บทที่ 64 สรรพคุณอันน่าทึ่งของเนื้อหมูจากฟาร์มเจ้าพ่อเสบียง
บทที่ 64 สรรพคุณอันน่าทึ่งของเนื้อหมูจากฟาร์มเจ้าพ่อเสบียง
[เจ้าพ่อเสบียงอยู่ไหม? ในมือนายยังมีหมูเป็นๆ อีกหรือเปล่า?]
[เจ้าพ่อเสบียง ฉันอยากจะขอแลกหมูเป็นๆ กับนายอีกสักสองสามตัว ด่วนที่สุดเลย!]
[เจ้าพ่อเสบียง?]
ฟู่ซีโจวพิมพ์ตอบกลับไปอย่างเชื่องช้า
[มัวแต่ยุ่งๆอยู่น่ะ มีเรื่องอะไรหรือเปล่า? ค่อยๆ พูดไม่ต้องรีบ]
เถ้าแก่หวังเขียงหมูรีบตอบกลับมาแทบจะในเสี้ยววินาทีนั้น
[ในที่สุดเจ้าพ่อเสบียงก็ปรากฏตัวสักที! หมูสองตัวที่นายขายให้ฉันคราวก่อนน่ะ พอฉันได้รับมาก็ขุนเลี้ยงต่ออีกสองวัน ถึงค่อยทยอยเชือดขายทีละตัว แล้วนายทายสิว่าผลลัพธ์มันออกมาเป็นยังไง?]
ฟู่ซีโจว: [ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าล่ะสิ]
เถ้าแก่หวังเขียงหมู: [ใช่ๆๆ! โดยเฉพาะหมูตัวที่สองนะ ปกติแล้วหมูน้ำหนักสามร้อยกว่าจิน ฉันต้องใช้เวลาขายทั้งวันกว่าจะหมด หมูตัวแรกอาจจะขายออกช้าไปสักหน่อย แต่สุดท้ายก็ขายจนหมดเกลี้ยง]
[ฉันก็เลยกะว่าจะรอให้พ้นไปอีกสักวันแล้วค่อยเชือดขายตัวที่สอง แต่ใครจะไปคิดล่ะว่าพอรุ่งเช้าปุ๊บ ก็มีคนแห่มาหาซื้อเนื้อหมูกันเพียบ แถมยังพากันชมเปาะว่าเนื้อหมูที่ซื้อไปเมื่อวานรสชาติอร่อยล้ำเลิศจนต้องกลับมาซื้อซ้ำ ฉันก็อธิบายให้พวกเขาฟังนะว่าหมูของวันนี้กับเมื่อวานมันเป็นคนละล็อตกัน]
[ปรากฏว่าพอคนพวกนั้นซื้อกลับไปกิน ก็รีบกลับมาฟีดแบ็กทันทีว่ารสสัมผัสมันเทียบไม่ได้กับหมูที่นายแลกมาให้เลยสักนิด พอได้ยินแบบนั้นฉันก็เลยรีบจัดการเชือดหมูตัวสุดท้ายของนายทันทีเลยสิ แล้วรู้ไหม... ตอนนี้พวกลูกค้าขาประจำต่างพากันมาถามไถ่ทุกวี่ทุกวันว่าฉันได้รับหมูจากบ้านนายมาขายอีกหรือเปล่า พวกเขาบ่นอุบเลยว่าติดใจอยากกินแต่เนื้อหมูจากฟาร์มนายเท่านั้น]
[ฉันจะบอกอะไรให้นะ เนื้อหมูของนายมันวิเศษราวกับของวิเศษจากสวรรค์เลยล่ะ! ลูกค้าที่ได้ลิ้มลองต่างก็ยกนิ้วให้เป็นเสียงเดียวกัน มีลูกค้าเก่าแก่คนหนึ่งเล่าให้ฟังว่า ที่บ้านเขามีผู้เฒ่าที่ป่วยเป็นโรคปวดเอวปวดขามานานหลายปี แต่พอดื่มน้ำแกงที่ตุ๋นจากเนื้อหมูของนายเข้าไปปุ๊บ พอรุ่งเช้าแกกลับสามารถลุกขึ้นมาเดินเหินได้เฉยเลย!]
[ยังมีพ่อหนุ่มอีกคนนะ ปกติชอบบ่นกระปอดกระแปดว่าร่างกายอ่อนแอขี้โรค แต่พอกินเนื้อหมูของนายติดต่อกันไปได้แค่ไม่กี่วัน ตอนนี้กลับกระปรี้กระเปร่าหน้าตาแจ่มใสขึ้นเป็นกอง ตอนนี้แอปวีแชตของฉันแทบจะระเบิดอยู่แล้วเนี่ย! มีแต่คนทักมาถามทุกวี่วันว่ามีหมูของนายเข้ามาบ้างไหม เจ้าพ่อเสบียง... รีบมาช่วยชีวิตฉันทีเถอะ ฉันต้องการแลกหมู!]
ฟู่ซีโจวไล่สายตาอ่านคำบอกเล่าของเถ้าแก่หวังด้วยความรู้สึกที่รู้อยู่แก่ใจเป็นอย่างดี ก็แหงล่ะ... หมูพวกนั้นดื่มน้ำที่ผสมกับน้ำพุวิเศษเจือจางเข้าไปนี่นา พอคนเอาเนื้อหมูไปทำอาหารกิน ร่างกายก็ย่อมต้องแข็งแรงขึ้นเป็นธรรมดา ก็เหมือนกับกรณีของตาเฒ่าหวังนั่นแหละ
ชายหนุ่มลอบกวาดสายตามองฝูงหมูที่เลี้ยงไว้ในมิติระบบเพาะปลูกและปศุสัตว์ เขาตั้งใจเอาไว้แล้วว่าจะรอให้พวกมันขุนน้ำหนักแตะถึงห้าร้อยจินเสียก่อน ค่อยนำออกไปแลกเปลี่ยนกับคนอื่น
[หมูน่ะมีอยู่แล้วล่ะ แต่ล็อตต่อไปคงต้องรออีกสักหนึ่งสัปดาห์ถึงจะพร้อมจับขายได้]
[หนึ่งสัปดาห์เหรอ? เยี่ยม! เดี๋ยวฉันจะรีบเอาข่าวดีไปบอกกับพวกเขาทันทีเลย เจ้าพ่อเสบียง... นายต้องแลกกับฉันเท่านั้นนะ มีเท่าไหร่ฉันขอรับเหมาหมดเลย ทางที่ดีพวกเรามาทำสัญญาแลกเปลี่ยนกันระยะยาวไปเลยดีกว่า]
เวลานี้เถ้าแก่หวังเขียงหมูรู้สึกราวกับว่าเส้นทางสู่ความร่ำรวยมหาศาลกำลังปูพรมทอดยาวอยู่เบื้องหน้า บรรดาลูกค้าเก่าแก่ของเขาต่างพากันไปบอกปากต่อปาก จนชักนำลูกค้าหน้าใหม่กระเป๋าหนักเข้ามาอุดหนุนอีกเพียบ
ซึ่งลูกค้าหน้าใหม่กลุ่มนี้มีทุกอย่างยกเว้นความขัดสนเรื่องเงินทอง ขอเพียงแค่มีเนื้อหมูชั้นเลิศจากเจ้าพ่อเสบียงคอยป้อนให้ เขาจะต้องมานั่งกลุ้มใจเรื่องหาเงินไม่ได้อยู่อีกหรือ? ด้วยการพึ่งพาเนื้อหมูจากฟาร์มของเจ้าพ่อเสบียง เขาจะต้องผงาดขึ้นเป็นเบอร์หนึ่งแห่งวงการเขียงหมูประจำตลาดได้อย่างแน่นอน!
ฟู่ซีโจวพิมพ์ย้ำเตือนเงื่อนไข: [เรื่องแลกเปลี่ยนระยะยาวน่ะไม่มีปัญหาหรอก แต่ฉันต้องการแลกกับทองคำ หรือไม่ก็ลูกหมูตัวน้อยๆ.... บางครั้งอาจจะต้องการพวกเมล็ดพันธุ์พืชทางการเกษตรบ้างอะไรทำนองนั้น]
เถ้าแก่หวังเขียงหมู: [ไม่มีปัญหาเลยน้องชาย! เดี๋ยวฉันจะรีบไปกว้านซื้อทองคำมาตุนเก็บไว้ให้นายก่อนเลย ส่วนเรื่องลูกหมูน่ะ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันไปติดต่อกับทางฟาร์มเอง ถ้าเกิดนายต้องการข้าวของเครื่องใช้อื่นๆ เพิ่มเติมล่ะก็ แค่กระซิบบอกล่วงหน้ามาคำเดียว ต่อให้ต้องบุกน้ำลุยไฟ ฉันก็จะไปเสาะหามาประเคนให้นายจนครบถ้วนทุกกระเบียดนิ้ว!]
ดูเหมือนว่าในตอนนี้ ความสนใจของเถ้าแก่หวังเขียงหมูจะถูกเบนเข็มจากของเก่าวัตถุโบราณในมือฟู่ซีโจว เปลี่ยนไปเป็นเนื้อหมูอย่างเต็มรูปแบบเสียแล้ว
สมาชิกคนอื่นๆ ในกลุ่มแชตที่เฝ้าจับตาดูบทสนทนาของทั้งคู่อยู่เงียบๆ ต่างก็พากันโผล่หน้าออกมาร่วมวงสนทนาอย่างพร้อมเพรียง
เถ้าแก่เซี่ยคนขายปู: [เจ้าพ่อเสบียง เนื้อหมูของนายมันวิเศษวิโสขนาดนั้นเชียวเหรอ? ถ้าถึงเวลาจับหมูออกจากคอกเมื่อไหร่ แบ่งมาแลกกับฉันสักตัวได้ไหม?]
ฟู่ซีโจว: [พอดีว่าฉันเลี้ยงปูขนเอาไว้ด้วยน่ะสิ สรรพคุณอะไรที่เนื้อหมูมี ปูขนของฉันก็มีเหมือนกันหมด เถ้าแก่เซี่ย... นายสนใจอยากจะแลกไหมล่ะ?]
เถ้าแก่เซี่ยคนขายปู: [เอ๋? แต่ว่าบ่อเลี้ยงปูที่บ้านฉันยังไม่ได้วิดน้ำเคลียร์บ่อเลย งั้นเอาไว้ก่อนก็แล้วกัน]
ในใจของเถ้าแก่เซี่ยคนขายปูคิดเพียงว่า ปูขนในบ่อของตัวเองยังขายออกไม่หมดเลย จึงไม่มีความจำเป็นอันใดที่จะต้องไปแลกเปลี่ยนปูขนกับฟู่ซีโจวให้มากความ
ฟู่ซีโจวเองก็ไม่ได้คิดจะคะยั้นคะยอ: [ตกลงตามนี้ เอาไว้ถ้าหมูพร้อมออกจากคอกเมื่อไหร่ ฉันจะมาประกาศในกลุ่มอีกที ถึงตอนนั้นถ้าใครมีความต้องการ ก็สามารถนำของมาแลกเปลี่ยนกันได้เลย]
เสี่ยวจางผู้ไม่เคยกลับมือเปล่า: [งั้นฉันขอจองด้วยคนนะ!]
พี่สาวอวี่ของฝากพื้นเมืองแท็กชื่อเถ้าแก่หวังเขียงหมู: [มันมีสรรพคุณวิเศษขนาดนั้นจริงดิ? นายเคยกินแล้วหรือไง?]
แม้ลึกๆ แล้วเถ้าแก่หวังเขียงหมูจะอยากฮุบโควตาหมูล็อตหน้าเอาไว้แต่เพียงผู้เดียว ทว่าในเมื่อทุกคนล้วนเป็นสหายที่ดีในกลุ่มแชต เขาจึงไม่อาจยอมหน้ามืดตามัวพูดจาบิดเบือนความจริงเพื่อสกัดดาวรุ่งคนอื่นได้
[อร่อยเหาะไปเลยล่ะ! ฉันเองก็ลองชิมมาแล้ว ขอบอกเลยนะว่าพอกินเข้าไปปุ๊บ ความดันเลือดของฉันก็ลดฮวบลงไปตั้งเยอะแน่ะ]
พี่สาวอวี่ของฝากพื้นเมือง: [เจ้าพ่อเสบียง ฉันก็อยากแลกด้วยเหมือนกัน!]
ในขณะเดียวกัน ฟู่ซีโจวก็กำลังกวาดสายตาสำรวจดูมิติระบบเพาะปลูกและปศุสัตว์ของตนเองอย่างอารมณ์ดี
เขาค้นพบว่าบรรดาแม่ไก่ที่ฟูมฟักเลี้ยงดูเอาไว้ เริ่มพากันออกไข่เรียบร้อยแล้ว
ไข่ไก่ใบโตอวบอ้วนกลมกลึงแต่ละฟอง ช่างดูน่าชื่นอกชื่นใจเสียเหลือเกิน
ชายหนุ่มจึงเปิดหน้าต่างกลุ่มแชตแลกเปลี่ยนสิ่งของขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะพิมพ์ข้อความส่งลงไป
[ไข่ไก่ออร์แกนิก รสชาติเยี่ยมยอด คุณค่าทางโภชนาการสูงลิบลิ่ว มีใครสนใจอยากแลกไหม? เป็นการเปิดรอบแลกเปลี่ยนครั้งแรก ฉันขอจำกัดสิทธิ์ให้แลกแค่หนึ่งพันฟองเท่านั้น โดยขอแลกกับเมล็ดพันธุ์ผักนานาชนิด]
ข้อความเพิ่งจะถูกส่งออกไปได้เพียงเสี้ยววินาที พี่สาวอวี่ของฝากพื้นเมืองก็รีบทักถามสวนกลับมาทันควัน: [ใช่ไข่ไก่บ้านหรือเปล่า?]
[ถูกต้อง]
[ถ้าอย่างนั้นไข่ไก่พวกนั้นฉันขอเหมาหมดเลย! พอดีว่าทางฉันมีเมล็ดพันธุ์ผักสารพัดชนิดตุนเอาไว้เพียบ นายอยากจะแลกกับเมล็ดผักชนิดไหนบ้างล่ะ?]
[เอามาให้หมดทุกชนิดนั่นแหละ]
เพียงชั่วอึดใจเดียว ฟู่ซีโจวกับพี่สาวอวี่ก็ทำข้อตกลงแลกเปลี่ยนกันเสร็จสรรพ ชายหนุ่มยังถือโอกาสจับปูขนในบ่อเลี้ยงมอบเป็นของแถมให้เธอไปอีกหนึ่งคู่ตัวผู้และตัวเมีย
[ปูขนคู่นั้นผมแถมให้ฟรีๆ เลยนะ ถ้ากินแล้วถูกปาก ก็ฝากช่วยบอกต่อโฆษณาให้ด้วยแล้วกัน]
[ได้เลยจ้า ขอบใจมากนะเจ้าพ่อเสบียง]
เสียงแจ้งเตือนจากระบบดังแว่วขึ้นมาในห้วงความคิด:
[ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ การแลกเปลี่ยนเสร็จสมบูรณ์ ท่านได้รับ พลังงาน 500 แต้ม]
ฟู่ซีโจวมองดูกองเมล็ดพันธุ์ผักมากมายก่ายกองที่ปรากฏขึ้นในมิติระบบ ก่อนจะพิมพ์ข้อความทิ้งท้ายเพื่อเป็นการเรียกน้ำย่อยลงในกลุ่มแชตอีกครั้ง
[อีกไม่นานเกินรอ พวกผักออร์แกนิกกับธัญพืชของฉันก็จะเจริญเติบโตเต็มที่พร้อมเก็บเกี่ยวแล้วนะ ขอบอกเลยว่าสรรพคุณของมันไม่ได้ด้อยไปกว่าเนื้อหมูเลยสักนิด ทุกคนโปรดตั้งตารอคอยกันได้เลย]
ข้อความประโยคนี้ สร้างแรงกระเพื่อมและความตื่นตะลึงให้สั่นสะเทือนไปทั่วทั้งกลุ่มแชตอีกระลอก
[บ้าไปแล้ว! นี่ถึงขั้นมีผักออร์แกนิกกับธัญพืชด้วยงั้นเหรอ?]
[เจ้าพ่อเสบียง ตกลงว่าฟาร์มที่บ้านของนายมันใหญ่โตมโหฬารขนาดไหนกันแน่เนี่ย แล้วมันตั้งอยู่ที่ไหนกัน? เปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรให้คนเข้าไปเยี่ยมชมได้ไหม? ฉันอยากจะขอไปเปิดหูเปิดตาดูสักครั้งจังเลย]
[แล้วกะคร่าวๆ ว่าจะได้ฤกษ์เก็บเกี่ยวช่วงไหนล่ะ? ฉันจะได้ตั้งนาฬิกาปลุกเตรียมตัวรอแย่งของให้ทัน]
ขณะนี้ฟู่ซีโจวได้กดออกจากกลุ่มแชตเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มจัดการขนย้ายกองเมล็ดพันธุ์ผักเข้าไปในมิติเพาะปลูกและปศุสัตว์ เพื่อเตรียมตัวลงมือเพาะปลูก
เขาใช้จิตสำนึกควบคุมสั่งการให้เมล็ดพันธุ์เหล่านั้นฝังตัวลงไปในดิน พลางเอ่ยปากถามระบบไปด้วย
[นี่ระบบ... พอจะมีวิธีไหนที่ช่วยให้ฉันแอบอู้งานได้บ้าง? พื้นที่เพาะปลูกกว้างขวางตั้งขนาดนี้ ขืนต้องมานั่งใช้แต่จิตสำนึกควบคุมการปลูกอยู่ฝ่ายเดียว สมองของฉันคงได้ล้าจนระเบิดแน่ๆ]
[การลงแรงทำงานด้วยน้ำพักน้ำแรงคือเกียรติยศอันสูงสุด และถือเป็นคุณธรรมอันงดงามของมวลมนุษยชาติ ดังนั้นโฮสต์สมควรที่จะได้สัมผัสกับประสบการณ์อันทรงคุณค่านี้ด้วยตัวเอง]
น้ำเสียงของระบบที่ตอบกลับมาช่างราบเรียบและไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกใดๆ โดยสิ้นเชิง
[ไอ้คุณธรรมอันงดงามบ้าบออะไรนั่น ฉันยกให้นายเอาไปกอดไว้เองจะเอาไหมล่ะ?] ฟู่ซีโจวอดไม่ได้ที่จะเอ่ยค่อนขอดสวนกลับไปอย่างเหลืออด
[ทว่า... การผลาญแต้มพลังงาน ย่อมสามารถเสกสรรค์ให้คุณธรรมที่ว่างดงามอยู่แล้ว ยิ่งทวีความงดงามตระการตามากขึ้นไปได้อีกระดับ] จู่ๆ ระบบก็เปลี่ยนท่าทีและพลิกลิ้นหันมานำเสนอหน้าตาเฉย
[ขณะนี้ทางร้านค้าเพิ่งจะนำหุ่นยนต์การเกษตรรุ่นใหม่ล่าสุดเข้ามาวางจำหน่าย ไม่ทราบว่าโฮสต์สนใจอยากจะลองรับฟังรายละเอียดดูสักหน่อยหรือไม่?]
ดวงตาของฟู่ซีโจวพลันเบิกกว้างทอประกายวาววับขึ้นมาทันที นี่มันมีของวิเศษดีๆ แบบนี้อยู่ด้วยเหรอ?
เขาไม่รอช้ารีบเปิดหน้าร้านค้าของระบบขึ้นมาดูทันที และก็เป็นอย่างที่คิด เขาพบคำบรรยายสรรพคุณของหุ่นยนต์การเกษตรปรากฏหราอยู่จริงๆ
[สามารถทำงานแบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ ครอบคลุมตั้งแต่การหว่านเมล็ด รดน้ำ ใส่ปุ๋ย ถอนวัชพืช เก็บเกี่ยวผลผลิต ไปจนถึงฟังก์ชันการให้อาหารสัตว์เลี้ยงอย่างครบวงจร]
สวรรค์! นี่มันคือของขวัญล้ำค่าที่พระเจ้าประทานมาเพื่อโปรดสัตว์โลกจอมขี้เกียจอย่างเขาชัดๆ!
[ซื้อเลย! จัดมาให้ฉันสองตัวด่วนๆ!]
ฟู่ซีโจวกดปุ่มสั่งซื้อรัวๆ โดยไม่ลังเลแม้แต่วินาทีเดียว ขอเพียงแค่มีหุ่นยนต์อัจฉริยะพวกนี้คอยเป็นลูกมือ มิติระบบเพาะปลูกและปศุสัตว์ของเขาก็จะได้รับการปลดแอกให้เป็นอิสระอย่างแท้จริงเสียที
[ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ ท่านได้ทำการหักแต้มพลังงาน 20,000 แต้ม เพื่อสั่งซื้อหุ่นยนต์การเกษตรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้ระบบได้ทำการจัดส่งตัวหุ่นยนต์ไปยังมิติของท่านแล้ว โปรดศึกษาวิธีการใช้งานจากคู่มืออย่างละเอียด]
ฟู่ซีโจวจัดการเคลื่อนย้ายหุ่นยนต์ทั้งสองตัวเข้าไปไว้ในมิติระบบเพาะปลูกและปศุสัตว์ ก่อนจะลงมือปรับแต่งตั้งค่าการทำงานตามคู่มือที่แนบมาให้อย่างคล่องแคล่ว
เมื่อจัดการปลดแอกภาระหน้าที่อันหนักอึ้งและคืนอิสระให้กับสองมือเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มก็ค่อยๆ ดึงจิตสำนึกกลับคืนสู่โลกแห่งความเป็นจริง พร้อมกับยุติการนั่งสมาธิลงช้าๆ
ทันทีที่ยันกายลุกขึ้นยืน เขาก็สัมผัสได้ถึงกระแสลมปราณขุมหนึ่งที่กำลังไหลเวียนพลุ่งพล่านไปทั่วทั้งสรรพางค์กาย
เมื่อลองก้าวเดินไปเพียงสองสามก้าว เขากลับรู้สึกว่าฝีเท้าของตนเองนั้นช่างเบาหวิวราวกับขนนก ประหนึ่งว่าร่างกายสามารถโบยบินขึ้นสู่ท้องฟ้าได้ก็ไม่ปาน
ฟู่ซีโจวพลันออกตัววิ่งเหยาะๆ ออกไปนอกประตูบ้าน ความรู้สึกในยามที่ก้าวขานั้นช่างเบาสบาย ทุกๆ สามก้าวที่สับเท้าลงพื้น จะมีจังหวะหนึ่งที่ร่างของเขาลอยละล่องขึ้นไปในอากาศ คล้ายคลึงกับท่วงท่าของบรรดานักกีฬากระโดดไกลเขย่งก้าวกระโดดก็มิปาน
ทว่าท่วงท่าของเขากลับดูพริ้วไหวและบางเบากว่าเหล่านักกีฬาพวกนั้นอยู่หลายขุมทีเดียว
ประจวบเหมาะกับที่ตาเฒ่าหวังผลักประตูรั้วลานบ้านเข้ามาพอดี ครั้นเห็นท่าทางแปลกประหลาดของฟู่ซีโจว ชายชราก็เผยรอยยิ้มอย่างรู้ทัน พลางลอบชื่นชมอยู่ในใจ... ไอ้หนุ่มคนนี้ พรสวรรค์ในการฝึกยุทธ์ช่างล้ำเลิศไม่เบาเลยจริงๆ
“ไอ้หนู... ทำกับข้าวกับปลาหรือยัง?”
“เดี๋ยวผมจะรีบไปจัดการให้เดี๋ยวนี้แหละครับ”
ฟู่ซีโจวเดินฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีเข้าไปในห้องครัวเพื่อเตรียมอาหารเย็น เมนูหลักสำหรับค่ำคืนนี้คือไก่ย่างแสนอร่อยที่ได้รับเป็นรางวัลจากระบบ ยิ่งไปกว่านั้นเขายังลงมือทอดไข่ดาวฟองโตที่เพิ่งจะเก็บเกี่ยวมาจากมิติสดๆ ร้อนๆ อีกสามฟอง เพื่อแบ่งให้ตาเฒ่าหวัง กู่หมิงเยวี่ย และตัวเขาเองคนละหนึ่งฟอง
หลังจากจัดการมื้อเย็นจนอิ่มหนำสำราญ เขาก็ใช้เวลาฝึกฝนเพลงมวยเพื่อยืดเส้นยืดสายอีกครู่ใหญ่ ก่อนจะไปตักน้ำจากบ่อมาอาบชำระล้างร่างกายจนสะอาดสดชื่น
จากนั้นชายหนุ่มจึงลอบก้าวเดินออกจากบ้านของตาเฒ่าหวังอย่างเงียบเชียบ จัดการตวัดเสื้อคลุมล่องหนขึ้นมาสวมใส่เพื่อพรางตัว.... แล้วรีบเร่งฝีเท้ามุ่งหน้าตรงไปยังคอกวัวทันที
............................