บทที่ 34 เสื้อคลุมล่องหน และ สมาชิกกลุ่มคนใหม่
บทที่ 34 เสื้อคลุมล่องหน และ สมาชิกกลุ่มคนใหม่
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ดำเนินการแลกเปลี่ยนสำเร็จ ได้รับพลังงาน 200,000 แต้ม]
[สถานะพลังงานปัจจุบัน : 207,020 แต้ม ตรวจพบว่าระดับพลังงานของโฮสต์สามารถเลื่อนระดับต่อเนื่องได้ 2 ระดับ โดยจะใช้พลังงานรวมทั้งสิ้น 150,000 แต้ม มิทราบว่าโฮสต์ต้องการจะอัปเกรดเลยหรือไม่?]
ฟู่ซีโจวยังไม่ได้ตอบตกลงในทันที หากแต่เอ่ยถามหยั่งเชิงออกไปก่อน
[ระบบ คราวนี้เลื่อนขั้นรวดเดียวตั้งสองระดับเชียวนะ จะมอบของรางวัลตอบแทนให้มันจุใจและหนำใจกว่าเดิมหน่อยไม่ได้รึไงกัน ลำพังแค่ให้น้ำยาบำรุงร่างกายระดับต้นมาขวดเดียวในแต่ละครั้งน่ะ มันออกจะขี้เหนียวเกินไปหน่อยไหม]
ระบบส่งเสียงตอบกลับอย่างราบเรียบ
[เรียนโฮสต์ ของรางวัลตอบแทนจะเป็นการสุ่มทั้งหมด มิทราบว่าโฮสต์ต้องการจะอัปเกรดระบบเดี๋ยวนี้เลยหรือไม่?]
ฟู่ซีโจวทอดถอนใจอย่างจนปัญญา ในเมื่อทำอะไรไม่ได้จึงจำต้องยอมรับสภาพ
[อัปเกรดเลย!]
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ท่านได้รับชุดของขวัญพิเศษสำหรับการอัปเกรดสู่ระดับ 5 : ซาลาเปาไส้หมู 100 ลูก, ไก่ย่าง 10 ตัว, น้ำยาบำรุงร่างกายระดับต้น 1 ขวด และไอเทมพิเศษ เสื้อคลุมล่องหน 1 ตัว]
[ระดับปัจจุบัน : ระดับ 5, พลังงานคงเหลือ : 57,020 แต้ม, พื้นที่มิติปัจจุบันได้รับการขยายขนาดขึ้นเป็น 10,000 ตารางเมตร, พื้นที่มิติเพาะปลูกขยายเป็น 10,000 หมู่, บ่อน้ำขยายเป็น 5,000 หมู่, คำแจ้งเตือนด้วยความปรารถนาดี : การอัปเกรดสู่ระบบระดับ 6 จำเป็นต้องใช้พลังงาน 200,000 แต้ม]
ยังไม่ทันที่ฟู่ซีโจวจะได้ตกตะลึงกับไอเทมใหม่อย่างเสื้อคลุมล่องหน หรือมิติฟาร์มเพาะปลูกและปศุสัตว์ที่ขยายอาณาเขตกว้างขวางใหญ่โตขึ้นอย่างมหาศาล เขาก็สัมผัสได้ถึงคลื่นเสบียงสิ่งของนานาชนิดที่กำลังทะลักหลั่งไหลเข้ามาภายในมิติของระบบอย่างบ้าคลั่ง
แรงสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นนั้นราวกับเกิดแผ่นดินไหวขนาดสิบริกเตอร์ก็ไม่ปาน!
เพียงชั่วพริบตาเดียว ข้าวของเครื่องใช้สารพัดอย่างก็โผล่พรวดขึ้นมาเนืองแน่นเต็มพื้นที่
กระสอบบรรจุแป้งสาลีขาวและข้าวสารชั้นดีถูกวางซ้อนทับถมกันสูงตระหง่านจนกลายเป็นภูเขาลูกย่อมๆ กรงขังลูกหมูตัวน้อยและเข่งไม้ไผ่ที่สานขึ้นสำหรับใส่ลูกเจี๊ยบ ลูกเป็ด และลูกห่าน ถูกนำมาจัดวางเรียงรายซ้อนกันเป็นชั้นๆ อย่างแน่นขนัด หากไม่ใช่เพราะห้วงมิติของระบบแห่งนี้มีคุณสมบัติพิเศษในการหยุดนิ่งของกาลเวลาและสสารแล้วล่ะก็ ป่านนี้บรรดาสรรพสัตว์ตัวน้อยทั้งหลายคงจะส่งเสียงร้องระงมเอะอะโวยวายจนปวดแก้วหูแล้วเป็นแน่
เสื้อกันหนาวทหาร รองเท้าบุนวมหนาสำหรับฤดูหนาว พับผ้าเนื้อดี และปอยฝ้ายบริสุทธิ์ รวมไปถึงของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวันหลากชนิด ต่างถูกจำแนกแยกหมวดหมู่และจัดวางซ้อนกันไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยอยู่ทางด้านข้าง อีกทั้งอาหารสัตว์ปริมาณหลายตันและกองเมล็ดพันธุ์พืชนานาพันธุ์ ก็ได้รับการคัดแยกประเภทไว้อย่างเป็นสัดส่วนชัดเจน
ไก่ต้มซีอิ๊ว เป็ดย่าง และเนื้อวัวตุ๋นเครื่องเทศ ตลอดจนผลไม้กระป๋อง ขนมอบกรอบ และลูกอมหวานแหววหลากรส ก็มีมากมายก่ายกองจนสุดที่จะนับไหว
เสบียงกองมหึมามูลค่าสองแสนหยวนกองนี้ ช่างดูโอ่อ่าอลังการตระการตาเกินกว่าที่เขาเคยจินตนาการเอาไว้มากมายนัก มิหนำซ้ำคุณภาพของสิ่งของแต่ละชิ้นยังยอดเยี่ยมไร้ที่ติอีกด้วย
กระแสจิตของฟู่ซีโจวกวาดผ่านกองภูเขาเสบียงอันมหาศาลเหล่านั้น ในก้นบึ้งหัวใจของเขาพลันผุดคำจำกัดความขึ้นมาเพียงคำเดียวสั้นๆ... นั่นคือคำว่า 'สุดยอด!'
เขาลอบคิดในใจว่าเจ้สา ผอ.หวัง คนนี้ช่างสมกับเป็นทายาทตระกูลมหาเศรษฐีอย่างแท้จริง หากเป็นคนธรรมดาทั่วไป กว่าจะสามารถรวบรวมเสบียงกองพะเนินเทินทึกขนาดนี้ได้ ย่อมต้องใช้เวลาตระเวนหาอยู่นานหลายวันแน่นอน ทว่าอีกฝ่ายกลับเนรมิตทุกอย่างให้เสร็จสรรพได้ภายในเวลาเพียงแค่ชั่วข้ามคืนกับอีกครึ่งวันเท่านั้น
อานุภาพแห่งพลังเงินตราเช่นนี้ ชวนให้เขาต้องอิจฉาตาร้อนขึ้นมาจริงๆ!
ฟู่ซีโจวนึกขึ้นได้ถึงของรางวัลจากการเลื่อนระดับ จึงรีบเพ่งจิตค้นหาเสื้อคลุมล่องหนในทันที พลางกดแตะเบาๆ เพื่อเปิดดูคำอธิบายคุณสมบัติการใช้งาน
[เสื้อคลุมล่องหน : ไอเทมพิเศษ เมื่อสวมใส่แล้วจะสามารถเข้าสู่สถานะล่องหนได้โดยสมบูรณ์ สายตาเปล่าของมนุษย์ไม่อาจมองเห็นได้ ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่อง 1 ชั่วโมง หากถอดออกกลางคัน ตราบใดที่ยังสวมกลับคืนภายในกรอบเวลา 1 ชั่วโมง ผลของการล่องหนจะยังคงมีผลอยู่เช่นเดิม ระยะเวลาคูลดาวน์ในการฟื้นฟูพลัง 24 ชั่วโมง]
เมื่อฟู่ซีโจวอ่านรายละเอียดการใช้งานเสื้อคลุมล่องหนของระบบจบลง หัวใจในอกก็เต้นระทึกเร็วรัวขึ้นมาหลายจังหวะ
ไอ้เจ้านี่ นี่มัน... คือสุดยอดของวิเศษที่สร้างขึ้นมาเพื่อเขาโดยเฉพาะชัดๆ!
เมื่อมีของวิเศษชิ้นนี้อยู่ในกำมือ ต่อไปในภายภาคหน้า หากเขาจะลอบไปพบหน้าพ่อแม่ที่คอกวัว มันก็จะไม่สะดวกสบายและปลอดภัยขึ้นกว่าเดิมเป็นกองหรอกหรือ!
ยิ่งไปกว่านั้น ยามที่ต้องแวะเวียนไปค้าขายในตลาดมืด หากดวงกุดจนถูกพวกปลอกแขนแดงไล่กวดขันจับกุม เขาก็แค่หยิบมันขึ้นมาสวมแล้วล่องหนหายตัวไปต่อหน้าต่อตาได้อย่างลอยนวล
พอจินตนาการถึงสารพัดความสะดวกสบายที่เสื้อคลุมล่องหนตัวนี้จะมอบให้ ฟู่ซีโจวก็รู้สึกตื่นเต้นดีใจเสียจนอยากจะวิ่งกระโดดโลดเต้นรอบลานตากข้าวสักสิบรอบ พร้อมกับส่งเสียงร้องเลียนแบบลิงค่างบ่างชะนีให้สมแก่ใจ
ช่างเป็นจังหวะที่ประจวบเหมาะเสียเหลือเกิน ราวกับกำลังง่วงเหงาหาวนอนแล้วมีคนใจดียื่นหมอนนุ่มๆ มาหนุนหัวให้พอดิบพอดี
ฟู่ซีโจวถึงกับเอ่ยบอกความรู้สึกสุดซาบซึ้งกับระบบอย่างจริงใจ
[ระบบ นายช่างแสนดีกับฉันเหลือเกิน!]
ระบบ : [...]
หลังจากสงบจิตสงบใจที่กำลังเต้นตูมตามลงได้แล้ว ฟู่ซีโจวจึงเปิดหน้าต่างกลุ่มแลกเปลี่ยนสิ่งของขึ้นมาดูอีกครั้ง
พอดีกับที่เจ้า ผอ.หวัง ได้แท็กข้อความถึงเขาในกลุ่มพอดี
[เจ้าพ่อเสบียง ขอบคุณที่ยอมแลกเปลี่ยนกับฉันนะ ยินดีที่ได้ร่วมงาน วันหน้าถ้าหากนายมีของเก่าของดีอะไรแบบนี้อีก สามารถพิจารณาเอามาแลกกับฉันได้ตลอดเวลาเลย ฉันเหมาเรียบวุธทั้งหมดแน่นอน]
ฟู่ซีโจวตอบกลับไป
[นอกจากพวกวัตถุโบราณแล้ว ในอนาคตผมจะทยอยนำเอาพวกธัญพืช ข้าวปลาอาหาร รวมถึงผลไม้สดๆ มาลงแลกเปลี่ยนในกลุ่มเรื่อยๆ หวังว่าทุกท่านจะช่วยกันอุดหนุนและสนับสนุนกันมากๆ นะครับ]
พี่สาวอวี่ของฝากพื้นเมือง : [เจ้าพ่อเสบียง นายเปิดฟาร์มการเกษตรจริงๆ หรือเนี่ย?]
ฟู่ซีโจวลอบคิดในใจว่า ตอนนี้ตนเองต้องลงมาใช้แรงงานเป็นปัญญาชนชนบทในถิ่นทุรกันดาร จะนับว่าทำฟาร์มอยู่ก็คงไม่ผิดความจริงเท่าไหร่นัก
เขาจึงพิมพ์ตอบไปว่า
[ก็นะ ถือเป็นหนึ่งในอาชีพเสริมหนะ รอให้พืชผลพวกนี้เติบโตจนได้ที่และสุกงอมเมื่อไหร่ ก็จะสามารถนำมาแลกเปลี่ยนกับทุกๆ คนได้ทันที ถึงเวลานั้นก็ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วย!]
ในจังหวะนั้นเอง หน้าต่างกลุ่มแลกเปลี่ยนสิ่งของก็ส่งสัญญาณแจ้งเตือนว่ามีสมาชิกหน้าใหม่เพิ่งเข้าร่วมกลุ่มมา
เฒ่าถานผู้คลั่งไคล้เครื่องจักร : [สวัสดีครับทุกท่าน สมาชิกใหม่เพิ่งเข้ามาในกลุ่ม ขอฝากเนื้อฝากตัวและรบกวนช่วยชี้แนะด้วยนะครับ]
เถ้าแก่เซี่ยคนขายปู : [สหาย รสนิยมความชอบส่วนตัวของนายนี่มันดูแปลกๆพิลึกชอบกลอยู่นะ? ถ้างั้นฉันคงไม่กล้าไปดูแลชี้แนะนายหรอกนะ ฮ่าๆ]
เฒ่าถานผู้คลั่งไคล้เครื่องจักร : [ไม่ใช่ๆๆ ผมหมายถึงชอบประดิษฐ์เครื่องจักรกลต่างหากล่ะครับ! ตัวผมเป็นคนทำหุ่นยนต์สารพัดรูปแบบ วันข้างหน้าผมจะนำเอาหุ่นยนต์รุ่นทดลองที่ผ่านมาตรฐานคุณภาพของบริษัทมาลงในกลุ่ม เพื่อแลกเปลี่ยนสิ่งของกับทุกๆ ท่าน ถึงตอนนั้นก็รบกวนช่วยอุดหนุนกันด้วยนะครับ]
ทันทีที่ฟู่ซีโจวเห็นข้อความของ 'เฒ่าถานผู้คลั่งไคล้เครื่องจักร' ดวงตาทั้งสองข้างก็พลันสว่างวาบขึ้นมาราวกับมีประกายไฟจุดติด
ในชาติก่อนตอนที่เขาเสียชีวิต เทคโนโลยีในยุคนั้นดูเหมือนจะพัฒนาไปไกลและก้าวหน้าอย่างน่าอัศจรรย์ ในเวลานั้นพวกหุ่นยนต์ดูเหมือนจะสามารถช่วยมนุษย์ทำงานสารพัดอย่างได้แล้ว
ฟู่ซีโจวจึงเอ่ยถามไปอย่างกระตือรือร้น
[สหาย หุ่นยนต์ของคุณสามารถช่วยไถพรวนดินได้ไหม?]
เฒ่าถานผู้คลั่งไคล้เครื่องจักร : [ถ้าเรื่องไถดินคงจะยังทำไม่ได้ครับ เพราะงานแบบนั้นต้องใช้เครื่องมือเฉพาะทาง แต่ถ้าให้ช่วยทำงานบ้านจิปาถะทั่วไป อย่างเช่นให้อาหารไก่ เป็ด อะไรทำนองนั้น ย่อมสามารถทำได้อย่างสบายมาก]
[นอกจากนี้ ทางผมยังรับทำตามคำสั่งซื้อพิเศษด้วยนะครับ หากคุณบังเอิญมีสิ่งของที่ผมกำลังต้องการพอดี ผมก็สามารถผลิตหุ่นยนต์ตามรูปแบบที่คุณต้องการเพื่อนำมาแลกเปลี่ยนกันได้เลย]
ฟู่ซีโจวรู้สึกกระปรี้กระเปร่าและเบิกบานใจยิ่งขึ้นไปอีกหลายเท่าตัว
เมื่อวานนี้เขายังเพิ่งจะนึกคร่ำครวญอยู่หยกๆ ว่าหากมีใครสักคนมาคอยช่วยเขาดูแลให้อาหารพวกเป็ด ไก่ ห่าน แทนก็คงจะวิเศษไม่น้อย นึกไม่ถึงเลยว่า จู่ๆ หุ่นยนต์อเนกประสงค์จะโผล่พรวดมาปรากฏตรงหน้าเร็วถึงเพียงนี้
กระนั้น เขาก็ไม่ได้รีบร้อนทาบทามเพื่อขอแลกเปลี่ยนกับอีกฝ่ายในทันที
ชายหนุ่มกดออกจากหน้าต่างสนทนา แล้วเริ่มลงมือจัดระเบียบพื้นที่ภายในมิติอย่างจริงจัง
พื้นที่ดินดำอันอุดมสมบูรณ์กว้างใหญ่ไพศาลถึงหนึ่งหมื่นหมู่นี้ หากปล่อยทิ้งให้รกร้างว่างเปล่าไว้เฉยๆ ย่อมเป็นการสิ้นเปลืองทรัพยากรไปโดยเปล่าประโยชน์อย่างน่าเสียดาย
เขาจัดแจงถ่ายโอนเมล็ดพันธุ์สารพัดชนิดที่เพิ่งแลกเปลี่ยนมาได้เข้าไปยังพื้นที่เพาะปลูก สายตาทอดมองผืนแผ่นดินดำอันกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา เพียงแค่กำหนดจิตนึกคิด พื้นดินเบื้องหน้าก็ถูกจัดสรรแบ่งเป็นโซนต่างๆ อย่างเป็นระเบียบตามความต้องการในทันใด
พื้นที่หลายร้อยหมู่ถูกจัดสรรไว้สำหรับดำนาปลูกข้าว อีกหลายร้อยหมู่ใช้ปลูกข้าวสาลีและข้าวโพด ส่วนพื้นที่ที่เหลือทั้งหมด เขาก็นำไปหว่านปลูกถั่วเหลือง ถั่วลิสง มันเทศ มันฝรั่ง ตลอดจนพืชผักสวนครัวนานาชนิดจนเต็มผืนดิน
ครั้นเพาะปลูกเสร็จสิ้น ฟู่ซีโจวก็เบนสายตาไปมองบ่อน้ำพุวิเศษ
ภายหลังจากการอัปเกรดระบบ ปริมาณการผลิตน้ำพุวิเศษก็เพิ่มอัตราการไหลรินสูงขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด
ฟู่ซีโจวหยดน้ำพุวิเศษบริสุทธิ์รดลงที่โคนต้นไม้ผลทั้งสองต้นไปคนละสองสามหยด จากนั้นจึงชักนำสายน้ำพุส่วนที่เหลือให้ไหลรินลงสู่สระน้ำใหญ่ ก่อนจะนำน้ำในสระมารดพรมแปลงพืชผลจนชุ่มฉ่ำ
..........
หลังจากสาละวนจัดการงานสารพัดเหล่านี้จนเสร็จสิ้น ก็ได้เวลาเลิกงานของชาวบ้านพอดี
ในระหว่างที่สาวเท้าเดินมุ่งหน้ากลับที่พัก ฟู่ซีโจวก็แบ่งกระแสจิตเข้าไปสำรวจดูลูกเจี๊ยบ ลูกเป็ด ลูกห่าน และลูกหมูตัวน้อยในมิติไปพลางๆ
แน่นอนว่าหมูตัวใหญ่กับลูกหมูแรกเกิดย่อมไม่เหมาะที่จะขังรวมไว้ในคอกเดียวกัน ทว่าไม้ซุงที่เขาตระเวนเก็บมาจากบนภูเขาเมื่อวานนี้ ส่วนใหญ่ถูกนำไปสร้างเป็นคอกหมูขนาดใหญ่หมดแล้ว ตอนนี้จึงมีเศษไม้หลงเหลือไม่เพียงพอที่จะสร้างคอกสำหรับลูกหมูเพิ่มได้อีก
ฟู่ซีโจวจึงตัดสินใจนำเศษไม้ที่เหลือทั้งหมดมาล้อมทำเป็นเล้าไก่ขึ้นมาแทน
เมื่อเล้าไก่ถูกสร้างขึ้นจนเสร็จเรียบร้อย ชายหนุ่มก็กะประมาณขนาดพื้นที่ ก่อนจะปล่อยลูกเจี๊ยบตัวน้อยเข้าไปวิ่งเล่นด้านในจำนวนสองร้อยตัว
เขายังไม่อาจปล่อยพวกมันเข้าไปมากกว่านี้ได้ เนื่องจากขนาดของเล้าไก่ยังคับแคบเกินไป
ลูกเจี๊ยบสองร้อยตัวต่างพากันส่งเสียงร้องเจี๊ยบๆ พลางวิ่งไล่กวดกันไปมาอย่างมีชีวิตชีวา
ฟู่ซีโจวทอดสายตามองภาพอันแสนคึกคักและเปี่ยมล้นไปด้วยพลังชีวิตตรงหน้า ภายในอกพลันเอ่อล้นไปด้วยความภาคภูมิใจอย่างบอกไม่ถูก
นี่คงจะเป็นสิ่งที่ผู้คนในยุคหลังมักเรียกขานกันว่า 'ชีวิตวัยเกษียณอันแสนสงบสุขในชนบท' สินะ
หลังจากโปรยอาหารให้ลูกไก่กินจนอิ่มหนำ ฟู่ซีโจวก็หันไปมองหมูอ้วนตัวใหญ่ทั้งสามตัว
อาหารหมูที่เขาคลุกเคล้าด้วยน้ำพุวิเศษเจือจางนั้นดูเหมือนจะอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการอย่างเหลือล้น เมื่อกวาดสายตาประเมินดูด้วยตาเปล่า หมูแต่ละตัวน่าจะมีน้ำหนักตัวแตะสี่ร้อยกว่าชั่งเข้าไปแล้ว
ฟู่ซีโจวเกิดความคิดแวบขึ้นมาในหัว จึงเอ่ยถามระบบขึ้นว่า
[ระบบ นายสามารถแยกส่วนหมูให้กลายเป็นเนื้อหมูชำแหละได้ไหม?]
[สามารถทำได้ ฟังก์ชันการแยกส่วนจำเป็นต้องใช้พลังงาน 100 แต้ม โฮสต์ยืนยันที่จะแยกส่วนหรือไม่?]
ใช้พลังงานแค่หนึ่งร้อยแต้ม แลกกับการได้เนื้อหมูที่ชำแหละเสร็จสรรพเรียบร้อยหนึ่งตัว ช่างคุ้มค่าเกินราคาเสียจริงๆ!
[แยกส่วนเลย!]
สิ้นเสียงคำสั่งในใจของเขา หมูอ้วนตัวโตที่มีน้ำหนักหลายร้อยชั่งตัวนั้นก็อันตรธานหายวับไปในทันที สิ่งที่ปรากฏขึ้นมาแทนที่ คือชิ้นเนื้อหมูที่ถูกชำแหละตัดแต่งไว้อย่างประณีต ทั้งหัวหมู คากิ เนื้อสามชั้น เนื้อสันใน ซี่โครงหมู... ล้วนถูกจำแนกแยกแยะหมวดหมู่อย่างชัดเจน และจัดวางเรียงรายไว้บนพื้นอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
แม้กระทั่งพวกเครื่องในหมูก็ยังถูกล้างทำความสะอาดจนหมดจด ไร้กลิ่นคาวตกค้างแม้แต่น้อย
ฟู่ซีโจวพยักหน้ารับด้วยความพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง
ครั้นผลักประตูรั้วเดินเข้ามาในลานบ้าน ตาเฒ่าหวังก็มานั่งเอกเขนกบนเก้าอี้รอคอยอยู่ก่อนแล้ว
เมื่อเห็นฟู่ซีโจวเดินกลับเข้ามา ชายชราก็ฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันพลางเอ่ยทักทาย
"มื้อเย็นวันนี้พวกเราจะกินอะไรกันดีล่ะ?"
ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมานี้ การได้ลิ้มรสอาหารเลิศรสฝีมือของฟู่ซีโจว ได้กลายเป็นความเคยชินอันแสนสุขของแกไปเสียแล้ว
ฟู่ซีโจวหยุดคิดไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเสนอขึ้นมา
"มื้อค่ำวันนี้ กินซี่โครงหมูนึ่งดีไหมครับ?"
ตาเฒ่าหวังกลับทำหน้าเบ้คล้ายกับไม่อยากจะกินซี่โครงหมูเท่าไหร่นัก
"นี่ยังอุตส่าห์ไปซื้อซี่โครงหมูมาอีกเรอะ? ซี่โครงกระดูกพวกนั้นมันมีอะไรน่ากินกัน มีแต่กระดูกแทบไม่มีเนื้อติดเลยสักนิด"
"แต่ถ้าเป็นสูตรที่ผมลงมือทำ รับรองว่าต้องอร่อยเหาะแน่นอน"
ฟู่ซีโจวเอ่ยยิ้มๆ พลางเดินก้าวขาเข้าไปในห้องครัว
เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตาเฒ่าหวังดันตั้งแง่รังเกียจซี่โครงหมู ชายหนุ่มจึงหยิบเอาซาลาเปาไส้หมูชิ้นโตออกมาหกลูกเพื่อนำไปนึ่งให้ร้อน จากนั้นจึงค่อยลงมือล้างทำความสะอาดซี่โครงหมู แล้วเริ่มลงมือนึ่งตามกรรมวิธี
ในช่วงชีวิตชาติก่อนยามที่ต้องชดใช้กรรมอยู่ในเรือนจำ เขาได้เรียนรู้งานฝีมือและเคล็ดลับการทำอาหารมาไม่น้อย และหนึ่งในนั้นก็คือเมนูซี่โครงหมูนึ่งสูตรเด็ดจานนี้นี่เอง
ครึ่งชั่วโมงต่อมา ซี่โครงหมูนึ่งร้อนๆ กลิ่นหอมฟุ้งจรุงใจ พร้อมด้วยซาลาเปาไส้หมูลูกโตควันฉุย ก็ถูกยกขึ้นมาจัดวางไว้บนโต๊ะอาหาร
ตาเฒ่าหวังคีบซี่โครงหมูนึ่งฝีมือฟู่ซีโจวเข้าปากไปคำหนึ่ง ทันใดนั้น แกก็ตื่นเต้นดีใจจนแทบจะกระโดดโลดเต้น ขยับแขนขาร่ายรำไปมาอย่างคึกคัก
"อัยหยา! เจ้าหนุ่ม... นายนี่มันมีฝีมือไม่เบาเลยจริงๆ แฮะ เนื้อซี่โครงจานนี้นี่มันช่างอร่อยล้ำเหลือเกิน!"
ฟู่ซีโจวหลุดหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี การมีตาเฒ่าคนนี้คอยอยู่ร่วมชายคาและร่วมโต๊ะอาหารด้วย ดูไปแล้วมันก็สนุกสนานเพลิดเพลินและมีสีสันไม่เลวเลยทีเดียว
.........................