94. ตอนที่ 92
ตอนที่ 92
‘ระบบ นายแปรพักตร์แล้วใช่ไหม!’ พสุธาถามระบบเสียงสูงทันที แต่ไม่ได้รับคำตอบใด ๆ จากระบบ
‘ระบบ อย่ามาแกล้งตายนะ หน็อย พอฉันอยากได้ยาให้คุณป๋า นายก็จัดให้ทันที แต่ตอนที่ฉันอยากได้รางวัลเพื่อตัวเองบ้าง นายกลับแกล้งตาย! ดีเลย ตอนนี้ความจริงเปิดเผยแล้ว ที่จริงนายสามารถกำหนดของรางวัลได้!’ พสุธาธเปิดโปงระบบอย่างขุ่นเคืองใจ
ไม่ได้ขุ่นเคืองที่ได้ยาแก้แพ้มา เพราะว่ามันถือว่าเป็นยาที่ล้ำค่าจริง ๆ และเขาก็ต้องการมันอยู่พอดี แต่ที่เขาเคืองใจ ก็เพราะว่าระบบสามารถกำหนดของรางวัลที่เขาต้องการได้ แต่ก่อนหน้านี้ไม่ยอมสุ่มรางวัลที่เขาต้องการให้เขา
แบบนี้มันสองมาตรฐานไม่ใช่เหรอ เป็นระบบของเขาแท้ ๆ แต่ไปเข้าข้างคนอื่น!
‘หากโฮสต์ไม่พอใจของรางวัล สามารถคืน แล้วสุ่มใหม่ได้’ ในที่สุดระบบก็ตอบกลับมา
‘ไม่คืน แต่นายต้องปลอบใจฉันด้วยการเพิ่มเม็ดยาเป็นห้าเม็ด!’ พสุธาเรียกร้อง เขารู้ว่าตอนนี้ตัวเองถือไพ่เหนือกว่าระบบ ดังนั้นต้องฉวยโอกาสนี้คว้าผลประโยชน์เอาไว้ให้ได้
‘โฮสต์สามารถนอนหลับได้ ในฝันมีทุกอย่าง’ ระบบตอบกลับด้วยประโยคที่ทำให้พสุธากำมือแน่น อยากจะทุบระบบให้ช้ำ
‘ระบบ นายกล้าไม่ปลอบใจฉันเหรอ ฉันเป็นโฮสต์ที่ดีของนายใช่ไหม นายจะไปหาโฮสต์ที่ทั้งฉลาด ทั้งเก่งกาจแบบฉันจากที่ไหน’
‘โฮสต์กรุณาอย่าหลงตัวเอง’ เสียงของระบบยังเย็นชาเหมือนเครื่องจักรเช่นเคย
‘ถ้าฉันหลงตัวเอง นายก็ปฏิเสธมาสิ ว่าที่ฉันพูดมันไม่ใช่เรื่องจริง ฉันเป็นโฮสต์ที่ดีที่สุดของนายแล้ว ถ้านายเปลี่ยนโฮสต์คนใหม่ ลำดับของนายในหมู่ระบบ ก็คงจะตกฮวบสินะ นายไม่กลัวเพื่อน ๆ ระบบขอนายล้อหรอกใช้ไหม’ พสุธาเคยได้ยินระบบพูดถึงระบบอื่นอยู่เหมือนกัน ดังนั้นเขาจึงลองพูดไปแบบนี้ดู และดูเหมือนว่าเขาจะจี้ได้ถูกจุด
‘สองเม็ด ยานี้เป็นยาล้ำค่า ไม่ได้ปรุงได้ง่าย ๆ วัตถุดิบที่สำคัฯก็ไม่มีบนโลก’ ระบบตอบกลับมา หลังจากที่นิ่งเงียบไปชั่วครู่หนึ่ง
‘สองเม็ดน้อยไป อย่างน้อยต้องสี่เม็ด’ พสุธาก็คล้ายจะยอมถอยให้ก้าวหนึ่ง ยอมลดจำนวนยาไปหนึ่งเม็ด
‘ให้มากสุดแค่สามเม็ดเท่านั้น โฮสต์จะรับหรือไม่รับก็ได้ ถ้าไม่รับก็เตรียมตัวสุ่มของรางวัลใหม่อีกครั้ง’ ระบบพูดเชิงขู่
‘เฮอะ ก็ได้ ฉันรับ’ พสุธาตอบคล้ายจะไม่พอใจอย่างยิ่งยวด ทั้ง ๆ ที่ในใจลอบยิ้มอย่างมีความสุข
ความจริงแล้วเขาก็คาดหวังว่าจะได้มาสามเม็ดเนี่ยแหละ แต่ที่เสนอไปห้าเม็ด ก็เพราะกลยุทธ์ต่อรองราคา
ใครใช้ให้ระบบไม่ยุติธรรมกับเขาก่อนล่ะ
พสุธาเผลอยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์
รอยยิ้มของพสุธา ทำให้แฟรงค์ และปฐพีมองพสุธาอย่างสงสัย
“กำลังคิดอะไรอยู่” ปฐพีถามพสุธา เขาต้องการมีส่วนร่วมด้วย
“กำลังสงสัยอยู่ครับ ว่าถ้าผมเอาของกินบางอย่างใส่ไปในปากคุณป๋าอย่างไม่ทันตั้งตัว คุณป๋าจะกลืน หรือจะคายทิ้ง” พสุธาพูดออกไป หลังจากที่เขาชะงักไปชั่วครู่หนึ่ง
“กลืนครับ” ปฐพีก็ตอบอย่างไม่ลังเล ไม่เสียเวลาคิดเลยแม้แต่น้อย
คำตอบของปฐพี ทำให้พสุธาแปลกใจ
“คุณป๋าเชื่อใจผมขนาดนี้เลยเหรอครับ ถ้าเกิดผมเอายาพิษให้คุณป๋ากินล่ะ” พสุธาพูดเสียงจนใจ
เขามีเสน่ห์เหลือล้น ถึงขั้นทำให้ปฐพีหน้ามืดตามัวขนาดนี้เลยเหรอ
พสุธาอดไม่ได้ที่จะตั้งคำถามถึงเสน่ห์ของตัวเอ
“นายไม่ทำหรอก การฆ่าพี่มีผลดีอะไรกับนายล่ะ” ปฐพีพูดยิ้ม ๆ
“ผมอาจจะทำไปเพราะต้องการฮุบสมบัติของคุณป๋า” พสุธาแกล้งพูดด้วยสีหน้าร้ายกาจ แต่ปฐพีนั้น
“อย่างนั้นนายก็ต้องจดทะเบียนสมรสกับพี่ก่อน เมื่อไรดีล่ะ พรุ่งนี้เลยดีไหม” ปฐพีพูดอย่างกระตือรือร้น ราวกับกลัวว่าพสุธาจะเปลี่ยนใจ
พสุธามุมปากกระตุก ขณะที่แฟรงค์ก็มองปฐพีด้วยสายตาเหมือนมองหัวขโมย
ไม่ได้แล้ว ต้องรายงานนายใหญ่ ผักกาดขาวของนายใหญ่ มีหมูลอบมาขโมยแล้ว!
ขณะที่แฟรงค์คิดจะฟ้องนายใหญ่ นายน้อยของแฟรงค์ก็หลุดยิ้มออกมา
“คุณป๋า” พสุธาเรียกปฐพี ขณะที่หยิบยาจากระบบมาไว้ในมือ
“คะ ครับ” ปฐพีอ้าปากขานรับ แต่ก็สะดุดไปชั่วขณะหนึ่ง เมื่อพสุธาส่งอะไรบางอย่างเข้ามาในปากของเขา จากนั้นมันก็ละลายไปอย่างรวดเร็ว ปฐพีสัมผัสได้เถียงความหวานปนขมที่ยังติดอยู่ปลายลิ้น
“เป็นยังไงบ้างครับ รู้สึกไม่สบายตรงไหนไหม” พสุธาถามออกไป เขาไม่คิดว่ายาจะละลายในปากเร็วขนาดนี้ แต่ว่าที่พสุธากล้าให้ปฐพีกินยานี้ ก็เพราะเขาเชื่อใจระบบมาก
“ไม่มีครับ พี่ปกติดี แค่รู้สึกหวานปนขมที่ปลายลิ้น” ปฐพีตอบ แต่ก็ไม่ได้ถามว่าพสุธาให้เขากินอะไร
ขณะที่พสุธามั่นใจในระบบมาก ปฐพีก็มั่นใจในตัวพสุธาด้วยเช่นกัน
มั่นใจว่าพสุธาจะไม่ทำร้ายเขาอย่างแน่นอน
พสุธามองปฐพีอย่างสำรวจ ก่อนที่จะหันไปหยิบน้ำมาหนึ่งขวด มันไม่ใช่น้ำแร่ เป็นน้ำดื่มธรรมดา เขาเปิดฝา แล้วเทใส่ฝาเล็กน้อย ก่อนจะนำมาหยดที่แขนปฐพี
ปฐพีมองการเคลื่อนไหวของพสุธาอย่างงง ๆ แต่ก็ไม่ได้ถามอะไร รวมถึงไม่ได้ขัดขืนด้วย ปล่อยให้พสุธาทำตามใจเจ้าตัวอย่างถึงที่สุด
แม้จะรู้ว่าตัวเองแพ้น้ำที่พสุธาหยดใส่แขนของเขาก็ตาม
ปฐพีมองดูแขนตัวเอง คิดว่าอีกประเดี๋ยวก็จะต้องขึ้นผื่นแดง และเขาก็จะคันไปทั้งตัว ทว่าปฐพีก็ต้องแปลกใจ เมื่อสิ่งที่เขาคิดนั้น ไม่เกิดขึ้นเลยสักนิดเดียว
ไม่มีผื่นแดง เขาไม่เจ็บไม่คันไปทั้งตัว
เกิดอะไรขึ้น หรือว่าน้ำในมือของพสุธาเป็นน้ำแร่
ไม่สิ น่าจะเป็นเพราะสิ่งที่พสุธาใส่เข้ามาในปากของเขามากกว่า มันน่าจะเป็นยาที่ทำให้เขาไม่มีอาการแพ้น้ำประปาใช่ไหม
ปฐพีคาดเดาได้อย่างรวดเร็ว และแม่นยำ นั่นเป็นเพราะว่าเขาเชื่อมั่นในตัวพสุธา เขาคิดว่าพสุธาจะไม่ทำให้เขาต้องเจ็บตัว หรือไม่สบาย ดังนั้นการที่พสุธาเอาน้ำมาหยดใส่แขนเขา ก็เป็นเพราะเจ้าตัวต้องการทดสอบอะไรบางอย่าง
และนั่นสมควรเป็นประสิทธิภาพของสิ่งที่เจ้าตัวให้เขากิน
มันน่าจะเป็นยาใช่ไหม
“ไม่มีคำถามเหรอครับ” พสุธาพูดขึ้นมา เมื่อเห็นปฐพีไม่พูดถามอะไรเลยสักคำถามเดียว
“ขอบคุณครับ” ปฐพีพูดขึ้นมา และทำให้พสุธาเลิกคิ้ว
“ทำไมอยู่ ๆ ถึงขอบคุณล่ะครับ” พสุธาสงสัยว่าปฐพีรู้แล้วเหรอ ว่าเขาทำอะไรลงไป
“ขอบคุณที่ช่วยให้พี่หายจากโรคแพ้น้ำปะปาอย่างไรล่ะครับ” ปฐพีตอบเสียงทุ้มนุ่ม ดวงตาคู่คมมองพสุธาอย่างลึกซึ้ง
เขาเป็นแค่หนึ่งคนที่ตามจีบพสุธา และเจ้าตัวก็ยังไม่ได้ตอบรับความรู้สึกของเขา ทว่าพสุธาก็ทำเพื่อเขาหลายอย่างแล้ว
ครั้งนี้ยังช่วยให้เขาสามารถใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม ไม่ต้องแปลกแยกแตกต่างจากคนอื่นแล้ว
“ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะครับ” พสุธาแปลกใจที่ปฐพีรู้ได้อย่างรวดเร็ว
“พี่ไม่ได้คิดครับ พี่แค่มั่นใจ”
“เฮ้อ คิดจะทำให้คนฉลาดเซอร์ไพรส์นี่ ไม่ง่ายเลยจริง ๆ” พสุธาแกล้งพูดเสียงทอดถอนใจ
ปฐพีหัวเราะ ก่อนจะพูดถาม
“ยาที่ล้ำค่าแบบนี้ ไม่เสียดายเหรอครับ” ปฐพีไม่รู้ว่าพสุธาได้ยานี้มาได้ยังไง แต่เขามั่นใจมากว่าราคามันจะต้องไม่ถูกอย่างแน่นอน
“ไม่เสียดายหรอกครับ อีกอย่างทำไมถึงมั่นใจมากว่ามันล้ำค่าล่ะครับ มันอาจจะเป็นแค่ยาแก้แพ้ธรรมดา ๆ ก็ได้” พสุธาแกล้งถามออกไป
“ถ้ามันเป็นแค่ยาแก้แพ้ธรรมดา นายไม่เอาให้พี่กินหรอก” ปฐพีพูดอย่างมั่นใจ
พสุธาจนใจกับความฉลาดของคนตรงหน้า เขายักไหล่แล้วก็พูด
“ใช่แล้ว มันมีสรรพคุณทำให้หายจากอาการแพ้ต่าง ๆ หมายถึงช่วยให้ไม่แพ้อีกต่อไปแล้ว แต่แน่นอนว่าผมก็ไม่มั่นใจเหมือนกัน ว่าสรรพคุณมันจะดีอย่างที่กล่าวอ้างหรือเปล่า บางทีฤทธิ์ของมันอาจจะอยู่ได้ไม่นานนักก็ได้” พสุธามั่นใจกับสิ่งที่ได้รับจากระบบ ทว่าเขาก็ไม่สามารถพูดอย่างมั่นใจเกินไปได้
“ไม่ว่าจะแค่ไม่กี่นาที หรือไม่กี่มัน หรือจะตลอดไป พี่ก็ขอบคุณมากครับ”
“ไม่ต้องขอบคุณหรอกครับ ถือว่าเป็นของตอบแทนคัพลิงค์ แล้วก็เข็มกลัดพวกนี้ก็แล้วกันครับ” พสุธายกมือขึ้น มองเห็นทับทิบอันงดงามที่ข้อมือทั้งสองข้าง
“มันเทียบกันไม่ได้หรอกครับ ของพวกนี้ สำหรับนายมันไม่มีค่าอะไรเลย แต่ยาที่นายให้พี่ มันมีค่ามาก” ปฐพีคิดว่าเครื่องประดับที่เขาให้พสุธาไป ไม่ใช่สิ่งที่พสุธาจะหาไม่ได้ เจ้าตัวมีเงินมหาศาล การมีหรือไม่มี อยู่ที่เจ้าตัวต้องการ หรือไม่ต้องการก็เท่านั้น แต่ว่ายาที่พสุธาให้เขา มันล้ำค่ากว่ามาก และไม่ใช่สิ่งที่เขาจะสามารถหาได้ด้วยตัวเอง
มีเพียงแค่พสุธาเท่านั้นแหละ ที่สามารถครอบครองของที่พิเศษแบบนี้ได้ แม้เขาจะไม่รู้ว่าพสุธาได้มันมายังไงก็ตาม
“คืนนี้คุณป๋าพักที่บ้านของผมก็แล้วกันนะครับ” พสุธาพูดกับปฐพี ที่เขาพูดแบบนี้ ก็เพราะต้องการแน่ใจว่ายาของระบบจะไม่มีอันตรายจริง ๆ
ก็ได้ เขายอมรับว่าเขาเชื่อมั่นในระบบ หากยาถูกใช้กับเขาเอง เขาจะไม่ครุ่นคิด หรือกังวลใด ๆ แต่เมื่อถูกใช้กับคนอื่น ปฐพีจึงอดที่จะกังวลขึ้นมาไม่ได้ และเริ่มเสียใจแล้ว
เมื่อครู่นี้ตัวเองไม่น่ารีบร้อนเลย น่าจะส่งยาไปตรวจก่อน เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีอันตรายอะไร แล้วค่อยมอบให้กับปฐพี
พสุธาไม่รู้ว่าถ้าเขาส่งยาไปตรวจสอบจริง ๆ เขาคงจะไม่ได้มีชีวิตที่สงบสุขอีกต่อไป หรือไม่ก็จนกว่าเขาจะยอมเปิดเผยที่มาของยา
เพราะยาที่ได้มาจากระบบ มันช่วยกำจัดอาการแพ้ต่าง ๆ ได้ทั้งหมด แม้กระทั่งแพ้ภูมิคุ้มกันของตัวเอง ยาเม็ดนี้ก็ยังสามารถแก้ไขได้
นี่ถือเป็นเรื่องที่สั่นสะเทือนวงการแพทย์อย่างมาก และถ้ามีข่าวหลุดออกไป บรรดากลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการ ‘แพ้’ ทั้งหลาย จะต้องคลุ้มคลั่งอยากได้ยานี้แน่นอน เพราะพวกเขารู้ดีที่สุด ว่าการเป็นโรคภูมิแพ้นั้น มันน่ารำคาญ และสร้างปัญหาให้กับชีวิตประจำวันขนาดไหน
กลับมาตอนนี้ หลังจากที่พสุธาพูดชวนจบแล้ว ปฐพีก็ตอบรับทันที ยังตอบเร็วกว่าคำถามก่อนหน้านี้เสียอีก
“ตกลงครับ”
แฟรงค์มองปฐพีที่ตอบตกลง และในทันที เขาก็ลอบส่งข้อความให้นายใหญ่ของเขาทันที
‘นายใหญ่ นายน้อยกำลังจะถูกขโมยไปแล้วจริง ๆ นะครับ!’
“หืม” พสุธาส่งเสียงในลำคอ เมื่อเห็นว่ากำไลหยกที่ก่อนหน้านี้ ถูกเขา ‘ทำความสะอาด’ จนกลับมาใสสว่างเจิดจ้า เป็นหยกจักรพรรดิที่ล้ำค่า ได้เริ่มกลับมามีความขุ่นมัวอีกแล้ว
พสุธามองเห็นหมอกดำเลือนรางที่เริ่มปกคลุมกำไล
“มันคืออะไร” ปฐพีที่มองเห็นหมอกดำเหมือนพสุธา ก็ถามอย่างสงสัย
อ้อ ใช่ ตอนนี้พวกเขามาถึงบ้านของพสุธาแล้ว และบุญมีก็ยืนต้อนรับอยู่ที่หน้าประตู ส่วนศิลา และนะโม เมื่อรู้ว่ามี ‘พ่อบ้าน’ คอยรอรับพสุธาอยู่ พวกเขาจึงไม่มายืนรอรับพสุธาเหมือนที่เคยแล้ว
ก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะไม่ห่วง หรือไม่กล้ากันแน่
หมายถึงไม่กล้ายืนอยู่ใกล้ๆ บุญมีน่ะนะ
กลับมาที่ตอนนี้ก่อน พสุธาไม่ได้ตอบคำถามของปฐพี เพราะเขาเองก็ไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับกำไลวงนี้กันแน่ ทั้ง ๆ ที่ระบบก็มอบรางวัลภารกิจให้เขาแล้ว นั่นหมายความว่าเขาทำความสะอาดกำไลได้สำเร็จไปแล้ว แต่ตอนนี้กำไลกลับมา ‘สกปรก’ อีกแล้ว นี่จะทำอย่างไรล่ะ ระบบจะยึดของรางวัลคืนหรือเปล่า
ไม่ได้นะ ก็เขาทำความสะอาดไปแล้วจริง ๆ นี่ จะมาเอาของรางวัลคืนไม่ได้เด็ดขาด
ราวกับกลัวว่าระบบจะยึดรางวัลคืน พสุธาเลิกสนใจกำไลชั่วคราว แล้วใช้แต้มแลกบัตรรับสมัครผู้ช่วยใบที่สามทันที
‘แลกบัตรรับสมัครผู้ช่วยสำเร็จ สี่พันคะแนนความลำบาก ถูกหักออก โฮสต์มีคะแนนความลำบากคงเหลือเก้าร้อยเก้าสิบคะแนน’
การแจ้งคะแนนคงเหลือของระบบ ทำให้พสุธาหดหู่ใจเล็กน้อย คะแนนความลำบากที่เขาได้มาอย่างยากลำบาก ก็เหลือน้อยลงอีกครั้งหนึ่ง
อะไรนะ ภารกิจครั้งนี้ของเขาง่ายมาก ไม่ลำบากเลยสักนิดอย่างนั้นเหรอ
การต้องเจอคนโง่ ก็ถือเป็นความยากลำบากนะ
พสุธานึกถึงปพน แล้วรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวขึ้นมาทันที
หมอนั่นเสียทีที่เกิดในตระกูลเศรษฐีจริง ๆ แทนที่จะใช้โอกาส และทรัพยากรที่มีอยู่พัฒนาตัวเอง แต่กลับเอามากดข่มคนอื่นเสียได้
พสุธานึกถึงปพะนอยู่ชั่วครู่หนึ่ง แล้วก็ไม่สนใจอีกฝ่ายอีก เขาหันกลับไปสนใจกำไลที่เขาประมูลมา
ขณะที่พสุธากลับถึงบ้าน และหันกลับไปสนใจกำไลที่เขาประมูลไปจากงานการกุศล งานการประมูลการกุศลก็ยังคงไม่เสร็จสิ้น ยังมีการประมูลสินค้าที่ถูกบริจาคมาจากเหล่าเศรษฐีและดาราคนดัง
ทว่ามีเพียงไม่กี่คนเท่านั้น ที่สนใจกับของที่ถูกนำมาประมูล ส่วนความสนใจของพวกเขาไปอยู่ที่ไหนน่ะหรือ ก็อยู่ที่พสุธาน่ะสิ
ตอนที่พสุธาอยู่ พวกเขาไม่กล้าพูดอะไรมากนักเกี่ยวกับเจ้าตัว แต่เมื่อเจ้าตัวกลับไปแล้ว ทั้งคนที่รู้จัก และคนที่ไม่รู้จักตัวตนของพสุธา ต่างก็พากันพูดถึงเจ้าตัว
คนที่ไม่รู้จักพสุธา ต่างก็สงสัยว่าพสุธาเป็นใครกันแน่ เป็นทายาทลับ ๆ ของตระกูลใหญ่ตระกูลไหนหรือเปล่า เพราะพวกเขาไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนเลย อีกทั้งเจ้าตัวยังมีความเด็ดขาดในการใช้เงินเป็นอย่างมาก ประมูลกำไลหยกเก่า ๆ วงเดียวในราคาสูงถึงสิบล้าน แต่ที่น่าสนใจไปกว่านั้นก็คือ แม้แต่เจ้าภาพของงาน ก็ยังตบหน้าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของตัวเอง ต่อหน้าคนทั้งงาน เพื่อเอาใจพสุธา
คนที่มาร่วมงานในวันนี้ มีใครบ้างไม่รู้ว่าคุณหญิงประภาศิริ ลำเอียงรักลูกชายคนเล็กมากที่สุด แม้ว่าเจ้าตัวจะก่อเรื่องหลายครั้ง แต่คุณหญิงประภาศิริก็ยังคงปกป้องทุกครั้ง อย่าครั้งล่าสุด ที่ตีคนจนต้องเข้าโรงพยาบาล คุณประภาศิริยังออกตัวปกป้อง ยอมจ่ายค่ารักษาพยาบาล และค่าปลอบขวัญให้กับคู่กรณี แต่ไม่ยอมลงโทษลูกชายของตัวเอง
ทว่าคราวนี้ลูกชายของเธอแค่วางท่ากร่างต่อหน้าเด็กหนุ่มคนหนึ่ง เธอก็จบหน้าลูกชายของเธอต่อหน้าคนทั้งงาน ทั้งยังดูจะเกรงกลัวพสุธามาก
สรุปแล้วพวกเขาอยากรู้ว่าพสุธาคือใครกันแน่
แต่พวกเขาถามใคร ก็ไม่มีใครตอบ
บางคนไม่ตอบ เพราะก็สงสัยอยู่เช่นกัน แต่บางคนที่รู้ ก็ไม่ยอมให้ข้อมูล ไม่ใช่ว่าพวกเขาต้องการช่วยพสุธารักษาความเป็นส่วนตัว หรือรักษาความลับ แต่เป็นเพราะไม่ต้องการมีคู่แข่งเพิ่มต่างหาก
สิ่งที่พวกเขารู้ก็คือพสุธารวยมหาศาล แต่พวกเขาก็ไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วพสุธามีทรัพย์สินสุทธิ์อยู่ที่เท่าไรกันแน่ เพราะเจ้าตัวดูจะมีเงินสดหมุนเวียนในมือเยอะมาก เยอะถึงขั้นกว้านซื้อหุ้นทีมูลค่าเป็นแสนล้าน หรือกระทั่งล้าน้ลานได้อย่างง่ายดาย
คนที่มีทรัพย์สินเป็นล้านล้าน มีอยู่หลายคนทั่วโลก แต่ส่วนใหญ่แล้วก็อยู่ในรูปแบบของทรัพย์สินอย่างมูลค่าหุ้น คฤหาสน์ อสังหาริมทรัพย์ หรือแม้กระทั่งพวกเครื่องบิน เรือสำราญ แต่ถ้าพวกเขาต้องการระดมเงินสดจำนวนมาก พวกเขายังต้องใช้เวลาหลายวัน แต่พสุธาล่ะ เจ้าตัวเหมือนจะมีเงินสดจำนวนมากแบบที่ไม่มีวันหมด สามารถหยิบออกมาใช้ได้ตามใจต้องการ นี่มันน่ากลัวมาก หากว่าวันหนึ่งเจ้าตัวต้องการจะเล่นเกมการเงินกับพวกเขา
พวกเขาจะต้องถูกทำให้ล้มละลายอย่างง่ายดายเป็นแน่
และที่น่ากลัวยิ่งกว่านั้น ก็คือพวกเขาไม่สามารถสืบหาได้เลย ว่าพสุธาใช้วิธีการไหนกันแน่ ในการรวบรวมหุ้นที่มีมูลค่าสูง จากบริษัทระดับโลกอย่างเลสต์เน่ และพิกพ็อกได้ รวมถึงเขาได้เงินสดมาจากไหน
จากประวัติของพสุธาที่พวกเขาสืบหาได้ เจ้าตัวเป็นลูกชายที่ถูกอุ้มผิดตัวไปของครอบครัวกิจอนันต์ และเมื่อความจริงเปิดเผย เจ้าตัวก็ไม่ได้รับการยอมรับจากครอบครัวกิจอนันต์อย่างที่ควร ดังนั้นแล้วจึงเป็นไปไม่ได้ที่ครอบครัวกิจอนันต์จะหนุนหลังพสุธา จนทำให้พสุธามีวันนี้ได้ อย่าว่าแต่ไม่หนุนหลังเลย ต่อให้อยากหนุนหลัง ก็ไม่มีกำลังพอที่จะทำได้อยู่ดี ไม่อย่างนั้นครอบครัวกิจอนันต์คงจะไม่ล้มละลายเหมือนตอนนี้หรอก
มีประวัติพื้นหลังอย่างนี้ แต่มีวิธีการที่พวกเขาไม่สามารถสืบหาได้ นี่มันคือความน่ากลัวที่แท้จริง
ดังนั้นแล้วที่พวกเขาต่างประจบพสุธา หวั่นเกรงพสุธา สาเหตุที่แท้จริง ไม่ใช่ปริมาณทรัพย์สินในครอบครองของพสุธา แต่เป็นวิธีการที่ได้มาซึ่งทรัพย์สินของพสุธาต่างหาก
พวกเขาเชื่อว่าเบื้องหลังพสุธา ต้องมีอำนาจที่ยิ่งใหญ่ซ่อนอยู่แน่ ๆ
พวกเขาไม่รู้เลยว่า อำนาจที่ยิ่งใหญ่ที่พวกเขาหวั่นเกรง ที่จริงแล้วก็คือระบบ หรือที่พสุธาชอบเรียกขำ ๆ ว่า ‘สูตรโกง’ นั่นเอง
คนในงาน ไม่ว่าจะรู้ หรือไม่รู้ตัวตนของพสุธา แต่พวกเขาก็รู้อยู่อย่างหนึ่ง ก็คือพสุธาไม่ใช่คนที่จะไปตอแยด้วยได้
น่าเสียดายที่คนในงานรู้ แต่ลูกชายคนสุดท้องของเจ้าภาพจัดงานไม่รู้ เมื่อถูกลากตัวออกมาจากงาน ก็ยิ่งทวีความไม่พอใจ และเปลี่ยนเป็นความเกลียดชังในตัวพสุธา
“เพราะแกทำให้ฉันต้องอับอายต่อหน้าคนมากมาย ก็อย่าโทษว่าฉันโหดเหี้ยมก็แล้วกัน!” ปพนพูดอย่างมาดร้าย ก่อนที่จะกดโทรศัพท์ติดต่อหาพวกพ้องของตัวเอง ซึ่งทั้งหมดแล้วเป็นคนชายที่ ‘ไม่เอาถ่าน’ ของครอบครัวเศรษฐี พวกเขารวมตัวกัน แล้วเรียกตัวเองว่ากลุ่มเจ้าชาย ใช้ชีวิตอย่างเสเพลไม่มีค่าไปวัน ๆ และหากไม่พอใจใคร ก็จะรวมกลุ่มกันเล่นงานคนคนนั้น
และครั้งนี้ ก็กำหนดเป้าหมายไปที่พสุธา
แต่พวกเขาไม่รู้หรอกว่ากำลังจะแตะของแข็งเข้าแล้ว
อืม เป็นของแข็ง ที่หมายถึงของแข็งจริง ๆ
กลับมาทางฝั่งบ้านพสุธา หลังจากที่พสุธามองกำไลอยู่นาน เขาก็จับสังเกตได้แล้วว่า เมื่อมีวิญญาณผีตายโหงอยู่ใกล้ ๆ มันก็จะรวบรวมพลังด้านลบ และสะสมเอาไว้ในตัวมันเอง
นี่เป็นเรื่องที่เขาต้องลำบากใจ เพราะว่าในบ้านของเขา มีผีตายโหงอยู่ตั้งสองตน
ถ้าเขาไม่ส่งกำไลหยกออกไป ก็ต้องส่งบุญมี และอันนาออกไป คิดดูแล้ว พสุธาก็เลือกทางที่สาม เอากำไลหยกแช่ไว้ในน้ำผสมผงซักฟอก แล้วคอยเปลี่ยนน้ำทุกสองวัน
คนอื่นเลี้ยงปลา พสุธาเลี้ยงกำไล (อาถรรภ์)
ฝั่งปฐพี เมื่อพสุธาแยกตัวเข้าห้องนอนไปแล้ว เขาก็เข้าห้องนอนของตัวเอง ที่พสุธาสั่งให้บุญมีจัดเตรียมให้ และยกให้เป็นห้องนอนส่วนตัวของปฐพี เวลาเจ้าตัวมาพักค้างที่นี่
ปฐพีนั่งอยู่ที่ปลายเตียงชั่วครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เขาลุกขึ้นแล้วเดินไปที่ห้องน้ำ
ไม่มีอะไรมาก แค่ปฐพีอยากจะทดสอบดูอาการแพ้น้ำปะปาของตัวเอง
เมื่อเข้ามาในห้องน้ำ ก็ไร้ซึ่งความกลัว และความลังเลใด ๆ เปิดก๊อกน้ำ แล้วยื่นมือไปรองรับน้ำที่ไหลลงมา
ดวงตาคู่คมจ้องมองมือตัวเอง ที่ไม่มีผื่น ไม่มีอาการคันเหมือนทุกครั้งที่เผลอไปโดนน้ำประปาเข้า
ความรู้สึกมากมายไหลท่วมท้นในหัวใจ มีทั้งความดีใจ ความสุข และความหอมหวาน
เขาสามารถใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น เพราะพสุธา
ปฐพีนิ่งอยู่ชั่วครู่หนึ่ง จากนั้นก็กดปิดน้ำ ก่อนจะหยิบโทรศัพท์มาต่อสายหามารดา
“แม่ ท่อน้ำแร่ที่คอนโดรื้อทิ้งไปได้เลยนะ ผมไม่ได้ใช้แล้ว”
“หมายความว่ายังไงลูก ถ้าไม่ใช่น้ำแร่ แล้วป๋าจะอยู่ยังไง” คุณมาธาวีถามลูกชายคนเล็กอย่างสับสน ไม่เข้าใจว่าทำไมอยู่ ๆ ลูกชายของเธอ ที่แพ้น้ำประปา จนต้องต่อท่อน้ำแร่ไปยังห้องของเจ้าตัวโดยเฉพาะ ถึงได้มาพูดแบบนี้
“ผมหายจากอาการแพ้น้ำปะปาแล้ว” ปฐพีแจ้งข่าวดีกับมารดา
“อะไรนะ ลูกพูดอะไรนะ!” คุณมาธาวีถามอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
“ผมบอกว่าผมหายจากอาการแพ้น้ำปะปาแล้ว” ปฐพีพูดช้า ๆ ชัด ๆ
“เป็นไปได้ยังไง ทำไมลูกถึงหายดีล่ะ ไม่ใช่หมอบอกว่าไม่มีทางรักษาให้หายขาดหรอกเหรอ” คุณมาธาวีถามเสียงตื่นเต้น ไม่ใช่ว่าเธอไม่ดีใจ แต่เธอไม่กล้าดีใจต่างหาก เพราะกลัวว่าสิ่งที่ได้ยิน จะเป็นเพียงแค่ความเข้าใจผิดของลูกชาย
เธอและสามี พยายามหาวิธีรักษาอาการแพ้น้ำประปาของปฐพีมาโดยตลอด ทว่าสุดท้ายแล้วก็ไร้หนทาง ทำเพียงแค่ต้องระมัดระวัง และรักษาไปตามอาการ หากเผลอไปโดนน้ำปะปาเข้า เมื่อผ่านมายี่สิบปีแล้วยังไม่มีวิธีการ เธอก็ถอดใจแล้ว แต่ไม่คาดคิดว่าวันนี้จะได้ยินข่าวดีจากลูกชาย
ฝั่งปฐพี เมื่อได้ยินคำถามของมารดา เขาก็ยิ้มแล้วพูดอย่างภูมิใจ
“ดินช่วยครับ”
คุณมาธาวีได้ยินคำตอบ เธอก็หลุดปากโพล่งออกมาว่า
“แม่รู้ว่าน้องดินเป็นยาใจของลูก แต่น้องดินไม่ใช่ยารักษาอาการแพ้น้ำปะปาของลูกนะ”