LNCrawler

86. ตอนที่ 85

คุณชายอย่างผม มีระบบยิ่งลำบากยิ่งร่ำรวย — novel.dek d.com · All chapters

ตอนที่ 85

“ตามเวลาจากกล้องวงจรปิด ตั้งแต่ที่ผู้ร้ายลงมือ จนกระทั่งช่วยตัวประกันได้สำเร็จ ใช้เวลาไม่ถึงสามนาที เรื่องนี้ทำให้ได้รับคำชมเป็นอย่างมาก บอกว่าทางห้างของเรารับมือได้ดี แต่นี่สมควรได้รับคำชมเหรอ ความจริงเรื่องนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้นเลยด้วยซ้ำ อีกทั้งผู้ที่ลงมือช่วยเหลือตัวประกันได้สำเร็จ ก็ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของห้าง ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ตั้งแต่ต้นจนจบ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยไม่ได้เตรียมพร้อมที่จะลงมือเลย ใครที่ดูแลเรื่องระบบรักษาความปลอดภัย” เสียงอ่อนเยาว์ แต่เต็มไปด้วยความสุขุม และกลิ่นอายบารมีที่น่าเกรงขาม ทำให้ผู้บริหารระดับสูง และผู้บริหารระดับกลางที่เข้าร่วมประชุม ต่างก็ไม่กล้าสบตากับผู้พูด

“ผม ผมเองครับ” คมเดช หัวหน้าแผนกรักษาความปลอดภัย ลุกขึ้นยืนแสดงตัว

“คุณลองวิจารณ์การทำงานของแผนกคุณให้ผมฟังสักหน่อยสิครับ” พสุธายังคงพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แต่คนฟังก็ยังเหงื่อตกอยู่ดี

การให้เขาพูดวิจารณ์การทำงานของตัวเอง มันน่ากลัวยิ่งกว่าท่านประธานดุด่ามาเลยเสียอีก

เพราะอะไร เพราะเขาไม่รู้เลยว่าในสายตาของท่านประธาน พวกเขามีความผิดมากแค่ไหนกัน หากท่านประธานมองเห็นความผิดของเขาแค่ห้า แต่เขาดันสารภาพไปเจ็ด นั่นไม่ใช่ว่าเปิดโปงตัวเองเหรอ

“ทำไมไม่พูดล่ะครับ หรือว่าคุณไม่รู้ว่าแผนกของคุณทำงานเป็นอย่างไร” พสุธาถามเสียงเนิบช้า

“เป็นความผิดของผมเองครับ ผมยอมรับความผิดทั้งหมด” คมเดชตัดสินใจพูดยอมรับความผิดทั้งหมด

“แล้วคุณรู้ไหมว่าความผิดที่คุณพูดถึง มันคืออะไร” พสุธาไม่ได้ปล่อยผ่าน เขาถามไปอีก

คมเดชหน้าซีดเผือด ขณะที่ผู้บริหารคนอื่น ๆ ก็รู้สึกกดดันแทน

“คุณตอบไม่ได้ ถ้าอย่างนั้นผมจะตอบแทน พวกคุณทำตามคำสั่งขของผม ตรวจค้นอาวุธอย่างเข้มงวด ทำให้ไม่มีใครสามารถนำอาวุธเข้ามาในห้างได้ ตัวคนร้ายเองก็ซื้ออาวุธาจากแผนกเครื่องครัวในห้าง พวกคุณเองก็คงคิดไม่ถึงว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น ดังนั้นเรื่องที่คนร้ายใช้อาวุธจี้ตัวประกัน ความผิดแรกไม่ใช่ของพวกคุณ แต่นับจากคนร้ายลงมือ จนช่วยเหลือตัวประกันได้สำเร็จ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทำอะไรบ้าง พวกคุณไม่กล้าบุ่มบ่ามช่วยตัวประกัน ก็นับเป็นการปฏิบัติที่ถูกต้อง แต่ทำไมถึงไม่มีใครดูแลลูกค้าท่านอื่น ทำไมในตอนนั้นไปพาลูกค้าท่านอื่นไปยังที่ที่ปลอดภัย หากว่าคนร้ายไม่ได้ลงมือคนเดียว แต่ยังมีพรรคพวกมาด้วย จะเกิดอะไรขึ้น ผมไม่พูด พวกคุณก็คงจะคิดเองได้ นี่คือความผิดข้อแรก ความผิดข้อที่สองก็คือ ผมไม่ได้ยินพวกคุณสั่งให้ปิดทางเข้าเลย ยังปล่อยให้มีคนเข้ามาในห้าง ทั้ง ๆ ที่ในสถานการณ์นั้น ควรจะปิดกั้นเป็นการชั่วคราวแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นถ้าการจี้ตัวประกัน เป็นเพียงแค่การดึงความสนใจของคนทั้งหมดเอาไว้ เพื่อให้การป้องกันหละหลวม แล้วส่งผู้ก่อการร้ายกลุ่มใหญ่เข้ามา คำพูดของผมอาจจะฟังดูเกินจริงเกินไป แต่พวกคุณมั่นใจไหมว่ามันจะไม่เกิดขึ้นจริง ห้างสรรพสินค้าของพวกเรา ในหนึ่งวันมีเศรษฐี มหาเศรษฐีกี่คนมาเดินชอปปิง หนึ่งในนี้อาจจะเป็นเป้าหมายของคนร้ายเข้าสักวันก็ได้ ใครจะรู้ ดังนั้นแล้ว เพื่อความไม่ประมาท พวกเราต้องเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่แย่ที่สุด มาตรการรับมือต้องเข้มงวด และรัดกุมกว่านี้ คุณไปเตรียมแผนงานมา วันพรุ่งนี้ผมต้องได้เห็นแผนการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดยิ่งกว่าเดิม” พสุธาสั่งอย่างเคร่งขรึม

คมเดชเหงื่อตก เพราะว่าระบบป้องกันความปลอดภัย ไม่ใช่ว่าจะวางแผนกันได้ง่าย ๆ ต่อให้เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญ ก็ยังรู้สึกว่าเป็นงานยากอยู่ดี

“อีกเรื่องหนึ่งสำหรับแผนกรักษาความปลอดภัย เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย พวกคุณไม่ได้เลือกจากบริษัทรักษาความปลอดภัย แต่ใช้วิธีการรักสมัครคนเอาเอง วิธีการนี้ผมไม่เห็นด้วย ผมต้องการพนักงานรักษาความปลอดภัยที่เป็นมืออาชีพ รู้จักรับมือกับสถานการณ์ที่อันตราย คนที่ไม่ได้ผ่านการฝึกฝน พวกเขาจะรับมือกับสถานการณ์เสี่ยงได้อย่างไร นั่นเหมือนเอาพวกเขามาเป็นตัวรับกระสุนมากกว่า คุณจัดการเรื่องนี้ด้วย ดูคนที่หน่วยก้านดี ส่งไปฝึกฝน เรื่องค่าใช้จ่าย ทางเราจะเป็นคนออกให้ แน่นอนว่าเมื่อฝึกสำเร็จ ต้องเซ็นสัญญากับเราห้าปี ไม่อย่างนั้นต้องจ่ายค่าเรียนคืนสิบเท่า ส่วนคนที่ไม่เหมาะจะทำหน้าที่นี้ ดูว่ามีตำแหน่งอื่นที่เหมาะสมกับพวกเขาหรือเปล่า ถ้ามีก็โยกย้ายไป ถ้าไม่มีก็เชิญออก จ่ายค่าชดเชยหกเดือน ถามความสมัครใจของพวกเขาดู”

“รับทราบครับ” คมเดชตอบรับ ในใจเขาครั่นคร้ามกับเจ้านายคนใหม่ของตัวเองเป็นอย่างยิ่ง

ก่อนหน้านี้เขารู้สึกว่าเจ้านายคนใหม่เด็กเกินไป ไม่น่าจะรู้อะไรมาก แต่ตอนนี้ เขารู้แล้วว่าเจ้าตัวไม่ได้แค่มีอำนาจบารมี แต่ยังมีความสามารถ มีความเฉียบขาด แต่ในความเฉียบขาด ก็ยังมีความใจดีอยู่ด้วย ดูจากการที่ไม่ได้พูดถึงบทลงโทษเลย

“ต่อไป คุณพีรยุทธ์ ในสถานการณ์ที่มีคนถูกจับเป็นตัวประกัน สิ่งแรกที่คุณสนใจกลับเป็นผม นี่ไม่ใช่เรื่องที่เหมาะสม แต่เห็นว่าการกระทำของคุณมีประโยชน์ ทำให้ผู้ร้ายเสียสมาธิ จนคนของผมสามารถช่วยเหลือตัวประกันได้สำเร็จ ก็นับว่ามีความชอบ ความผิด ความชอบหักลบกลบกันไป คุณมีอะไรไม่พอใจไหม” พสุธาถามคุณพีรยุทธ์

“ไม่มีครับ ไม่มี ท่านประธานกล่าวได้ถูกต้องแล้วครับ ผมลำดับความสำคัญได้ไม่ดี ผมจะปรับปรุงตัวครับ” คุณพีรยุทธ์ลอบปาดเหงื่อ คิดไม่ถึงว่าท่านประธานจะไม่ปล่อยผ่านเขาไป

“ต่อไป...” พสุธาไล่เรียงแต่ละจุดที่เขาเห็นว่าต้องมีการปรับปรุง แน่นอนว่าเขาไม่ได้เอาความคิดของตัวเองเป็นหลัก ยังคงให้คนอื่นได้แสดงความคิดเห็นออกมา เมื่อเห็นว่าความคิดของคนอื่นดีกว่า หรือเหมาะสมมากกว่า เขาก็เห็นด้วยตามนั้น

การที่พสุธารับฟัง และยังสามารถแยกแยะได้ว่าเรื่องไหนที่ควรฟัง เรื่องไหนที่ควรปฏิเสธ ทำให้ผู้บริหารทั้งหมดยอมศิโรราบทั้งใจ

“ด้วยการนำของท่านประธาน ห้างสรรพสินค้าของพวกเราจะต้องเติบโตได้อีกไกลแน่นอน” คุณพีรยุทธ์พูดอย่างประจบ

“ความสำเร็จไม่สามารถมาจากผมได้คนเดียว แต่ต้องอาศัยทุกคนร่วมแรงร่วมใจกัน หวังว่าทุกคนจะมุ่งมั่นทำหน้าที่กันต่อไป และผมสัญญาว่าจะไม่ปล่อยให้ทุกคนต้องทุ่มเทอย่างไม่คุ้มค่าแน่นอน เอาล่ะ พูดมากก็ไม่สู้แสดงให้เห็น ฉลองที่ผมเข้ารับตำแหน่งใหม่ แจกโบนัสให้กับพนักงานทุกคน คนละหนึ่งเดือน! แจกวันที่สิบหกนี้เลย แผนกการเงินทำเรื่องด้วย” พสุธาพูด และนั่นก็ทำให้ทุกคนในที่ประชุมปรบมือกันอย่างมีความสุข

โบนัสหนึ่งเดือน สำหรับผู้บริหารระดับสูงอย่างพวกเขา ที่เงินเดือนหลักแสน ก็เท่ากับได้เงินพิเศษมาเพิ่มอีกเท่าหนึ่ง

อย่าว่าแต่ผู้บริหารระดับสูงเลย แม้แต่พนักงานระดับปฏิบัติการ ก็ยังตื่นเต้นยินดีเมื่อได้ยินข่าวนี้

“ท่านประธานใจดีจริง ๆ นึกว่าเกิดเรื่องแบบนี้แล้ว จะต้องมีคนโดนไล่ออกเสียอีก ที่ไหนได้ ท่านประธานยังแจกโบนัส”

“ได้ยินว่าในที่ประชุมก็เดือดอยู่นะ ท่านประธานซัดไม่เลี้ยงเลย สำหรับแผนกรักษาความปลอดภัยน่ะ ท่านรองประธานก็โดนด้วยเหมือนกัน ส่วนเรื่องไล่ออก ก็เห็นว่าจะมีบางส่วนที่โดนให้ออกเหมือนกัน แต่ก็ได้รับเงินชดเชยหกเดือน”

“จริงเหรอเนี่ย ท่านประธานใช้ทั้งพระเดช และพระคุณเลยสินะ”

“อายุยังน้อยแท้ ๆ แต่ว่ามีกลยุทธ์ขนาดนี้ วันหน้าต้องเป็นผู้ยิ่งใหญ่มากแน่ ๆ”

พนักงานพูดคุยกันอย่างคึกคัก แม้ว่าจะเกิดเหตุการณ์ระทึกขวัญมาหมาด ๆ ก็ตาม

บางทีอาจจะเป็นเพราะคนที่ถูกจับเป็นตัวประกันไม่ใช่ตัวเอง จึงไม่หวาดกลัวมากนักก็เป็นได้

 

“เรื่องจริงหรือเปล่า ที่แกได้ค่าเยียวยามาสิบล้านน่ะ” เสียงอันดังลั่น ดังมาจากปากของสตรีวัยกลางคน ทันทีที่วิเวียนเดินเข้ามาในบ้าน

วิเวียนชะงักไป จากนั้นก็มองมารดาของเธอด้วยสายตาขมขื่น

“แม่ควรจะถามหนูก่อนไม่ใช่เหรอ ว่าหนูเป็นอะไรหรือเปล่า ตกใจมากไหม กลัวมากหรือเปล่า แต่แม่กลับสนใจเงินเนี่ยนะ” วิเวียนรู้สึกขมขื่นมากจริง ๆ รู้ว่ามารดาลำเอียงรักพี่ชายมาตลอด แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่คิดว่าจะลำเอียงขนาดที่แม้เธอจะผ่านเรื่องเฉียดตายมา มารดาของเธอก็ไม่สนใจ สนใจเพียงแค่เงินเท่านั้น

วิเวียนรู้ พี่ชายกำลังจะแต่งงาน ทว่ายังขาดค่าสินสอด และตอนนี้แม่ของเธอคงจะหมายตาเงินปลอบขวัญของเธอ เอาไปเป็นสินสอดสู่ขอเมียให้พี่ชาย

“แกจะเป็นอะไร แกก็ปลอดภัยดีไม่ใช่หรือไง ไม่อย่างนั้นแกจะมายืนสำออยต่อหน้าฉันได้เหรอ” คนเป็นมารดาก็ไม่ได้รู้สึกผิดเลยสักนิดเดียว พูดเถียงกลับไปอย่างรวดเร็ว

วิเวียนหลับตา หลังจากผ่านสถานการณ์เป็นตายมา เธอก็ปล่อยวางได้แล้ว

“หนูรู้ว่าแม่ต้องการเงินของหนู ได้ หนูจะให้หนึ่งล้านบาท แต่แม่ต้องเซ็นหนังสือตัดขาดความสัมพันธ์กับหนู” วิเวียนพูดอย่างคนที่ตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว

“อะไรนะ แกจะตัดขาดกับฉันเหรอ อีลูกอกตัญญู ฉันเป็นแม่แท้ ๆ ของแกนะ แกจะมาตัดขาดกับฉันได้ยังไง กล้าดียังไงมาใช้เศษเงินตัดขาดกับฉัน ถ้าแกอยากตัดขาดกับฉันนัก ก็จ่ายมาสิบล้าน”

วิเวียนมองมารดาด้วยสายตาเจ็บปวด คิดว่าจะเจ็บจนชินแล้ว แต่สุดท้ายแล้วก็ยังคงเจ็บปวดมากอยู่ดี

สิบล้านบาท เงินที่เธอได้รับเยียวยามาจากการถูกจับเป็นตัวประกัน มารดาของเธอจะเอาทั้งหมด

ช่างน่าขำเหลือเกิน น่าขขำจนน้ำตาเธอไหลออกมา

“สิบล้านงั้นเหรอ เงินที่แม่เลี้ยงดูหนูมายี่สิบสองปี อย่าว่าแต่ไม่ถึงสิบล้านเลย ไม่ถึงหนึ่งล้านเสียด้วยซ้ำ ที่หนูใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบายในสายตาของคนอื่น เป็นเพราะหนูดิ้นรนขวนขวายมาเองทั้งนั้น หนูต้องไลฟ์ขายของทั้งวันทั้งคืน หนูต้องถ่ายคอนเทนต์ไปตั้งมากมายเท่าไร กว่าจะมีเงินมาให้แม่คอยผลาญไปให้พี่ชาย ที่ผ่านมาหนูให้แม่ไปเยอะแล้ว หนึ่งล้าน หนูจะให้อีกแค่หนึ่งล้านเท่านั้น ถ้าแม่ไม่ตกลง หนูจะไปเปลี่ยนเงินสิบล้าน เป็นบัตรส่วนลดห้าสิบเปอร์เซ็นต์ แม่คงจะไม่รู้สินะ เจ้าของห้างเขาให้ทางเลือกกับหนูมา ระหว่างเงินสิบล้าน กับส่วนลดสำหรับซื้อสินค้าลดครึ่งราคา ตลอดหนึ่งปี” วิเวียนพูดอย่างเด็ดขาด

“แก แกกล้า แกไม่กลัวฉันจะประจานแกหรือไง”

“ทำสิ แม่ทำเลยก็ได้ อย่างมากหนูก็แค่หลบอายไปอยู่ต่างประเทศ ดีเสียอีก ไม่ต้องเสียเงินหนึ่งล้าน ยังได้ย้ายไปอยู่ประเทศที่อากาศดี ๆ”

คำพูดนี้ของวิเวียน ทำให้คนเป็นมารดาโกรธจนแทบจะเป็นลม แต่ก็กลัวว่าลูกสาวจะพูดจริงทำจริง จนเธออดได้เงินหนึ่งล้านบาทไปให้ลูกชาย สุดท้ายจึงตอบตกลง

“เงินหนูจะได้พรุ่งนี้ พรุ่งนี้ตอนเย็นแม่ค่อยมาเอาก็แล้วกัน” วิเวียนพูด ก่อนจะเดินออกจากบ้านมา เธอไม่เอาอะไรติดตัวออกมาเลยสักอย่างเดียว ที่จริงเธอก็ไม่ได้อยู่ที่บ้านนี้นานแล้ว แต่เช่าคอนโดมิเนียมอยู่คนเดียว ที่วันนี้กลับบ้าน เพราะเจอเรื่องอันตรายมา จึงอยากจะได้คำปลอบโยนจากคนในครอบครัว

“น่าขำจริง ๆ ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แล้วว่าจะเป็นแบบนี้ แต่ฉันก็ยังจะคาดหวัง โง่เง่าจริง ๆ” วิเวียนปาดน้ำตา

 

พสุธาไม่รู้ว่าเงินสิบล้านของตัวเอง ทำให้หญิงสาวผู้โชคร้าย ตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาด ที่จะตัดขาดกับครอบครัวที่ไม่เห็นค่าเธอ

หลังออกจากห้างสรรพสินค้า พสุธาก็ได้ยินเสียงของระบบ

‘ยินดีด้วย โฮสต์ทำภารกิจช่วยเหลือตัวประกันได้สำเร็จ และยังทำให้ห้างไม่เสียชื่อเสียง ได้รับคะแนนความลำบากหนึ่งร้อยคะแนน ได้รับกล่องสุ่มรางวัลระดับทองคำหนึ่งกล่อง’

พสุธายิ้มอย่างดีใจ ตอนแรกรางวัลในประกาศคือ คะแนนความลำบากหนึ่งร้อยคะแนน และกล่องสุ่มรางวัลระดับเงินหนึ่งกล่อง ทว่าเขาทำผลงานได้ดี จนได้อัปเกรดจากกล่องระดับเงิน เป็นระดับทองคำ

‘โฮสต์ต้องการเปิดกล่องสุ่มเลยหรือไม่’

‘เปิดเลย’ พสุธาให้ระบบเปิดกล่องสุ่มรางวัล ขณะที่ตัวเองก็ขยับเข้าใกล้ปฐพีมากยิ่งขึ้น

ขอแบ่งปันความโชคดีจากปฐพีมาสักหน่อย ให้เขาได้รับของดี

‘ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับหุ้นสิบห้าเปอร์เซ็นต์ของบริษัท ซีคอม อินเทอร์เนชันนัล มูลค่าแปดร้อยล้านปอนด์’

พสุธาไม่รู้ว่าจะหัวเราะ หรือร้องไห้ดี เขาเพิ่งจะบอกให้เปลี่ยนพนักงานรักษาความปลอดภัยเป็นมืออาชีพ ระบบก็ส่งหุ้นบริษัทรักษาความปลอดภัยอันดับหนึ่งมาให้เขาเลย

หุ้นสิบห้าเป็นเซ็นต์ มูลค่าแปดร้อยล้านปอนด์ หรือราว ๆ สามหมื่นห้าพันหกร้อยกว่าล้านบาท

กรมสรรพกรจะตรวจสอบเขาหรือเปล่า เมื่อวานเขาเพิ่งจะ ‘ซื้อ’ ห้างมูลค่าหนึ่งล้านสามแสนล้านบาทมาเองนะ

พสุธาอดไม่ได้ที่จะระแวง

‘โฮสต์วางใจ ทรัพย์สินที่โอนเป็นชื่อของโฮสต์ ผ่านขั้นตอนการดำเนินการที่ถูกกฎหมาย ไม่มีทางถูกตรวจสอบอย่างแน่นอน โฮสต์ได้โปรดอย่าสงสัยในความเป็นมืออาชีพของเรา’

พสุธามุมปากกระตุก แต่ก็รู้สึกโล่งใจด้วย ไม่ใช่อะไร เขาไม่อยากถูกจับข้อหาเป็นอาชญากรทางการเงินหรอกนะ

“ลืมอะไรหรือเปล่าครับ” ปฐพีพูดถามพสุธา เมื่อเห็นว่าอยู่ดี ๆ เจ้าตัวก็หยุดเดิน แล้วนิ่งไปหลายชั่วลมหายใจแล้ว

“ลืมบอกบางเรื่องกับทีมบริหารน่ะครับ คุณป๋ารอก่อนได้ไหมครับ ขอผมเข้าไปคุยเรื่องสำคัญก่อน”

“ได้สิ” ปฐพีตอบตกลงอย่างยินดี เขายินดีที่พสุธาไม่บอกให้เขากลับไปก่อน แต่เจ้าตัวขอให้เขาอยู่รอ

“ขอบคุณนะครับ เดี๋ยวกลับไปผมจะทำอาหารอร่อย ๆ ให้ทานนะ” พสุธาพูดแล้วส่งยิ้มให้กับปฐพี

“วันนี้บ้านนายไม่มีใครอยู่ ไปค้างที่คอนโดพี่ไหม อย่าคิดมาก ไม่ได้นอนห้องเดียวกัน นายนอนห้องนอนอีกห้องได้” ปฐพีชวน เขาไม่อยากให้พสุธากลับไปนอนเหงาคนเดียวที่บ้านหลังใหญ่

“งั้นก็รบกวนด้วยนะครับ” พสุธานิ่งคิดอยู่ชั่วครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบตกลง

ปฐพีฉีกยิ้มอย่างมีความสุข ดวงตาคู่คมพราวระยับ ขับเน้นให้ใบหน้าหล่อเหลานั้นมีเสน่ห์มากกว่าเดิม

พสุธามองจนตาพร่าชั่วแวบหนึ่ง ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้างอีกครั้ง

เมื่อพสุธาเดินเข้ามาถึงชั้นผู้บริหาร ก็เห็นว่าพวกหัวหน้าแผนกต่าง ๆ และผู้บริหารระดับสูงยังไม่ได้แยกย้ายกันไป ซึ่งเมื่อทุกคนหันมาเห็นเขา ก็รีบพากันเดินเข้ามาหาทันที

“ท่านประธาน ลืมอะไรหรือครับ”

“ท่านประธานมีอะไรจะสั่งเพิ่มเติมหรือครับ”

คุณพีรยุทธ์ และคมเดชพูดถามอย่างพร้อมเพรียงกัน

“ผมมีเรื่องสำคัญมาแจ้งให้ทราบ คุณคมเดช ก่อนหน้านี้ผมบอกไปว่าเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ต้องเปลี่ยนเป็นมืออาชีพ ให้จ้างบริษัทมืออาชีพเข้ามาดูแล คุณคิดไว้แล้วหรือยังว่าจะจ้างบริษัทไหน” พสุธาถามออกไป

คมเดชนิ่งชะงักไป ไม่คิดดว่าเจ้านายจะเรียกเอาคำตอบเร็วขนาดนี้

“เอ่อ มีอยู่สองบริษัทครับที่ผมยังต้องเปรียบเทียบดูอีกสักหน่อย บริษัทแรกคือ ซีคอม สยามประเทศ อีกบริษัทหนึ่งคือ ซิเคียวริตี้ สยามประเทศครับ” คมเดชพูดตอบแล้วก็มองพสุธาอย่างกังวล กลัวว่าเจ้าตัวจะไม่พอใจสองบริษัทนี้ แต่สองบริษัทนี้ ก็เป็นบริษัทลูกของบริษัทรักษาความปลอดภัยระดับโลกแล้วนะ เรียกได้ว่าอันดับหนึ่ง กับอันดับสองเลยล่ะ

คมเดชกังวล ทว่าต่อมาเขา ไม่สิ พวกเขาก็ต้องตื่นตะลึง เมื่อได้ยินคำพูดของพสุธา

“ซีคอม สยามประเทศ เป็นบริษัทลูกของ ซีคอม อินเทอร์เนชันนัล ผมมีหุ้นในซีคอม อินเทอร์เนชันนัล อยู่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ งั้นก็เลือกซีคอม สยามประเทศ ก็แล้วกัน”

สิ้นเสียงของพสุธา คนฟังก็นิ่งงันไป พวกเขามองพสุธาอย่างไอยากจะเชื่อ

ก่อนหน้านี้ท่านประธานไม่ได้พูดเรื่องนี้เจ้าตัวถือหุ้นของบริษัทรักษาความปลอดภัยอันดับหนึ่งของโลกมาก่อนเลย อย่าบอกนะว่าเจ้าตัวเพิ่งจะซื้อหุ้นเอาไม่กี่นาทีนี้ แต่จะเป็นไปได้อย่างไร การซื้อหุ้รบรัษิทระดับนั้น ต้องใช้เงินมหาศาลนะ แต่เรื่องเงินก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญที่สุด สำคัญที่ขั้นตอนมันยุ่งยากมาก บริษัทรักษาความปลอดภัย ไม่ใช่จะเข้าซื้อหุ้นกันง่าย ๆ เพราะมันเกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของบุคคลสำคัญระดับโลกมากมาย

“ท่านประธานซื้อหุ้นตั้งแต่เมื่อไรครับ” คุณพีรยุทธ์อดที่จะถามไม่ได้

เจ้านายใหญ่คนนี้ของเขขา เมื่อวันก่อนเพิ่งจะซื้อห้างสรรพสินค้านี้ไปด้วยจำนวนเงินมหาศาล ยังมีเงินเหลือไปซื้อหุ้นอื่นอีกหรือ

“ไม่สำคัญหรอกว่าผมซื้อเมื่อไร สำคัญแค่ว่าพวกคุณทำงานร่วมกันให้ดีก็พอ” พสุธาพูด ก่อนจะเอ่ยปากขอตัว รีบกลับไปหาปฐพีที่รออยู่ไม่ไกล ทิ้งบรรดาผู้บริหารทั้งหลายให้มองตามหลังเขาตาปริบ ๆ ก่อนที่หนึ่งในนั้นจะใช้เส้นสายตรวจสอบดู แล้วก็ต้องอ้าปากค้าง

“ท่านประธานเพิ่งจะเข้าซื้อหุ้นสำเร็จเมื่อไม่กี่นาทีก่อนนี้นี่เอง นี่ถ้าไม่ใช่เพราะรู้ว่าการซื้อหุ้นมีขั้นตอนมากมาย ฉันคงจะเข้าใจว่าท่านประธานซื้อหุ้น เพราะเรื่องในวันี้เสียอีก”

“ท่านประธานซื้อหุ้นเพราะอะไร ไม่สำคัญหรอก สำคัญที่ว่าท่านประธานรวยมาก ได้ติดตามเจ้านายแบบนี้ ฉันยินดีติดตามไปตลอดชีวิต!”

 

พสุธาไม่รู้ว่าลับหลังตัวเอง ลูกน้องคุยอะไรกันบ้าง เมื่อเขาเดินมาถึงจุดที่ปฐพียืนอยู่ เขาก็จ้องตาเขม็ง ไปยังหญิงสาวที่พยายามจะโผเข้ากอดปฐพี ด้วยสีหน้ายั่วยวน

“ถ้ายังอยากมีโอกาสได้ไปผุดไปเกิด ก็ออกห่างจากคนของฉันเดี๋ยวนี้!”