LNCrawler

บทที่ 69 ยาพิทักษ์หัวใจ

คุณชายนายทุนเกิดใหม่ กวาดสมบัติบ้านศัตรูจนเกลี้ยง แล้วลงชนบท — novel.dek d.com · All chapters

บทที่ 69 ยาพิทักษ์หัวใจ


​"ในเวลานี้ มีเพียงเธอเท่านั้นที่ฉันสามารถไว้วางใจได้ และก็มีแค่เธอคนเดียวเท่านั้นที่มีความสามารถมากพอที่จะทำภารกิจนี้ให้สำเร็จลุล่วง"
​
ฟู่ซีโจวไม่มีความลังเลเลยแม้แต่น้อย ชายหนุ่มตอบตกลงทันที "ตกลงครับ คุณปู่หวง ผมจะไปเองครับ!"
​
ฟู่ซีโจวย่อมตระหนักดีว่า การที่เขาตกปากรับคำในเรื่องนี้ จะต้องเผชิญหน้ากับอันตรายร้ายแรงมากเพียงใด ทว่าภายในใจของเขากลับไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย
​
แม้ว่าเขาจะเป็นคนที่ได้กลับชาติมาเกิดใหม่ แต่เหนือสิ่งอื่นใด เขาก็คือสายเลือดของแผ่นดินมังกร ในเมื่อสวรรค์เมตตาประทานโอกาสให้เขาได้หวนกลับมามีชีวิตอีกครั้ง แถมยังมอบระบบนิ้วทองคำอันทรงพลังมาให้ด้วย ไม่แน่ว่าเบื้องบนอาจจะต้องการให้เขาใช้มัน เพื่อสร้างคุณูปการและอุทิศตนให้แก่ประเทศมังกรในยุคปัจจุบันนี้ก็เป็นได้
​
ยิ่งไปกว่านั้น หากภารกิจในครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ไม่แน่ว่าครอบครัวของเขาอาจจะได้รับโอกาสให้หลุดพ้นจากการถูกคุมขังในคอกวัวแห่งนี้ก็เป็นได้
​
หวงกั๋วหัวตบไหล่ชายหนุ่มเบาๆ ด้วยความหนักแน่น "ซีโจวเอ๊ย ภารกิจในครั้งนี้มันอันตรายถึงชีวิตเลยนะ เธอจะต้องระมัดระวังตัวให้มากที่สุด!"
​
"ผมเข้าใจครับ"
​
หวงกั๋วหัวยื่นกระดาษข้อมูลที่ถูกถอดรหัสเรียบร้อยแล้วส่งให้ฟู่ซีโจว ชายหนุ่มรับมันมาถือไว้ พลางคิดวางแผนในใจว่า ทันทีที่เดินออกจากคอกวัว เขาจะรีบนำจดหมายสำคัญฉบับนี้เข้าไปเก็บซ่อนไว้ในมิติทันที บางทีเขาอาจจะสร้างจดหมายปลอมขึ้นมาอีกสักฉบับ เพื่อเอาไว้ใช้ปั่นหัวพวกสายลับตะวันตกให้หลงกลจนหัวหมุน
​
เมื่อคิดได้ดังนั้น ฟู่ซีโจวจึงเอ่ยกับผู้เฒ่าหวงขึ้นว่า "คุณปู่หวงครับ ผมอยากจะรบกวนคุณปู่สักเรื่องหนึ่งครับ"
​
"เรื่องอะไรล่ะ"
​
"ผมอยากให้คุณปู่อ้างอิงจากข้อมูลชุดนี้ แล้วช่วยเขียนจดหมายข้อมูลปลอมขึ้นมาสักฉบับครับ หากในระหว่างการเดินทางเข้าเมืองหลวงเกิดมีใครมาดักปล้น ผมก็จะได้โยนข้อมูลปลอมพวกนี้ให้พวกมันไปเลย"
​
หวงกั๋วหัวชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะฮ่าๆ ออกมาอย่างชอบใจ "ไอ้หนุ่มนี่ หัวหมอไม่เบาเลยนะเนี่ย ได้เลยๆ เธอรอประเดี๋ยว ฉันจะรีบจัดการให้เดี๋ยวนี้แหละ"
​
"ฮ่าๆๆ! คราวนี้ฉันจะปั่นหัวพวกสุนัขรับใช้ของตะวันตกให้มันงงเป็นไก่ตาแตกไปเลย!"
​
ว่าแล้วหวงกั๋วหัวก็รีบคว้าปากกาขึ้นมาจดข้อมูลปลอมลงบนหน้ากระดาษอย่างขะมักเขม้นทันที
​
ทางด้านฟู่เหวินปินนั้น รู้อยู่แก่ใจดีว่าลูกชายจะต้องตอบตกลงอย่างแน่นอน ทว่าเมื่ออีกฝ่ายตกปากรับคำไปแล้ว คนเป็นพ่ออย่างเขากลับเริ่มรู้สึกกังวลใจขึ้นมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
​
ฟู่เหวินปินจึงเอ่ยเรียก "ซีโจว ตามพ่อออกมาข้างนอกหน่อยสิลูก"
​
ฟู่ซีโจวพยักหน้ารับคำ แล้วเดินตามผู้เป็นพ่อออกไปด้านนอก เมื่อเดินออกห่างจากบริเวณคอกวัวมาได้ระยะหนึ่ง ฟู่เหวินปินก็ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อเพื่อควานหาบุหรี่ ทว่าล้วงหาอยู่นานก็พบเพียงความว่างเปล่า
​
เมื่อฟู่ซีโจวเห็นดังนั้น จึงแอบหยิบบุหรี่ต้าเฉียนเหมินจากในมิติออกมาหนึ่งซอง แล้วยื่นส่งให้ "พ่อครับ สูบมวนนี้สิ"
​
ฟู่เหวินปินรับไปแกะซองออก จากนั้นฟู่ซีโจวก็หยิบกล่องไม้ขีดไฟออกมาจุดไฟให้บิดาอย่างรู้หน้าที่
​
ฟู่เหวินปินพ่นควันสีเทาลอยล่องขึ้นสู่อากาศอย่างเชื่องช้า ปล่อยให้เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง จึงได้เอ่ยปากกำชับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "การเดินทางเข้าเมืองหลวงในครั้งนี้ ลูกจะต้องระมัดระวังความปลอดภัยของตัวเองให้มากที่สุดนะ"
​
ฟู่ซีโจวพยักหน้ารับ "ผมทราบครับพ่อ"
​
เมื่อฟู่เหวินปินได้ยินน้ำเสียงตอบรับที่ดูสบายๆ ของลูกชาย เขาก็หันขวับกลับมามองด้วยสีหน้าเคร่งเครียดจริงจัง "ซีโจว เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นนะ พวกนั้นกำลังจับตาดูผู้เฒ่าหวงอยู่ตลอดเวลา ถ้าลูกก้าวเท้าออกจากหมู่บ้านเซี่ยงหยางเมื่อไหร่ พวกมันจะต้องส่งคนคอยสะกดรอยตามลูกอย่างแน่นอน ลูกต้องรู้ไว้นะว่า พวกสายลับชั่วร้ายเหล่านี้น่ะมีวิธีการที่โหดเหี้ยมอำมหิตมากขนาดไหน"
​
ในฐานะที่ฟู่เหวินปินเคยรับราชการทหารมาก่อน ประสบการณ์ที่เขาเคยพบเจอมาย่อมมีมากกว่าฟู่ซีโจวหลายเท่านัก หากเป็นไปได้ เขาเองก็อยากจะเป็นฝ่ายเดินทางไปเสี่ยงอันตรายแทนลูกชายด้วยซ้ำ เพียงแต่ว่าในสถานการณ์ปัจจุบัน หากเขาแอบหลบหนีออกจากหมู่บ้านเซี่ยงหยางล่ะก็ ครอบครัวตระกูลฟู่ที่เหลืออยู่ทั้งหมดก็อาจจะต้องเผชิญกับข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงยิ่งกว่าเดิม
​
ฟู่ซีโจวปรับสีหน้าให้จริงจังขึ้นตาม พลางพยักหน้ารับคำอย่างหนักแน่น "พ่อครับ พ่อวางใจแล้วรอฟังข่าวดีอยู่ที่นี่เถอะนะครับ ทันทีที่ภารกิจนี้สำเร็จลุล่วง ผมมั่นใจว่าผมจะสามารถพาพวกพ่อออกไปจากคอกวัวแห่งนี้ได้อย่างแน่นอน"
​
ฟู่เหวินปินทอดสายตามองดูลูกชาย เพียงแค่มองตาก็รู้ใจแล้วว่า สาเหตุที่ฟู่ซีโจวตอบตกลงอย่างรวดเร็วเช่นนี้ นอกจากจะอยากทำเพื่อประเทศชาติอย่างแท้จริงแล้ว อีกเหตุผลสำคัญก็คือเพื่อครอบครัวของพวกเขานั่นเอง
​
ฟู่ซีโจวเอ่ยเสริมขึ้นอีกว่า "พ่อครับ เดี๋ยวผมขอตัวไปเอาของสักแป๊บเดียวนะครับ ประเดี๋ยวผมจะกลับมาใหม่"
​
พูดจบ ชายหนุ่มก็หมุนตัวเดินมุ่งหน้ากลับไปทางบ้านของตาเฒ่าหวังทันที ฟู่เหวินปินยืนมองแผ่นหลังของลูกชายด้วยคิ้วที่ขมวดมุ่นเข้าหากัน เด็กคนนี้ช่าง...
​
ทว่าความจริงแล้ว ฟู่ซีโจวไม่ได้เดินกลับไปที่บ้านของตาเฒ่าหวังจริงๆ เมื่อเดินมาจนพ้นระยะสายตาของผู้เป็นพ่อแล้ว เขาก็เริ่มค้นหาสิ่งของภายในมิติทันที
​
เขาตัดสินใจใช้แต้มพลังงานจำนวนหนึ่งร้อยแต้ม สั่งให้ระบบช่วยชำแหละหมูออกเป็นส่วนๆ ก่อนจะหยิบเอาเนื้อหมูครึ่งซีกออกมา จากนั้นก็นำข้าวสารที่เหลืออยู่ในมิติ พร้อมกับมันฝรั่งและมะเขือเทศที่เพิ่งเก็บเกี่ยวมาสดๆ ร้อนๆ ออกมาอย่างละสิบจิน
​
และในขั้นตอนสุดท้าย เขาก็เปิดหน้าร้านค้าของระบบขึ้นมา แล้วค้นหา 'ยาพิทักษ์หัวใจ'
​
เมื่อกดเข้าไปดูที่ช่องเก็บของ ฟู่ซีโจวก็ได้เห็นคำอธิบายสรรพคุณของยาพิทักษ์หัวใจอย่างชัดเจน
​
[เมื่อยามที่มนุษย์เผชิญกับอันตรายร้ายแรง ยาพิทักษ์หัวใจ 1 เม็ด จะช่วยปกป้องเส้นประสาทหัวใจเอาไว้ได้ หากทาน 2 เม็ด จะช่วยซ่อมแซมอาการบาดเจ็บสาหัสของร่างกาย เพื่อยืดเวลาให้หมอสามารถทำการกู้ชีพได้อย่างเพียงพอ]
​
ฟู่ซีโจวจ้องมองราคาของยาพิทักษ์หัวใจที่สูงถึงเม็ดละหนึ่งหมื่นแต้มพลังงาน ชายหนุ่มกัดฟันกรอด ก่อนจะตัดสินใจทุ่มแต้มพลังงานจำนวนห้าหมื่นแต้ม เพื่อแลกซื้อยามาทั้งหมดห้าเม็ด จากนั้นเขาก็กะเวลาให้พอเหมาะ แล้วจึงแบกข้าวของทั้งหมดเดินกลับไปยังคอกวัว
​
ฟู่เหวินปินยังคงยืนสูบบุหรี่รอฟู่ซีโจวอยู่ที่หน้าคอกวัวของตัวเอง และเมื่อเห็นลูกชายเดินหอบหิ้วข้าวของพะรุงพะรังกลับมา มุมปากของคนเป็นพ่อก็ถึงกับกระตุกยิกๆ อย่างห้ามไม่อยู่
​
"ซีโจว" ฟู่เหวินปินขยี้บุหรี่ดับลงกับพื้น ก่อนจะเดินเข้าไปช่วยรับเสบียงอาหารมากมายที่ลูกชายหอบมา "แม่ของลูกมีเรื่องอยากจะคุยด้วยน่ะ"
​
ฟู่ซีโจวพยักหน้ารับ แล้วก้าวเท้าเดินเข้าไปในคอกวัว
​
ทันทีที่ซูหย่าฉินเห็นลูกชายเดินเข้ามา เธอก็รีบผุดลุกขึ้นยืนในทันที เธอรับรู้เรื่องที่ฟู่ซีโจวตอบตกลงรับปากผู้เฒ่าหวงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเธอก็ตระหนักดีว่าเรื่องนี้มีอันตรายซุกซ่อนอยู่มากมายเพียงใด
​
ซูหย่าฉินทั้งรู้สึกเป็นห่วงและอาลัยอาวรณ์ลูกชายจับใจ "ซีโจว ความจริงแล้วพวกเราทนอาศัยอยู่ในคอกวัวแบบนี้ต่อไปก็ไม่ได้ย่ำแย่อะไรหรอกนะ ลูกอย่าเอาตัวเองไปเสี่ยงอันตรายเลยได้ไหม"
​
เธอหวาดกลัวจับใจ กลัวเหลือเกินว่าลูกชายที่กว่าจะได้กลับมาอยู่เคียงข้างกันอย่างยากลำบาก จะต้องมาพบเจอกับอันตรายใดๆ
​
ฟู่ซีโจวรีบเอ่ยปลอบโยน "แม่ครับ เรื่องนี้มันไม่ได้อันตรายอย่างที่พ่อบอกหรอกนะครับ แม่ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอก อีกเดี๋ยวเดียวผมก็กลับมาแล้ว"
​
พูดจบ ชายหนุ่มก็ล้วงเอายาพิทักษ์หัวใจทั้งห้าเม็ดที่เพิ่งแลกมาจากระบบ ส่งให้ซูหย่าฉิน "แม่ครับ แม่ช่วยเก็บรักษายาพวกนี้เอาไว้ให้ดีๆ นะครับ"
​
ซูหย่าฉินที่กำลังจะเอ่ยปากห้ามปราบ ก็ถูกลูกชายเบี่ยงเบนความสนใจไปในทันที "นี่มันยาอะไรกันหรือลูก"
​
"มันเป็นยาช่วยชีวิตในยามคับขันครับ หากมีใครได้รับบาดเจ็บ ก็ให้กินยานี้เข้าไปเลย ถ้าเจ็บหนักก็กินหนึ่งเม็ด แต่ถ้าสาหัสมากก็ให้กินสองเม็ด ช่วงเวลาที่ผมเดินทางไปเมืองหลวง ทุกคนจะต้องดูแลรักษาตัวเองให้ดีๆ นะครับ"
​
ซูหย่าฉินทอดสายตามองฟู่ซีโจว เธอรู้ดีว่าต่อให้พยายามเกลี้ยกล่อมไปก็คงไร้ผล อีกทั้งตัวเธอเองก็ไม่ใช่คนที่เห็นแก่ตัวเช่นกัน
​
ในอดีตเธอยังสามารถตัดใจส่งฟู่เจี้ยนถิงให้ไปรับราชการทหารได้เลย และหากในอนาคตฟู่เจี้ยนเซินอยากจะเข้ากองทัพ เธอก็พร้อมจะยินยอมเช่นกัน ทว่าสำหรับฟู่ซีโจวนั้น...
​
เป็นเพราะเธอรู้สึกติดค้างและรู้สึกผิดต่อลูกชายที่เพิ่งจะได้กลับมาพบหน้ากันคนนี้มากจนเกินไป ซูหย่าฉินจึงเกิดความรู้สึกเห็นแก่ตัว อยากจะรั้งให้เขาอยู่เคียงข้างเธอตลอดไป ให้อยู่ข้างกายอย่างปลอดภัยแค่นั้นก็พอ
​
ซูหย่าฉินเขย่งปลายเท้าขึ้นลูบศีรษะของลูกชายอย่างแผ่วเบา "พรุ่งนี้จะต้องออกเดินทางแล้วใช่ไหมลูก"
​
"ครับ" ฟู่ซีโจวพยักหน้ารับ
​
"ถ้าอย่างนั้นลูกก็อย่าเพิ่งกลับไปเลยนะ เดี๋ยวแม่จะห่อเกี๊ยวให้ลูกกินสักมื้อก็แล้วกัน" ซูหย่าฉินกล่าว
​
ตามธรรมเนียมโบราณที่ว่า 'ขาไปกินเกี๊ยว ขากลับกินบะหมี่' เธอเพียงแค่อยากจะส่งมอบคำอวยพรให้ลูกชายให้ได้มากที่สุด เพื่อขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองให้เขาเดินทางแคล้วคลาดปลอดภัยและราบรื่น
​
"ตกลงครับ" ฟู่ซีโจวพยักหน้าตอบรับ ก่อนจะเดินเลี่ยงไปที่บ้านพักคอกวัวหลังติดกัน
​
ทางด้านหวงกั๋วหัวนั้นได้ลงมือเขียนข้อมูลปลอมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ฟู่ซีโจวรับกระดาษแผ่นนั้นมาถือไว้ ก่อนจะเอ่ยกับชายชราว่า "คุณปู่หวงครับ ผมเป็นกังวลว่าพวกมันอาจจะหาทางเล่นงานคุณปู่ลับหลัง ถ้าเกิดมีเรื่องร้ายแรงอะไรขึ้นมา คุณปู่ต้องรีบไปหาพ่อกับแม่ผมทันทีเลยนะครับ ผมได้ทิ้งยาสำหรับใช้ในยามฉุกเฉินเอาไว้ให้พวกท่านแล้ว"
​
หวงกั๋วหัวพยักหน้ารับคำอย่างซาบซึ้งใจ
​
ในตอนนั้นเอง กู่หมิงเยวี่ยก็เดินตรงเข้ามาหา พลางกล่าวขึ้นว่า "สหายฟู่คะ พรุ่งนี้ฉันจะออกเดินทางไปพร้อมกับคุณค่ะ"
​
ไหนๆ เธอก็ต้องเดินทางกลับเมืองหลวงอยู่แล้ว จะออกเดินทางเร็วขึ้นสักวันหรือช้าลงสักวันก็ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก ยิ่งไปกว่านั้น เธอก็อยากจะทำประโยชน์อะไรสักอย่างเพื่อช่วยเหลือเขาบ้าง
​
ฟู่ซีโจวขมวดคิ้วมุ่น "เรื่องนี้มันอันตรายเกินไป คุณอย่ามาร่วมทางไปกับผมเลยดีกว่า"
​
กู่หมิงเยวี่ยส่ายหน้าปฏิเสธทันควัน "ฉันสามารถช่วยคุณได้นะคะ ถึงแม้ว่าฉันจะเป็นแค่แพทย์ทหาร แต่ฉันก็เคยผ่านการฝึกฝนทักษะการต่อสู้ในกองทัพมาเหมือนกัน..."
​
ฟู่ซีโจวไม่ได้มองว่ากู่หมิงเยวี่ยเป็นเพียงหญิงสาวบอบบางที่ทำอะไรไม่เป็น ทว่าสำหรับภารกิจที่เสี่ยงตายในครั้งนี้...
​
กู่เส้าอู่พูดแทรกขึ้นมาว่า "ซีโจวเอ๊ย ปล่อยให้หมิงเยวี่ยร่วมทางไปกับเธอเถอะ ยัยหนูคนนี้พอจะช่วยเหลือเธอได้แน่นอน"
​
ในเมื่อผู้หลักผู้ใหญ่เป็นคนเอ่ยปากอนุญาตด้วยตัวเอง ฟู่ซีโจวจึงหมดหนทางที่จะปฏิเสธ เขาทำได้เพียงพยักหน้ารับ "ตกลงครับ"
​
หลังจากรับประทานเกี๊ยวร้อนๆ ฝีมือซูหย่าฉินจนอิ่มหนำสำราญแล้ว ฟู่ซีโจวและกู่หมิงเยวี่ยก็พากันเดินกลับไปพักผ่อน
​
เนื่องจากเวลาในตอนนี้ล่วงเลยมาจนดึกดื่นมากแล้ว กู่หมิงเยวี่ยจึงไม่สะดวกที่จะเดินกลับไปยังบ้านของหวังต้าเกิน ฟู่ซีโจวจึงจำต้องยกเตียงของตนเองให้กู่หมิงเยวี่ยได้นอนพัก ส่วนตัวเขาก็หอบผ้าห่มไปนอนเบียดกับตาเฒ่าหวังอีกห้องหนึ่งแทน
​
เช้าวันรุ่งขึ้น ฟู่ซีโจวได้บอกกล่าวกับตาเฒ่าหวังว่าตนเองจะต้องเดินทางไปทำธุระที่เมืองหลวงสักสองสามวัน พร้อมกับทิ้งเนื้อวัวตุ๋นซีอิ๊วและเนื้อหมูครึ่งซีกเอาไว้ให้ชายชรากินอย่างจุใจ
​
ตาเฒ่าหวังทอดสายตามองฟู่ซีโจว เขารับรู้ได้ลางๆ ว่าจะต้องมีเรื่องสำคัญบางอย่างเกิดขึ้นอย่างแน่นอน แต่ในเมื่อชายหนุ่มไม่ได้เอ่ยปากเล่า เขาก็เลือกที่จะไม่ซักไซ้ไล่เลียง ชายชราเพียงแค่พยักหน้ารับเบาๆ "เอาเถอะๆ ขอให้เเกเดินทางปลอดภัย แล้วก็รีบๆ กลับมาไวๆ ก็แล้วกัน"
​
ฟู่ซีโจวพยักหน้ารับคำอวยพร จากนั้นเขากับกู่หมิงเยวี่ยก็พากันเดินมุ่งหน้าไปยังบ้านของหัวหน้าฝ่ายผลิต
​
กู่หมิงเยวี่ยเดินเข้าไปในห้องเพื่อเก็บสัมภาระของตนเอง ในขณะที่ฟู่ซีโจวก็เดินเข้าไปหาหวังต้าเกินเพื่อเจรจาธุระแต่เช้าตรู่
​
............................