดของแก๊งลูคัส ทั้งบริวารผีของพสุธา
ปฐพีได้ยินคำถามนี้ เขาก็นิ่งไป
นั่นสิ พสุธาสามารถเอาตัวรอดได้ เจ้าตัวไม่ต้องการความเป็นห่วงจากเขาเลยสักนิดเดียว
‘ด่วน เกิดเหตุระทึกขวัญที่ห้างดังใจกลางเมือง’
‘ชายคลุ้มคลั่งอ้างความแค้น ถูกไล่ออกจากงาน ทำให้ไม่มีเงินรักษามารดา ทำให้มารดาต้องตาย’
‘ห้างหรู กับบรบบรักษาควรมปลอดภัยที่ชวนตั้งคำถาม ว่าได้มาตรฐานหรือไม่’
บรรดาสำนักข่าวต่าง ๆ ก็พาดหัวข้อข่าวเรียกความสนใจจากทั้งผู้อื่น และผู้ชม และนั่นทำให้มีคนเข้ามาแสดงควรมคิดเห็นกันมาก
‘ครั้งนี้พวกนักข่าวช้าไปนะ มีคลิปแพร่ออกมาสกพักละ’
‘ไม่ใช่แค่ช้าไปนะ แต่ช้าไปมากเลย กว่านักข่าวจะไปถึงที่เกิดเหตุ ทุกอย่างก็อยู่ในความสงบเรียบร้อยแล้ว’
‘อย่าโทษนักข่าวเลย เหตุการณ์มันถูกจัดการได้รวดเร็วต่างหาก ตั้งแต่ตอนที่เหยื่อถูกจับเป็นตัวประกัน จนถึงตอนที่ตัวประกันถูกช่วยออกมาได้ ไม่ถึงสามนาทีเลย’
‘ไม่มีใครโฟกัสจุดเดี่ยวกับฉันเลยเหรอ เด็กที่เสนอตัวไปเป็นตัวประกันแทน เป็นเจ้าของห้างจริง ๆ น่ะเหรอ ฟังจากเสียงแล้วอายุน่าจะยังน้อยมากนะ จะเป็นเจ้าของห้างนี้ได้ยังไง’
‘ไม่มีทาง น่าจะเตี๊ยมกันมาเพื่อสร้างความสับสนให้กับโจรแน่ ๆ ดูสิ ได้ผลด้วย พอมีคนโผล่มาเรียกเด็กคนนั้นว่าท่านประธาน โจรก็ตื่นตะลึงไป ทำให้ตัวประกันถูกช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็ว’
‘เม้นบน เด็กหนุ่มคนนั้นเป็นเจ้าของห้างจริง ๆ ยืนยันได้ จากพนักงานของห้าง’
‘เม้นบน เรื่องจริงเหรอ! หมายถึงเป็นทายาทเจ้าของห้างหรือเปล่า ฟังเสียงดูก็รู้ว่าเด็กมาก จะไปเป็นเจ้าของห้างๆได้ยังไง’
‘เจ้าของห้างตัวจริงเสียงจริงเลยล่ะ’
‘ถ้าเป็นเจ้าของห้างจริง ๆ ก็ถือว่ามีความรับผิดชอบสูงนะ ออกหน้าแก้ปัญหาเอง เสนอตัวไปเป้นตัวประกันเอง’
‘จะว่าไป ห้างก็เหมือนรู้เลยว่าจะมีเกตุการณ์ร้ายเกิดขึ้น เพราะปกติการตรวจคนเข้าห้างไม่ได้เข้มงวด แต่วันนี้ตรวจอย่างเข้มงวดมาก ถ้าใครไม่ยินยอมให้ตรวจ ก็ไม่อนุญาตให้เข้าห้าง ถ้าใครพกอาวุธามา ก็เชิญออก แต่ทั้ง ๆ ที่เข้มงวดแบบนี้ ทำไมถึงยังมีคนก่อเหตุได้’
‘วันนี้อยู่ ๆ ก็เข้มงวดขึ้นมาเหรอ มีความเป็นไปได้ไหมว่าจะรู้อยู่แล้วว่าจะเกิดเหตุ ยังไงคนร้ายก็บอกว่าตัวเองโดนห้างไล่ออกจากงานนี่ ถ้ารู้อยู่แล้ว แต่ไม่สั่งปิดห้าง ก็ถือว่าไม่มีความรับผิดชอบ ทำให้ลูกค้าตกอยู่ในความเสี่ยงนะ’
‘ไปอ่านแถลงการณ์ของห้างสิ ห้างเพิ่งจะแถลงการณ์เมื่อกี๊นี้เอง ที่บอกว่าทำไมอยู่ ๆ ถึงตรวจเข้มงวดขึ้นมา เป็นเพราะรู้อยู่แล้วหรือเปล่า ในแถลงการณ์บอกว่าไม่ได้มีการคาดการณ์ล่วงหน้า พนักงานที่ไล่ออกไปก็เป็นเพราะทำผิดข้อหาทุจริต แต่ด้วยตระหนักว่าเจ้าตัวยังมีแม่ที่ป่วยต้องดูแล ห้างจึงแค่เชิญออก และยังให้เงินชดเชยตามกฎหมาย ไม่ได้เอาเรื่องมากไปกว่านั้น อ้อ และที่ตรวจเข้มงวดขึ้น เพราะเป็นมาตรการใหม่ จากเจ้าของใหม่ เมื่อวานนี้นี่เอง ที่ห้างเป็นเจ้าของคนใหม่ ดังนั้นก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้’
‘ถ้าเป็นจริงตามที่แถลง ก็ต้องบอกว่าเจ้าของคนใหม่ยอดเยี่ยมมาก ไม่สั่งปิดข่าว เข้มงวดเรื่องความปลอดภัย ถึงจะมีหลุดบ้าง แต่ก็จัดการได้อย่างรวดเร็ว ควบคุมสถาการณ์ได้ดี’
‘มีประกาศแล้ว ห้างจ่ายเงินเยียวยาผู้เสียหายสิบล้านบาท พร้อมกับดูแลเรื่องจิตแพทย์ให้ด้วย’
‘สิบล้าน จ่ายหนักมากเลยนะเนี่ย จ่ายเยอะกว่ารัฐบาลพันเท่าหมื่นเท่าเลย ที่บ้านกูน้ำท่วม รัฐบาลเยียวยามาสามพัน พ่อมันนอนคุยกับรากมะม่วง!’