บทที่ 68 ข้อมูลลับระดับชาติ
บทที่ 68 ข้อมูลลับระดับชาติ
หวงกั๋วหัวหยิบกระดาษและปากกาออกมา ก่อนจะลงมือถอดรหัสข้อความลับเหล่านั้นอย่างรวดเร็ว ครั้นเมื่อเขาถอดรหัสเนื้อหาทั้งหมดเสร็จสิ้น สองมือที่เหี่ยวย่นก็พลันสั่นสะท้านขึ้นมาอย่างไม่อาจควบคุมได้
แท้จริงแล้ว สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าก็คือ ข้อมูลการวิจัยแกนหลักของขีปนาวุธทิ้งตัวแบบยิงจากเรือดำน้ำชนิดเชื้อเพลิงแข็ง!
ยิ่งไปกว่านั้น บริเวณส่วนท้ายสุดของหน้ากระดาษจดหมาย ยังปรากฏตัวอักษรขนาดใหญ่ที่ถูกเขียนด้วยเลือดสีแดงฉานอย่างน่าสะเทือนใจความว่า 'ด่วนที่สุด! นี่คือเส้นเลือดใหญ่ของชาติ!'
สีหน้าของหวงกั๋วหัวพลันซีดเผือดลงในชั่วพริบตา เขาย่อมรู้ซึ้งเป็นอย่างดีว่าข้อมูลชุดนี้มีความสำคัญมากเพียงใด มันไม่เพียงเป็นหยาดเหงื่อแรงกายและหยาดน้ำตาชั่วชีวิตของสหายรัก แต่ยังเป็นโครงการวิจัยสำคัญระดับชาติที่ทางการกำลังเร่งพัฒนาอย่างสุดกำลัง
ทว่าในเวลานี้ เอกสารล้ำค่ากลับถูกส่งมาถึงมือเขาด้วยวิธีการเช่นนี้ ตัวอักษรเลือดที่สหายรักจารึกทิ้งไว้ในตอนท้าย จึงเปรียบเสมือนคำบอกลาครั้งสุดท้ายที่เขามีต่อแผ่นดินมังกรแห่งนี้
สองมือของหวงกั๋วหัวที่กำลังถือกระดาษจดหมายสั่นเทาอย่างรุนแรง พลันความทรงจำในอดีตก็หวนกลับมา เมื่อครั้งที่เขารู้ตัวว่าจะต้องถูกส่งตัวลงมาใช้แรงงานในชนบท เขาเคยโทรศัพท์ไปหาสหายรักที่ยังอยู่ต่างประเทศ เพื่อบอกกล่าวถึงที่อยู่ที่ตนกำลังจะถูกส่งไป
ในตอนนั้น สหายรักได้เอ่ยปากบอกว่ากำลังเตรียมตัวจะเดินทางกลับมายังประเทศบ้านเกิด และเมื่อถึงเวลานั้น เขาจะทุ่มเททำทุกวิถีทางเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมและล้างมลทินให้กับหวงกั๋วหัว
ทว่าชายชรากลับคาดไม่ถึงเลยว่า การพูดคุยในวันนั้น จะกลายเป็นการสนทนาครั้งสุดท้ายระหว่างเขากับเพื่อนรักไปเสียแล้ว
เขาแทบจะจินตนาการภาพออกเลยว่า ในเสี้ยววินาทีที่เพื่อนเก่าส่งจดหมายฉบับนี้ออกมา อีกฝ่ายจะต้องเผชิญหน้ากับความสิ้นหวังและเด็ดเดี่ยวมากเพียงใด
สหายของเขาคงจะถูกพวกสายลับฝ่ายศัตรูหมายหัวตั้งแต่ตอนที่เดินทางกลับประเทศ เมื่อรู้ตัวว่าไม่อาจดิ้นหลุดรอดไปได้ จึงตัดสินใจลักลอบหนีเข้าเมืองจากฮ่องกงข้ามมายังมณฑลกวางตุ้ง จากนั้นก็งัดเอาทุกวิถีทางที่มีเพื่อส่งจดหมายฉบับนี้มาให้ถึงมือเขา
การที่จดหมายฉบับนี้สามารถเดินทางมาถึงมือเขาได้อย่างปลอดภัย ย่อมไม่ใช่แค่เรื่องของความโชคดีอย่างแน่นอน
หวงกั๋วหัวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามบังคับสติตัวเองให้กลับมาเยือกเย็นลง สิ่งที่เขาต้องทำอย่างเร่งด่วนในตอนนี้ คือการนำจดหมายฉบับนี้ไปส่งมอบให้ถึงมือของสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติที่เมืองหลวง
ซึ่งการส่งผ่านไปรษณีย์นั้นย่อมไม่ปลอดภัยอย่างเด็ดขาด สหายรักได้ระบุไว้ในจดหมายอย่างชัดเจนว่า ข้อมูลการวิจัยชุดนี้เป็นผลงานที่เขาคำนวณและคิดค้นขึ้นมาด้วยตัวเอง ดังนั้นพวกผู้เชี่ยวชาญจากประเทศมหาอำนาจฝั่งตะวันตกจึงต่างก็กำลังจ้องมองตาเป็นมัน
สาเหตุที่จดหมายฉบับนี้สามารถส่งมาถึงมือเขาได้อย่างปลอดภัย ก็เป็นเพราะสหายรักเลือกใช้วิธีการเข้ารหัสลับที่เคยตกลงกันไว้ ทำให้พวกสายลับของฝ่ายศัตรูไม่สามารถถอดรหัสข้อความได้ จดหมายจึงถูกปล่อยผ่านมาถึงมือเขา
ทว่าในเวลานี้ จะต้องมีสายตาคู่ลับนับไม่ถ้วนกำลังจับจ้องมองมาที่เขาอย่างแน่นอน หากเขาหลงกลส่งจดหมายฉบับนี้ออกไปทางไปรษณีย์ ข้อมูลสำคัญระดับชาติก็อาจจะตกไปอยู่ในมือของศัตรูในวินาทีถัดมาเลยก็เป็นได้ เขาจึงจำเป็นจะต้องนำมันไปส่งมอบด้วยตัวเองเท่านั้น!
แต่ปัญหาคือ ตัวเขาในตอนนี้ไม่มีสิทธิ์ก้าวเท้าออกจากหมู่บ้านเซี่ยงหยางเลยแม้แต่ก้าวเดียว อีกทั้งด้วยสภาพร่างกายที่แก่ชราปานนี้ หากปราศจากการคุ้มครองจากกองทัพล่ะก็ เกรงว่าเขาคงจะก้าวออกไปไม่พ้นเขตรอยต่อของมณฑลเฮยหลงเจียงด้วยซ้ำ
หวงกั๋วหัวมัวแต่จมดิ่งอยู่กับห้วงความคิดเพื่อหาทางออก จนกระทั่งฟู่เหวินปินเลิกม่านประตูคอกวัวเดินเข้ามา เขาก็ยังไม่ทันได้รู้ตัว
เมื่อฟู่เหวินปินเห็นท่าทีเคร่งเครียดและอมทุกข์ของหวงกั๋วหัว จึงเอ่ยเรียกออกไปเบาๆ "ผู้เฒ่าหวงครับ"
หวงกั๋วหัวพลันได้สติกลับมา ชายชราเงยหน้าขึ้นมองฟู่เหวินปิน ก่อนที่ภายในใจจะปรากฏชื่อของตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดขึ้นมาในทันที
ฟู่เหวินปินเอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ "ผู้เฒ่าหวง ท่านเป็นอะไรไปหรือเปล่าครับ"
"เหวินปิน ฉันมีเรื่องสำคัญคอขาดบาดตายอยากจะไหว้วานให้ซีโจวช่วยไปจัดการให้หน่อย แต่มันค่อนข้างจะอันตรายมากทีเดียว หากเธอคิดว่าไม่เหมาะสมล่ะก็ ให้ถือซะว่าฉันไม่เคยพูดเรื่องนี้ก็แล้วกัน"
ฟู่เหวินปินได้ยินเช่นนั้น สีหน้าก็แปรเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมจริงจังขึ้นมาทันที "ผู้เฒ่าหวง เชิญท่านพูดมาได้เลยครับ"
ตัดมาทางด้านของฟู่ซีโจว หลังจากเลิกงานแล้ว ชายหนุ่มก็เดินเคียงคู่มากับกู่หมิงเยวี่ยเพื่อมุ่งหน้ากลับไปยังบ้านของตาเฒ่าหวัง
เมื่อเดินมาได้ถึงครึ่งทาง กู่หมิงเยวี่ยก็เป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นมาก่อนว่า "สหายฟู่คะ วันหยุดพักร้อนของฉันใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว ฉันคงจะต้องเตรียมตัวเดินทางกลับเมืองหลวงแล้วล่ะค่ะ"
ฟู่ซีโจวชะงักไปเล็กน้อย "ทำไมถึงกะทันหันจังเลยล่ะครับ"
กู่หมิงเยวี่ยพยักหน้าเบาๆ "ก็ไม่ได้กะทันหันหรอกค่ะ ความจริงแล้ววันหยุดของฉันไม่ได้ยาวนานอะไรขนาดนั้นหรอก ที่ผ่านมาฉันก็แค่โกหกคุณตาว่าได้หยุดยาว เพราะอยากจะโน้มน้าวให้ท่านยอมให้ฉันอยู่ดูแลที่นี่ต่อเท่านั้นเอง"
"ฉันแค่อยากจะรั้งอยู่ที่นี่ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ ได้เจอกันเพิ่มอีกสักวันก็ยังดี" หญิงสาวกล่าวเสริม "ช่วงแรกๆ ฉันเป็นห่วงอาการของคุณตามากๆ เลยนะคะ แต่ทว่าตอนนี้มีคุณคอยช่วยดูแลท่านอยู่ ฉันก็เลยเบาใจไปได้เปลาะหนึ่ง หลังจากนี้คงต้องรบกวนให้คุณช่วยดูแลท่านต่อไปด้วยนะคะ บุญคุณอันใหญ่หลวงของคุณในครั้งนี้ ฉันจะจดจำไว้ในใจตลอดไปเลยค่ะ"
ฟู่ซีโจวทอดสายตามองใบหน้าของหญิงสาวอย่างเงียบๆ อาจเป็นเพราะช่วงที่ผ่านมาเธอไม่ต้องตากแดดตากลมฝึกซ้อมอย่างหนัก การใช้ชีวิตอยู่ในหมู่บ้านเซี่ยงหยางตลอดหลายวัน จึงส่งผลให้ผิวพรรณของเธอขาวผุดผ่องขึ้นกว่าเดิมมาก จนถึงขั้นดูเปล่งประกายชวนมองจนตาพร่าไปชั่วขณะ
ฟู่ซีโจวรีบดึงสายตากลับมา พลางพยักหน้ารับคำ "คุณวางใจเถอะครับ ผมจะคอยดูแลพวกท่านให้เป็นอย่างดีเลย"
แม้จะได้รับคำยืนยันอย่างหนักแน่นจากชายหนุ่มแล้ว แต่ภายในใจของกู่หมิงเยวี่ยก็ยังคงรู้สึกวูบโหวงอยู่นิดๆ.... เมื่อสัมผัสได้ถึงความรู้สึกอาลัยอาวรณ์ที่ก่อตัวขึ้น เธอจึงแกล้งพูดหยอกล้อด้วยน้ำเสียงร่าเริงเพื่อกลบเกลื่อน
"ฉันว่านะ พอกลับไปถึงกองทัพแล้ว ฉันจะต้องคิดถึงฝีมือการทำอาหารของคุณมากๆ แน่เลยล่ะค่ะ"
"เพราะอาหารที่พวกพ่อครัวในกองทัพทำออกมาน่ะ รสชาติสู้ที่คุณทำไม่ได้เลยสักนิดเดียว"
ฟู่ซีโจวหัวเราะร่วน ชายหนุ่มผลักบานประตูของลานบ้านให้เปิดออก ทว่าสายตาอันเฉียบคมของเขากลับเหลือบไปเห็นจดหมายฉบับหนึ่งตกอยู่บนพื้น เขาจึงก้มลงหยิบมันขึ้นมาเปิดดู ภายในมีตัวอักษรเขียนไว้สั้นๆ เพียงแค่สามคำเท่านั้น
[มาคอกวัว]
กู่หมิงเยวี่ยเองก็ชะโงกหน้าเข้ามาดูเนื้อหาในจดหมายด้วยเช่นกัน หญิงสาวรีบกวาดสายตามองไปรอบๆ บริเวณด้วยความระแวดระวัง ทว่าก็ไม่พบวี่แววของใครคนอื่นเลยแม้แต่เงา
"คุณจะไปตอนนี้เลยไหมคะ" เธอเอ่ยถาม
ฟู่ซีโจวพับกระดาษจดหมายเก็บเข้ากระเป๋าอย่างมิดชิด ก่อนจะตอบกลับไปว่า "ไว้ค่อยไปตอนกลางคืนดีกว่าครับ" เพราะการด่วนผลีผลามไปที่นั่นในเวลานี้ มันดูจะเสี่ยงอันตรายและเป็นจุดสนใจมากเกินไป
"ฉันขอไปด้วยคนนะคะ" กู่หมิงเยวี่ยกล่าว "ฉันอยากจะแวะไปบอกลาคุณตาด้วยน่ะค่ะ คุณไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ ฉันอ้างกับป้าหลิวไปแล้วว่ามีธุระสำคัญต้องคุยกับคุณ คืนนี้ก็เลยอาจจะอยู่ที่นี่ดึกหน่อย"
ฟู่ซีโจวพยักหน้ารับรู้อย่างเข้าใจ
ชายหนุ่มแอบหยิบเอาเนื้อวัวตุ๋นซีอิ๊วออกมาจากในมิติ เมื่อจัดการหุงข้าวสวยร้อนๆ เสร็จเรียบร้อย เขาก็นำเหล้าเก่าเก็บออกมาอีกสองกา
ระหว่างมื้อค่ำ ตาเฒ่าหวังก็คีบเนื้อวัวตุ๋นซีอิ๊วเข้าปากสลับกับจิบเหล้าอย่างอารมณ์ดี พอทานอิ่ม ชายชราก็เรอออกมาเสียงดัง ก่อนจะเดินโซเซกลับเข้าห้องไปนอนหลับปุ๋ยโดยไม่ได้เอ่ยถามอะไรให้มากความ
เมื่อเห็นว่าท้องฟ้าเริ่มมืดสนิทลงแล้ว ฟู่ซีโจวที่กำลังร้อนใจกับเรื่องทางฝั่งคอกวัว จึงรีบพากู่หมิงเยวี่ยเดินลัดเลาะมุ่งหน้าไปยังบ้านพักคอกวัวทันที
เมื่อก้าวเข้าไปในคอกวัว ก็พบว่าทุกคนในครอบครัวต่างอยู่กันพร้อมหน้า เมื่อเห็นว่าคนในบ้านไม่ได้มีท่าทีผิดปกติอะไร ฟู่ซีโจวก็ลอบถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ชายหนุ่มหยิบจดหมายฉบับนั้นขึ้นมาพลางเอ่ยถาม
"พ่อครับ แม่ครับ นี่เป็นจดหมายที่พวกท่านเอาไปโยนไว้ให้ใช่ไหมครับ"
ฟู่เหวินปินพยักหน้ารับ "อืม ตามพ่อออกมาข้างนอกหน่อยสิ"
ฟู่ซีโจวรู้สึกงุนงงอยู่บ้าง แต่ก็ยอมเดินตามผู้เป็นพ่อออกไปแต่โดยดี พวกเขาไม่ได้เดินไปไหนไกล ทว่ากลับเลี้ยวเข้าไปในบ้านพักคอกวัวของพวกผู้เฒ่าที่อยู่ติดกันแทน
ในขณะนั้น กู่หมิงเยวี่ยกำลังบอกกล่าวเรื่องที่วันหยุดของตนสิ้นสุดลงและต้องเตรียมตัวกลับเมืองหลวงให้กู่เส้าอู่ฟังพอดี ชายชรากำลังรู้สึกอาลัยอาวรณ์หลานสาวอยู่ลึกๆ เมื่อเห็นสองพ่อลูกเดินเข้ามา จึงเพียงแค่พยักหน้าทักทายรับรู้เงียบๆ เท่านั้น
ทางด้านหวงกั๋วหัวก็รีบลุกขึ้นยืน ก่อนจะจ้องมองฟู่ซีโจวด้วยสีหน้าเคร่งเครียดจริงจัง "ซีโจว ฉันมีเรื่องคอขาดบาดตายอยากจะไหว้วานให้เธอช่วยจัดการให้หน่อย"
เมื่อเห็นสีหน้าที่ดูไม่สู้ดีนักของผู้เฒ่า ฟู่ซีโจวก็พยักหน้ารับด้วยความเต็มใจ
เนื่องจากทุกคนที่อยู่ที่นี่ล้วนแต่เป็นคนที่สามารถไว้เนื้อเชื่อใจได้ หวงกั๋วหัวจึงไม่คิดจะปิดบังอะไรอีกต่อไป ชายชรายื่นจดหมายฉบับนั้นส่งให้ฟู่ซีโจวทันที
"เธอลองดูนี่สิ"
ฟู่ซีโจวรับจดหมายมาถือไว้ เมื่อกวาดสายตามองดูสัญลักษณ์ปริศนาที่เขียนอัดแน่นจนตาลาย ผนวกเข้ากับตัวอักษรเลือดทั้งแปดตัวในบรรทัดสุดท้าย นัยน์ตาของชายหนุ่มก็พลันหดเกร็งวูบด้วยความตื่นตะลึง
"คุณปู่หวงครับ นี่มันคืออะไรกัน?"
"นี่คือข้อมูลแกนหลักของขีปนาวุธทิ้งตัวแบบยิงจากเรือดำน้ำชนิดเชื้อเพลิงแข็ง" น้ำเสียงของหวงกั๋วหัวแหบพร่าและหนักอึ้ง
"นี่คือผลงานวิจัยที่สหายเก่าของฉันค้นคว้าได้จากต่างประเทศ ตอนที่เขากำลังเตรียมตัวจะลักลอบนำมันกลับมาพัฒนาต่อที่แผ่นดินเกิด ดันโชคร้ายถูกพวกสายลับของฝ่ายศัตรูหมายหัวเอาเสียก่อน เขาจึงจำต้องใช้วิธีการเข้ารหัสลับเฉพาะเพื่อส่งข้อมูลทั้งหมดนี้มาให้ฉัน"
ชายชราหยุดกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "การที่เขาทำแบบนี้ ก็เท่ากับเป็นการฝากความหวังเฮือกสุดท้ายเอาไว้ที่ฉันแล้ว"
"ซีโจว ข้อมูลชุดนี้จะต้องถูกส่งไปให้ถึงมือของสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติที่เมืองหลวงโดยด่วนที่สุด เรื่องนี้เกี่ยวพันถึงความอยู่รอดและเส้นเลือดใหญ่ของประเทศชาติ เราจะยอมให้เกิดข้อผิดพลาดขึ้นไม่ได้เด็ดขาด"
ทันทีที่ได้ฟังจบ หัวใจของฟู่ซีโจวก็หล่นวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เขาย่อมตระหนักได้ดีถึงความร้ายแรงของสถานการณ์ในครั้งนี้
สิ่งที่อยู่ในมือนี้ไม่ใช่แค่เพียงแผ่นกระดาษข้อมูลธรรมดา แต่มันคือความหวังที่นักวิจัยผู้รักชาติคนหนึ่งต้องแลกมาด้วยชีวิต และมันยังเป็นไพ่ตายสำคัญที่จะทำให้ประเทศมังกร(จีน)แห่งนี้ มีความกล้าแกร่งมากพอที่จะยืนหยัดต่อกรกับพวกมหาอำนาจตะวันตกในอนาคตได้อย่างเต็มภาคภูมิ!
ในเสี้ยววินาทีนั้น ฟู่ซีโจวก็พลันกระจ่างแจ้งแก่ใจ ว่าเหตุใดผู้เป็นพ่อถึงได้เรียกตัวเขามาที่คอกวัวแห่งนี้
"คุณปู่หวงครับ ท่านต้องการให้ผมทำอะไร บอกมาได้เลยครับ"
หวงกั๋วหัวจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของชายหนุ่ม ก่อนจะเน้นย้ำทีละคำอย่างหนักแน่น
"ฉันอยากจะขอร้องไหว้วานให้เธอ เป็นตัวแทนเดินทางเข้าเมืองหลวง และนำจดหมายฉบับนี้ ไปส่งมอบให้ถึงมือของผู้อำนวยการสถาบันวิทยาศาสตร์แห่งชาติด้วยตัวของเธอเอง"
............................