บทที่ 99 คนจากกรมตำรวจมณฑลมาเยือน
บทที่ 99 คนจากกรมตำรวจมณฑลมาเยือน
ทันทีที่แม่ของหวังไหลจื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้น เธอก็ยิ่งรู้สึกโกรธเกรี้ยวขึ้นไปอีก หญิงวัยกลางคนยืนเท้าสะเอว ก่อนจะสาดน้ำลายด่าทอฉอดๆ อย่างไม่ลดละ ราวกับกำลังต่อสู้แบบหนึ่งต่อสิบเลยทีเดียว
“พวกแกรู้เรื่องอะไรกันบ้าง? ฟู่ซีโจวเป็นปัญญาชนของหมู่บ้านเซี่ยงหยางเรานะ เมื่อเห็นคนในหมู่บ้านเดียวกันตกน้ำก็ย่อมต้องลงไปช่วยสิ แต่นี่เขากลับเอาแต่มองดูตาปริบๆ ไม่ยอมทำอะไรเลย จิตใจทำด้วยอะไรกันแน่? ฉันดูออกเลยว่าไอ้หมอนี่มันเป็นพวกใจดำอำมหิต คงจะหวังให้พ่านตี้ของบ้านฉันตายๆ ไปเสียมากกว่า!”
เธอเปลี่ยนเป้าหมาย แล้วหันไปตะโกนใส่หวังต้าเกินทันที
“หัวหน้าฝ่ายผลิต! คนที่นิสัยเสียแถมยังจิตใจชั่วร้ายแบบนี้ ไม่คู่ควรที่จะอยู่ในหมู่บ้านเซี่ยงหยางของเราเลยสักนิด แล้วคุณยอมอนุมัติที่ดินให้เขาสร้างบ้านได้ยังไงกัน? ถ้าจะให้ฉันพูดล่ะก็ หมู่บ้านเซี่ยงหยางของเราไม่ต้อนรับพวกใจไม้ไส้ระกำพรรค์นี้หรอก คุณควรจะไล่ตะเพิดเขาออกไปให้พ้นๆ ได้แล้ว!”
ความจริงแล้วตั้งแต่ตอนที่แม่ของหวังไหลจื่อเดินทางมา เธอก็ได้ตัดสินใจเอาไว้อย่างแน่วแน่แล้วว่า หากวันนี้ไม่สามารถบีบบังคับให้ฟู่ซีโจวแต่งงานกับหวังพ่านตี้ได้สำเร็จ เธอก็จะอาละวาดให้ถึงที่สุด จะก่อกวนจนกว่าอีกฝ่ายจะไม่สามารถสร้างบ้านได้เลยเชียวล่ะ
ทางด้านหวังต้าเกินก็โกรธจัดจนแทบจะมีควันพุ่งออกหู
“แม่ของหวังไหลจื่อ! เธออย่ามาพูดจาเหลวไหลแถวนี้นะ ปัญญาชนฟู่มีเหตุผลอะไรถึงไม่ยอมช่วยพ่านตี้ ในใจของเธอก็น่าจะรู้อยู่แก่ใจไม่ใช่หรือยังไง? อีกอย่าง เรื่องเอกสารสร้างบ้านก็จัดการเสร็จเรียบร้อยหมดแล้ว ดังนั้นอย่ามาทำตัวก่อกวนไร้สาระแถวนี้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นก็อย่าหาว่าฉันไม่เกรงใจก็แล้วกัน”
“ดี! ดีจริงๆ! เป็นถึงหัวหน้าฝ่ายผลิตแท้ๆ แต่กลับกล้าออกหน้าปกป้องไอ้คนใจดำแบบนี้!”
พูดจบ แม่ของหวังไหลจื่อก็ทิ้งตัวนั่งแปะลงกับพื้น ก่อนจะเริ่มตบต้นขาของตัวเองแล้วร้องห่มร้องไห้คร่ำครวญออกมาเสียงดังลั่น
“สวรรค์ไม่มีตาเอาเสียเลย! เมื่อวานนี้ฟู่ซีโจวมันเห็นคนกำลังจะตายแต่กลับไม่ยอมช่วย จนเกือบจะทำให้ลูกสาวของฉันต้องตายไปแล้ว นี่ยังไม่รวมเรื่องที่ลูกชายของฉันก็ถูกมันทำร้ายจนพิการอีก แล้วตอนนี้ฉันยังต้องมาถูกมันรังแกเอาแบบนี้อีกเหรอ? ฟู่ซีโจว... วันนี้แกจะต้องให้คำอธิบายกับฉันมาเดี๋ยวนี้ ไม่อย่างนั้นฉันจะเอาหัวชนกำแพงตายมันตรงนี้แหละ คอยดูสิว่าแกจะยังกล้าหน้าด้านสร้างบ้านอยู่ที่นี่อีกไหม!”
บรรดาชายฉกรรจ์หลายคนที่มาช่วยสร้างบ้าน ต่างก็พากันมองดูสองแม่ลูกตรงหน้าด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก
คนเขากำลังจะเริ่มสร้างบ้านแท้ๆ แต่หล่อนกลับมาขู่ว่าจะเอาหัวชนกำแพงตายอยู่ที่นี่เนี่ยนะ... ช่างน่าเหลือเชื่อจริงๆ การที่หมู่บ้านเซี่ยงหยางของพวกเขามีผู้หญิงพรรค์นี้อาศัยอยู่ ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าอับอายขายขี้หน้าอย่างแท้จริง
ขณะเดียวกัน ฟู่ซีโจวเพียงแค่มองด้วยใบหน้าเย็นชา ภายในใจของเขามีการคำนวณเอาไว้หมดแล้ว
อยากจะอาละวาดนักก็อาละวาดไปเถอะ ถ้าหล่อนกล้าสร้างเรื่องวุ่นวายล่ะก็ คืนนี้ลูกชายของหล่อนก็เตรียมตัวรับเคราะห์กรรมได้เลย
เมื่อเห็นว่าฟู่ซีโจวยังคงนิ่งเฉยไม่ได้แสดงท่าทีใดๆ หวังพ่านตี้ก็รีบคุกเข่าลงบนพื้นตามแม่ของเธอไปทันที
“ปัญญาชนฟู่... ฉันขอร้องคุณล่ะค่ะ คุณช่วยสงสารฉันหน่อยได้ไหม? ฉันไม่อยากแต่งงานกับจางขาเป๋ ฉันไม่อยากแต่งงานกับเขาจริงๆ นะคะ”
“เธอจะไม่อยากแต่งงานกับเขา แล้วมันไปเกี่ยวอะไรกับฉันด้วยล่ะ?” ฟู่ซีโจวเอ่ยถามเสียงเรียบ พลางขยับตัวถอยห่างออกไปทางด้านข้างเล็กน้อย
ทันทีที่หวังพ่านตี้เห็นว่าเขายอมเปิดปากพูดด้วย เธอก็หลงคิดไปว่าตัวเองยังมีหวัง หญิงสาวจึงเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยแววตาน่าสงสาร
“เกี่ยวสิคะ! เกี่ยวข้องกันแน่นอน! ขอเพียงแค่คุณยอมแต่งงานกับฉัน ฉันก็ไม่ต้องโดนบังคับให้แต่งงานกับจางขาเป๋คนนั้นแล้วล่ะค่ะ!”
ได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าของหวังต้าเกินก็ดำคล้ำลงทันที
“พ่านตี้! นี่เธอพูดบ้าอะไรออกมา?”
แบบนี้มันไม่ใช่การบีบบังคับให้คนอื่นต้องลำบากใจหรอกหรือ
ทว่าหวังพ่านตี้กลับไม่สนใจคำพูดของหัวหน้าฝ่ายผลิตเลยสักนิด เธอเอาแต่จ้องมองฟู่ซีโจวด้วยสายตาหวานหยาดเยิ้ม
“ปัญญาชนฟู่... คุณเป็นคนดีนะคะ คุณจะต้องยินดีทำเรื่องดีๆ แบบนี้แน่นอน ใช่ไหมคะ?”
ฟู่ซีโจวแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา การที่ต้องมาถูกคนที่ไร้ศีลธรรมใช้ศีลธรรมมาข่มขู่บีบบังคับแบบนี้... ความรู้สึกนี้มันช่างน่าขยะแขยงสิ้นดี!
“ไสหัวไปซะ!”
เขาตวาดด่าออกไปคำหนึ่ง พร้อมกันนั้นก็ยอมจ่ายพลังงานไป 1,000 แต้ม เพื่อซื้อยาปลุกกำหนัดสำหรับสัตว์จากในระบบร้านค้ามาหนึ่งห่อ
การที่หวังพ่านตี้จะต้องแต่งงานกับจางขาเป๋ ถือว่าเป็นเรื่องที่ถูกกำหนดเอาไว้อย่างชัดเจนจนไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้
เดิมทีแล้ว ฟู่ซีโจวตั้งใจเอาไว้ว่า จะรอให้หวังพ่านตี้แต่งงานเข้าไปเสียก่อน แล้วเขาค่อยลงมือจัดการกับจางขาเป๋ ซึ่งเป็นสายลับขายชาติในภายหลัง ทว่าตอนนี้เขากลับรู้สึกขยะแขยงจนทนรอต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจว่าจะทำให้จางขาเป๋และหวังพ่านตี้ได้แต่งงานกันเร็วขึ้นกว่าเดิม
ตอนแรกเมื่อแม่ของหวังไหลจื่อเห็นว่าฟู่ซีโจวยอมพูดคุยกับหวังพ่านตี้ เธอก็แอบคิดว่าเรื่องนี้ยังมีหวังอยู่บ้าง แต่ผลปรากฏว่าอีกฝ่ายกลับตวาดไล่ให้ไสหัวไปเสียอย่างนั้น ส่งผลให้ความหวังของเธอต้องพังทลายลงไปในชั่วพริบตา
หญิงวัยกลางคนผุดลุกขึ้นยืน ก่อนจะชี้หน้าด่าฟู่ซีโจวอย่างเกรี้ยวกราด
“ฟู่ซีโจว! ฉันจะไปฟ้องเบื้องบน! ฉันจะฟ้องว่าแกทำร้ายร่างกายคนอื่น ฟ้องว่าแกเห็นคนกำลังจะตายแต่กลับไม่ยอมช่วย แกมันไม่คู่ควรที่จะเกิดมาเป็นคนเลยด้วยซ้ำ!”
ทว่าทันทีที่แม่ของหวังไหลจื่อพูดจบประโยค เด็กหนุ่มวัยรุ่นคนหนึ่งก็วิ่งกระหืดกระหอบหน้าตาตื่นมาจากทางปากทางเข้าหมู่บ้าน เขาตะโกนเสียงหลงด้วยความหอบเหนื่อย
“แย่แล้วครับ! แย่แล้ว! หัวหน้าฝ่ายผลิต! เจ้าหน้าที่ตำรวจจากมณฑลมาถึงแล้วครับ! แถมพวกเขายังเจาะจงเรียกหาปัญญาชนฟู่ด้วย!”
เมื่อคำพูดนี้หลุดออกมา ทุกคนในบริเวณนั้นต่างก็พากันชะงักงันไปตามๆ กัน
ตำรวจจากมณฑลเลยงั้นเหรอ? แถมยังมาหาฟู่ซีโจวด้วย?
แม่ของหวังไหลจื่อที่ยังสูดลมหายใจเข้าไม่ทันสุด พลันมีประกายแสงแห่งความหวังสว่างวาบขึ้นมาในดวงตา
ตำรวจจากมณฑลมาหาฟู่ซีโจวงั้นเหรอ? หรือว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะสืบสวนเรื่องของลูกชายเธอจนกระจ่างแล้ว และรู้สึกว่าพฤติกรรมของมันเลวร้ายเกินไป ก็เลยส่งมอบคดีนี้ให้กับผู้บังคับบัญชาระดับสูงเป็นคนจัดการสืบสวนแทน?
เมื่อคิดได้ดังนั้น แม่ของหวังไหลจื่อก็เปลี่ยนสีหน้ามาเป็นรอชมเรื่องสนุกทันที เธอเอ่ยขึ้นด้วยความตื่นเต้นดีใจ
“จะต้องเป็นเพราะพวกเขาสืบเรื่องลูกชายของฉันจนกระจ่างแล้ว ถึงได้มาจับกุมตัวฟู่ซีโจวไปเข้าคุกแน่ๆ ฮ่าๆๆ! ดีจริงๆ! ในที่สุดสวรรค์ก็มีตาเสียที!”
เธอหันไปมองฟู่ซีโจวพลางแค่นเสียงเย้ยหยัน
“ฟู่ซีโจว! ฉันจะให้โอกาสแกเป็นครั้งสุดท้ายนะ ตอนนี้รีบตกลงแต่งงานกับพ่านตี้ของบ้านฉันซะ แล้วเดี๋ยวพอตำรวจมาถึง ฉันก็จะช่วยพูดให้ว่าเรื่องทั้งหมดเป็นแค่การล้อเล่นกันระหว่างสองครอบครัวของเราเท่านั้น และแกก็ไม่ได้ตั้งใจทำร้ายใคร ไม่อย่างนั้นล่ะก็ แกก็เตรียมตัวไปนอนในคุกได้เลย!”
ทางด้านหวังพ่านตี้ก็รีบคลานเข้ามาคว้าขากางเกงของฟู่ซีโจวเอาไว้แน่น
“ปัญญาชนฟู่คะ... ขอแค่คุณยอมแต่งงานกับฉัน แม่ของฉันก็จะไม่ไปฟ้องร้องคุณแล้วล่ะค่ะ แล้วคุณก็จะไม่ต้องติดคุกด้วยนะคะ”
ฟู่ซีโจวสะบัดขาเตะเธอออกไปให้พ้นทางทันที เขาคร้านที่จะปรายตามองสองแม่ลูกคู่นี้ด้วยซ้ำ
ตำรวจมาที่นี่ทำไมนั้น ภายในใจของเขาย่อมรู้ดีอยู่แล้ว ชายหนุ่มจึงหันไปเอ่ยกับหวังต้าเกินว่า
“หัวหน้าฝ่ายผลิตครับ เดี๋ยวผมจะไปดูสักหน่อยว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น”
ทว่าหวังต้าเกินยังไม่ทันจะได้อ้าปากพูดอะไร แม่ของหวังไหลจื่อก็แผดเสียงโวยวายขึ้นมาเสียก่อน
“ดีมากฟู่ซีโจว! ฉันอุตส่าห์ไว้หน้าแกแล้วแต่แกกลับไม่ยอมรับความหวังดีใช่ไหม? แกคอยดูเถอะ ครั้งนี้ฉันจะทำให้แกต้องติดคุกหัวโตจนกว่าจะตายไปเลยคอยดูสิ! ฉันจะไปหาตำรวจเดี๋ยวนี้แหละ!”
หวังต้าเกินได้ยินอย่างชัดเจนว่า คนที่มาคือเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับมณฑล ซึ่งเรื่องเล็กน้อยพรรค์นี้ของลูกชายแม่ของหวังไหลจื่อ ย่อมไม่มีทางที่จะทำให้คนระดับนั้นต้องเปลืองตัวจนยอมเดินทางมาถึงที่นี่ได้อย่างแน่นอน
เขาจึงหันไปตะคอกใส่แม่ของหวังไหลจื่อเสียงดังลั่น
“นังแก่! แกหุบปากไปเลยนะ! วันๆ เอาแต่วางแผนคิดจะเอาเปรียบคนนู้นคนนี้อยู่เรื่อย ไสหัวไปไกลๆ เลยไป! อย่ามาเกะกะขวางทางอยู่แถวนี้!”
หลังจากด่าแม่ของหวังไหลจื่อเสร็จ หวังต้าเกินก็หันกลับมามองฟู่ซีโจวด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึมขึ้นมาก
“ปัญญาชนฟู่ เดี๋ยวฉันจะไปเป็นเพื่อนนายเอง เราไปดูกันเถอะว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่”
ชาวบ้านอีกหลายคนต่างก็พูดขึ้นมาพร้อมกัน
“พวกเราก็จะไปด้วยเหมือนกัน!”
ฟู่ซีโจวพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะเดินมุ่งหน้าตรงไปยังที่ทำการของกองพลน้อยฝ่ายผลิต โดยมีคนกลุ่มใหญ่ออกเดินตามหลังเขาไปติดๆ
แม่ของหวังไหลจื่อที่อยู่ด้านหลังยังคงกระทืบเท้าด่าทอเสียงดังลั่น
“หวังต้าเกิน! ไอ้คนใจดำ! ถ้าแกแน่จริงก็ปกป้องไอ้คนแซ่ฟู่ไปให้ตลอดรอดฝั่งสิ! ฉันก็อยากจะเห็นเหมือนกันว่าพอตำรวจมาถึงแล้ว แกจะยังปกป้องมันได้อีกไหม!”
เธอถ่มน้ำลายลงพื้นอย่างดุร้าย แล้วหันไปตบหน้าหวังพ่านตี้ฉาดใหญ่
“นังลูกไม่ได้เรื่อง! แค่ผู้ชายคนเดียวยังจัดการให้อยู่หมัดไม่ได้ รีบไสหัวลุกขึ้นมาแล้วตามไปดูเดี๋ยวนี้!”
ทันทีที่ฟู่ซีโจวและหวังต้าเกินเดินมาถึงบริเวณหน้าประตูที่ทำการของกองพลน้อยฝ่ายผลิต พวกเขาก็มองเห็นชายสองคนที่สวมเครื่องแบบกำลังยืนอยู่ตรงนั้นด้วยสีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง โดยมีรถจี๊ปและรถยนต์คันเล็กจอดอยู่เคียงข้างกัน
บริเวณไม่ไกลกันนัก มีชาวบ้านจำนวนไม่น้อยพากันมายืนมุงดูเหตุการณ์ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ทุกคนต่างชะเง้อคอมองพร้อมกับซุบซิบนินทากันเสียงเบา
“นั่นคงจะเป็นตำรวจที่มาจากมณฑลใช่ไหม? ดูสง่างามน่าเกรงขามจริงๆ...”
“แล้วพวกเขามาหาปัญญาชนฟู่ทำไมกัน? หรือว่าปัญญาชนฟู่ไปก่อเรื่องอะไรเอาไว้?”
“ไม่น่าจะใช่นะ ดูยังไงปัญญาชนฟู่ก็ไม่เหมือนคนที่จะไปก่อเรื่องที่ไหน แต่ว่าคนที่นั่งอยู่ในรถยนต์คันนั้นเป็นใครกันล่ะ? ฉันเห็นเขาเอาแต่นั่งอยู่ข้างใน ไม่ยอมลงมาสักที แบบนี้มันหมายความว่ายังไงกัน?”
กระทั่งฟู่ซีโจวและชาวบ้านคนอื่นๆเดินเข้าไปใกล้ ก็มีใครบางคนตะโกนขึ้นมาเสียงดัง
“ปัญญาชนฟู่มาแล้ว!”
สิ้นเสียงตะโกนนั้น คนที่อยู่ภายในรถยนต์สีดำก็เปิดประตูแล้วก้าวขาลงมาจากรถทันที
ชายคนนั้นพยักหน้าให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสองนายเบาๆ
จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งก็เดินตรงเข้ามาหยุดอยู่เบื้องหน้าของฟู่ซีโจวและหวังต้าเกิน ก่อนจะเอ่ยปากถามขึ้นว่า
“คุณคือสหายฟู่ซีโจวใช่ไหมครับ?”
“ใช่ครับ ผมเอง” ฟู่ซีโจวพยักหน้ารับเบาๆ สายตาของเขาละจากใบหน้าของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แล้วเคลื่อนไปหยุดอยู่ที่ชายซึ่งเพิ่งก้าวลงมาจากรถยนต์คันนั้น
ชายคนดังกล่าวสวมชุดจงซาน... ท่วงท่าและออร่าที่แผ่ออกมานั้นดูทรงพลังน่าเกรงขาม เพียงแค่มองปราดเดียวก็รู้ได้ทันทีว่า ฐานะของเขาคนนี้ย่อมไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
............................