LNCrawler

บทที่ 9 ชะตากรรมเปื้อนขี้

คุณชายนายทุนเกิดใหม่ กวาดสมบัติบ้านศัตรูจนเกลี้ยง แล้วลงชนบท — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 9 ชะตากรรมเปื้อนขี้

ทันใดนั้นเอง หลินต้าจวินก็รู้สึกปวดมวนในช่องท้องอย่างรุนแรงขึ้นมาฉับพลัน
ㅤ
หยาดเหงื่อเย็นเฉียบผุดพรายขึ้นเต็มหน้าผาก สีหน้าของเขาบิดเบี้ยวเหยเกด้วยความทรมานอย่างแสนสาหัส
ㅤ
“โครกคราก...”
ㅤ
เสียงท้องร้องดังสนั่นหวั่นไหวเสียจนอีกสามคนที่ร่วมโต๊ะอาหารอยู่ได้ยินกันอย่างถ้วนหน้า
ㅤ
จ้าวชุนฮวานิ่วหน้าขมวดคิ้ว “ตาเฒ่าหลิน นี่คุณเป็นอะไรไปเนี่ย?”
ㅤ
หลินต้าจวินหนีบขาทั้งสองข้างเข้าหากันแน่นจนแทบจะปริปากพูดอะไรไม่ออก เขาทำได้เพียงโบกมือปัดๆ รัวๆ คว้ากระดาษชำระได้ก็พุ่งพรวดออกไปข้างนอกราวกับพายุ
ㅤ
หลินเจี้ยนเยี่ยหัวเราะเยาะ “พ่อนี่คออ่อนขนาดนี้เลยหรือไง ดื่มไปได้แค่นี้ก็ต้องวิ่งแจ้นไปเข้าส้วมซะแล้ว”
ㅤ
ทว่าสิ้นคำพูดได้ไม่ทันไร...
ㅤ
“โครก...”
ㅤ
สีหน้าของหลินเจี้ยนเยี่ยก็พลันแข็งค้างไปในทันที ชายหนุ่มหมดอารมณ์จะหัวเราะเยาะผู้เป็นพ่ออีกต่อไป เขายกมือขึ้นกุมท้องแน่นแล้ววิ่งหน้าตั้งตามออกไปติดๆ
ㅤ
“พ่อ! แบ่งกระดาษชำระให้ผมบ้างสิ!”
ㅤ
จ้าวชุนฮวากับหลินจือจือได้แต่มองหน้ากันเลิ่กลั่ก
ㅤ
“แม่คะ... เหล้านี่มันคงไม่ได้มีปัญหาอะไรหรอกใช่ไหม?” หลินจือจือกระซิบถามเสียงแผ่ว หล่อนเองก็เริ่มรู้สึกปวดมวนท้องขึ้นมาตงิดๆ แล้วเช่นกัน
ㅤ
จ้าวชุนฮวาเองก็เริ่มสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ “ระดับเหล้าเหมาไถเนี่ยนะจะมีปัญหาไปได้ยังไง?”
ㅤ
หล่อนหันขวับไปมองทางฟู่ซีโจว ทว่ายังไม่ทันจะได้เอ่ยปากซักไซ้ไล่เลียง มวลความปั่นป่วนรุนแรงก็พุ่งทะยานลงสู่เบื้องล่างอย่างไม่อาจควบคุม
ㅤ
จ้าวชุนฮวาไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมอะไรอีกต่อไป หล่อนหนีบก้นแน่นแล้ววิ่งเตลิดออกไปข้างนอกอย่างไม่คิดชีวิต
ㅤ
ใบหน้าของหลินจือจือซีดเผือดลงทันตา หล่อนรีบวิ่งจ้ำอ้าวตามผู้เป็นแม่ไปติดๆ
ㅤ
ฟู่ซีโจวค่อยๆ ละเลียดคีบข้าวคำสุดท้ายเข้าปากอย่างเชื่องช้า ก่อนจะวางถ้วยและตะเกียบลงบนโต๊ะอย่างใจเย็น สินค้าจากเถ้าแก่หวังนี่มันคุณภาพระดับพรีเมียมจริงๆ
ㅤ
เขาเดินไปหยิบประทัดสองจังหวะสี่นัดที่หลงเหลือจากการเล่นฉลองช่วงตรุษจีนออกมาจากตู้ลิ้นชัก ก่อนจะก้าวเดินตามคนเหล่านั้นออกไปเงียบๆ
ㅤ
ส้วมหลุมของลานบ้านรวมแห่งนี้แบ่งแยกชายหญิงอย่างชัดเจน ทว่าแต่ละฝั่งกลับมีส้วมหลุมให้ใช้บริการเพียงแค่สองหลุมเท่านั้น
ㅤ
หลินต้าจวินกับหลินเจี้ยนเยี่ยยึดครองพื้นที่ฝั่งห้องน้ำชายไปจนหมด
ㅤ
ในขณะที่จ้าวชุนฮวาและหลินจือจือก็ยึดครองฝั่งห้องน้ำหญิงไปเช่นกัน
ㅤ
ทันทีที่ทั้งสี่คนย่อตัวลงนั่งยองๆ พวกเขาก็ไม่อาจอดกลั้นได้อีกต่อไป ปล่อยให้มวลสารพรั่งพรูไหลทะลักออกมาอย่างบ้าคลั่ง
ㅤ
เสียงระเบิดลงตูมตามดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งบริเวณห้องน้ำ
ㅤ
“โอ๊ย! ท้องไส้ฉัน!”
ㅤ
“แม่! นี่แม่แอบใส่ยาถ่ายลงไปในกับข้าวหรือไงเนี่ย?!”
ㅤ
“แกจะบ้าหรือไง! จะไปทำแบบนั้นทำไมกันล่ะ! ต้องเป็นไอ้เด็กเวรฟู่ซีโจวนั่นแน่ๆ ที่แอบใส่อะไรลงไปในเหล้า!”
ㅤ
“รอให้ฉันออกไปได้ก่อนเถอะ ฉันจะเอาความตายไปยัดเยียดให้มัน!”
ㅤ
ในขณะที่คนทั้งสี่กำลังปลดทุกข์ไปพลาง ก่นด่าสาปแช่งไปพลางอยู่นั้น ฟู่ซีโจวก็ใช้กระดาษชำระอุดจมูกเดินมาปรากฏตัวอยู่ตรงบริเวณกำแพงด้านหลังของห้องน้ำ
ㅤ
เมื่อได้ยินเสียงด่าทอที่ยังคงดังเจื้อยแจ้วไม่หยุดหย่อนของคนที่กำลังนั่งส้วมอยู่ ชายหนุ่มก็เหยียดยิ้มเย็นชา ขี้จะราดรดหัวอยู่รอมร่อแล้ว ปากยังจะดีอยู่อีกนะ
ㅤ
ฟู่ซีโจวจัดการจุดก้านไม้ขีดไฟ ลนเข้าที่ชนวนประทัดสองจังหวะจนติดไฟ แล้วโยนพวกมันเข้าไปด้านในอย่างแม่นยำ
ㅤ
ประทัดถูกโยนลงไปหลุมละหนึ่งนัด ก่อนที่มันจะระเบิดตูมสนั่นอยู่ภายในบ่อเกรอะ
ㅤ
วินาทีต่อมา น้ำคลำที่หมักหมมมาเนิ่นนานผสมปนเปเข้ากับของใหม่ที่เพิ่งถูกปลดปล่อยลงไป ก็พุ่งพรวดทะลักขึ้นมาราวกับน้ำพุร้อนที่ปะทุขึ้นจากใต้ดิน
ㅤ
“ปัง!”
ㅤ
“อ๊าก!”
ㅤ
เสียงกรีดร้องโหยหวนราวกับหมูถูกเชือดดังระงมออกมาจากทางฝั่งห้องน้ำชาย
ㅤ
และในเวลาไล่เลี่ยกัน ทางฝั่งห้องน้ำหญิงก็มีเสียงร้องทำนองเดียวกันดังขึ้น
ㅤ
“ปัง!”
ㅤ
“ช่วยด้วย!”
ㅤ
ทันทีที่โยนประทัดเสร็จสิ้น ฟู่ซีโจวก็ใส่เกียร์หมาวิ่งออกไปจากลานบ้านรวมอย่างรวดเร็ว เพื่อหลีกหนีให้พ้นจากรัศมีของกลิ่นเหม็นโฉดตลบอบอวล
ㅤ
เมื่อก้าวพ้นออกมาจากลานบ้านรวม เขาก็มุ่งหน้าตรงดิ่งไปยังบ้านของจางฮุ่ยหมินผู้เป็นสหายรักทันที
ㅤ
ตัดภาพกลับมาที่ลานบ้านรวม บรรดาผู้พักอาศัยคนอื่นๆ ต่างก็ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาด้วยเสียงเอะอะโวยวาย ทุกคนพากันชะโงกหน้าออกมาดูลาดเลาด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ㅤ
“ดึกดื่นป่านนี้แล้ว ไอ้เด็กเปรตบ้านไหนมันเอาประทัดมาจุดเล่นกันเนี่ย?”
ㅤ
“เอ๊ะ ทำไมถึงมีคนร้องให้ช่วยด้วยล่ะ? เสียงเหมือนจะดังมาจากทางห้องน้ำเลยนะ?”
ㅤ
“ฟังดูเหมือนเสียงลูกสาวบ้านหลินเลยแฮะ? ดึกๆ ดื่นๆ มาส่งเสียงเอะอะโวยวายแบบนี้ คนเขาจะหลับจะนอนไม่รู้หรือไง?”
ㅤ
เพื่อนบ้านในลานบ้านรวมพากันเดินบ่นกระปอดกระแปดออกมา ทว่าทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไปใกล้บริเวณห้องน้ำสาธารณะ กลิ่นเหม็นตลบก็ทำเอาพวกเขาแทบจะผงะถอยหลังกลับไปสามก้าว!
ㅤ
“คุณพระคุณเจ้า! นี่ใครมันอุตริไปวางระเบิดบ่อส้วมกันเนี่ย?!”
ㅤ
ทันใดนั้น เสียงร้องโอดครวญราวกับภูตผีปีศาจของครอบครัวหลินทั้งสี่คนก็ดังระงมขอความช่วยเหลือ
ㅤ
“ช่วยด้วย!”
ㅤ
“ใครก็ได้มาช่วยที!”
ㅤ
บรรดาเพื่อนบ้านต่างพากันเดินตามเสียงร้องไป และเมื่อเห็นสภาพของคนตระกูลหลินทั้งสี่คนที่กำลังตะเกียกตะกายคลานออกมาจากห้องน้ำ ทุกคนก็ถึงกับผงะตกตะลึงจนตาค้าง
ㅤ
สภาพของพวกเขาทั้งสี่คนในตอนนี้ ตั้งแต่หัวจรดเท้าเต็มไปด้วยของเหลวหนืดข้นสีเหลือง สีเขียว และสีดำเกรอะกรังไปหมด บางส่วนยังคงหยดแหมะๆ ลงสู่พื้นดิน
ㅤ
กลิ่นเหม็นเน่าที่พวยพุ่งขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศนั้น รุนแรงเสียจนทำเอาผู้คนที่ยืนมุงดูอยู่แทบจะลืมตาไม่ขึ้น
ㅤ
“นี่มันคนบ้านหลินต้าจวินไม่ใช่เรอะ?”
ㅤ
“พวกเขานั่นแหละ นี่ตกลงไปในบ่อส้วมกันมาหรือไง?”
ㅤ
“เหม็นบรรลัยเลย! แหวะ... รีบไปตักน้ำมาสาดล้างตัวให้พวกเขาทีเถอะ ไม่อย่างนั้นคืนนี้พวกเราคงเหม็นจนนอนไม่หลับแน่ๆ!”
ㅤ
ด้วยเหตุนี้ บรรดาเพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้กับห้องน้ำสาธารณะ จึงพากันคว้าถังน้ำวิ่งออกมายืนสาดน้ำใส่พวกเขาจากระยะไกล
ㅤ
เมื่อสัมผัสได้ว่ามีคนมาช่วย สี่คนตระกูลหลินก็รีบตะเกียกตะกายคลานไปข้างหน้าอย่างทุลักทุเล อยากจะล้างเอาคราบสิ่งปฏิกูลพวกนี้ออกไปให้พ้นๆ ตัวเสียที
ㅤ
ทว่าพวกเขากลับถูกรังเกียจเดียดฉันท์เข้าให้อย่างจัง
ㅤ
“พวกคุณถอยออกไปไกลๆ เลยนะ! อย่าเข้ามาใกล้เชียว! พวกเรายืนสาดน้ำอยู่ตรงนี้ก็พอแล้ว!”
ㅤ
“เหม็นจะตายชักอยู่แล้ว! ซวยชะมัดที่ต้องมาปลูกบ้านอยู่ใกล้กับห้องน้ำเนี่ย!”
ㅤ
หลังจากถูกสาดน้ำใส่ จ้าวชุนฮวาก็เริ่มได้สติขึ้นมาบ้าง เมื่อเห็นว่ายังมีเพื่อนบ้านบางคนยืนดูดายไม่ยอมเข้ามาช่วย หล่อนก็เกิดความไม่พอใจขึ้นมาทันที
ㅤ
“มองอะไรกันนักหนา? ทำไมพวกแกยังไม่รีบเข้ามาช่วยอีก! พวกแล้งน้ำใจเอ๊ย!”
ㅤ
คุณป้าคนหนึ่งได้ยินดังนั้นก็ถึงกับลมออกหู “จ้าวชุนฮวา นี่หล่อนพูดจาแบบนี้ได้ยังไง? ถ้าไม่ใช่เพราะกลัวว่าพวกหล่อนจะเหม็นเน่าตายอยู่ตรงนี้ ใครเขาจะอยากไปยุ่งด้วยหา!”
ㅤ
หลินต้าจวินที่เนื้อตัวเต็มไปด้วยสิ่งปฏิกูลสั่นเทิ้มไปทั้งตัวด้วยความโกรธแค้น เขามั่นใจเต็มประดาว่าประทัดเมื่อครู่นี้จะต้องเป็นฝีมือของไอ้เด็กเวรนั่นอย่างแน่นอน!
ㅤ
“ไอ้เด็กนรกฟู่ซีโจวมันมุดหัวหนีหายไปไหนแล้ว?!”
ㅤ
มีคนวิ่งไปชะโงกดูที่บ้านตระกูลหลิน ก่อนจะตะโกนบอก “ไม่มีใครอยู่เลย ซีโจวไม่ได้อยู่บ้าน”
ㅤ
หลินเจี้ยนเยี่ยรู้สึกว่าดวงตาถูกอะไรบางอย่างบดบังจนพร่ามัว เขาจึงเผลอยกมือขึ้นปาดหน้าตามสัญชาตญาณ ทว่ากลับลืมไปว่าตัวเองกำลังอ้าปากอยู่ ของเหลวหนืดข้นจึงไหลทะลักเข้าปากไปเต็มๆ ชายหนุ่มถึงกับโก่งคออาเจียนออกมาตรงนั้นทันที
ㅤ
เขาอาเจียนไปพลาง ก็ก่นด่าสาปแช่งไปพลาง “ต้องเป็นฝีมือของไอ้ฟู่ซีโจวแน่ๆ! รอให้ฉันจับตัวมันได้ก่อนเถอะ ฉันจะถลกหนังมันออกมาให้ดู!”
ㅤ
ทางด้านหลินจือจือยิ่งแล้วใหญ่ หล่อนสติแตกปล่อยโฮออกมาอย่างหนัก ตั้งแต่เกิดมาหล่อนไม่เคยต้องมาทนรับความอัปยศอดสูเช่นนี้มาก่อน
ㅤ
“พ่อคะ... แม่คะ... แหวะ!”
ㅤ
ทันใดนั้น หลินจือจือก็รู้สึกปวดมวนท้องขึ้นมาอีกระลอก หล่อนจำต้องตะเกียกตะกายคลานกลับเข้าไปในห้องน้ำเพื่อปลดปล่อยอย่างเอาเป็นเอาตาย
ㅤ
สมาชิกครอบครัวหลินอีกสามคนเองก็ตกอยู่ในสภาพไม่ต่างกัน เพิ่งจะตั้งสติได้เพียงชั่วครู่ อาการปวดท้องก็กำเริบขึ้นมาอีกครั้ง พวกเขาจึงคลานกลับไปนั่งลงส้วมกันอีกรอบ
ㅤ
บรรดาเพื่อนบ้านในลานบ้านรวม... ถึงกับพูดไม่ออก อุตส่าห์สาดน้ำล้างคราบสิ่งปฏิกูลออกไปได้บ้างแล้วแท้ๆ นี่กลับต้องไปนั่งส้วมระเบิดอีกรอบหรอเนี่ย
ㅤ
เพื่อนบ้านต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ยังมีหน้าคลานกลับไปรับระเบิดขี้อีกงั้นเรอะ?
ㅤ
“ถุย! ห้องน้ำนี่คงใช้งานไม่ได้แล้วล่ะ”
ㅤ
“ซวยชะมัดเลย!”
ㅤ
“นี่แหละที่เขาเรียกว่าทำเรื่องชั่วร้ายไว้เยอะจนสวรรค์ลงโทษ พวกมันโดนระเบิดขี้ใส่ก็เรื่องของพวกมันสิ แล้วทำไมต้องมาทำให้พวกเราเดือดร้อนไปด้วย?”
ㅤ
เดิมทีชื่อเสียงเรียงนามของจ้าวชุนฮวากับหลินต้าจวินก็ไม่ได้ดีเด่อะไรอยู่แล้ว ยิ่งตอนนี้มาทำให้ลานบ้านรวมเหม็นหึ่งไปทั่ว บรรดาเพื่อนบ้านก็ยิ่งด่าทอสาปแช่งกันอย่างสาดเสียเทเสีย ก่อนจะพากันสลายตัวกลับบ้าน ไม่สนใจไยดีคนพวกนี้อีกต่อไป
ㅤ
เพียงแต่ว่าผลจากการก่อเรื่องวุ่นวายของพวกเขาในครั้งนี้ คงทำให้ลานบ้านรวมแห่งนี้อบอวลไปด้วยกลิ่นคาวคลุ้งของสิ่งปฏิกูลไปอีกนาน
ㅤ
หลังจากที่ครอบครัวหลินทั้งสี่คนทนทรมานจนหายปวดท้องและพากันซมซานกลับเข้าบ้านไปได้ เสียงด่าทอสาปแช่งของเพื่อนบ้านก็ยังคงดังแว่วมาให้ได้ยินอย่างไม่ขาดสาย

.........ㅤ

ตัดภาพมาที่ฟู่ซีโจว ในเวลานี้เขาได้เดินทางมาถึงบ้านของจางฮุ่ยหมินแล้ว
ㅤ
จางฮุ่ยหมินเพิ่งจะกินข้าวเสร็จและเตรียมตัวเข้านอน เมื่อเห็นฟู่ซีโจวมาเยือนในยามวิกาล เขาก็รู้สึกประหลาดใจไม่น้อย
ㅤ
“อ้าว นายมาทำอะไรที่นี่ดึกๆ ดื่นๆ?”
ㅤ
ฟู่ซีโจวเอ่ยตอบ “พอดีเกิดเรื่องขึ้นนิดหน่อยน่ะ ฉันไม่มีที่ไป ก็เลยอยากจะมารบกวนขออาศัยหลับนอนสักคืนหนึ่ง”
ㅤ
“โธ่เอ๊ย! พูดจาห่างเหินกันไปได้ บ้านฉันก็เหมือนบ้านนายนั่นแหละ อยากจะอยู่นานแค่ไหนก็อยู่ไปเลย”
ㅤ
จางฮุ่ยหมินดึงแขนเขาเข้ามาในบ้านอย่างกระตือรือร้น “เป็นอะไรไป? พ่อแม่บุญธรรมของนายด่าทอนายอีกแล้วหรอ”
ㅤ
ฟู่ซีโจวพยักหน้ารับ “ก็ทำนองนั้นแหละ”
ㅤ
จางฮุ่ยหมินถอนหายใจเฮือกใหญ่ “ฉันบอกนายแล้วไง ว่าพ่อแม่บุญธรรมของนายน่ะไม่ใช่คนดีอะไรหรอก นายควรจะแยกทางกับพวกเขาสะบั้นความสัมพันธ์ให้ขาดกันไปตั้งนานแล้ว”
ㅤ
ฟู่ซีโจวยกแก้วน้ำขึ้นดื่มรวดเดียว พลางจ้องมองเพื่อนรักเพียงคนเดียวที่จริงใจกับเขามาตั้งแต่ชาติที่แล้ว
ㅤ
ในชาติก่อน ช่วงเวลาที่เขาลำบากยากแค้นที่สุดหลังจากถูกส่งตัวลงชนบท จนถึงขั้นหมดหนทางไป เขาจึงตัดสินใจเขียนจดหมายมาขอความช่วยเหลือจากจางฮุ่ยหมิน
ㅤ
ในตอนนั้น ครอบครัวตระกูลจางเองก็ตกต่ำลงอย่างหนักและกำลังเผชิญกับความยากลำบากเช่นเดียวกัน ทว่าจางฮุ่ยหมินก็ยังอุตส่าห์รวบรวมคูปองอาหารปึกใหญ่และธนบัตรใบละสิบหยวนอีกยี่สิบใบส่งมาให้เขา
ㅤ
บุญคุณในครั้งนั้น เขาจดจำฝังใจมาเนิ่นนาน และตั้งใจไว้ว่าหากมีโอกาสเมื่อไหร่ เขาจะต้องตอบแทนอย่างแน่นอน
ㅤ
ทว่าน่าเสียดาย ที่เพิ่งจะกลับมาถึงในเมืองได้ไม่ทันไร จางฮุ่ยหมินกลับต้องโทษประหารชีวิตด้วยการถูกยิงเป้า สาเหตุเพียงเพราะถูกแม่ม่ายคนหนึ่งใส่ร้ายป้ายสี
ㅤ
ฟู่ซีโจวนึกย้อนไปถึงช่วงเวลาที่จางฮุ่ยหมินบังเอิญได้พบเจอกับแม่ม่ายคนนั้น มันเกิดขึ้นหลังจากที่เขาถูกส่งตัวลงชนบทไปได้เพียงแค่สองวันเท่านั้น
ㅤ
แม่ม่ายหญิงแพศยาคนนั้นลักลอบคบชู้สู่ชายจนตั้งท้องไม่มีพ่อ เมื่อเห็นว่าพ่อของจางฮุ่ยหมินมีตำแหน่งเป็นถึงรองผู้อำนวยการโรงงาน หล่อนจึงวางแผนจัดฉากแบล็กเมล์เพื่อบีบบังคับให้เขารับผิดชอบ
ㅤ
จางฮุ่ยหมินมืดแปดด้าน ไร้ซึ่งหนทางออก จึงจำใจต้องตบแต่งแม่ม่ายคนนั้นเข้ามาเป็นภรรยา และต้องกลายเป็นพ่อคนรับช่วงต่อลูกติดท้องของคนอื่นไปโดยปริยาย
ㅤ
เวลาผ่านไปเพียงแค่สองปีสั้นๆ แม่ม่ายคนนั้นก็สวมเขาให้เขานับครั้งไม่ถ้วน หนำซ้ำในภายหลัง เมื่อหล่อนไม่พอใจที่พ่อของจางฮุ่ยหมินถูกปลดออกจากตำแหน่ง หล่อนก็สร้างหลักฐานเท็จขึ้นมาปรักปรำใส่ร้ายว่าจางฮุ่ยหมินสมคบคิดกับศัตรูทรยศชาติ เป็นเหตุให้เขาต้องรับโทษประหารชีวิตอย่างอยุติธรรม
ㅤ
ฟู่ซีโจวไม่อยากเห็นจางฮุ่ยหมินต้องเดินซ้ำรอยเดิมอันแสนรันทดในชาติก่อน เขาจึงเอ่ยปากขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ㅤ
“ฮุ่ยหมิน... ฉันมีเรื่องสำคัญบางอย่างอยากจะบอกนาย นายอาจจะไม่ค่อยเชื่อ แต่ขอให้ฟังฉันสักหน่อย”

...........................