LNCrawler

90. ตอนที่ 88

คุณชายอย่างผม มีระบบยิ่งลำบากยิ่งร่ำรวย — novel.dek d.com · All chapters

ตอนที่ 88

“อรุณสวัสดิ์ครับคุณป๋า” พสุธาพูดทักทายปฐพี ที่เมื่อคืนนี้นอนพักค้างคืนที่บ้านของเขา แต่เจ้าตัวไม่ได้นอนที่ห้องของนะโมเหมือนเคย

เพราะห้องของนะโม ก็ยังคงเป็นห้องของนะโม เมื่อเจ้าตัวไม่อยู่ พสุธาจึงไม่ได้ให้คนอื่นเข้าไปนอนในห้องของเจ้าตัว โดยที่ไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าตัวก่อน

พสุธาได้ขอให้บุญมี ช่วยจัดการทำความสะอาดห้องที่อยู่บนชั้นสามห้องหนึ่ง ให้กับปฐพี

ใช่แล้ว พสุธาใช้ผีทำความสะอาด และด้วยพลังที่แกร่งกล้าของบุญมี ก็ทำให้เจ้าตัวสามารถจัดการทำความสะอาดห้องให้เขาได้จริง ๆ

พสุธาคิดว่าเขาจะหาวิธีเพิ่มพลังให้กับบุญมีมากยิ่งขึ้น จากนั้นก็มอบหมายหน้าที่พ่อบ้านให้กับเจ้าตัว

พสุธาคิดว่าบุญมีสามารถเป็นพ่อบ้านได้

กลับมาที่ตอนนี้ก่อน ปฐพียิ้มรับคำทักทายยามเช้าของพสุธา แล้วพูดตอบกลับไป

“อรุณสวัสดิ์ครับ พี่ไปซื้อมื้อเช้ามาให้แล้ว โจ๊กร้านประจำของนาย”

“หืม คุณป๋ารู้ได้ยังไงครับ ว่าผมชอบโจ๊กร้านไหน” พสุธาถามอย่างแปลกใจ

“พี่ถามนะโมมา” ปฐพีก็ตอบไปตามตรง

พสุธาได้ยินก็แค่พยักหน้าเบา ๆ แล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะอาหาร

“ขอบคุณนะครับ” พสุธาพูด เมื่อปฐพีเลื่อนถ้วยโจ๊กที่หอมกรุ่นมาตรงหน้าเขา นอกจากนี้ยังมีนมอีกหนึ่งแก้ว และปาท่องโก๋ด้วย

พสุธาชอบกินโจ๊กกับปาท่องโก๋ ความชอบนี้ของเจ้าตัว ปฐพีก็ถามมาจนรู้เหมือนกัน

“วันนี้มีงานหรือเปล่า” ปฐพีถามพสุธา ขณะที่นั่งลงฝั่งตรงข้าม แล้วใช้ช้อนคนโจ๊กในถ้วยของตัวเอง

“มีครับ” เพราะต้องการสะสมคะแนน พสุธาจึงรับงานในวันนี้ และรับสองงานเหมือนเมื่อวานด้วย

วันนี้พสุธารับทำความสะอาดคอนโดมิเนียมสองแห่ง ขนาดหนึ่งร้อยตารางเมตร ทั้งสองห้อง ดังนั้นวันนี้เขาจะได้คะแนนเพิ่มอีกหกร้อยคะแนน รวมกับคะแนนสะสมเดิมเป็นสองพันสองร้อยเจ็ดสิบคะแนน

เมื่อคำนวณคะแนนของตัวเองแล้ว พสุธาก็รู้สึกหดหูเล็กน้อย เพราะว่าคะแนนเพียงแค่นี้ ยังไม่พอซื้อการ์ดรับสมัครผู้ช่วยใบที่สามเลย อย่าว่าแต่การเลื่อนระดับเป็นระดับที่สี่

“เป็นอะไรหรือเปล่า” ปฐพีถามพสุธา เมื่ออยู่ ๆ พสุธาก็ถอนหายใจออกมา

“เปล่าครับ แค่คิดถึงอะไรบางอย่างที่น่าหดหู่ใจนิดหน่อย” พสุธาตอบกลับไป

“มีเรื่องอะไรที่พี่ช่วยได้ไหม” ปฐพีถามอย่างใส่ใจ

“ขอบคุณครับ แต่ว่าตอนนี้ผมยังไม่ต้องการความช่วยเหลือ ถ้าผมต้องการความช่วยเหลือ ผมจะบอกคุณป๋าคนแรกเลย” พสุธาพูดยิ้ม ๆ

ปฐพีพยักหน้า แม้ว่าจะผิดหวังในตอนแรก แต่เมื่อได้ยินประโยคหลัง เขาก็มีความสุขแล้ว

การได้เป็นคนแรกที่พสุธาจะนึกถึง ยามที่เจ้าตัวมีปัญหา ทำให้เขารู้สึกว่าได้รับความสำคัญจากพสุธา

สิ่งที่น่าเศร้าที่สุดคือการที่ตัวเองพบว่าตัวเองให้ความสำคัญกับคนคนหนึ่ง แต่ตัวเองไม่ได้เป็นคนสำคัญของคนคนนั้น

“แล้ววันนี้คุณป๋ามีแพลนจะทำอะไรบ้างครับ” พสุธาถามกลับไปบ้าง

“พี่เหรอ พี่จะไปเยี่ยมคุณปู่สักหน่อยครับ”

“ไปเยี่ยมคุณปู่หรือครับ ท่านป่วยหรือ” พสุธาถามอย่างใส่ใจบ้าง

“ไม่ใช่ครับ ท่านแค่คิดถึงพี่ ตอนนี้ท่านแข็งแรงดี และทั้งหมดต้องขอบคุณนาย เพราะซุปไก่ดำนั่น ทำให้คุณปู่ของพี่มีสุขภาพแข็งแรงขึ้นมาก” ปฐพีไม่ได้บอกพสุธาว่า เพราะปู่ของเขาแข็งแรงดีขึ้นอย่างผิดหูผิดตา และคาดว่าอาจจะมีชีวิตอยู่ได้อีกเป็นสิบปี ก็ทำให้เพื่อน ๆ รุ่นราวคราวเดียวกันของคุณปู่ ต่างก็รู้สึกสงสัยเป็นอย่างมาก และพยายามจะถามหาเคล็ดลับจากคุณปู่ ทำเอาตอนนี้คุณปู่ของเขาแทบจะไม่กล้าไปเจอเพื่อน ๆ แล้ว ด้วยไม่รู้ว่าจะตอบคำถามเพื่อน ๆ อย่างไรดี

จะบอกความจริงก็ไม่ได้ เพราะพสุธาขอให้ปิดบังเป็นความลับ

พสุธาขอให้ปิดเป็นความลับ เป็นเพราะว่าเพื่อน ๆ ของคุณปู่พิภพนั้นล้วนแล้วแต่เป็นคนใหญ่คนโตทั้งนั้น มีทั้งข้าราชการทหารระดับสูง มีทั้งนักการเมืองระดับสูง ยังมีนักธุรกิจอีกมากมาย คนเหล่านี้ต่างก็เป็นพวกกลัวตายกันทั้งนั้น ดังนั้นแล้วถ้าคนพวกนี้รู้ว่าในมือของพสุธามีสูตรซุปไก่ดำ ที่ช่วยฟื้นฟูร่างกาย คืนความอ่อนเยาว์ได้ จะต้องทำทุกวิถีทาง เพื่อเอาสูตรไปแน่

พสุธาไม่ได้มองโลกในแง่ดี ว่าคนเหล่านั้นจะขอให้เขาทำซุปไก่ดำให้หรอก เพราะระหว่างได้รับซุปไก่ดำ กับการได้สูตรซุปไก่ดำ ผลประโยชน์มันแตกต่างกันมากมายมหาศาล

อย่างแรกนั้นทำให้มีอายุไขเพิ่มขึ้น แต่อย่างที่สองนั้น นอกจากอายุไขจะเพิ่มขึ้นแล้ว ยังเพิ่มทรัพย์สมบัติได้อีกด้วย

“ฝากสวัสดีท่านด้วยนะครับ” พสุธาพูดออกไป เขายังไม่เคยได้เจอครอบครัวของปฐพีเลย นอกจากปฐวี แต่ครอบครัวของปฐพี ก็ฝากของขวัญมาให้เขาหลายต่อหลายครั้ง จนเขาเกรงใจจะรับไว้ แต่ปฐพีก็บอกว่าของขวัญเหล่านั้น ให้ถือว่าเป็นของตอบแทนสำหรับซุปไก่ดำ พสุธาจึงได้จำยอมรับเอาไว้อย่างเกรงใจ

“ได้ ว่าแต่เมื่อไรนายจะมีเวลาไปพบท่านล่ะ ท่านบ่นอยากเจอนายมานานแล้วนะ” ปฐพีพูดถามด้วยรอยยิ้ม

พสุธาแกล้งกลอกตาใส่ปฐพี เพราะเขารู้ว่าถ้าเขาไปพบครอบครัวของปฐพี ก็เหมือนกับการที่เขาตกลงปลงใจกับเจ้าตัวแล้ว

“ไว้มีโอกาสเหมาะ ๆ ก่อนนะครับ” พสุธาตอบออกไป

“ได้ ขอแค่มีโอกาสก็พอแล้ว” ปฐพีพูดอย่างสบาย ๆ แต่คำพูดของเขาก็แฝงความนัยของเขาเอาไว้อย่างชัดเจน เป็นความนัยที่คนฟังก็ฟังออก

เรียกได้ว่าพวกเขารู้กันอยู่แค่สองคน

 

“ทำไมน้องดินไม่ได้มาด้วย” คุณมาธาวีถามลูกชาย เมื่อเห็นว่าปฐพีเดินเข้ามาในบ้านเพียงคนเดียว

“น้องไปทำงาน คุณแม่จะให้น้องมาได้ยังไงล่ะครับ” ปฐพีตอบมารดา ก่อนจะหันไปหาผู้เป็นปู่

“คุณปู่สบายดีใช่ไหมครับ” ปฐพีถาม แล้วนั่งลงข้าง ๆ ท่าน

“สบายดีสิ สบายดี แต่จะสบายดีกว่านี้ หากแกสามารถพาน้องดินมาเจอปู่ได้เร็ว ๆ” คุณพิภพก็อยากจะมีหลานสะใภ้คนเล็กแล้วเหมือนกัน อีกทั้งหลานสะใภ้คนเล็กที่ท่านต้องการ ก็มีเพียงแค่พสุธาเท่านั้น

นี่ไม่เกี่ยวกับการที่พสุธาเป็นมหาเศรษฐี และไม่เกี่ยวกับที่พสุธาช่วยให้เขาฟื้นฟูร่างกาย แต่เป็นเพราะว่าเขาได้ยินเรื่องของพสุธาผ่านปากหลานชายมาหลายต่อหลายครั้ง และทำให้ชอบพสุธามากขึ้นเรื่อย ๆ

“ถ้ามีโอกาสที่เหมาะสม ต้องพามาเจอคุณปู่แน่ ๆ ครับ” ปฐพีตอบพร้อมรอยยิ้มบาง

“นั่นก็ดี แต่อย่าประมาทไป คนอื่นก็รอโอกาสอยู่เหมือนกัน” คุณปู่พูด ก่อนที่ท่านจะหันไปพูดเรื่องอื่นแทน ไม่กดดันหลานชายในเรื่องนี้อีกต่อไป

“ช่วงนี้เข้าไปเรียนรู้งานที่บริษัทบ่อยขึ้นใช่ไหม” คุณปู่ถามขึ้นมา

“ใช่ครับ”

“ทำไมเข้าไปเรียนรู้งานที่โรงพยาบาล ทำไมไม่ไปที่สายการบิน อย่างไรก็เรียนด้านนั้นอยู่” คุณปู่ถามอย่างไม่เข้าใจ

“หลังจากนี้จะเปลี่ยนไปที่สายการบินแล้วครับ” เป็นความตั้งใจเดิมอยู่แล้ว ไม่ใช่เพราะว่าผู้เป็นปู่ถามขึ้นมา

“พูดถึงเรื่องนี้ น้องดินเช่าเหมาลำเครื่องบินให้พี่ชาย ทำไมแกถึงเก็บเงินกับน้องล่ะ แกนี่มันไม่ได้เรื่องเลยจริง ๆ ขี้เหนียวแบบนี้ ใครที่ไหนจะมาชอบล่ะ” คุณปู่พูดขึ้นอีก น้ำเสียงไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไรนัก

“ถ้าไม่เก็บเงินนั่นแหละครับ ดินถึงจะไม่ชอบ” ปฐพีตอบอย่างรู้จักพสุธาดี ถึงแม้ว่าเวลาที่เขาและพสุธารู้จักกันจะแค่ไม่กี่เดือน แต่ปฐพีก็มั่นใจว่าเขารู้จักพสุธาในเรื่องนี้ดีพอ

เจ้าตัวไม่ชื่นชอบของฟรี เพราะคิดว่าบนโลกนี้ ไม่มีของฟรี

“น้องดินเป็นเด็กดีจริง ๆ” คุณปู่พิภพพูดชื่นชมออกมา

ปฐพีลอบยิ้ม เขาชอบที่ทุกคนเอ็นดูพสุธา นั่นทำให้เขาไม่ต้องห่วงว่าความรักของเขาจะโดนกีดกัน

ไม่สิ ยังมีด่านพ่อบุญธรรมของพสุธาอยู่

แค่คิดถึงลูคัส ปฐพีก็ปวดหัวแล้ว

หรือว่าเขาควรจะส่งใครสักคนไปสร้างเรื่องปวดหัวให้กับลูคัส อีกฝ่ายจะได้ไม่มีเวลามาขัดขวางความรักของเขา

คิดถึงตรงนี้ ปฐพีก็แววตาสว่างวาบ เพราะรู้สึกว่ามันเป็นความคิดที่ดี เพียงแค่เขาต้องหาคนที่มีฝีมือสักหน่อย ไม่ใช่ว่าส่งไปแล้ว แล้วถูกลูคัสจัดการอย่างง่ายดาย

“ทำหน้าตาเจ้าเล่ห์ คิดเรื่องร้ายกาจอะไรอยู่” เสียงของคุณมาธาวีดังขึ้น ทำให้ปฐพีหลุดออกจากความคิดของตัวเอง

“คิดหาวิธีพาว่าที่ลูกสะใภ้ของแม่เข้าบ้านเร็ว ๆ ต่างหาก”

 

“ผมเป็นพนักงานทำความสะอาดจากแอปพลิเคชันมาสเตอร์คลีนครับ” พสุธาพูดบอกคนที่ถามเขาด้วยน้ำเสียงจับผิด

เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า ขณะที่พสุธากำลังทำความสะอาดห้องให้ลูกค้าคนแรกของวันนี้ ก็มีแขกของเจ้าของคอนโดมิเนียมมาเยือน

อืม จะเรียกว่าแขกก็ไม่ถูกต้อง ควรจะเรียกว่าแฟนเสียมากกว่า นั่นแหละ เมื่ออีกฝ่ายเข้ามาในห้อง และเห็นเขาอยู่ในห้องด้วย ก็มีท่าทางระแวงขึ้นมาทันทีเลย

พสุธาสงสัยว่าเจ้าของห้องอาจจะเคยมีประวัตินอกใจมาก่อน ไม่อย่างนั้นแฟนของเจ้าตัวคงจะไม่ระแวง และแสดงออกถึงความหึงหวงแบบนี้

“อย่างนายน่ะเหรอเป็นพนักงานทำความสะอาด” ธารา แสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่เชื่อคำพูดของพสุธา

ไม่ใช่แค่รูปร่างหน้าตาที่ไม่เหมือนคนที่ต้องทำงานรับจ้าง แต่ยังรวมไปถึงเสื้อผ้า และนาฬิกาที่สวมอยู่บนข้อมือของพสุธาด้วย

“ใช่ครับ ผมเป็นพนักงานทำความสะอาดที่ถูกจ้างมาจริง ๆ” พสุธาตอบ แล้วก็ทำการยืนยันด้วยการเปิดแอปพลิเคชันมาสเตอร์คลีน ให้ธาราได้ดู

เมื่อธาราเห็น เขาก็ยอมเชื่ออย่างไม่เต็มใจสักเท่าไรนัก

“ทำไมนายจ้างคนทำความสะอาดแล้วไม่บอกฉันเลยล่ะ” ธาราหันไปหาแฟนหนุ่มของตัวเอง

“ฉันบอกนายไปแล้ว” เจ้าของห้องตอบแฟนหนุ่มด้วยน้ำเสียงจนใจ

“จริงเหรอ บอกตอนไหน ทำไมฉันจำไม่ได้เลย”

“ก็บอกไปตอนที่นายกำลังทำอาหารอยู่ในครัวไง”

“บอกตอนนั้นฉันก็ไม่มีสมาธิฟังน่ะสิ”

คู่รักเริ่มต้นโต้แย้งกัน พสุธาไม่ได้ยืนฟังต่อ เขาเลี่ยงไปทำความสะอาดในจุดอื่นแทน

พสุธาทำความสะอาดบริเวณห้องครัวอยู่ชั่วครู่หนึ่ง ธาราก็เดินตามเข้ามา

“หน้าตาอย่างนาย เข้าวงการบันเทิงได้สบาย ๆ ทำไมถึงได้มาทำงานแบบนี้ล่ะ” ธาราถาม สายตายังคงมีความสงสัย และระแวงอยู่

“ผมแค่ชอบทำความสะอาดน่ะครับ” พสุธาตอบไปอย่างไม่ใส่ใจมากนัก

“มีด้วยเหรอ คนที่ชอบทำความสะอาด”

“บนโลกนี้มีคนทุกรูปแบบนั่นแหละครับ” พสุธาตอบกลับไป

“แต่นายก็ดูไม่เหมือนอยู่ดี ดูจากการแต่งตัวของนายแล้ว นายคงไม่ได้ขาดแคลนเงินสินะ”

“ครับ” พสุธารับคำสั้น ๆ ไม่อยากเสียเวลาพูดกับคนที่จ้องจะจับผิดเขาอีก

เขาแค่อยากทำงานให้เสร็จเร็ว ๆ แล้วกลับออกไป

“นายอายุเท่าไรแล้ว” ธาราไม่ยอมแพ้ ยังคงถามต่อ

“สิบแปดครับ” พสุธาลอบถอนหายใจ แล้วตอบออกไป

ถ้าไม่กลัวว่าอีกฝ่ายจะไปรีวิวเขาแย่ ๆ ในแอปพลิเคชัน เขาคงจะไม่ตอบคำถามของเจ้าตัวแล้ว

“ทำงานนี้เป็นหลัก หรือว่าทำเป็นอาชีพเสริม”

“ผมเป็นนักศึกษา รับงานเฉพาะมีเวลาว่าง”

“นายเป็นนักศึกษาอย่างนั้นเหรอ” แววตาของธารามีความระแวงมากยิ่งขึ้น จากนั้นก็คิดว่าที่พสุธาแต่งตัวดี มีนาฬิกาหรู บางทีอาจจะมีเสี่ยเลี้ยง และที่เจ้าตัวทำงานแบบนี้ บางทีอาจจะเพราะเป็นหนึ่งในวิธีการหาคนรวย ๆ มาเลี้ยงดูตัวเอง

พสุธาไม่รู้ความคิดของธารา ไม่อย่างนั้นเขาคงจะหัวเราะออกมา

ตอนนี้สิ่งที่เขาไม่ได้ขาดแคลนที่สุดก็คือเงินนี่แหละ ยังจะมีใครมาเลี้ยงดูเขาได้อีก

“นายเรียนอยู่ที่ไหน” ธาราพูดถาม คิดว่าตัวเองจะส่งจดหมายร้องเรียนถึงมหาวิทยาลัยของเจ้าตัวดีหรือเปล่า

“สยามปราชญ์ครับ” พสุธาตอบกลับไป และนั่นทำให้ธาราเปลี่ยนสายตาอีกครั้ง

คราวนี้สายตาเปลี่ยนเป็นไม่อยากจะเชื่อ ไม่ยอมรับ และอิจฉา

สยามปราชญ์ เป็นมหาวิทยาลัยในฝันของเด็กหลาย ๆ คน รวมถึงตัวเองด้วย ทว่าตัวเขาสอบไม่ติด ทำได้แค่ต้องไปเรียนมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงรองลงมา ในใจก็นึกอิจฉาคนที่เรียนมหาวิทยาลัยสยามปราชญ์มาตลอด

“จริงเหรอ ฉันก็มีเพื่อนเรียนอยู่ที่นั่นเหมือนกัน เพื่อนของฉันบ่นว่าเรียนหนักมาก จนแทบจะไม่มีเวลาไปทำอย่างอื่นเลย”

พสุธามุมปากกระตุก เขาไม่ได้โง่ เข้าใจอย่างชัดเจนเลยว่าอีกฝ่ายกำลังจับผิดเขา คิดว่าเขาโกหกเรื่องที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยสยามปราชญ์

“อาจจะแล้วแต่คน แล้วแต่คณะมั้งครับ ผมเพิ่งจะปีหนึ่งเท่านั้น” พสุธาพยายามตอบกลับไปอย่างใจเย็น

“อย่างนั้นเหรอ ว่าแต่นายเรียนอยู่คณะไหนล่ะ” ธารายังคงถามต่ออย่างไม่ยอมแพ้

“คณะนิติศาสตร์ครับ”

คำตอบของพสุธา ทำให้ธาราชะงักไป ท่าทางตอบคำถามอย่างสบาย ๆ ของพสุธา ทำให้เขารู้สึกขึ้นมาได้ว่า พสุธาอาจจะไม่ได้โกหก

“อ้อ” ธาราส่งเสียงในลำคอ แล้วก็เงียบไป พอดีกับที่แฟนของเจ้าตัวส่งเสียงตะโกนเรียกเจ้าตัวให้ไปหา นั่นทำให้พสุธาถึงได้ทำงานอย่างสงบ ๆ สักที

ฝั่งธาราเมื่อออกมาหาแฟนหนุ่ม เขาก็มองอย่างไม่พอใจ

“นายอย่าเข้าไปกวนเขาทำงานสิ” ไทแทน พูดกับแฟนอย่างจนใจ เขารู้ว่าแฟนของตัวเองกำลังระแวง แต่เขาเองก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะก่อนหน้านี้ เขาทำพฤติกรรมที่ทำให้ธาราระแวงเขาจริง ๆ

“ทำไมนายถึงเรียกเด็กหนุ่มมาทำความสะอาดล่ะ เด็กแบบนั้นจะทำควาสะอาดห้องได้เรื่องเหรอ” ธาราถามอย่างจับผิด

“ฉันแค่สุ่มเลือกมั่ว ๆ มาสักคน” ไทแทนตอบอย่างไม่เต็มเสียงสักเท่าไร เพราะตอนที่เลือกพสุธา เขาก็เลือกเพราะหน้าตาจริง ๆ

ธาราเห็นแล้วก็รู้ว่าแฟนของตัวเองกำลังโกหก นั่นทำให้เขายิ่งหงุดหงิดมากยิ่งขึ้น แต่เขาก็ไม่ได้โวยวายอะไรต่อ ทว่าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ส่งข้อความถามเพื่อนของตัวเอง ที่เรียนอยู่มหาวิทยาลัยสยามปราชญ์ ถามว่ารู้จักพสุธาหรือเปล่า

ธาราคิดว่าด้วยรูปร่างหน้าตาของพสุธา อยู่ในมหาวิทยาลัย ต้องเป็นคนดังอย่างแน่นอน ดังนั้นเพื่อนของตัวเองอาจจะรู้จัก

‘รู้จักพสุธาหรือเปล่า ในสยามปราชญ์มีเด็กปีหนึ่งชื่อนี้ไหม’

ธารารอคำตอบอยู่ไม่นาน เพื่อนของเขาก็ส่งข้อความกลับมา

‘นายหมายถึงคุณพสุธา ปีหนึ่ง คณะนิติศาสตร์หรือเปล่า’

คำตอบนี้ ทำให้ธารารู้ว่า ที่พสุธาพูดมาเป็นเรื่องจริง

‘ใช่ เขาดังมากหรือเปล่า ในมหาวิทยาลัย’ ธาราส่งข้อความถามกลับไปอีก

‘เรียกว่าโคตรจะดังเลยเถอะ ไม่มีใครไม่รู้จักคุณพสุธา ว่าแต่นายรู้จักได้ยังไงน่ะ’ เพื่อนของธาราส่งข้อความกลับมา

‘เจอที่คอนโดมิเนียมของแฟนฉัน’ ธาราตอบกลับไป โดยจงใจไม่เผยความจริงทั้งหมด แต่ว่า

‘หมายถึงแฟนนายจ้างคุณพสุธาไปทำความสะอาดคอนโดใช่ไหม โอ๊ย โชคดีว่ะ นี่จองคิวคุณพสุธาไปหลายวันแล้ว ยังไม่ได้คิวเลย ได้ยินว่าคุณพสุธาทำความสะอาดเก่งมาก ทำแล้วเหมือนเจ้าของห้องได้ห้องใหม่เลย’

ประโยคเหล่านี้ที่เพื่อนส่งกลับมา ทำให้ธารานิ่งอึ้ง ไม่คิดว่าพสุธาจะพูดความจริงทั้งหมด และที่ยิ่งกว่านั้น เพื่อนของตัวเอง ยังต้องการให้พสุธาไปทำความสะอาดให้อีกด้วย ถึงขนาดจองคิวล่วงหน้าแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รับเลือก และยังบอกว่าคนที่ได้รับเลือก คือคนโชคดี

ธาราอ่านข้อความของเพื่อนซ้ำอีกรอบ จากนั้นเขาก็ค่อยสังเกตจุดหนึ่งขึ้นมาได้

‘ทำไมถึงเรียกเขาว่าคุณพสุธา ให้เกียรติขนาดนั้นเลยเหรอ’ ธาราส่งข้อความถามไป

คราวนี้เพื่อนของธาราเงียบไปชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะตอบกลับมา

‘เห็นว่าเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็กนะ เลยจะแง้ม ๆ ข้อมูลให้ฟัง ไม่ใช่ฉันคนเดียวที่เรียกคุณพสุธาว่าคุณ แต่คนทั้งมหาวิทยาลัยก็เรียกแบบนี้ ย้ำนะว่าทั้งมหาวิทยาลัย เพราะว่าคุณพสุธา มีทรัพย์สินอย่างน้อยก็ล้านล้านบาท’

ธาราอ่านถึงประโยคท้าย เขาก็คิดว่าตัวเองตาฝาดไป เขาขยี้ตา แล้วอ่านซ้ำอีกครั้ง ก็ยังเห็นเป็นข้อความเดิม

‘อำกันเล่นใช่ไหม’ ธารารีบพิมพ์กลับไป เขาไม่เชื่อเลยแม้แต่นิดเดียว คนที่มีทรัพย์สินมากมายขนาดนี้ จะมาทำงานแบบนี้ไปเพื่ออะไรกัน

‘ไม่ได้อำ จริงสิ จำได้ว่าพ่อนายเช่าสำนักงานที่ตึกเกรซนี่ คุณพสุธาเป็นเจ้าของตึกเกรซ ไม่เชื่อก็ลองถามพ่อนายดู’

ธาราหน้าซีดขึ้นมา เมื่อได้เห็นข้อความนี้ ถึงแม้ไม่อยากจะเชื่อ แต่ก็ดูเหมือนว่าเพื่อนของเขาจะมั่นใจในข้อมูลมาก ดังนั้นจึงหวาดหวั่นขึ้นมา

ท่าทีของตัวเองเมื่อครู่นี้ออกจะไม่สุภาพเกินไปอยู่บ้าง ถ้าพสุธาเป็นเจ้าของตึกสำนักงานที่พ่อของเขาเช่าอยู่จริง ๆ แล้วพาลโกรธจนขึ้นค่าเช่า พ่อของเขาจะไม่ตีเขาตายเลยเหรอ!

พสุธาไม่รู้ว่าเขายังไม่ทันได้ลงมือทำอะไร ก็มีคนที่ทำให้ธาราหวาดกลัวแทนเขาแล้ว

และเมื่อพสุธาออกมาทำความสะอาดที่ห้องนั่งเล่นอีกครั้ง คราวนี้เขาก็ต้องแปลกใจ เพราะว่าธาราปฏิบัติต่อเขาเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียว

“คุณพสุธาทำงานเหนื่อย ๆ พักดื่มน้ำสักครู่ดีกว่านะครับ จริงสิ ผมซื้อองุ่นมาด้วย ทานองุ่นเย็น ๆ ให้สดชื่นดีไหมครับ”

พสุธามองดูน้ำเย็น ๆ และองุ่นลูกโต ๆ ที่ถูกยื่นมาให้ เขากะพริบตาปริบ ๆ ก่อนจะถามออกไป

“รู้แล้วเหรอครับ” พสุธามั่นใจมากว่าธารารู้ฐานะของเขาแล้ว ไม่อย่างนั้นคงไม่เปลี่ยนท่าทีไปถึงขนาดนี้

ธาราหน้าเปลี่ยนสี เขารู้แล้วจริง ๆ เขาโทรศัพท์ไปถามผู้เป็นพ่อมา แล้วก็ได้รับคำยืนยันมา คำตอบของผู้เป็นพ่อ ทำให้เขารู้ว่าพสุธายอดเยี่ยมยิ่งกว่าที่เพื่อนของเขาบอกมาเสียอีก

ที่ทำให้เขากลัวที่สุดก็คือ พสุธายังเป็นหุ้นส่วนกับสำนักงานทนายความเกษม ถ้าเกิดอีกฝ่ายคิดจะฟ้องร้องเขาในข้อหาหมิ่นประมาทซึ่งหน้าขึ้นมา เขาจะต้องแย่แน่

“ขอโทษครับ ก่อนหน้านี้เป็นความผิดของผมเอง ผมมันไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง” ธาราละล่ำละลักพูด

พสุธาผงะไป ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะต่อว่าตัวเองถึงขนาดนี้

“เกรงใจเกินไปแล้วครับ ผมก็แค่คนธรรมดาคนหนึ่ง” ที่แค่มีเงินเยอะกว่าคนอื่น

ประโยคท้ายพสุธาไม่ได้พูดออกไป ส่วนธาราที่ได้ยินคำพูดของพสุธา เขาก็คิดอย่างรู้สึกผิดว่า

คุณพสุธาช่างเป็นคนที่จิตใจดีงามจริง ๆ ทั้ง ๆ ที่รวยมากขนาดนั้น ก็ยังติดดิน ยังคงขยันทำงาน ช่างเป็นตัวอย่างที่ดีเสียเหลือเกิน

พสุธาไม่รู้เลยว่า ภาพลักษณ์ของเขา ในใจของธาราได้เปลี่ยนไปสามร้อยหกสิบองศา จากนักศึกษาหาเสี่ยเลี้ยง ก็กลายเป็นคนรวยติดดิน ที่ขยันขันแข็ง เป็นตัวอย่างที่ควรยกย่อง

ขณะที่ธารากำลังชื่นชมพสุธาอยู่ในใจ โทรศัพท์ของพสุธาก็ดังขึ้นมา

พสุธาส่งสายตาขออนุญาตรับโทรศัพท์ จากนั้นก็กดรับสาย และกรอกเสียงลงไป

“ครับคุณป๋า” เป็นปฐพีนั่นเองที่โทรศัพท์มา พสุธาเรียกชื่ออีกฝ่ายออกไป ทว่าคนได้ยินอย่างธารานั้นก็

อะไรนะ คุณป๋าเหรอ สรุปแล้วมีเสี่ยเลี้ยงจริง ๆ เหรอเนี่ย

อย่างที่คิด คุณพสุธาไม่ธรรมดาจริง ๆ รวยขนาดนั้นแล้ว ยังหาคนเลี้ยงดู นี่สินะเคล็ดลับความรวย ใช้เงินของคนอื่น เพื่อประหยัดเงินของตัวเอง!